บทที่ 9 : ความ้าที่แท้จริง
่บ่ายซูฉีไปคุยกับหัวหน้าหมู่บ้าน แต่อีกฝ่ายไม่อยู่ เพราะออกเรือไปหาปลาั้แ่เช้าแล้ว ผู้ที่อยู่มีเพียงภรรยาและเป้ยเป้ย ราวกับสองแม่ลูกล่วงรู้ความ้าของซูฉี ถึงกับเตรียมชาชั้นเลวเอาไว้ต้อนรับ
“นั่งก่อนซิจ๊ะฉีฉี” สะใภ้เป้ยผายมือเชิญส่งๆ ไปทางเก้าอี้ตัวเก่า แล้วหันไปมอง ส่งสัญญาณให้ลูกสาวรินชาให้แขก
เป้ยเป้ยยิ้มร้าย วันนี้เธอสงบปากสงบคำ ก่อนจะรินชาให้แต่โดยดี จากนั้นยกถ้วยชาส่งให้ถึงมือซูฉี “ดื่มซิ!”
“ฉันมีเื่อยากคุยกับหัวหน้าหมู่บ้าน ถ้าเขาไม่อยู่ วันหลังฉันจะมาใหม่ค่ะ” ซูฉีเอ่ยจบก็หันหลังเตรียมกลับ ทว่าแขนของเธอถูกมือหยาบของเป้ยเป้ยดึงรั้งอย่างแรง ซูฉีสะบัดออกอย่างรวดเร็ว เพราะเธอกลัวอีกฝ่ายจะกระชากจนเธอล้ม “เธอจะทำอะไร!? ถ้าฉันล้มแล้วลูกเป็อะไรขึ้นมาคนตระกูลเป้ยจะรับผิดชอบยังไง!”
เป้ยเป้ยหลุดขำ เช่นเดียวกับมารดาของเ้าหล่อน เป้ยเป้ยเปิดปากเอ่ยขึ้นว่า “ใครจะสนเด็กไร้ค่าในท้องหล่อนกัน!? ฉันกับแม่จะคุยเื่การค้ากับเธอต่างหาก”
“การค้า?” ซูฉีขมวดคิ้ว “พวกคุณคงไม่เลวจนคิดแย่งธุรกิจของฉันหรอกนะ?”
สะใภ้เป้ยรู้สึกหน้าชา รอยยิ้มมุมปากค่อยๆ หุบลง “เด็กอย่างเธอวันๆ อยู่แต่บ้าน จะไปรู้เื่โลกกว้างได้ยังไง? เธอจะว่าเราเลวมันก็ดูรุนแรงเกินเหตุไป สิ่งที่เธอทำกระทบกับหมู่บ้านต้าไห่ของเรา หากคนในหมู่บ้านคิดค้าขายเหมือนเธอขึ้นมา แล้วใครจะออกทะเลหาปลามาเลี้ยงคนในมณฑลของเรากับอีกหลายๆ มณฑลล่ะ! เธอเคยคิดถึงผลกระทบตรงนี้บ้างไหม?”
ซูฉีเข้าใจเื่ทุกอย่างแล้ว ที่แท้มันคือการบีบเพื่อแย่งการค้าดีๆ ของเธอ สองแม่ลูกหาข้ออ้างสารพัดเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง “ขอแก้ต่างให้ตัวเองนะคะ ฉันไปขายของที่ตลาดทุกวัน ไม่ได้อยู่แต่บ้านอย่างที่คุณป้าว่า โลกกว้างเป็ยังไงยอมรับว่าไม่รู้ แต่ที่เห็นอยู่ทุกวันคือมีคนมากมายมาซื้อของที่ตลาด และยังมีคนอีกมากที่มาขายของ ไม่เห็นหัวหน้าฝ่ายผลิตของหมู่บ้านอื่นเขามีปัญหาเลยนะคะ ไม่รู้ว่าคุณป้าได้ออกจากบ้านไปดูโลกภายนอกหรือเปล่า?”
ซูฉีไม่ชอบการถูกรังแก เมื่อก่อนอยู่วังหลวงไร้ทางตอบโต้ แต่ตอนนี้ทุกคนเท่าเทียม หากใครกล้ามาหาเื่ เธอก็พร้อมสู้กลับให้ตายกันไปข้าง!
สะใภ้เป้ยยกมือทาบอก ั้แ่แต่งงานกับเป้ยหลางหัวหน้าฝ่ายผลิต เธอไม่เคยถูกคนตอกกลับจนลิ้นแข็งแบบนี้มาก่อน ทว่านั่นยังไม่เจ็บแสบเท่ากับการถูกเรียกป้า! เธออายุน้อยกว่ามารดานังเด็กเหลือขอนี่ตั้งหนึ่งปี! “นะ นังเด็กบ้า! บ้านเซี่ยสอนมายังไง!? คิดว่าหัวหน้าฝ่ายผลิตเป็เสือกระดาษใช่ไหม? อย่าลืมว่าเรือแต่ละลำถูกยึดคืนได้ทุกเมื่อ บ้านหล่อนอาจจะมีหนทางหากินอื่น แต่บ้านสายหลักกับบ้านเล็กของตระกูลเซี่ยละ? ฮึ! ถ้าไม่เขียนสูตรไอ้ซุปไก่ซุปเป็ดนั่นให้ฉัน เรือพวกเธอก็เตรียมจมได้เลย!”
“ก็ลองดู” ซูฉีจ้องสองแม่ลูกเขม็ง ก่อนจะสะบัดผมดำขลับของตัวเองจนไปฟาดหน้าเป้ยเป้ยที่อยู่ไม่ไกล เสียงอีกฝ่ายด่าไล่หลังตามมา ซูฉีเดินออกมาด้วยความโมโห
พอเดินผ่านหน้าอนามัยของหมู่บ้าน เธอมองซ้ายขวาหน้าหลังให้ดีก่อนจะนั่งลงบนพื้นแล้วใช้มือขวากุมท้อง รอจังหวะเหมาะๆ
รอไม่นานก็มีเสียงคนพูดคุยกันดังเซ็งแซ่มาจากทางโรงชำแหละปลา พวกผู้ชายเกือบทั้งหมดออกเรือหาปลา ในขณะที่แม่บ้านและคนมีอายุจะอยู่โรงคัดแยกและชำแหละปลา
หญิงวัยสี่ห้าสิบกว่าสิบคนเดินมาพร้อมกลิ่นเหม็นคาว เพราะตอนนี้เป็เวลาพักกลางวัน กำลังคุยกันเพลินๆ เดินมาเห็นซูฉีกุมท้องน้ำตาคลออยู่บนพื้น
“ตายแล้ว! นั่นมันหลานแม่เฒ่าเซี่ยชื่อซูฉีนี่ เร็วพวกเรา! หลานกำลังท้องเผลอล้ม!” คนพูดคือป้าฟงใหญ่ ป้าฟงใหญ่เป็พี่น้องฝาแฝดกับป้าฟงเล็ก ทั้งสองหน้าตาเหมือนกัน ทำงานด้วยกัน แต่มีสามีคนละคน
ป้าฟงเล็กเป็คนแรกที่โยนของในมือ ก่อนจะวิ่งไปช่วยพยุงซูฉีขึ้นมา “ฉีฉีเป็อะไร? เจ็บตรงไหน?”
ซูฉีค่อยๆ ลุกขึ้น มือยังคงจับท้องพร้อมน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาดั่งสายฝน “ฉันเจ็บท้องค่ะ”
ป้าฟงใหญ่ยังคงโวยวายเสียงดัง “แย่แล้ว! รีบพาหลานยายเฒ่าเซี่ยไปอนามัยเร็ว!” คนนับสิบวุ่นวายเข้ามาช่วยพยุงซูฉี ความจริงป้าฟงใหญ่จะให้ทุกคนช่วยแบกเธอไป ทว่าถูกป้าฟงเล็กห้ามไว้ เพราะกลัวจะพลาดทำคนท้องตกพื้น
ซูฉีถูกพามาให้คุณหมอตรวจดู คุณหมอสองคนต่างเห็นตรงกันว่าเธอปกติดี
ป้าฟงใหญ่รู้สึกสงสัย “ปกติเธอจะไปขายของ เวลานี้น่าจะยังไม่กลับไม่ใช่เหรอ?”
ซูฉีที่พึ่งซับน้ำตาแห้งหลั่งน้ำตาอีกครั้ง “ฮึก ฉันขายไม่ได้อีกแล้วค่ะ”
“อ้าวทำไมล่ะ? ใกล้คลอดแล้วคุณตากับคุณยายของเธอไม่ให้ทำเหรอ?” ป้าฟงเล็กถาม เธอเองก็ไปตลาดเสรีของตัวอำเภอเป็ประจำ เห็นซูฉีขายลูกชิ้นปลา แต่่หลังเหมือนจะเปลี่ยนมาขายซุปไก่ ซึ่งป้าฟงเล็กก็ไม่เคยซื้อกิน เพราะเห็นว่าเป็ของสิ้นเปลือง
“เปล่าค่ะ คุณนายเป้ยไม่ให้ฉันขายค่ะ เกรงว่าจะทำให้ชาวบ้านเลียนแบบออกไปขายของกันหมดจนไม่มีแรงงานออกเรือหาปลา ฉันเข้าใจว่าหล่อนหวังดีกับฉัน กับชาวบ้านทุกคน แต่ก็อดเสียดายกับเสียใจไม่ได้อยู่ดีค่ะ” ซูฉีก้มหน้าแสร้งปาดน้ำตา
ชาวบ้านนับสิบอ้าปากแล้วมองหน้ากันไปมา พยายามนินทาคุณนายเป้ยผ่านสายตา
ป้าฟงเล็กขมวดคิ้ว “มีเื่แบบนี้ด้วยเหรอ? คุณนายเป้ยทำไมคิดเล็กคิดน้อยกับเด็กๆ วันนี้ป้ายังเห็นบ้านโปออกไปขายถั่วงอกอยู่เลย ทำไมหล่อนไม่ไปห้ามบ้านโปบ้างล่ะ”
ซูฉีหลับตาอย่างจนปัญญา “คุณนายเป้ยสนใจสูตรซุปไก่ของฉันค่ะ แต่ฉันให้เธอไม่ได้จริงๆ เรือของตระกูลเซี่ย คงถึงคราวจมเสียแล้วค่ะ”
“ว๊ายตายแล้ว! ห้ามพูดคำนั้นเด็ดขาด!” ป้าฟงใหญ่ตาโต เธอเกิดและเติบโตเป็ลูกชาวประมง เื่อย่างเรือจมไม่ควรพูดให้อัปมงคล “คุณนายเป้ยถูกความโลภครอบงำ ความละอายใจถูกสุนัขกลืนกินไปหมดแล้ว! ถึงกับลงทุนรังแกคนท้องเพื่อบีบเอาสูตรซุปไก่”
ป้าฟงเล็กและคนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วย
“ทุกคนอย่านำเื่นี้ไปบอกคนอื่นนะคะ ฉันขอร้อง หากคุณนายเป้ยรู้ ฉันคงอยู่หมู่บ้านยากกว่านี้ แย่กว่านั้นบ้านเซี่ยอาจถูกกลั่นแกล้งอีกได้” ซูฉีขอร้องทุกคนเสียงสั่น
ทุกคนพยักหน้าเข้าใจพร้อมให้กำลังใจ สมาคมแม่บ้านนักชำแหละปลาทำตามที่ลั่นวาจาว่าจะไม่บอกใคร แค่เล่าให้สามี ลูก หลาน เหลนฟังเท่านั้น ไม่ถึงสองชั่วโมงเื่ภรรยาหัวหน้าฝ่ายผลิตใจั์ใจมารก็ลอยมาเข้าหูเป้ยหลาง เขากำลังตรวจจำนวนปลาตากแห้งอยู่ พอได้ข่าวก็แทบลมจับ
ภรรยาของเขาบุ่มบ่ามเกินไปแล้ว ไม่รู้ไปขู่ท่าไหนคนทั้งหมู่บ้านถึงมองเขาด้วยสายตาเหมือนเป็ชู้กับเมียชาวบ้าน! ทั้งประณามและรังเกียจยิ่งกว่าหนอนขน!
…………………………………………ฝากอีบุ๊คจ้าhttps://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMzIyMjc3Ijt9