ธีร์ภพตกอยู่ในภวังค์ความคิดในเื่ราวต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตเขาอยู่ๆก็มี
เสียงเคาะประตูห้องดังติดต่อกันหลายครั้งเป็สัญญาณเรียกผู้ที่อยู่ในบ้าน
อย่างธีร์ภพให้หลุดออกจากภวังค์ความคิดนั้น
“ก๊อก..ก๊อก..ก๊อก”
“แกร๊ก”
“คุณรินมีอะไรเหรอ”
“วันนี้หนึ่งทุ่มฉันจะมารับนายกับลูกไปกินข้าวข้างนอก”
“วันนี้ผมกับลูกไม่สะดวกครับเราทำกับข้าวไว้แล้วเราจะทานข้าวที่บ้านกันครับ”
“คุณพ่อวีอยากไปทานข้าวข้างนอกกับคุณแม่ค่ะไปนะคะคุณพ่อวีอยากไป”
ธีร์ภพไม่ทันได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธเธอออกไปก็มีสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของเธอซึ่งกำลังโชว์ชื่อวิกานดาเขาก็รีบกดรับสายทันทีไม่รอช้าให้ผู้ที่อยู่ปลายสายรอนาน
“ครับคุณวิ”
“ทำอะไรอยู่เหรอคะ”
“ผมกับลูกพึ่งทำกับข้าวเสร็จครับ”
“คุณวิกับน้องวิวล่ะครับทานข้าวกันรึยังครับ”
“วิกับลูกเรียบร้อยแล้วคะ”
“วิกับลูกคิดถึงคุณธีร์กับน้องวีนะคะ”
“ผมกับวีก็คิดถึงคุณ..”
“คุณริน”
“เอาโทรศัพท์ผมคืนมานะครับผมยังคุยไม่เสร็จ”
“ฉันไม่ให้คุยมีอะไรไหม”
ระหว่างที่ธีร์ภพกำลังตอบกลับวิกานดาโทรศัพท์ในมือก็ถูกกระชากออกไปและถูกปิดเครื่องทันที
“คุณรินกำลังละเมิดความเป็ส่วนตัวผมนะครับ”
“แล้วยังไง”
“คุณรินอย่าทำแบบนี้เลยนะครับผมกำลังจะเริ่มต้นความรักครั้งใหม่มีคนที่รักผมกับลูกจริงๆเข้ามาเติมเต็มให้ครอบครัวผมสมบูรณ์สักทีผมอยากเห็นลูกมีความสุขที่มีพ่อแม่ครบแบบคนอื่นเขากว่าผมจะตัดใจจากคุณได้มันใช้เวลานานมากนะครับผมอยากให้โอกาศตัวเองได้เจอคนดีๆบ้าง”
“อย่าบอกนะว่านายกับผู้หญิงคนนั้น”
“ครับผมกำลังคบหาดูใจกับคุณวิอยู่”
รินรดาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออกทำได้แค่มองหน้าธีร์ภพด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย
“วีลูกรู้สึกยังไงกับผู้หญิงคนนั้น”
“วีรักแม่วิค่ะแม่วิเป็แฟนคุณพ่อแม่วิบอกว่าจะมาเป็แม่ให้วีค่ะ”
“ทำไมนายถึงให้ลูกฉันไปเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าแม่”
“เพราะวีไม่เคยได้รับความรักจากแม่แท้ๆไม่แปลกหรอกครับที่วีจะเรียก
คุณวิว่าแม่เพราะคุณวิเธอมอบความรักความเอาใจใส่ให้วีเหมือนแม่คน
อื่นๆอย่างที่คุณรินไม่เคยทำไงครับ”
“จำไว้นะนายธีร์อย่าให้ลูกฉันเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าแม่ให้ฉันได้ยินอีก”
“เอาล่ะฉันไม่อยากทะเลาะกับนายแล้ว”
“นายกับลูกเตรียมตัวให้พร้อมเย็นนี้ฉันจะมารับ”
“อ๋ออีกอย่างคืนนี้เตรียมของไว้นะฉันจะพานายกับลูกย้ายไปอยู่คอนโดฉัน
พรุ่งนี้เช้า”
“ฉันไปก่อนนะมีงานอีเว้นท์เจอกันตอนเย็นนะ”
หลังจากรินรดากลับจากบ้านสวนของธีร์ภพรินรดาก็เข้ามาเอาของในบ้านเพื่อเตรียมไปงานอีเว้นท์อีกหนึ่งชั่งโมงข้างหน้าเห็นภาวิณีนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นภายในบ้านด้วยความแปลกใจเพราะปกติ่น้องสาวเธอจะยุ่งกับการตรวจ
คนไข้ในโรงพยาบาลของครอบครัว
“อ้าวภาคนไข้น้อยเหรอทำไมวันนี้กลับบ้านเร็วหรือมีอะไรรึเปล่า”
“คือวันนี้ภาลางานครึ่งวันค่ะพี่ริน”
“ภาจะพาแฟนไปดินเนอร์ครบรอบที่เราเป็แฟนกันค่ะ”
“เมื่อไหร่จะพาแฟนมาให้ที่บ้านรู้จักสักที”
“เร็วๆนี้แน่นอนค่ะพี่ริน”
“จ๊ะพี่จะได้เห็นหน้าแฟนสาวสุดสวยของคุณหมอภาวิณีสักที”
“แล้วเื่พี่รินกับพี่ธีร์ล่ะคะเป็ไงบ้างเดือนหน้าพี่รินก็ต้องแต่งงานแล้วนิค่ะ”
“พรุ่งนี้นายธีร์กับลูกก็จะออกจากที่นี่ไปอยู่ที่คอนโดพี่พี่ไม่อยากให้พวกเข้าต้องมาทนเห็นงานแต่งของพี่”
“สู้ๆนะคะรินภาเป็กำลังใจให้”
เวลาหกโมงเย็นรินรดากลับจากงานอีเว้นก็รีบไปรับสองพ่อลูกไปยังร้านอาหารริมแม่น้ำเ้าพระยา
เวลาหนึ่งทุ่มตรงสามคนพ่อแม่ลูกก็มาถึงโต๊ะอาหารที่จองไว้ล่วงหน้า
“วีจะทานอะไรลูก”
“วีเอากุ้งค่ะคุณแม่”
“เอาปลากะพงทอดน้ำปลากุ้งแม่น้ำผัดพริกเหลือแล้วก็สลัดผลไม้รวมคะ”
“แล้วนายล่ะเอาอะไร”
“ผมเอาเป็สลัดอกไก่ครับ”
“คุณลูกค้ารอสักครู่นะครับ”
“ครับ/ค่ะ”
ระหว่างนั่งรออาหารธีร์ภพมองออกไปริมสุดของร้านอาหารที่ติดกับแม่น้ำก็เห็นร่างบางที่แสนคุ้นตาของหมอภาวิณีและผู้หญิงแสนสวยอีกคน
“คุณรินครับนั้นมันคุณภานิครับ”
“ใช่จริงๆด้วย”
“เราเข้าไปทักทายคุณภาหน่อยไหมครับ”
“ไม่ต้องหรอกฉันว่าเราดูอยู่ห่างๆดีกว่า”
ทางด้านริมสุดของร้านอาหารที่ติดกับแม่น้ำเ้าพระยา
“ทำไมวันนี้พี่ภาถึงนัดปิ่นมาทานข้าวที่นี่ล่ะคะ”
“ปิ่นจำได้ไหมวันนี้วันอไร”
“วันอะไรเหรอค่ะ”
“อ้าวทำไมลืมวันสำคัญของเราล่ะคะ”
“ปิ่นล้อเล่นนิดเดี๋ยวเอง”
คุณหมอภาวิณีหยิบช่อกุหลาบสีแดงที่วางอยู่ข้างตัวเองยืนให้กับคนรักอย่างปิ่นกมลพร้อมกับรอยยิ้มที่มีเสน่ห์เหมือนครั้งแรกที่เธอตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้ที่อยู่ตรงหน้าเธอ
“สุขสันวันครบรอบ7ปีที่เราเป็คนรักให้กันและกันนะคะ”
“ขอบคุณนะคะพี่ภาที่รักปิ่นมากขนาดนี้”
“แน่นอนสิปิ่นของพี่น่ารักที่สุดจะไม่ให้พี่รักได้ไงคะนี่พี่มีสร้อยขอมือให้ปิ่นด้วย
ยื่นมือมาสิค่ะพี่ใส่ให้”
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะพี่ภาปิ่นก็มีอะไรจะให้พี่เหมือนกันค่ะ”
“ว้าวสร้อยหัวใจสวยจังค่ะ”
“ปิ่นใส่ให้นะคะ”
“ขอบคุณนะคะที่ปิ่นเป็คนรักที่ดีให้พี่ตลอดที่เราคบกันพี่เป็ผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกมีคนรักทั้งสวยทั้งน่ารัก”
“พี่ภาคะปิ่นมีเื่สำคัญมากที่ต้องบอกพี่ค่ะ”
“ปิ่นมีอะไรจะบอกพี่เหรอคะ”
“เราเลิกกันเถอะค่ะพี่ภาเราเป็ผู้หญิงทั้งคู่ความรักของเราไม่มีทางเป็ไปได้อีกอย่างปิ่นมีคนใหม่แล้วปิ่นเจอผู้ชายที่เหมาะกับปิ่นแล้วปล่อยปิ่นไปเป็อิสระเถอะนะคะพี่ภาพี่เองก็จะได้ไปเจอคนใหม่ที่เขาพร้อมจะรักพี่ดูแลพี่
เราต่างคนต่างอยู่อย่าได้มาเจอกันอีกเลยนะคะ”
“ไม่นะปิ่นพี่รักปิ่นไม่มีใครมาแทนปิ่นได้ปิ่นอยู่กับพี่นะอย่าไปจากพี่เลยนะพี่ขอร้องนะปิ่นถ้าพี่ไม่มีปิ่นพี่จะอยู่ยังไงพี่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีปิ่นอยู่กับพี่เถอะนะพี่ทำอะไรให้ปิ่นไม่ชอบหรือไม่พอใจบอกพี่ได้นะพี่จะแก้ไขทุกอย่างขอแค่ปิ่นอย่าไปจากพี่นะ”
“ปล่อยปิ่นไปเถอะคะปิ่นหมดรักพี่ภาแล้ว”
“ไม่จริงเรารักกันปิ่นจำสัญญาที่เราเคยสัญญากันได้ว่าเราจะรักกันจนแก่เฒ่า”
“มันก็เป็แค่สัญญาปากเปล่าไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับปิ่นเลย
“ปล่อย”
“ปิ่นบอกให้ปล่อย”
“ฮือ..ฮือ..ฮือ..”
“ปิ่น ปิ่น ปิ่น อย่าไปจากเลย ปิ่น ปิ่น”
“ฮือ..ฮือ..ฮือ..”
คุณหมอภาวิณีได้แต่คุกเข่าขอร้องอ้อนวอนปิ่นกมลคนรักให้อยู่กับตนพร้อมกับน้ำที่ไหลลงมาอย่างไม่ขาดสายพร้อมกับเสียงร้องไห้แทบขาดใจ
ด้านธีร์ภพและรินรดาที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับวิภาณีก็ไม่สามารถกลั่นน้ำตาไว้ได้ด้วยความสงสารและเข้าความรู้สึกของคนที่ถูกทิ้งทั้งที่พยายามยื้อคนรักเอาไว้แต่ก็ไม่เป็ผลเพราะสุดท้ายคนที่จะไปก็ไปอยู่ดี
“ภา”
“พี่รินพี่ธีร์”
“อย่าร้องนะภา”
“พี่รินปิ่นทิ้งภาไปแล้วภาทำทำอะไรผิดเขาถึงทิ้งภา”
“ฮือ..ฮือ..ฮือ”
“กลับบ้านเราเถอะนะครับคุณภา”
“พวกเราอยู่ข้างๆคุณภานะครับ”
“โอ๋โอ๋ไม่ร้องนะคะน้าภาวีกับคุณพ่อคุณแม่รักน้าภาที่สุดเลยค่ะ”
“ฮือ..ฮือ..ฮือ”
คุณหมอภาวิณีได้ยินคำปลอบจากหลานสาวก็คว้าตัวหลายเข้ามากอดพร้อมกับปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายผู้คนที่อยู่ภายในร้านอาหารจำนวนมาก