ฉินเฉาหันไปมองซูจีที่กำลังนอนอยู่ข้างเตียง ดูเหมือนเธอกำลังหลับลึก ในใจของเขารู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน
‘นี่เราสารภาพความรู้สึกโง่ ๆ กับเธอเหรอ? แถมเธอยังยอมรับอย่างไม่หวาดหวั่นอีกด้วย?’
‘ฉัน ฉันยังไม่ตาย ใช่มั้ย?’
ฉินเฉาหยิกตัวเองเพื่อเช็กว่าเขายังไม่ตาย แต่บางทีอาจเพราะหนังของเขาหนาไป เขาจึงไม่เจ็บ
ในเวลานี้ มัน 4 ทุ่มแล้ว แม้ว่าข้างนอกจะมืด แต่ในโรงพยาบาลมันยังคงสว่างอยู่ ด้วยการจัดการของซูเฟย ฉินเฉาจึงได้รับการดูแลในห้องพิเศษ ดังนั้นในห้องคนไข้จึงมีแต่ฉินเฉามันเงียบสุด ๆ
“อีตาบื้อ ทำอาหารให้ฉันกิน!” ในห้วงสับสน ขณะที่หลับ ทันใดนั้นซูจีก็ตะโกนออกมา ทำให้ฉินเฉารู้สึกกลัว
“ฉันไม่อยากกินไข่ข้นกับมะเขือเทศ! ฉันอยากกินซี่โครงอ่อนเปรี้ยวหวาน” หลังจากพูดเสร็จ เธอก็ฝังหัวตัวเองลงในวงแขนของเธอ
“ยัยเด็กนี่ วัน ๆ คิดแต่เรื่องกิน” ฉินเฉาหยิบโค้ตของเขาคลุมให้ซูจี
ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามา ชายในชุดแล็บสีขาวแล้วใส่หน้ากากหมอก็เข้ามา ในมือของเขาถือถาดที่เต็มไปด้วยยา
หมอเดินมาที่ข้างฉินเฉา หยิบเข็มฉีดยาแล้วค่อย ๆ ดูดยาในขวดขึ้นมาอย่างช้า ๆ
“ทำไมผมต้องถูกฉีดยาดึกขนาดนี้?” ฉินเฉารู้สึกสงสัย แต่หมอไม่ได้ตอบคำถามของเขา เขาเดินเข้ามาขณะที่ถือเข็มอยู่
“หมอ บอกผมได้มั้ยว่านี่มันยาอะไร?” ฉินเฉารู้สึกว่ามีบางอย่างแปลก ๆ ดังนั้นเขาจึงอดถามไม่ได้
เหมือนหมอจะใจร้อน เขาเดินเข้ามาขณะที่ไม่สนใจคำถามของฉินเฉา
ทันใดนั้นฉินเฉาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง คนที่จะทำหน้าที่ฉีดยาส่วนมากเป็นพยาบาลไม่มีทางที่หมอจะทำหน้าที่นี้ ทันใดนั้นหมอก็แทงเข็มฉีดยาเข้าที่คอของฉินเฉา ในสายตาฉินเฉาเขาเห็นความเร็วมือของชายคนนั้นเร็วเหมือนสายฟ้า มันทะลวงอากาศเข้ามา
เมื่อฉินเฉายื่นมือออกไปเพื่อหยุดมัน เข็มในมือชายคนนั้นก็มาถึงคอของฉินเฉาแล้ว
เขารู้สึกถึงปลายเข็ม คอของฉินเฉาเย็นเฉียบ เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤต แสงสีดำก็ระเบิดออกมาจากร่างฉินเฉา ตามมาด้วยควันรูประฆังขนาดใหญ่ มันกระแทกร่างของหมอออกไปอย่างไม่คาดคิด
ด้วยความประหลาดใจของทั้งคู่ ควันนั้นก็ค่อย ๆ เปลี่ยนร่างเป็นระฆังสีดำลอยอยู่ตรงหน้าฉินเฉา
หมอรีบลุกขึ้นยืน พอเขาถอดหน้ากากก็เผยใบหน้า คน ๆ นี้เป็นชาวต่างชาติที่คุ้นเคย
“แกคือนักฆ่าเมื่อตอนกลางวัน!” ทันใดนั้นฉินเฉาก็กระโดดลงจากเตียง แต่นักฆ่าแสยะยิ้ม แล้วกระโดดออกไปจากหน้าต่างชั้นสี่ของโรงพยาบาล
“บัดซบ เจ้านี่ไม่ใช่คนธรรมดา” ฉินเฉายื่นมือออกไปแล้วชี้ไปที่ซูจี “ระฆังหยินหยาง ปกป้องเธอ”
หลังจากนั้น ระฆังหยินหยางเหมือนมีความคิด มันก็ลอยไปอยู่เหนือร่างของซูจีแล้วปกป้องผู้หญิงของฉินเฉาที่กำลังหลับอยู่
สำหรับฉินเฉา เขาสวมชุดของโรงบาลยื่นหัวออกไปตรงหน้าต่าง
ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน คนไข้ทั้งหมดพากันหลับหมดแล้ว ภายใต้แสงไฟที่ถนน มันไม่มีใครอยู่ที่สนามหญ้าด้านนอก
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงความเย็นที่หลังคอของเขา ฉินเฉารีบหดหัวกลับเข้าไปตามสัญชาตญาณ เขาเห็นร่างในชุดแล็บสีขาว ที่ในมือปรากฏกรงเล็บสัตว์ที่มีขน ตกลงมาจากข้างบน
ฉินเฉาไม่ลังเลรีบกระโดดออกจากหน้าต่างทันที ตอนนั้นเองเขาไม่ได้มีรูปร่างเป็นเพียงหัวหน้าปีศาจชั้นปลายแถวอีกต่อไป แต่เขาอยู่ในขั้นกำเนิดจิต เสนาธิการปีศาจ ร่างของเขาอยู่ในจุดสูงสุดของประสิทธิภาพมนุษย์
นักฆ่าวิ่งบนพื้นด้วยสองมือแล้วสองเท้า ตอนนี้ร่างกายของมันขยายใหญ่มาก มันมีอุ้งเท้าของสัตว์ หูตั้ง ใบหน้ายาวผิดธรรมชาติ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาสีเขียวอันน่าตกใจ โผล่ออกมาอย่างน่าขนลุก จ้องมองมาที่ฉินเฉาอย่างเย็นชา จากนั้นก็ยื่นอุ้งเท้าปีนป่ายขึ้นไปบนดาดฟ้า
ขณะที่เขายังคงเกาะหน้าต่าง ฉินเฉาก็เปลี่ยนร่างเป็นปีศาจ กรงเล็บของเขาเหมือนสัตว์ร้าย ปีนขึ้นไปบนกำแพงอย่างง่ายดาย จากนั้นเขาก็ไล่ตามนักฆ่าหมาป่าไปบนดาดฟ้า
ก่อนจะไปถึงดาดฟ้า เขารู้สึกถึงกระแสลมพุ่งพัดมาที่เขา ฉินเฉารีบเอาเท้าเหน็บไว้กับท่อระบายน้ำตรงหน้าร่างของเขา ร่างของเขาติดราบไปกับกำแพง
บนดาดฟ้าลมกระโชกแรงมาก อุ้งเท้าขวาของหมาป่าตะปบกลับหลัง แต่คว้าได้เพียงอากาศ
เห็นช่องว่างนี้ ฉินเฉาลุกขึ้นแล้วกระโดดขึ้นไปดาดฟ้ารวดเดียว เขาเห็นหมาป่ากำลังยืนอยู่ที่นั่น พร้อมกับยื่นอุ้งเท้าขวาออกมา จ้องมองฉินเฉาอย่างเย็นชาราวกับกำลังมองคนที่ตายแล้ว
ฉินเฉาก็จ้องมนุษย์หมาป่า พร้อมกับดัดข้อเสียงดังกร็อบแกร็บ แล้วเขาถามขึ้น “สเกลตั้นมีสัตว์ประหลาดด้วยเหรอ?”
“เทียบกับฉัน แกนั่นแหละที่เป็นสัตว์ประหลาด” ในที่สุดฝั่งตรงข้ามก็พูด ไม่คาดว่าเขาจะพูดจีนได้อย่างคล่องแคล่ว “สเกลตั้นที่ยิ่งใหญ่มีพลังแห่งความมืด”
พร้อมกันนั้นเขายื่นเล็บคม ๆ ออกมา ชี้ไปที่ฉินเฉา แล้วพูดว่า “เมื่อเผชิญหน้ากับความมืด แกกับยัยผู้หญิงสองคนนั้นมีแต่ตายเท่านั้น”
“ฉันไม่คิดงั้นนะ” ฉินเฉาพลิกกระเป๋าเสื้อกาวน์ เขาพบว่ามันมีแค่หมากฝรั่งเท่านั้น หลังจากหาบุหรี่แล้วไฟแช็กไม่เจอ เขาทำได้เพียงยักไหล่ “หลังจากหาเรื่องฉัน ฉันคิดว่าแกนั่นแหละที่จะตาย”
“จองหอง ไปตายซะ!” หมาป่าคำราม คลานสี่ขาแล้วพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ฉินเฉารีบโดดจากดาดฟ้าทันที เขาทำที่ยึดไว้ที่เท้าก่อนแล้ว แล้วเตะใส่หัวหมาป่าอย่างโหดเหี้ยม
“กรรรรร!” หมาป่าคำรามด้วยความเจ็บปวด ร่างของเขาถูกโยนออกแล้วเขาใกล้จะตกจากดาดฟ้า โชคดีที่เขาคว้าที่ยึดไว้ได้หลังจากตกมาสองชั้น
“เป็นไปได้ยังไง?!” เขาตะกายขึ้นแล้วมองมาที่ฉินเฉาอย่างเสียขวัญ “มนุษย์มีพลังที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดหวั่นอย่างนี้ได้ยังไง!”
“เรื่องที่แกคิดไม่ถึงยังมีอีกมากเยอะโว้ย” ฉินเฉารีบพุ่งเข้าใส่เขาทันที หมาป่าตอนนี้รู้แล้วว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉินเฉา ฉะนั้นเขาจึงรีบเลือกทางที่ดีที่สุด นั่นคือหนี!
เขาโดดออกจากระเบียง กลิ้งเหมือนลูกบอล จากนั้นชนเข้ากับหน้าต่างตึกฝั่งตรงข้าม
พร้อมเสียงชน เขาตกเข้าไปในระเบียงฝั่งตรงข้าม สาวน้อยที่ใส่ชุดโรงพยาบาล ยืนอยู่ที่ระเบียงขณะที่กำลังมองดูสิ่งที่ตกจากฟ้า หมาป่าที่ท่าทางทึมทือ
เมื่อนักฆ่าหมาป่าเห็นเด็กน้อย แสงสีเขียวที่ลุกโชนในตาทันใดนั้นก็เปล่งรังสีฆ่าฟันออกมา
สาวน้อยตัวสั่นเทา ร่างเล็ก ๆ ของเธอพิงเข้ากับกำแพงด้านหลัง
แต่ก่อนที่หมาป่าจะได้ทำอะไร ฉินเฉาก็ร้องออกมาขณะที่บินเข้ามา เขากระโดดไล่ตามหมาป่าไป
หมาป่าเก็บความคิดที่จะฆ่าเด็กน้อยไว้ เขารีบปีนกำแพงขึ้นไป ใช้ขาทั้งสี่พุ่งไปตามกำแพงอย่างป่าเถื่อน
พร้อมเสียงชนอีกเสียง ฉินเฉาทำลายหน้าต่างให้แตกเป็นเสี่ยงอีกบานแล้วตกลงไปในระเบียง
เมื่อเห็นท่าทางตระหนกของสาวน้อย เขารีบฉีกยิ้ม นั่งยอง ๆ ข้าง ๆ เธอ หยิบหมากฝรั่งออกมาจากกระเป๋า แล้ววางลงไปในมือเธอ เขาไม่ลืมหยิกแก้มยุ้ย ๆ ของเธออย่างนุ่มนวล
“สาวน้อยพี่ให้ลูกอมนะ แต่อย่าบอกใครล่ะ ตกลงนะ!”
แล้วเขาก็วิ่งจากไป ทิ้งสาวน้อยไว้ที่ระเบียง
มีผู้หญิงวิ่งออกมาจากห้องคนไข้ จับมือลูกสาวเธอไว้แล้วพูดว่า “เสี่ยวอ้าย ลูกมาทำอะไรที่นี่! ที่ระเบียงตอนกลางคืนมันเย็นมากรู้ไหม กลับห้องกับแม่มา”
“หม่าม๊า หม่าม๊า!” เด็กน้อยรีบจับมือแม่ของเธอแน่น พูดว่า “มันมีหมาป่าตัวใหญ่น่ากลัว กระโดดออกไปที่หน้าต่าง!”
ขณะที่ตะโกนด้วยปากของเธอ เด็กน้อยชี้นิ้วไปที่หน้าต่าง
“เสี่ยวอ้ายลูกแค่คิดไปเอง เรานี่เหมือนพ่อขึ้นทุกวันในอนาคตลูกคงเขียนนิยายของตัวเองได้แน่!” แม่ลูบหัวลูกสาวแล้วก็พาเธอกลับเข้าไปในห้อง
สาวน้อยร้องออกมา “ไม่ มันเป็นเรื่องจริง! หม่าม๊า หนูไม่ได้โกหก!”
“โอ๋ ๆ ๆ ไม่โกหกนะจ๊ะเสี่ยวอ้าย! ปะ หม่าม๊าจะเล่านิทานหมาป่าให้ฟัง”
ฉินเฉาไม่มีเวลาจีบสาวน้อย เขาวิ่งไต่กำแพงไล่ตามหมาป่าไปในโถงทางเดิน แม้ว่าความสามารถของหมาป่าตัวนี้จะไม่สูงมาก แต่เรื่องหนีของเขาเป็นชั้นหนึ่ง
“อย่าหนี! อย่าหนีนะ!” ฉินเฉาตะโกนออกไป ขณะที่ไล่ตามหมาป่า เขาใช้ความสามารถพลังจิตควบคุมสิ่งของอย่างต่อเนื่อง เขาควบคุมเก้าอี้สิ่งต่าง ๆ ใส่หมาป่า ขณะที่มันยังคงวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่งบนกำแพง
แต่หมาป่าว่องไวมาก ไม่มีสิ่งใดที่ขว้างถูกเขาเลย
“ฉันบอกให้หยุด!” ฉินเฉาเริ่มโกรธ เขาตะโกนครั้งแล้วครั้งเล่า
“แกโง่หรือเปล่า?” หมาป่าอดตอบกลับมาไม่ได้ “มีแต่คนโง่นั่นแหละที่จะหยุด!”
หลังจากนั้น ทันใดเขาก็กระโดดออกทางหน้าต่าง
มันมีไม้อยู่นอกหน้าต่าง หลังจากที่เขาตกลงไปที่ไม้ เขากลิ้งตัวกับพื้น แล้วจากนั้นก็รีบกระโดดขึ้นมาแล้ววิ่งหนีไป
ฉินเฉาก็กระโดดลงมาแล้วตกลงกับพื้นโดยตรง ทันใดนั้นร่างของเขาก็สั่นหลังจากที่เท้าของเขากระทืบลงกับพื้นอย่างแรง ความเจ็บปวดสะเทือนมาถึงหน้าอกของเขา ปรากฏว่าบาดแผลยังรักษาไม่เสร็จดี แต่ฉินเฉาได้แต่อดทนไว้ เขาเรียกจักรยานออกมาจากช่องเก็บของแล้วขึ้นขี่มัน
ล้อจักรยานทำให้เกิดประกายไฟตามพื้น หลังจากที่หัวเราะในความมืด เขาปั่นจักรยานแล้วไม่นานก็ตามนักฆ่าหมาป่าทัน
หมาป่ากลายเป็นหดหู่ใจ เขาคิดว่าเขาหนีพ้นแล้ว แต่เมื่อเขาหันกลับไปมอง ยามที่ยังอยู่ในชุดคนไข้กำลังปั่นจักรยานมาด้วยความเร็วเสียง
จักรยานนี่เหมือนกับเฟอร์รารี่ ไม่นานมันก็ตามเขาทัน
“บัดซบ! นี่มันอะไรกันวะ!” หมาป่าตกใจ เขารีบเปลี่ยนเส้นทาง แล้วปีนขึ้นไปบนตึกที่อยู่ใกล้ ๆ
“แกคิดว่าแกจะไปไหนได้!” ฉินเฉาไม่ลังเลสักนิด ยังคงปั่นจักรยานไล่ตามติด ๆ ดวงตาของหมาป่าแทบหลุดออกจากเบ้า เพราะความหวาดกลัว เขารวบรวมพลังแล้วพุ่งขึ้นไปข้างบนอย่างบ้าคลั่ง
ฉินเฉาก็เลยปั่นจักรยานของเขาเร็วขึ้น ตามหลังหมาป่าไปติด ๆ ไม่ว่าฝั่งตรงข้ามจะวิ่งได้เร็วแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถหนีไปจากเงื้อมมือของฉินเฉาได้
“ไอ้เวร หยุดตามสักที!” สุดท้ายหมาป่าก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป
“แกโง่หรือเปล่า?” ฉินเฉาหัวเราะ แล้วพูดว่า “มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะหยุดไล่ตาม!”
ทั้งสองคนเปลี่ยนสถานะ ฉินเฉาไม่ได้ช้าลงเลย หลังจากปีนขึ้นมาถึงดาดฟ้า หมาป่าก็หาทางเพื่อกระโดดไปที่ตึกถัดไป ข้างหลังเขา ฉินเฉาก็ทำตัวเหมือนกับไกด์ทัวร์ กำลังบอกชื่อของตึกว่าเป็นตึกการค้าหรือว่าตึกอะไร
หลังจากนั้นจมูกหมาป่าก็งอง้ำ หลังจากกระโดดข้ามไปหลายตึก ทันใดนั้นเขาก็หยุดแล้วมองไปที่ฉินเฉาทั้งที่เขากำลังหอบอยู่
“เฮ้ ทำไมถึงหยุดที่นี่ล่ะ?” ฉินเฉาลงจากจักรยานแล้วแสยะยิ้มขณะที่พิงจักรยานอยู่ “ถ้านายวิ่งต่อไปอีกล่ะก็ บางทีเราอาจถึงเมืองจิงหยางก็ได้นะ”
“ไอ้เวรเอ๊ย! ไปตายซะ!” หมาป่าคำรามเสียงดัง สะบัดกรงเล็บหมาป่าฟาดเข้าใส่ฉินเฉา
จบตอน#