ห้าทุ่มสิบห้าเป็เวลาที่หลานสาวเ้านายเดินออกมากับสองเพื่อน ลินนั่งรออยู่ม้าหินหน้าสำนักงาน และมีขับรถบัสวัยห้าสิบกับอีกสองสามหนุ่มนั่งอยู่ไม่ห่างเพราะมารอรับคนของตัวเองเช่นกัน เขารีบลุกขึ้นไปแล้วช่วยรับกระเป๋าสะพายมาถือให้อย่างมีน้ำใจเช่นเคย
“ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ”
วิวรรญาโบกมือลาเพื่อนที่จ้องมองหนุ่มหน้าหล่อตาเป็มัน ก่อนจะโบกมือลาด้วยความเสียดาย
“ผมกลัวคุณแจมหิวเลยซื้อมาให้ครับ”
ลินรีบบอกเมื่อวิวรรญายกกล่องนมเปรี้ยวออกจากเบาะนั่งแล้วมองเขาอย่างมีคำถาม
“ขอบคุณนะ แต่ทีหลังไม่ต้องหรอกเปลืองนายเปล่าๆ ถ้าวันไหนฉันอยากจะให้ซื้ออะไรฉันจะฝากเงินไว้”
วิวรรญาใช้หลอดจิ้มไปที่กล่องแล้วดูดด้วยความหิว เพราะเหนื่อยกับชั่วโมงทำงานอันยาวนานไม่น้อย แม้จะทำงานในส่วนของออฟฟิศ แต่เมื่อแผนกต้องอยู่ยงทำงานล่วงเวลา
ตัวเองจึงรับหน้าที่นี้แทนเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่มีครอบครัวกันหมดแล้ว นับั้แ่มาทำงานสองสามเดือนแรกแล้ว ด้วยคุ้นเคยกันดีในตอนที่เป็นักศึกษามาฝึกงานกับบริษัทนี้มาก่อนนั่นเอง
ลินหันไปมองคนข้างๆ ที่เงียบกริบั้แ่รถเคลื่อนออกจากประตูบริษัท ถึงได้เห็นร่างผอมบางที่สลัดรองเท้าส้นสูงออก ยกสองเท้าขึ้นไปบนเบาะแล้วกึ่งนั่งกึ่งนอนตะแคงกอดเข่าหันไปทางหน้าต่าง
ก็รู้ได้ทันทีว่าหลับไปแล้ว เขารีบหรี่แอร์ลง แล้วพยายามขับให้นิ่มที่สุดเพื่อไม่ให้คนนอนสะดุ้งตื่น ประตูเหล็กดัดทางเข้าสวนเขาก็ลงไปเปิดเองเมื่อมาถึง จอดรถไว้หน้าบ้านแล้วคนข้างๆ ก็ยังไม่ตื่นเลยติดเครื่องไว้ก่อน
แล้วลงไปจัดแจงขนของขึ้นรถอีกคันไว้ให้เ้านายทั้งสองไปขายในรุ่งเช้าอย่างรู้งานจนเสร็จสรรพ ถึงได้ตัดสินใจเดินมาปลุกคนนอนขดอยู่กับเบาะในท่าเดิม
“ถึงแล้วเหรอ”
แล้วงัวเงียตื่นขึ้นและถามเสียงอู้อี้ออกมา
“ครับ คุณแจมขึ้นนอนเถอะครับ ผมขนของใส่รถไว้ให้คุณลุงคุณป้าแล้ว เดี๋ยวผมจะปิดประตูให้แล้วออกหลังครัวแทน”
เขาส่งยิ้มบางๆ ให้ แล้วถือกระเป๋าสะพายไปส่งถึงหน้าบันได วิวรรญาที่เหนื่อยและง่วงทำตามอย่างไม่เกี่ยงงอนด้วยประทับใจในความเอื้ออารีจากลูกจ้างหนุ่มไม่น้อย
มื้อเช้าในตลาดของวันถัดไปจึงกลายเป็เครื่องตอบแทนให้เขาอย่างไม่หวงแหน
“หล่อนนี่โชคดีนะ ได้คนสวนหล่อเป็บ้า”
ลดาลัยแซวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อวิวรรญาแยกจากลินตรงหน้าประตูสำนักงานในวันต่อมา
“อยากมีอย่างนี้มารอรับส่งจังเลยอะ”
ทาริกาก็พลอยเป็ปลื้มกับหน้าหล่อๆ ของคนสวนหนุ่มไปด้วย จนไม่อยากจะกลับบ้านเลยทีเดียว วิวรรญาไม่ได้ว่าอะไรนอกจากโบกมือลาเพื่อนแล้วเดินไปขึ้นรถที่มีลินก้าวยาวๆ ไปเปิดประตูให้อย่างเคย แต่ที่ไม่เหมือนเคยนั้นคือ วันนี้มีหมอนลายเฮโลคิตตี้สองใบวางอยู่บนเบาะ
“พอดีผมเห็นขายในตลาดเลยซื้อมาไว้ให้คุณแจมหนุนตอนกลับบ้านครับ มันเป็ผ้าห่มได้ด้วยคุณแจมรูดซิปออกซิครับ”
เขาให้ความกระจ่างเมื่อใบหน้าสวยมองไปหาตามเดิม แล้วเขาก็เอี้ยวตัวไปด้านหลัง คว้าถุงแคนตาลูปที่ปอกแล้วหั่นเป็ชิ้นๆ แล้วมาส่งให้
“เผื่อคุณแจมหิวครับ กินได้ไม่อ้วน”
วิวรรย ายิ้มน้อยๆ ออกมาอีกก่อนจะรับไปถือไว้ ชายหนุ่มก็เอี้ยวตัวไปอีก แล้วกลับมาพร้อมหมอนยาวๆ เป็รูปตัวหนอนส่งไปให้
“ไว้กอดเวลานอนครับ จะได้หลับสบาย”
อีกครั้งที่วิวรรญายิ้มให้ แต่เป็ยิ้มที่หมั่นไส้น้อยๆ ในความรู้มากของคนสวนหนุ่ม
“หมดนี่นายซื้อมาเท่าไหร่ ฉันจะคืนเงินให้”
เพราะรู้ดีว่าค่าจ้างของเขาเพียงวันละสองร้อยเท่านั้น
“เอาไว้แลกกับมื้อเช้าที่คุณแจมซื้อให้ผมก็แล้วกันนะครับ เพราะปกติคุณลุงจะให้ผมไว้วันละห้าสิบบาทค่ามื้อเช้าอยู่แล้ว คุณแจมซื้อให้ผมก็ไม่ต้องจ่ายไงครับ เผลอก็เหลือได้เก็บด้วย”
รอยยิ้มอย่างหมั่นไส้จึงถูกส่งมาให้อีก ก่อนจะกินผลไม้แล้วก็หลับด้วยความเหนื่อยอ่อนไป และทุกวันตารางชีวิตของทั้งสองก็จะเป็ไปแบบนี้ แบ่งปันน้ำใจให้กันแบบนี้ไปถึงสองอาทิตย์เต็มๆ
“ขับรถดีๆ นะลิน ไม่ต้องรีบมาก ถึงเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”
กระทั่งถึงวันที่วิวรรญาต้องเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปพบกับคู่หมั้น เกรียงไกรเลยสั่งคนสวนอีกคำรบ ก่อนจะปล่อยให้ออกรถจากรั้วไป เขาชำเลืองดูคนข้างๆ ที่ดูจะนั่งเงียบกว่าทุกวัน
อยากจะถามแต่ก็ไม่กล้า และดูเหมือนเธอเองก็ไม่อยากเอ่ยอะไรออกมาสักเท่าไหร่ จึงทำตัวเป็คนขับที่ดี นำพาหลานเ้านายไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย
“พ่อต้องไปออกรอบกับลูกค้า แจมไปกินข้างนอกกับพ่อซีเลยก็แล้วกันนะ ให้ไอ้ลินรออยู่ที่บ้านนี่ล่ะ”
ไกรเดชสั่งการเมื่อสองหนุ่มสาวมาเจอกันที่บ้านแล้ว วิวรรญาพยายามหันไปหาคนสวนอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่เห็นเลยจำต้องเดินไปขึ้นรถที่ปาลินเดินไปเปิดประตูรอแล้วอย่างสุภาพบุรุษ
ไม่นานเมอร์เซเดสเบนซ์รุ่นล่าสุด ก็ทยายออกไปสู่ท้องถนน มุ่งตรงไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดัง
“อีกเป็ชั่วโมงกว่าจะเที่ยง ถ้ายังไม่หิวงั้นเราเดินช้อปปิ้งกันก่อนดีกว่านะครับคุณแจม พอหิวแล้วค่อยไปหาอะไรกิน ตบท้ายด้วยไปดูหนังสักเื่”
วิวรรญาหันไปส่งยิ้มบางๆ ให้คนข้างๆ ก่อนจะลงจากรถแล้วเดินดูข้าวของด้วยกันไปอย่างไม่รีบร้อน แต่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงปาลินก็มีสายเรียกเข้ามา แล้วท่าทีของเขาก็ดูจะร้อนรนอย่างเห็นได้ชัดหลังจากวางสายแล้ว
“คุณแจมครับ ที่บริษัทมีเื่ด่วนให้ผมต้องไปดู ผมขออนุญาตไปจัดการปัญหาสักสองชั่วโมงจะได้หรือเปล่าครับ ผมขอโทษจริงๆ ครับที่ต้องเสียมารยาท”
ท่าทีเขารู้สึกผิดเวลาเอ่ยประโยคนี้ออกมาจนวิวรรญาไม่กล้าตำหนิติเตียนแต่อย่างใด
“ได้ค่ะ ไม่เป็ไร เชิญคุณซีตามสบายค่ะ ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ก็ไม่ต้องรีบมาหรอกนะคะ เื่งานสำคัญกว่าเื่อื่นค่ะ”
เลยตอบเขาไปตรงๆ
“แต่ผมกลัวคุณอาจะว่าจังเลยครับ แค่นัดแรกผมก็ต้องทิ้งว่าที่เ้าสาวให้เดินแกร่วอยู่ในห้างคนเดียวซะแล้ว คุณแจมมีเพื่อนอยู่แถวๆ นี้หรือเปล่าครับที่พอจะมาเที่ยวช้อปปิ้งด้วยกันได้ หรือผมจะโทรให้เลขามาเดินเป็เพื่อนดี”
เขาก็ยังไม่วายรู้สึกผิด
“ไม่เป็ไรจริงๆ ค่ะ เดี๋ยวฉันจะโทรตามนายลินมาเป็เพื่อนก็ได้ คุณซีไปทำงานเถอะค่ะไม่ต้องเป็ห่วง แล้วยังไงก็โทรมาบอกนะคะ”
“ครับคุณแจม ขอบคุณมากนะครับ เอ่อ! แล้วคุณแจมจะบอกเื่นี้กับคุณอาหรือเปล่าครับ ผมกลัวจะถูกว่าครับ”
อีกฝ่ายยังไม่คลายกังวล วิวรรญาเลยรีบยิ้มบางๆ ให้
“ไม่หรอกค่ะ เื่นี้เรารู้กันแค่สองคนก็พอ คุณซีสบายใจได้ค่ะ”
“ค่อยยังชั่วหน่อย งั้นผมขอตัวนะครับ แล้วผมจะโทรมาบอกนะครับ”
วิวรรญาจ้องมองแผ่นหลังนักธุรกิจหนุ่มที่เดินผละไปอย่างรีบร้อน ก่อนจะหันมองรอบๆ กายที่มีแต่ร้านขายของยีห้อดัง ราคาแพงหูดับรายรอบแทบทั้งสิ้น มันอ้างว้างวังเวงอยากบอกไม่ถูกเมื่อตอบตัวเองได้ว่าที่แบบนี้ไม่ใช่ที่ของเธอที่จะมาเดินแกร่วรอใครนัก เพราะคงจะจับจ่ายอะไรไม่ได้เลยสักชิ้นเดียว ด้วยราคาแพงเหลือเกิน มือถือจึงถูกเรียกใช้งาน
“แล้วคุณปาลินไปไหนครับคุณแจม” ไม่นานคนสวนหน้าตาและท่าทางดีก็เดินตรงมาหาพร้อมสีหน้ามีคำถาม
“มีงานด่วนน่ะ นายช่วยเดินเล่นเป็เพื่อนฉันหน่อยได้มั้ย เดี๋ยวฉันจะเลี้ยงข้าวตอบแทน”
“ได้ครับ แต่ผมไม่ค่อยรู้จักที่แบบนี้นักนะครับ”
นั่นทำให้วิวรรญาสบายใจขึ้นมาไม่น้อย เมื่อคนสวนหนุ่มไม่ปฏิเสธใดๆ
“ฉันก็ไม่ค่อยรู้จักเหมือนกัน เดี๋ยวเราเดินดูอะไรเล่นๆ แถวนี้ พอหิวค่อยหาของกินก็แล้วกันนะ”
ลินยื่นมือไปหาเพื่อรับกระเป๋าสะพายมาช่วยถือให้เป็คำตอบ ก่อนที่วิวรรญาจะพาเดินดูนั่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย ได้จับจ่ายของเล็กๆ น้อย มาสองสามชิ้น ถึงได้เดินเข้าร้านเคเอฟซี ซึ่งหญิงสาวเห็นว่าราคาถูกกับเงินในกระเป๋าของตัวเองที่สุด
“นายอยากกินอะไรก็เลือกได้นะ ไม่ต้องเกรงใจฉันเลี้ยงได้”
เพราะเห็นคนส่วนหนุ่มจ้องมองรายการในมืออยู่นานด้วยท่าทีไม่ใคร่จะสะดวกใจนัก วิวรรญาเลยรีบเปิดทางให้ กระนั้นลินก็ยังไม่กล้าจะสั่งเองอยู่ดี จึงเป็หน้าที่ของอีกคนที่สั่งเองเสร็จสรรพและกะให้พอกระเพาะคนสวนที่รู้ว่ากินเยอะกว่าตัวเองมาก
“ใช้มือก็ได้ไม่มีใครว่าหรอก”
เมื่อเห็นเขาจับส้อมกับมีดมาถือแล้วมองมาหา วิวรรญาเลยพาใช้มือจับชิ้นไก่มาฉีกจิ้มซอสแล้วส่งเข้าปากไป โดยไม่สนว่าจะมีใครมองมา ลินเลยวางของในมือแล้วทำตามอย่างชอบใจ
ชั่วโมงหนึ่งเต็มๆ ที่ทั้งสองใช้ไปในร้านอาหาร แต่ก็ยังไม่มีสายเรียกเข้าจากปาลิน วิวรรญาเลยชวนลินเดินเข้าซูเปอร์ซื้อของเข้าบ้านเป็การฆ่าเวลารอ
“ไม่เป็ไรค่ะคุณซี ถ้ายังแก้ปัญหาไม่เสร็จก็ตามสบายเลยค่ะ แจมกลับบ้านก่อนก็ได้ คะ...อาทิตย์หน้าแจมไม่ว่างค่ะ ได้ค่ะ...งั้นเป็อาทิตย์ต่อไปก็แล้วกันนะคะ เจอกันที่บ้านคุณพ่อก่อนแล้วค่อยว่ากันนะคะ สวัสดีค่ะ”
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงปาลินก็โทรมาขอโทษขอโพยที่ยังสลัดตัวออกจากปัญหาไม่ได้ และนัดแนะพบกันครั้งใหม่ ที่วิวรรญาก็ตอบรับอย่างไม่ตำหนิอะไรแม้แต่คำเดียว ก่อนจะชวนคนสวนหนุ่มกลับ
“นายช่วยแวะบ้านคุณพ่อก่อนนะ ฉันอยากจะไปลาท่าน”
เพราะเมื่อเช้าก็ได้คุยกับพ่อไม่กี่คำ ลูกที่แทบจะไม่มีเวลาได้อยู่ใกล้ๆ พ่อเลยอยากจะไปหาอีก
========
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
