อ๊ากกก!
กู้ชิงเกอหนอ กู้ชิงเกอ เ้านี่สมองเลอะเลือนไปแล้วหรือไรถึงได้พูดเช่นนั้นออกไป!
ไอ้สารเลวซูฉางเซิง ปล่อยให้มันตายไปเถิด!
กู้ชิงเกอคำรามในใจ แม้จะอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้าผืนแดงนางก็ยังััได้ถึงสายตาเ้าเล่ห์ของซูฉางเซิง ซึ่งแฝงไปด้วยเค้าลางหยอกล้อ
เห็นได้ชัดว่า เขากำลังหัวเราะเยาะการกระทำที่ขัดแย้งกับคำพูดของนาง
พอนึกถึงคำพูดที่ตนเผลอหลุดปากออกไปเมื่อครู่ นางก็แทบอยากตายไปพร้อมความอับอาย
นางคือมหาจักรพรรดินี ครองบัลลังก์นิรันดร์ไร้ผู้ใดเทียบเคียงในแดน์!
นางไม่เคยแม้ชายตามองจักรพรรดิองค์อื่น
ทว่าคาดไม่ถึงเลยว่า นางกลับพูดจาเหมือนหญิงสาวตัวเล็กตัวน้อยออกไปเช่นนี้ช่างโง่เง่าสิ้นดี!
หรือว่าจักรพรรดินีอย่างนางจะถูกซูฉางเซิงควบคุมได้เสียแล้ว
ไม่ได้เด็ดขาด ซูฉางเซิงสมควรตาย ดีที่สุดคือให้เซียนของสำนักว่านโซ่วฆ่าเขาเสีย
“จับตาดูข้าไว้ให้ดี!”
ในขณะที่กู้ชิงเกอกำลังสับสน เสียงของซูฉางเซิงก็ดังขึ้นข้างๆทว่าครั้งนี้ไร้แววขบขัน มีแต่ความหนักแน่นที่ทำให้จิตใจสงบ
กู้ชิงเกอใ นางเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเพียงซูฉางเซิงหันหลังกลับทิ้งไว้แค่แผ่นหลังอันสง่างาม
หัวใจของนางเริ่มสั่นไหว
ในชาติก่อน นางอยู่เพียงลำพัง บำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบากมานับพันปีจนกลายเป็กึ่งจักรพรรดิ ทว่ากลับไม่เคยได้รับความห่วงใยและความอบอุ่นใดๆ
จนกระทั่งครานี้ นางกลับััถึงความรู้สึกเช่นนั้นจากซูฉางเซิงชายผู้บังคับนาง
“ท่านบรรพบุรุษ!”
“ท่านบรรพบุรุษ พวกข้าขอสาบานว่าจะติดตามท่านจนกว่าชีวิตจะหาไม่!”
เมื่อเห็นซูฉางเซิงก้าวไปข้างหน้าเพียงลำพัง ดวงตาของซูอวิ๋นแดงก่ำหัวใจเต็มไปด้วยความอัปยศอดสู ใบหน้าฉายแววโกรธเกรี้ยวพลางคำรามเสียงต่ำ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตระกูลซูถูกศัตรูบุกโจมตี
ทว่าเป็ครั้งแรกที่มีคนบุกโจมตีในวันอภิเษกของท่านบรรพบุรุษ
ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็ท่านบรรพบุรุษฉางเซิงที่พวกเขาเคารพนับถือมากที่สุด
แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็เซียนรุ่นเก๋า พวกเขาก็ยังโหมกระพือไปด้วยไฟแค้นอยู่ดี
“ท่านบรรพบุรุษ!”
ไม่เพียงซูอวิ๋นเท่านั้น เหล่าสมาชิกตระกูลซูนับไม่ถ้วนต่างก็ไฟลุกโชนอยู่ในใจพร้อมที่จะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ
“ซูฉางเซิง ข้ามาในวันนี้เพราะเ้า!”
เซียนจื่อซานเงยหน้าขึ้น สายตามองไปยังซูฉางเซิง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
“ครานั้นเ้าสังหารผู้าุโของสำนักว่านโซ่ว บัดนี้ จงใช้เืเซียนของเ้าและของคนทั้งตระกูลมาชดใช้เสีย!”
เขากล่าวไม่แยแสด้วยท่าทีที่เหนือกว่า และเมียงมองลงมายังซูฉางเซิง
“ข้าไม่มีเวลามาพูดคุยไร้สาระกับเ้าตายซะ!”
ตูม!
สิ้นเสียงคำราม เซียนจื่อซานก็ยื่นมือใหญ่ออกไป กดข่มซูฉางเซิงเอาไว้ปลายนิ้วมือมีหมอกควันปกคลุม โซ่ตรวนแห่งกฎเกณฑ์์แปรเปลี่ยนเป็อสนีโลหิตผสมผสานกัน
รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านลงมา
ห้วงมิติที่กว้างใหญ่ไพศาลหลายพันลี้ รวมถึงดินแดนตระกูลซูบริเวณงานพิธี และเขตพระราชวังอันยิ่งใหญ่ ต่างก็สั่นะเือย่างรุนแรง ราวกับว่าจะพังทลายลงมาชั่วพริบตา
“หนีเร็ว!”
ผู้คนมากมายต่างใหวาดผวา เหล่าเ้าสำนักระดับกึ่งเซียนนักบุญก็หวาดกลัวและรีบพาลูกศิษย์หนีออกจากที่เกิดเหตุ
“จบเห่แล้ว!”
“ซูฉางเซิงต้องตายเป็แน่!”
“ฝ่ามือของเซียนจื่อซานเขาจะต้านทานได้หรือ”
สายตาทั่วทั้ง์และพิภพต่างก็เฝ้ามองไปยังซูฉางเซิงทุกคนล้วนอยากรู้ว่าเขาจะรับมือกับการโจมตีนี้ได้อย่างไร
ตูม!
ซูฉางเซิงเผยสีหน้าเฉยเมย ยื่นนิ้วออกไป พลังเซียนที่ปะทุออกมาประหนึ่งภูผาและมหาสมุทรก็มิปราณแล้วทำลายพลังฝ่ามือนั้น
นั่นเผยให้เห็นถึงพลังระดับเซียนนักบุญอย่างชัดเจน
“น่าสนใจดีนี่!”
เซียนจื่อซานพยักหน้าเล็กน้อยหากแม้แต่ฝ่ามือเดียวของเขาก็ยังต้านทานไม่ได้ เช่นนั้นคงไร้ค่าเกินไป!
“ทว่าการโจมตีครั้งนี้ มันไม่ง่ายถึงเพียงนั้นอีกแล้ว!”
“เสียงคำรามหมื่นอสูร!”
เซียนจื่อซานเยาะเย้ย เขากำหมัดแล้วเหวี่ยงออกไป เงาอสูรร้ายนับพันปรากฏขึ้นแต่ละตนล้วนน่าสะพรึง ทั้งสัตว์เทพ ซวนหนี เถาเถียะ และฉงฉี
อสูรร้ายที่น่ากลัวปรากฏตัวขึ้นคำรามลั่น พลังอันน่าพรั่นพรึงพลุ่งพล่านห้วงมิติแตกสลาย แผ่ขยายออกไปสู่เมืองเทียนหยวนราวกับหลุมดำ
ทั่วทั้งเมืองเทียนหยวนค่ายกลนับไม่ถ้วนสั่นะเื อักขระนับล้านแตกสลายลงทีละน้อย นี่มิอาจต้านทานพลังของเซียนได้เลย
“หากต้านทานไม่ได้ ก็จงตายไปด้วยกันเสีย!”
เซียนจื่อซานหัวเราะลั่น เสียงนั้นเอ่อล้นไปด้วยความอำมหิตและกระหายในเืสำหรับเซียนอย่างเขา สรรพสัตว์ทั้งหลายนับเป็ตัวกระไรกันเล่า
สิ่งมีชีวิตหลายร้อยล้านในเมืองเทียนหยวนเป็เพียงมดปลวก
แม้จะทำลายล้างทั้งหมด เขาก็ไม่แยแส
“โเี้นัก!”
“หากซูฉางเซิงต้านทานไม่ได้เมืองเทียนหยวนทั้งเมืองจะถูกทำลายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!”
“นี่แหละคือเซียน ผู้สูงส่ง มองสรรพสัตว์ดั่งมดปลวก!”
บรรดาเ้าสำนักระดับกึ่งเซียนนักบุญต่างก็ถอยห่างออกไปมองดูเหตุการณ์นี้จากท้องฟ้าเบื้องบนด้วยั์ตาตื่นตระหนกยิ่ง
“เฮ้อ นี่มันจะจบลงจริงๆ แล้วหรือ”
ท่านบรรพบุรุษไป๋อวิ๋นก็พาไป๋เยวี่ยเกอถอยห่างออกไปเช่นกันเมื่อมองดูการโจมตีที่ะเืฟ้าะเืดินนี้ ก็อดถอนหายใจด้วยความหวั่นใจไม่ได้
เขาไม่รู้ว่าเซียนที่เพิ่งก้าวขึ้นมาใหม่ จะต่อกรกับเซียนรุ่นเก๋าอย่างเซียนจื่อซานได้อย่างไร!
“เขาน่าจะเป็เพียงเซียนนักบุญขั้นต้นเท่านั้น เซียนที่เพิ่งก้าวขึ้นมาใหม่เช่นนี้ คงต้องาเ็สาหัสจากฝ่ามือเดียวเป็แน่!”
กู้ชิงเกอก็ให้ความสนใจเช่นกัน
แม้ว่าพลังของนางจะต่ำต้อย ในตอนนี้อยู่เพียงระดับทะเลปราณทว่าในชาติก่อน นางคือจักรพรรดินี วิสัยทัศน์ย่อมน่าหวาดกลัวยิ่งสามารถมองเห็นความแข็งแกร่งและจุดอ่อนของอีกฝ่ายได้เพียงชั่วพริบตา
หากเป็เซียนที่เพิ่งก้าวขึ้นมาใหม่ทั่วไป ต้องาเ็สาหัสจากฝ่ามือเดียวอย่างแน่นอน
อย่างไรเสีย เซียนมีถึงเก้าขั้น ความแตกต่างระหว่างขั้นนั้นมากมายหลายส่วน
ประเด็นสำคัญคือการเพิ่มขึ้นของความแข็งแกร่งแต่ละส่วนล้วนเป็่ระยะความต่างอย่างมาก หากมีทักษะลับหรืออาวุธที่ทรงพลัง ก็จะกลายเป็ข้อได้เปรียบอย่างเด็ดขาด
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอีกหลายส่วน
“ไอ้สารเลวซูฉางเซิงจะต้านทานได้หรือ!”
กู้ชิงเกอขมวดคิ้วเล็กน้อย และมองไปยังซูฉางเซิงด้วยความกังวล
“ตูม!”
เผชิญหน้ากับการโจมตีนี้ ซูฉางเซิงกลับมีสีหน้าเมินเฉยเพียงสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ดวงดาวนับพันก็พลุ่งพล่านออกมาดุจสายน้ำเชี่ยวกราก แปรเปลี่ยนเป็แม่น้ำแห่งดวงดาราอันกว้างใหญ่ไพศาล
เหตุผลที่เขาถูกเรียกว่า ‘ราชันดาวตก’
ย่อมเกี่ยวข้องกับวิชาบำเพ็ญเพียรของเขาที่มีชื่อว่า ‘คัมภีร์ดาวตกศักดิ์สิทธิ์’ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาดึงดูดพลังของหมู่ดาวได้
บัดนี้เมื่อกลายเป็เซียนแล้ว ยิ่งน่าเกรงขามขึ้นไปอีกเพียงดีดนิ้วก็ทำให้หมู่ดาวร่วงหล่น และแม่น้ำแห่งดวงดาวก็โจมตีเป็วงกว้าง
ตูม!
ดวงดาวนับพันพุ่งชน ทลายอสูรร้ายที่น่ากลัวทั้งหมดจนแหลกสลาย
“แข็งแกร่งถึงเพียงนี้!”
ดวงตาของเซียนจื่อซานหรี่ลง
การโจมตีเมื่อครู่เกือบเป็การโจมตีเต็มกำลังของเขาใช้พลังแห่งกฎเกณฑ์์อันไร้ขอบเขตผนึกห้วงมิติ กักขังปราณเซียน ซึ่งเซียนทั่วไปมิอาจหลบเลี่ยงได้ต้องจำใจเผชิญหน้าโดยตรง
เขาคิดจะทำร้ายซูฉางเซิงให้าเ็สาหัสด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวทว่ากลับถูกต้านทานไว้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนมันจะผ่อนคลายเสียด้วย!
“ประมาทไปหน่อย ซูฉางเซิงผู้นี้ไม่ธรรมดา!”
เซียนจื่อซานรู้สึกหนักอึ้งในใจ
หากเป็เซียนที่เพิ่งก้าวขึ้นมาใหม่ ด้วยคันศรปลิดชีพเซียนในมือของเขาอย่างน้อยก็มีโอกาสเก้าในสิบที่จะสังหารได้ หรืออย่างน้อยก็ต้องได้รับาเ็สาหัสโดยมิอาจรักษาให้หายได้!
แต่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่เซียนนักบุญที่เพิ่งก้าวขึ้นมาใหม่ทั่วๆไป หากเทียบเท่ากับเขา ก็เป็ผู้แข็งแกร่งระดับเซียนนักบุญขั้นสูงสุด
“ต้านทานไว้ได้เช่นนั้นรึ!”
เหล่าเ้าสำนักระดับกึ่งเซียนนักบุญต่างก็ตกตะลึง พลังของซูฉางเซิงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวหรือ
“ตูม!”
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะหายใ
ซูฉางเซิงยังคงสีหน้าเฉยเมยไว้ และทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าทันใดมองไปยังเซียนจื่อซานจากระยะไกล จากนั้นรัศมีอันน่าสะพรึงก็ปะทุออกมาจากร่าง
ในขณะนี้เอง พลังน่าเกรงขามของเซียนนักบุญขั้นที่สี่พลันปะทุออกมาจากตัวเขาสุดกำลัง
์และพิภพล้วนเดือดดาล
โซ่ตรวนแห่งกฎเกณฑ์์และกฎแห่งเต๋านับไม่ถ้วนต่างก็ได้รับผลกระทบ
พลังที่ปะทุออกเปรียบดั่งน้ำป่าไหลหลาก ดุจดั่งคลื่นั์สึนามิกระทั่งรุนแรงยิ่งกว่านับพันเท่า พลังเซียนนับไม่ถ้วนพลุ่งพล่าน อัดแน่นอยู่ทุกตารางนิ้วของห้วงมิติ
์และพิภพเงียบสงัด ภายในสมองของผู้คนนับไม่ถ้วนล้วนว่างเปล่าิญญาแทบแหลกสลาย ราวกับถูกหยุดเวลาอย่างไรอย่างนั้น
แม้แต่ระดับกึ่งเซียนนักบุญก็ยังมีสีหน้าแข็งค้างิญญาอันทรงพลังสั่นสะท้าน!