ท่ามกลางความเงียบของยามวิกาล ทริสตันยังคงนั่งจมอยู่ความคิดภายในห้องทำงานที่สว่างไสวด้วยแสงเทียนสลัว สีหน้าของเขาเคร่งขรึม ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเป็จังหวะเนิบช้าสม่ำเสมอ แววตาคมกริบที่แฝงด้วยความกังวลจดจ้องไปยังความมืดนอกหน้าต่าง
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนไม่อาจกะเกณฑ์ได้ ในที่สุดเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของทหารเวรก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเพื่อแจ้งข่าวว่าอาร์วินได้ขอแจ้งเข้าพบ ทริสตันสะดุ้งเล็กน้อยจากภวังค์ก่อนจะขานสั่งด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนกว่าปกติ
“ให้อาร์วินเข้ามาเดี๋ยวนี้!”
ทันทีที่อาร์วินก้าวพ้นประตูและทำท่าจะน้อมกายทำความเคารพตามธรรมเนียม ทริสตันก็ยกมือขึ้นโบกขัดจังหวะอย่างไม่ใส่ใจในพิธีรีตอง น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเร่งร้อนที่สะกดกลั้นไว้ไม่อยู่
“ข้ามเื่การทำความเคารพพวกนั้นไปก่อน... เ้ารีบรายงานผลมาเดี๋ยวนี้!”
อาร์วินยืดตัวตรง แววตาแฝงด้วยความลุ่มลึกก่อนจะเอ่ยตอบเสียงต่ำ “เรียนท่านผู้ปกครอง ภารกิจครั้งนี้ลุล่วงด้วยดีครับ อีกฝ่ายมีกำลังพลทั้งสิ้นหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดคน... บัดนี้ถูกกำจัดสิ้นซากไม่เหลือรอดแม้แต่รายเดียว ฝ่ายเราไม่มีการสูญเสียชีวิต มีเพียงผู้าเ็เล็กน้อยเพียงแปดนายเท่านั้น ส่วนในที่เกิดเหตุ พวกเราได้จัดฉากไว้อย่างรัดกุมที่สุดเพื่อให้ดูเหมือนเป็การซุ่มโจมตีของกลุ่มโจรป่าชั่วร้ายที่หวังเพียงทรัพย์สิน”
เขายิ้มเย็นก่อนจะรายงานต่อ “สำหรับทรัพย์สินทั้งหมด ผู้น้อยได้จัดทำบัญชีไว้อย่างถี่ถ้วนแล้ว ขณะนี้ได้แอบทยอยขนย้ายเข้าไปพักไว้ที่ค่ายทหารและจะนำมาส่งให้ท่านผู้ปกครองเพื่อรอการตรวจสอบขั้นสุดท้ายครับ”
พูดจบ อาร์วินก็ยื่นแผ่นกระดาษที่จดบันทึกรายการทรัพย์สินอันมหาศาลส่งให้ถึงมือของทริสตัน
สายตาของทริสตันกวาดไล่ไปตามตัวเลขและรายการในแผ่นกระดาษ ก่อนที่ริมฝีปากจะหยักโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มพึงพอใจโดยไม่รู้ตัว เขาคาดไม่ถึงเลยว่าเหล่านักบุญจอมปลอมกลุ่มนี้จะหอบหิ้วสมบัติพัสถานและของมีค่าติดตัวมามหาศาลเกินกว่าที่ประเมินไว้แต่แรกเสียอีก
ท่ามกลางตัวเลขสรุปยอดที่น่าตื่นตา ทริสตันหาได้ใส่ใจจะสืบสาวราวเื่ว่าอาร์วินหรือเหล่าทหารที่ทำภารกิจนี้จะแอบ ยักยอกทรัพย์สินเหล่านี้ไปบ้างหรือไม่ สำหรับเขาแล้ว ในเมื่อมันเป็ทรัพย์สินที่ได้มาแบบไม่ถูกต้อง การจะปล่อยให้ผู้ลงแรงทำงานเสี่ยงตายได้ส่วนแบ่งเป็ค่าตอบแทนพิเศษไปบ้างก็ถือเป็เื่ธรรมดาสามัญของโลกสีเทาใบนี้
เขารู้ดีว่าความภักดีที่กินได้นั้น ย่อมยั่งยืนกว่าอุดมการณ์ที่ว่างเปล่าเสมอ
“ทำได้ดีมากอาร์วิน... ฝากคำชมเชยของเราไปถึงทุกคนที่ร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ด้วยล่ะ”
ทริสตันเอ่ยด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายลงพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แววตาที่เคยกังวลบัดนี้กลับฉายแววเ้าเล่ห์ของนักวางแผน “แล้วก็มีอีกเื่... แผนการรับสมัครทหารใหม่ที่เคยวางไว้ว่าจะเป็อีกสามเดือนข้างหน้า ให้ขยับเลื่อนขึ้นมาเป็เดือนหน้าแทน และจงพยายามคัดเลือกมาให้ได้สักหนึ่งพันนายเป็อย่างน้อย ยิ่งตอนนี้เรามีผู้อพยพไหลเข้ามากว่าห้าพันชีวิต เราเชื่อว่าจำนวนชายฉกรรจ์และหญิงสาวบางส่วนพร้อมจะมาทดสอบเพื่อเป็ทหารใหม่ในครั้งนี้ จะมีจำนวนคนสมัครเยอะกว่าครั้งที่แล้วมากนัก”
พูดจบเขาก็ประคองถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาชั้นดีช่วยขับกล่อมบรรยากาศที่เพิ่งผ่านพ้นความตึงเครียดให้กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง
“น้อมรับคำบัญชาท่านผู้ปกครองครับ ผู้น้อยจะเร่งดำเนินการเตรียมการทุกอย่างให้เรียบร้อยตามที่ท่านสั่งการโดยเร็วที่สุด”
อาร์วินขานรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง แววตาของเขาไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความลังเลสงสัยในแผนการอันใดของผู้เป็นาย
เมื่อเห็นท่าทางของลูกน้องคนนี้เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “อืม... เ้าเองก็เหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว รีบไปพักผ่อนเสียเถอะ แต่อย่าลืมว่าพรุ่งนี้ตอนสิบโมงเช้า เราได้เรียกประชุมวาระพิเศษร่วมกับเหล่าข้าราชการระดับสูงทั้งหมด เ้าเองก็ต้องเข้ามาร่วมประชุมด้วยล่ะ”
อาร์วินค้อมศีรษะรับคำสั่งด้วยความเคารพสูงสุดก่อนจะขอตัวลาลับหายไปกับความสลัวของโถงทางเดิน ทิ้งให้ทริสตันอยู่กับความเงียบและแผนการขั้นต่อไป
การคุกคามจากสำนักศาสนาไรล่าในครั้งนี้เปรียบเสมือนเสียงระฆังเตือนภัยที่ดึงให้เขาต้องกลับมาตื่นตัวอย่างเต็มกำลัง เขารู้ดีว่าการสังหารหมู่กลางป่าครั้งนี้เป็เพียงการซื้อเวลาชั่วคราวเท่านั้น ทันทีที่ข่าวเื่นี้แพร่กระจายออกไป ฝ่ายนั้นย่อมส่งคนกลุ่มใหม่ที่เข้มแข็งกว่าเดิมมาแทนที่ และคงไม่พ้นที่จะตราหน้าถามหาความรับผิดชอบจากเขา ในฐานะผู้ปกครองที่ปล่อยให้เกิดเหตุแบบนี้เขึ้นในเขตแดนของเขา
‘บ้าชิบ... โครงการหลายอย่างคงต้องเร่งมือให้เร็วกว่าแล้วสิ!’
ทริสตันขบกรามแน่น เดิมทีเขาคาดหวังเวลาเพียงหนึ่งปีเพื่อพัฒนาเมืองให้มั่นคงและสงบสุขอย่างที่ควรจะเป็ แบบไม่กดดันอะไรมากนัก ทว่าความเป็จริงกลับบีบคั้นให้เขาต้องกระโจนเข้าสู่กองเพลิงเร็วกว่าที่คิด เมื่อความขัดใจพุ่งพล่านจนถึงขีดสุด เขาก็เงื้อกำปั้นกระแทกลงบนโต๊ะไม้หนาหนักดัง ปัง! จนถ้วยชาะเื สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็ความเกรี้ยวกราด แววตาคมกริบฉายชัดถึงเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาใครก็ตามที่กล้ามาขัดขวางเส้นทางอำนาจของเขา
ดูท่าต้องสั่งให้หน่วยลาดตระเวนขยายขอบเขตการสำรวจออกไปให้ไกลกว่าเดิมเสียแล้ว หากพบร่องรอยของพวกสำนักศาสนาไรล่าอีกครั้ง เราต้องชิงลงมือกำจัดพวกมันเสียั้แ่ตอนที่ยังไม่ทันได้เหยียบเข้าใกล้เขตแดนของซิลเวอร์เรส
เขาเว้นจังหวะพลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักใจ เมื่อตระหนักถึงข้อเท็จจริงที่เลี่ยงไม่ได้ แต่วิธีลอบสังหารแบบนี้... อย่างมากคงใช้ได้ผลอีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น หากพวกมันส่งคนมาครั้งที่สาม อีกฝ่ายคงไม่โง่พอที่จะแต่งตัวเต็มยศประโคมให้รู้ว่าเป็พวกมันอีกแน่ พวกมันจะแฝงตัวมาในคราบนักเดินทางหรือพ่อค้าธรรมดา ซึ่งนั่นจะทำให้การแยกแยะกลายเป็เื่ยากลำบากยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว
เขาก้มหน้าลงพลางใช้ปลายนิ้วนวดคลึงขมับและหน้าผาก พยายามดึงสติที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมาจดจ่อกับความเป็จริงอีกครั้ง ทริสตันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะขจัดความขุ่นมัวทิ้งไป แล้วก้มลงจัดการกับกองเอกสารตรงหน้าต่ออย่างเงียบเชียบ
ท่ามกลางแสงเทียนที่เริ่มริบหรี่ เขายังคงพิจารณาทุกตัวอักษรอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนเวลาล่วงเข้าสู่ยามดึกสงัด จนกระทั่งตรวจเอกสารจนหมด เขาจึงยอมละสายตาจากงานเพื่อกลับไปพักผ่อน เตรียมรับมือกับการประชุมในเช้าวันพรุ่งนี้
เข็มนาฬิกาเคลื่อนเข้าสู่เวลาสิบนาฬิกาตรง เหล่าข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญต่างตบเท้าเข้าสู่ห้องประชุมอย่างพร้อมเพรียงจนบรรยากาศภายในดูหนาตา แม้ตามปกติจะมีการประชุมร่วมกันสัปดาห์ละครั้งอยู่แล้ว ทว่าการถูกเรียกตัวด่วนอีกครั้งทั้งที่เพิ่งประชุมไปเมื่อสองวันก่อน กลับสร้างกระแสความตื่นตระหนกที่มองไม่เห็นให้ปกคลุมไปทั่วห้อง ทุกคนต่างััได้ถึงกลิ่นอายของสถานการณ์ไม่ปกติที่กำลังก่อตัวขึ้น
ทริสตันนั่งสงบนิ่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ แววตาคมกริบกวาดมองผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างพิจารณา โดยมีเหล่าข้าราชการและหัวหน้าหน่วยงานชุดใหม่ที่เขาเป็คนคัดเลือกและแต่งตั้งด้วยมือตัวเอง นั่งขนาบข้างทั้งซ้ายและขวาเรียงรายกันไปตามลำดับความสำคัญ ภาพลักษณ์ของกลุ่มอำนาจใหม่ที่ดูเข้มแข็งและจงรักภักดีนี้ ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงบารมีของผู้ปกครองหนุ่มที่กำลังแผ่ขยายปกคลุมห้องประชุมอย่างน่าเกรงขาม
เมื่อเห็นว่ามากันครบทุกคนแล้ว เขาแสร้งกระแอมไอเบา ๆ ครั้งหนึ่งเพื่อดึงความสนใจทั้งหมดมาที่ตน เขาเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากังวานทรงอำนาจ
“สวัสดีทุกท่าน... เมื่อวานนี้ถือเป็วันดีวันหนึ่งของซิลเวอร์เรส แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ไม่อาจยอมให้ความยินดีเพียงชั่วครู่มาหยุดยั้งกงล้อแห่งการพัฒนาได้ เพื่อความสุขสงบและกินดีอยู่ดีของประชาชนในวันหน้า พวกเราทุกคนในที่นี้จำเป็ต้องอุทิศตนและทำงานให้หนักยิ่งขึ้นเพื่อแลกมันมา เราหวังเป็อย่างยิ่งว่า... ทุกคนที่นั่งอยู่รายล้อมโต๊ะตัวนี้ จะมีปณิธานเดียวกันฝังรากลึกอยู่ในหัวใจ”
ประโยคสุดท้ายของเขาเน้นย้ำช้า ๆ พลางจ้องมองข้าราชการแต่ละคนด้วยสายตาที่คล้ายจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของความคิด
“พวกเราจะอุทิศตนทำงานหนักอย่างสุดความสามารถ ต่อให้ต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสเพียงใด ก็จะขอมุ่งมั่นทำเพื่อพี่น้องประชาชนและท่านผู้ปกครองทริสตันครับ!”
อาร์วินรีบแผดเสียงตอบรับอย่างหนักแน่นเป็คนแรก น้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความภักดีของเขาปลุกเร้าบรรยากาศในห้องประชุมให้ตื่นตัว พริบตาต่อมา เหล่าข้าราชการที่นั่งล้อมโต๊ะอยู่ต่างก็รีบพยักหน้าและส่งเสียงขานรับเป็ทอด ๆ ราวกับเสียงกังวานของคำสัตย์ปฏิญาณที่ประสานกันจนดังก้องไปทั่วห้อง
ทริสตันลอบยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตาคมกริบไปทาง แร็กนาร์ ที่นั่งนิ่งสงบอยู่ไม่ไกล แล้วเริ่มเอ่ยปาก
“แร็กนาร์... สำหรับการเดินทางไปค้าขายแร่ในรอบถัดไปที่เอเธการ์ด เราได้กำหนดวันเวลาและปริมาณสินค้าที่จะระบายออกไว้อย่างถี่ถ้วนแล้ว รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในใบสั่งการที่เราเตรียมไว้ให้เ้า”
ทริสตันเว้นวรรคเล็กน้อย แววตาฉายชัดถึงความจริงจังขณะกำชับ “จำไว้ว่าหากฝ่ายนั้นยังคิดจะส่งผู้อพยพมาอีก จำนวนต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันคนเท่านั้นเราถึงจะยอมรับกลับมา ขาดแม้เพียงคนเดียวก็ไม่ได้... ส่วนเื่กลุ่มพ่อค้าที่ร่วมขบวนมาในครั้งนี้ ถือว่าเราได้ผลตอบรับที่น่าพอใจมาก ชื่อเสียงของเื่นี้จะถูกขยายความต่อในวงกว้าง และเมื่อเ้ากลับไปเอเธการ์ดอีกครั้ง ขบวนพ่อค้าที่จะตามมาครั้งนี้ต้องเยอะกว่าเดิมแน่ ดังนั้นในระหว่างเดินทาง จงรักษาความสัมพันธ์กับคนพวกนั้นให้ดี อย่าให้เสียชื่อเ้าบ้านอย่างเราเด็ดขาด”
“ผู้น้อยรับคำบัญชาของท่านผู้ปกครองครับ ครั้งนี้ผู้น้อยจะพยายามทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดียิ่งกว่าเดิมครับ” อีกฝ่ายโค้งตัวลงด้วยความเคารพ ตอบรับเสียงหนักแน่น
ทริสตันเลื่อนสายตาที่ไปทางอาร์วินและกิเซลล์ ก่อนจะประกาศเจตจำนงที่สั่นะเือำนาจในห้องประชุม
“อาร์วิน... ภารกิจรับสมัครและฝึกฝนทหารใหม่ เราขอมอบให้เป็หน้าที่ของเ้าโดยตรง จงทำให้ดีที่สุด” เขาเว้นจังหวะครู่หนึ่งก่อนจะหันไปทางอัศวินหญิง “ส่วนทหารหญิงทั้งหมดที่ผ่านการฝีกฝนจนได้มาตรฐานแล้ว เราสั่งให้โอนย้ายสังกัดไปขึ้นตรงกับกิเซลล์ทั้งหมดนับแต่บัดนี้”
เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อย แววตาคมปลาบกริบมองปฏิกิริยาของคนรอบโต๊ะ “กองกำลังนี้จะมีนามว่า หน่วยพิทักษ์กุหลาบแดง มีหน้าที่สำคัญในการสอดส่องความเรียบร้อยภายในเมือง หากพบเห็นทหารคนใดประพฤติตัวนอกลู่นอกทาง หรือข้าราชการหน้าไหนบังอาจใช้อำนาจฉ้อฉลจนส่งผลกระทบต่อประชาชน เราขอมอบอำนาจเด็ดขาดให้หน่วยกุหลาบแดงเข้าควบคุมตัวได้ทันที โดยให้กิเซลล์เป็ผู้พิจารณาตัดสินใจในขั้นต้น แล้วจึงสรุปรายงานส่งตรงถึงมือเราเพื่อวินิจฉัยในขั้นสุดท้าย”
พูดจบ ทริสตันก็หรี่ตามองปฏิกิริยาของข้าราชการทั้งหมดกลางความเงียบงันที่ปกคลุมห้องประชุม ราวกับกำลังย้ำเตือนว่าต่อจากนี้... จะไม่มีใครในซิลเวอร์เรสที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ของเขาได้อีกต่อไป จากนั้นก็มองไปยังทั้งสองคนที่ได้รับคำสั่ง
ทั้งสองที่รู้สึกได้ถึงสายตาของชายหนุ่มก็รีบโค้งตัวลงทำหน้าจริงจัง พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผู้น้อย รับคำบัญชาของท่านผู้ปกครอง ครับ/คะ” ชายหนุ่มพยักหน้าให้กับการตอบรับของทั้งสองคน ก่อนจะหันไปมองที่เลนอร์ กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“เลนอร์... จากรายงานที่เ้าส่งมาให้เราในครั้งนี้ มีพันธุ์พืชที่น่าสนใจอยู่หลายรายการทีเดียว โดยเฉพาะ... เราไม่ได้ตาฝาดหรืออ่านผิดไปใช่ไหมที่เห็นว่ามีเมล็ดพันธุ์ของมันฝรั่ง มะเขือเทศ แล้วก็ข้าวโพดรวมอยู่ด้วย?”
เขาเว้นจังหวะพลางชี้ปลายนิ้วลงบนเอกสาร น้ำเสียงที่เคยสุขุมกลับแฝงความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด “เ้าตรวจสอบดีแล้วใช่ไหมว่าข้อมูลนี้ถูกต้อง? เราคิดไม่ถึงเลยว่าในโลกนี้... เราจะสามารถหาพืชพรรณล้ำค่าพวกนี้มาไว้ในได้แล้ว”
“ผู้น้อยเคยมีประสบการณ์ในการคัดแยกเมล็ดพันธุ์เหล่านี้มาก่อน จึงกล้ายืนยันว่าไม่ผิดแน่นอนค่ะ”
เลนอร์ในร่างเด็กน้อยเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกังวานใส ท่วงท่าการพูดจาฉะฉานมั่นคงไร้ซึ่งอาการขัดเขินประหม่า “จากรายงานคนของผู้น้อยที่ติตามคณะทูตไปครั้งนี้ พบว่าพ่อค้าเมล็ดพันธุ์ในเอเธลการ์ดผู้นี้มักรับพืชพรรณจำนวนมากมาจากทั่วทุกสารทิศ การจะมีพันธุ์พืชแปลกถิ่นหลงติดมาบ้างจึงไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้... เพียงแต่ผู้น้อยคงต้องขอเวลาอีกสักระยะเพื่อทดลองปลูกดูก่อนว่า สภาพดินและอากาศในเขตปกครองของเราจะเอื้อให้พวกมันเติบโตได้หรือไม่ ผลลัพธ์นี้คงต้องรออีกสักพักค่ะ”
ภาพของเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังรายงานเื่ปากท้องอย่างเป็งานเป็การ กลายเป็ภาพชินตาที่ไม่มีใครในห้องประชุมรู้สึกแปลกใจอีกต่อไป ทริสตันมองดูพลางระบายยิ้มอย่างเอ็นดู
“ดีมากเลนอร์... ผลลัพธ์เื่นี้ออกมาแบบไหน รีบแจ้งให้เราทราบโดยด่วนด้วยละ”