“ขอบคุณองค์ชายสาม”
ดูจากท่าทีและคำเรียกแล้วอิ๋นเจิ้งและองค์ชายสามคงไม่สนิทกันถึงขั้นไม่ลงรอยแต่จะด่วนสรุปยังเร็วไป เขาต้องตอบตามความจริงละทิ้งอคติ
“เ้าเข้าไปที่จวนพี่สี่ทำไม เข้าไปได้ยังไง”
“ข้าไม่รู้ ข้าจำไม่ได้”
“เ้ามีญาติพี่น้องหรือไม่”
“ข้าไม่มี” อิ๋นจื่อขมวดคิ้วด้วยเป็คนที่ชอบคิดวิเคราะห์
“งั้นก็อยู่ที่นี้ช่วยงานข้าสักพักคงไม่เป็ปัญหา อยู่จนกว่าน้องสี่จะหายสงสัย”
อิ๋นจื่อหันไปเก็บตำราต่อเหมือนหมดคำถามแค่นี้จริงๆ เก๊ามู่เฉินรีบลุกขึ้นตั้งใจจะช่วยแต่กลับถูกอีกฝ่ายห้ามทันทีอย่างแตกตื่น
“นั่งก่อนเถอะ นั่งก่อนเถอะ เ้าาเ็ไว้หายดีจริงๆ แล้วข้าจะใช้งานเ้าเอง”
“ไม่เป็ไรๆ งานง่ายๆ แค่นี้ข้าทำได้”
“งั้นก็ตามใจ”
เก๊ามู่เฉินเดินไปเก็บตำราและเศษกระดาษที่ทั้งขยำและฉีกโยนไปทั่วห้อง โห้ อย่างเยอะเลย แอบดูนิดหน่อยคงไม่เป็ไรในเมื่อก็จะทิ้งอยู่แล้วเห็นๆ เมื่อแกะกระดาษออกดูก็พบตัวหนังสือเต็มหน้ากระดาษ บางแผ่นมีภาพวาดและบางแผ่นมีสูตรที่เขาเห็นแล้วเวียนหัวกระทันหันแต่ก็แปลกใจจนอดไม่อยู่
“เห้ย องค์ชายสาม!”
“หืม? เ้าใอะไร” อิ๋นจื่อหันมองอย่างงุนงงและเห็นเก๊ามู่เฉินอ่านกระดาษที่ยับยู่ยี่ของเขาและเบิกตาโพลง ทันใดนั้นอิ๋นจื่อก็ใเช่นกัน
“เ้าเข้าใจผิดแล้ว นี่มันเกี่ยวกับการเรียน เรียกว่าสูตรเรขาคณิตอมันคือวิธีคำนวณตัวเลข”
“ข้ารู้จัก ข้ารู้จัก ท่านเรียนเื่ยากๆ แบบนี้ด้วยหรือ”
“นี่คือโจทย์สุดท้ายของข้าแล้ว เสด็จพ่อทรงให้ข้าหาความกระจ่างในเื่นี้”
“ท่านจะเรียนไม่จบหรือถ้าไม่สามารถแก้โจทย์นี้” เอาเื่มาก องค์ชายสามจะเรียนจบป่าวแบบนี้
“ความจริงแล้วอาจจะทรงลืมไปแล้ว จึงไม่เคยทวงถามแต่มอบหมายงานเขียนหนังสือให้ข้าแทน”
“แต่ท่านก็ยังมุ่งมั่นจะหาคำตอบหรือ”
อิ๋นจื่อถอนหายใจเสียงดังสีหน้าดูเหมือนจะเหนื่อยและแอบเศร้าใจที่ทำไม่ได้สักที อาจเพราะหมายจะทำให้ได้ตามความคาดหวังของบิดาจนมากเกินไป เก๊ามู่เฉินไม่อยากจี้ใจดำต่อจึงหันไปเก็บตำราที่เหลือ
องค์ชายสามน่านับถือจริงๆ เขาในสมัยมัธยมต้นได้การบ้านคณิตศาสตร์ก็อิดออดกว่าจะเริ่มทำ แม้จะไม่ยากแต่ก็น่ารำคาญและยุ่งยากมาก องค์ชายสามไม่เคยย้อนถามตัวเองหรอว่าเรียนไปทำไม ฮ่าฮ่าฮ่า
เก๊ามู่เฉินไม่ใช่คนใจร้ายใจดำขนาดนั้นเขารู้และในใจรู้สึกขอบคุณที่องค์ชายสามพยายามช่วยเขาเื่อิ๋นเจิ้งจึงอดไม่ได้แอบยัดกระดาษที่มีโจทย์ขององค์ชายสามใส่อกเสื้อ เผื่อว่าพอจะมีอะไรที่เขาสามารถตอบแทนองค์ชายสามได้บ้าง หากมันสำคัญกับองค์ชายสามจริงๆ
ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าคนที่ทำอะไรยิ่งใหญ่อย่างสารานุกรมที่มีแปดแสนหน้า ร้อยล้านตัวอักษรที่เกี่ยวกับหลายๆ อย่างรอบด้านจะแก้โจทย์คณิตศาสตร์ไม่ได้
เก๊ามู่เฉินยังไม่ทันจัดแจงตำราเข้าที่เรียบร้อยแขกคนใหม่ก็เข้ามา อิ๋นจื่อที่พึ่งนั่งลงจับพู่กันยังไม่ทันจรดก็จำต้องเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงงแต่ก็ยอมลุกขึ้นอีกครั้ง องค์ชายแปดอิ๋นสือก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น แต่ด้านหลังดันมีอิ๋นถังทำหน้าบึ้งตึงเดินเอามือไพล่หลังตามเข้ามา
“พวกเ้าช่างวุ่นวายเสียจริง เื่เพียงแค่นี้ยังทำให้เป็เื่ใหญ่พากันมาถึงจวนข้า แม้แต่น้องแปดก็ยังมาด้วยหรือว่าเื่นี้ไม่ใช่เื่เข้าใจผิดอย่างที่ข้าคิด”
“พี่สาม ข้าไม่ได้มาหาท่านข้ามาหาเขา ข้าเป็ห่วงเขาว่าพี่สี่มาส่งถึงท่านหรือไม่ ข้ากังวลว่าเขาจะถูกฆ่าตายระหว่างทาง อ้อเ้ายังอยู่ดีนี่” อิ๋นสือหันไปยิ้มให้เก๊ามู่เฉิน
“ท่านนี่น่าอุ่นข้าวสวยสักชามกินกับกะเพรา” เก๊ามู่เฉินกลั้นขำ
“เ้าหิวหรือ” อิ๋นถังสวนทันควันเบ้ปากมองเขาอย่างเหยียดหยาม
“ข้าหมายถึงองค์ชายแปดน่าใช้อุ่นอาหาร พอเห็นหน้าเขาแล้วข้าก็หิวเลย” เก๊ามู่เฉินเบ้ปากตาม
“น้องแปดอุ่นอาหารเป็ด้วยหรอ” อิ๋นจื่องุนงง
“ข้าเองก็ไม่เข้าใจ เ้าหมายถึงอะไร” อิ๋นสือยังคงยิ้มอย่างอบอุ่น
“ก็รอยยิ้มของท่านมันใช้อุ่นอาหารได้”
“ข้ายินดีหากรอยยิ้มของข้าจะทำให้อาหารรสจืดชืดของเ้าดีขึ้น จำไว้หากเ้าเดือดร้อนเื่ใดๆ ในวังหลวง ข้าอิ๋นสือก็พอจะไหว้วานคนในวังหลวงแทนเ้าได้”
อิ๋นสือกล่าวจบอิ๋นจื่อก็อดไม่ได้จะมองหน้าเก๊ามู่เฉินสลับมองหน้าอิ๋นสือ อิ๋นถังเองก็อดไม่ได้จะเบ้ปากและกลอกตาอย่างกวนประสาท
“พอแล้วข้าสัญญาว่าจะแวะมาบ่อยๆ เพราะข้าถือว่าข้าคือต้นเหตุที่ทำให้พี่สี่ หมายหัวเ้า” เก๊ามู่เฉินอดที่จะรู้สึกดีเสียไม่ได้
องค์ชายที่ลำดับคิดกันแต่ต่างกันสุดขั้วคนหนึ่งอบอุ่นมีเสน่ห์แคร์คนทั้งโลกยกเว้นองค์ชายสี่กับอีกคนกับไม่แยแสผู้ใด
ประสานมือให้องค์ชายสามอิ๋นจื่อก้าวเดินออกจากห้องที่รกเรื้อนั่นออกไปในทันที
“เฮ้อพี่น้องข้าคงทำเ้าหนักใจ “
“ความวุ่นวายจึงทำให้เรารู้ว่าเรายังหายใจ” อิ๋นจื่อจรดพู่กันจดบันทึกคำพูดของเก๊ามู่เฉิน
“ล้ำลึกๆ ข้าจดไว้แล้ว” เก๊ามู่เฉินส่ายหน้ายิ้มๆ
“ข้าจำเขามา”
“ไม่เป็ไรข้าชอบมัน”
“องค์ชายสามข้าน้อย อี้หลิงนางในห้องเครื่อง มาส่งเครื่องเสวยค่ะ” อี้หลิงยืนถือถาดใหญ่หน้าห้องในนั้นมีของกินคาวหวานมากมาย
“มีเื่ใดกัน ข้าไม่ได้สั่งให้ยกเครื่องเสวย เ้ายกมาทำไม”
“เอ่อ เอ่อ องค์ชายเก้าอิ๋นถังให้ข้าน้อยยกมาให้คนเลี้ยงม้าที่ชื่อเก๊ามู่เฉินแล้วนี่คือข้อความที่องค์ชายให้ส่งให้กับท่านเก๊า” เก๊ามู่เฉินรับเอากระดาษแผ่นน้อยมาคลี่ออกช้าๆ รายมือที่สวยและเรียงเป็ระเบียบ
“สำหรับ เก๊า (ลูกหมา) ที่หิวโหย หากไม่กลัวว่าพี่สี่จะสงสัยเ้าก็แวะไปที่จวนองค์ชายเก้าอย่าปล่อยให้ท้องเ้าร้องนาน”