วันคืนที่แสนทรมานของเฟยหรงได้ผ่านไปในเวลานี้ถึงเวลาแล้วที่หญิงสาวทั้งสามจะต้องออกเดินทางไปยังนิกายหิมะ์แล้ว หลังจากทำพีธีคาราวะปิงซินเป็อาจารย์แล้วพวกนางก็ได้รับการต้อนรับเป็อย่างดีจากปิงซินและศิษย์พี่ทั้งสองของพวกนาง ส่วนทางด้านเฟยหรงและครอบครัวเมื่อเห็นว่าพวกนางกำลังจะจากไปแล้วก็ไม่วายที่จะมาส่ง เฟยหรงโอบกอดพวกนางอยู่พักใหญ่ก่อนที่ให้แหวนพวกนางไปคนละวงแน่นอนว่ามันคือแหวนแต่งงานตามธรรมเนียมของตระกูลเฟย เมื่อพวกนางได้รับก็สวมพวกมันไว้ที่นิ้วนางข้าวซ้ายเป็อย่างดีและนี่เป็สิ่งบ่งบอกว่าพวกนางทุกคนนั้นแต่งงานแล้วนั่นเอง
"เมื่อพวกเ้าไปถึงที่นั่นดูแลตัวเองให้ดีเข้าใจหรือไม่ และอีกไม่นานข้าจะตามไป"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้นทางด้านเสี่ยวเซียน เซียนปิงเอ๋อ และจ้าวหลานล้วนแต่พยักหน้าให้กับเขาก่อนที่จะจูลร่ำลากัน
แน่นอนว่าเฟยหรงไม่ลืมที่จะเอาคืนพวกนางที่เมื่อคืนยั่วยวนเขาจนตบะแตกดังนั้นในขณะจูบลาชายหนุ่มก็พลันทำให้มันกลายเป็จูบที่ดูดดื่มแทนจนทำให้พวกนางถึงขนาดหอบหายใจระรัว พร้อมมองมาที่เฟยหรงอย่างคาดโทษ
"พี่ปิงเอ๋อเป็เพราะท่านไปยั่วยวนเขาเมื่อวานทำให้เขาเอาคืนเราเช่นนี้ ถึงขนาดจับพวกเราจูบต่อหน้าผู้คนมากมายข้าอายจนจะอยากแทรกแผ่นดินหนีแล้ว"เสี่ยวเซียนกล่าวออกมาเช่นนั้น เซียนปิงเอ๋อพลันทำหน้ามุ้ยพร้อมกล่าว "คะ ใครจะไปรู้ละว่าเขาจะหน้าหนากล้าทำขนาดนี้ อีกอย่างน้องหลานก็ยั่วยวนเขาไม่ใช่หรือไงทำไมมาโทษข้าคนเดียวละเนี้ย"
"อ๊ะ ท่านอย่ามากล่าวหาข้านะ ข้าไม่ได้ยั่วยวนเขาเสียหน่อย พี่ปิงเอ๋อท่านคนเดียวเลยข้ากับเซียนเซียนนั่งบ่มเพาะกันทั้งคืน"จ้าวหลานกล่าวแก้ตัวออกมา การพูดคุยของพวกนางพลันทำให้ทุกคนในที่นี้หัวเราะกันอย่างขบขันก่อนที่ปิงซินจะกล่าวออกมาเป็สัญญานว่าถึงเวลาออกเดินทางแล้ว
"เอาละพวกเ้าไปกันเถอะ เราต้องเดินทางถึงหนึ่งปีเชียวนะหากเสียเวลามากกว่านี้เกรงว่าจะไม่ดีเท่าไรนัก"นางกล่าวออกมาเช่นนั้นก่อนที่จะเดินนำไป
"พวกเราไปก่อนนะสามี"ทั้งสามนางกล่าวออกมาพร้อมกันก่อนจะเดินไปแต่ก็ยังชำเื่มองเฟยหรง จนในที่สุดพวกนางก็เดินไปจนลับตา
"เอาละข้าเองก็ต้องออกเดินทางเช่นกัน ดูเหมือนว่าจะไม่ต้องห่วงอะไรทางนี้แล้ว"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้นตัวเขาเองก็หันหลังและเดินเข้าไปเตรียมของสำหรับเดินทางในทันที
"หรงหรงน้อย ก่อนเ้าจะไปปู่มีเื่จะคุยด้วยและมีของจะให้"ในค่ำคืนนั้นเองเฟยหงมาหาหลานชายของเขาและกล่าวออกมาเช่นนั้นทางด้านเฟยหรงก็ไม่ได้กล่าวอะไรและเดินตามปู่อของเขาไปที่ศาลาริมสระบัวในทันที สองคนปู่หลานนั่งดื่มชากันท่ามกลางพระจันทร์เต็มที่สวยงามก่อนที่เฟยหงจะกล่าวออกมาเป็คนแรก
"หลานปู่ ในตอนที่เ้าไปผจญภัยด้านนอกเ้าตั้งพึงระวังเอาไว้ให้ดีอย่าไว้ใจผู้ใดมากเกินไปโดยเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่"
"หลานข้าใจดีขอรับ แล้วท่านปู่มีอะไรจะพูดกับหลานอีกหรือเปล่าขอรับวันนี้ข้าเห็นท่านไม่ค่อยยิ้มแย้มเสียเท่าไร"เฟยหรงกล่าวถาม
"แน่นอนว่าย่อมมี ข้าเพียงอยากจะบอกเ้าว่าหากเป็ไปได้อย่ากลับไปที่ตระกูลเฟยเด็ดขาด"เฟยหงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
"ทำไมขอรับ"
"เห้อ ก็เื่แม่ของเ้านั่นแหละทวีปศักดิ์สิทธิ์ให้ความสำคัญกับสายเืมากเ้ารู้หรือไม่"เฟยหรงพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนที่เฟยหงจะกล่าวต่อ
"หากว่าพวกเขารู้ว่าเ้ามีสายเืของพวกเขาแต่ไม่บริสุทธิ์ข้าเกรงว่าพวกเขาจะลงมือสังหารเ้าและแน่นอนว่าหากเ้ากลับไปที่ตระกูลเฟยแล้วละก็ ด้วยความหวาดกลัวต่อขุมกำลังของครอบครัวแม่เ้าพวกเขาอาจจะจับตัวของเ้าและส่งไปให้ตระกูลเป่ยของแม่เ้าได้ และนั่นเป็อีกเหตุผลหนึ่งที่ข้าพาเ้ามาอยู่ในที่ห่างไกลเช่นนี้"
"เื่นั้นท่านปู่ไม่ต้องกังวล ข้าจะทำทุกอย่างให้เหมาะสมขอรับ"เฟยหรงกล่าวออกมาอีกครั้งและเต็มไปด้วยความมั่นใจ
"เห้อ เดิมทีหากเ้าเป็แค่เด็กธรรมดาๆเช่นแต่ก่อนข้าอาจจะเลี้ยงดูเ้าไปจนแก่ตาย แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมออกต่อไปแล้ว หรงหรงน้อยของข้าแข็งแกร่งขึ้นมากจริงๆดังนั้นการที่เ้ารั้งอยู่ที่นี่อาจจะเป็การทำร้ายเ้าเสียมากกว่า"เฟยหงกล่าวจบก็ดึงกระบี่สีฟ้าครามลวดลายเกลียวคลื่นงดงามและกำไลหยกแดงออกมาและวางพวกมันลงต่อหน้าของเฟยหรง
"นี่คือของๆพ่อและแม่เ้า กระบี่วารี์นี้คือสิ่งของแทนใจที่แม่เ้ามอบให้กับพ่อเ้า ส่วนกำไลหยก์คืออุปกรณ์มิติที่สามารถเก็บสิ่งมีชีวิตได้ มันเป็สมบัติที่ย่าของเ้าทิ้งเอาไว้ให้กับพ่อเ้า และพ่อของเ้าก็ได้มอบให้กับแม่เ้าเป็ของแทนใจอีกที แต่เมื่อทั้งสองคนต้องจากลาพวกเขาก็ไม่ลืมที่จะทิ้งสิ่งของเหล่านี้เอาไว้ให้กับเ้า"เฟยหรงมองไปที่กระบี่และกำไลด้วยแววตาที่สั่นเคลือราวกับน้ำตาจะหลั่งไหล เขาหยิบพวกมันมาไว้ข้างกายและสวมกำไลหยกสีแดงเอาไว้ที่ข้อมือด้านซ้าย ส่วนกระบี่นั้นเขาลูบไล้มันอย่างถนุถนอมก่อนที่จะเก็บเข้าแหวนมิติไป
"พวกท่านยังรักและห่วงใยข้าจริงๆ!"เฟยหรงกล่าวออกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสั่นเคลือพร้อมปฏิญานในใจ เขาจะต้องพาครอบครัวกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันให้ได้ ไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ตาม
"ว่าแต่ท่านปู่ขอรับั้แ่เกิดมานี่เป็ครั้งแรกนะขอรับที่ท่านพูดถึงท่านย่า"เฟยหรงหลังจากตั้งสติได้ก็กล่าวถามขึ้นมาทันที เฟยหงที่ได้ยินก็ถึงกับไหลออกมาไม่ขาดสาย พร้อมกับกล่าวตอบเฟยหรงไปอย่างตะกุกตะกัก "เอ่อ.......เื่ย่าเ้าไม่จำเป็ต้องรู้หรอก ขนาดพ่อของเ้าข้ายังไม่บอกเลย เ้าอย่ามาถามข้าให้ยาก"
"ท่านปู่หากท่านพุดเช่นนี้แสดงว่าท่านย่ายังอยู่ใช่หรือไม่ แถมไอ้ท่าทางที่เหมือนกับมีอะไรปิดบังอยู่เช่นนี้ดูเหมือนท่านกับท่านย่าจะมีปัญหาอะไรกันบางอย่าง และจากที่ข้าคาดเดาในเมื่อท่านย่ามีสิ่งของล้ำค่าเช่นนี้เกรงว่าจะไม่ใช่บุคคลธรรมดาๆแน่ๆ ท่านปู่ท่านเองก็ร้ายกาจไม่เบานะขอรับ ฮ่าๆๆๆ"เฟยหรงกล่าวหยอกล้ออย่างขบขัน เฟยหงที่ได้ยินดังนั้นเขาก็พลันคิ้วกระตุกอย่างไม่รู้ตัว
"เ้าเด็กตัวเหม็นเ้าหยุดเดาได้แล้ว ไปๆเตรียมตัวออกเดินทางได้แล้ววันนี้ข้าง่วงนอน"กล่าวจบเฟยหงก็เดินไปในทันทีทิ้งไว้เพียงเฟยหรงที่นั่งทำสีหน้าแปลกประหลาดอยู่ที่ศาลานั้นคนเดียว
"ง่วงนอน ผู้ฝึกตนระดับประจักษ์แจ้งอยู่เป็เดือนโดยไม่นอนก็ย่อมได้แต่กลับบอกว่าตัวเองง่วงนอน ท่านปู่ท่านไม่เนียนเอาเสียเลย!!"เฟยหรงะโไล่หลังไปก่อนที่เขาจะส่ายหัวออกมาอย่างช่วยไม่ได้ และลุกขึ้นเดินกลับไปที่ห้องเช่นกันเนื่องจากเขายังต้องเตรียมความพร้อมในการออกเดินทางอีก