บทที่เจ็ด
หยอกล้อ
“พรืด” สิงหราชที่กำลังนั่งดื่มน้ำอยู่ด้วยความสบายใจ ใจนเผลอพ่นน้ำออกจากปาก เมื่อเห็นว่าที่ภรรยาคนสวยของตัวเองเดินออกมาจากตัวบ้านด้วยชุดบิกินีสีเหลือง และมีเพียงเสื้อตัวนอกที่เป็ตาข่ายคลุมทับเอาไว้
“แต่งตัวอะไรของเธอเนี่ยเอิงเอย” ร่างหนาผุดลุกขึ้นก่อนจะตะเบ็งเสียงถาม ดวงตาคมกวาดซ้ายตามองซ้ายมองขวา เพราะกลัวว่าจะมีผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ตนอยู่ในบริเวณนี้
“มาทะเลก็ต้องใส่บิกินีสิคุณสิงห์” นิรณาเอ่ยตอบกลับไปอย่างที่ไม่คิดทุกข์ร้อนกับการแต่งตัวของตัวเอง
“ไปเปลี่ยนชุด” สิงหราชผ่อนปรนลมหายใจของตัวเองออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยสั่งเสียงเข้ม
“ไม่เอา อยากถ่ายรูปกับชุดนี้” คนตัวเล็กรีบส่ายหน้าเพื่อปฏิเสธ ใบหน้าสวยเริ่มงองุ้มเพราะไม่ชอบใจ กับการที่อีกฝ่ายมีปัญหากับชุดของตัวเองอีกครั้งเป็ครั้งที่สองของวัน
“ทำไมมันดื้อแบบนี้ว่ะ” ร่างหนาได้แต่กัดฟันพูดออกมา ใบหน้าคมเข้มฉายชัดถึงความหงุดหงิด
“นี่!! พูดดี ๆ นะ ทำไมต้องโกรธเป็ฟืนเป็ไฟขนาดนี้ด้วย” นิรณาถลึงตาใส่สิงหราชในทันที เมื่ออีกฝ่ายเริ่มที่จะหยาบคายใส่ตัวเองอย่างไม่มีเหตุผล
กับแค่เื่การแต่งตัว ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะตั้งแง่อะไรกับเธอนัก ชุดไหน ๆ ก็ไม่เคยถูกใจเลยสักครั้ง ขืนเธอยอมเปลี่ยนเพื่อตามใจอีกฝ่าย ชาตินี้ทั้งชาติก็คงจะไม่ได้ยกย่างกันออกไปจากบ้านพอดี
“แล้วมันสมควรไหม บนเกาะนี้มีผู้ชายตั้งเท่าไหร่ เธอจะมาแก้ผ้าแล้วเดินไปเดินมาทั่วเกาะแบบนี้ไม่ได้!” สิงหราชเอ่ยตอบกลับไปในทันทีด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวกับความดื้อดึงของอีกฝ่าย
“ปากมอม! แก้ผ้าอะไรของคุณสิงห์ แหกตาดูสิเนี่ย เอิงยังใส่เสื้อคลุมเอาไว้อีกชั้น” ไม่พูดเปล่าคนตัวเล็กหมุนตัวเองเป็สามร้อยหกสิบองศา เพื่อให้อีกฝ่ายได้ดูการแต่งตัวของตัวเองชัด ๆ
“ไอ้เสื้อตาข่ายเนี่ยนะ? ให้ตายเถอะเอิงเอย แต่กระชากมันก็ขาดติดมือมาแล้ว” ร่างหนาเอ่ยตอบกลับไปอย่างหัวเสีย
“แล้วคุณสิงห์จะมากระชากเสื้อของเอิงทำไม” นิรณาที่โดนขึ้นเสียงใส่ ตะเบ็งเสียงเอ่ยถามกลับไปด้วยความหงุดหงิดเช่นกัน
“โถ่เว้ย” สิงหราชได้แต่ะโออกมาเสียงดัง เพราะไม่รู้จะหาคำไหนมาต่อปากต่อคำกับคนที่ดื้อตาใสใส่กันได้อีก
“หนวกหู” นิรณาจิ๊ปากใส่คนที่ใกล้จะเหมือนคนบ้าเข้าไปทุกที
“เวรกรรมของมึงจริง ๆ ไอ้สิงห์” สิงหราชกวาดสายตามองว่าที่ภรรยาของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นเบา ๆ
“เวรกรรมของเอิงเหมือนกันนั่นแหละ” คนตัวเล็กที่หูดีผิดเวลา ไม่รอช้าที่จะเอ่ยตอบกลับไปด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบเช่นกัน
“คลุมเอาไว้” ร่างหนาตัดใจที่จะต่อปากต่อคำกับคนตัวเล็ก มือหนาโยนผ้าขาวม้าของตัวเองไปคลุมหัวของอีกฝ่ายเอาไว้ อย่าง้าแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
“ไม่เอา ไม่เห็นจะสวยเลย” นิรณาดึงผ้าที่สีสันชวนให้ตาลายออกจากหัวของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยพูดปฏิเสธ
“เอิงเอย” สิงหราชกดเสียงเอ่ยเรียกคนตัวเล็ก พร้อมกับสายตาที่ดุจนแทบจะกินเืกินเนื้อกันเข้าไป
“ก็ได้” ท้ายที่สุดนิรณาก็ต้องจำยอม ร่างเล็กเอ่ยตอบรับออกมาเสียงเอื่อย ๆ
“แล้วไปพันอะไรตรงนั้น” สิงหราชรีบเอ่ยขัดขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาผ้าขาวม้าไปคลุม่ไหล่เอาไว้
“อ้าว” คนตัวเล็กได้แต่งุนงง ใบหน้าสวยหวานเหลอหลาเพราะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดไปอีกแล้ว
“เอามานี่ เดี๋ยวช่วย” สิงหราชสาวเท้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะแบมือขอผ้าขาวม้ากลับคืนมา
นิรณาได้แต่ยกมือขึ้นเกาศีรษะ ก่อนจะยื่นผ้าขาวม้าคืนไปให้กับเ้าของ ร่างเล็กก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย เมื่อวงแขนของอีกฝ่ายวาดไปอ้อมตัวของเธอเอาไว้ เพื่อที่จะช่วยมัดผ้าขาวม้าต้นเหตุเอาไว้ที่่เอวของเธอ
“ดูได้ขึ้นมาสักหน่อย” สิงหราชเอ่ยพูดขึ้น เมื่อชื่นชมผลงานของตัวเอง
นิรณาได้แต่ก้มลงดูสิ่งแปลกปลอมที่อยู่บนร่างกายของตัวเอง ก่อนจะทำหน้าเหยเกออกมา เมื่อคิดว่ามันไม่เห็นจะเข้ากับชุดเดิมของเธอเลยสักนิด หากแต่ก็เลือกที่จะสงบปากสงบคำของตัวเองเอาไว้
“ไปกันไปแล้ว เดี๋ยวจะค่ำซะก่อน” สิงหราชคว้าข้อมือเล็กมาจับจูงเอาไว้ ก่อนจะพาเดินลัดเลาะไปตามชายหาดและมาแวะพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีชิงช้าผูกเอาไว้อยู่
สิงหราชพยายามเลือกมุมที่เป็มุมอับและมีความเป็ส่วนตัว เพราะไม่อยากที่จะให้ใครได้เห็นว่าที่ภรรยาของตัวเอง ในสภาพที่แต่งกายด้วยชุดที่ล่อแหลมถึงขนาดนี้
ถึงแม้จะไม่ได้เต็มใจที่จะแต่งงานกับอีกฝ่าย หากแต่สิงหราชก็เป็คนขี้หวง สิ่งไหนที่ขึ้นชื่อว่าเป็ของเขา สิงหราชก็ไม่สะดวกใจนักที่จะให้ใครมามองหรือมาจับจ้องสุ่มสี่สุ่มห้า
“เอิงเล่นน้ำได้ไหมคุณสิงห์” นิรณาหันมาเอ่ยถามคนที่แกว่งชิงช้าให้กับตัวเองอยู่ด้านหลัง
“ว่ายน้ำเป็หรือเปล่า” สิงหราชหยุดคิด ก่อนจะเอ่ยถามกลับไป
“แหะ ว่ายไม่เป็” คนตัวเล็กหลุดหัวเราะออกมาแห้ง ๆ ก่อนจะเอี้ยวตัวหันกลับไปเอ่ยตอบ
“เจริญ” สิงหราชเอ่ยพึมพำออกมาด้วยความปลง ร่างหนาหยุดแกว่งชิงช้า ก่อนจะเดินกลับไปที่วางรองเท้าของตัวเอง และจัดการถอดเสื้อยืดสีซีดโยนไปกองรวมกันเอาไว้
นิรณายกยิ้มขึ้นมาในทันที เมื่อเห็นว่าสิงหราชยอมที่จะลงไปเล่นน้ำทะเลเป็เพื่อนกับเธอ ร่างเล็กรับวิ่งเข้าไปหาคนตัวสูง ก่อนจะกระตุกปมผ้าขาวม้าให้หลุดออก่เอวของตัวเอง และถอดเสื้อตาข่ายด้านนอกออกมาวางกองรวมเอาไว้กับเสื้อยืดของอีกฝ่าย
“เข้าวินแล้วไหมน่ะ” สิงหราชเอ่ยแซวคนที่มั่นใจกับการใส่กางเกงในตัวจิ๋วของตัวเองเป็อย่างมาก จนไม่ได้สนใจสายตาของคนอื่นที่มองมาแต่อย่างใด
“ปากไม่ดีเอาเสียเลยคุณสิงห์” นิรณาถลึงตาใส่คนปากมอม ที่เอาแต่พูดเหน็บแนมเธอไม่หยุด
“ก็แค่แซว” สิงหราชยักคิ้วหลิ่วตาให้กับคนหน้าบึ้ง
“จิ๊” คนตัวเล็กจิ๊ปากใส่คนตรงหน้า ก่อนจะสาวเท้าเดินดุ่ม ๆ ลงน้ำไปอย่างไม่คิดที่จะรอคนปากไม่ดี โดยหลงลืมไปว่าตัวเองนั้นว่ายน้ำไม่เป็เสียด้วยซ้ำ
“เอิงเอย! เอิงเอย” สิงหราชเอ่ยเรียกคนขี้งอนที่เดินหนีกันลงน้ำไปเสียดื้อ ๆ หากแต่ก็ได้รับตอบกลับมาแค่เพียงความเงียบ
ร่างหนารีบกระโจนตัวออกวิ่งติดตามคนตัวเล็กลงไปในทะเลด้วยความรวดเร็ว วาดวงแขนกอดรัดเอวคอดเข้าหาตัวเมื่อเห็นว่ากำลังมีคลื่นลูกใหญ่กำลังจะซัดเข้าหาฝั่ง
“แอ่ก อึก” แรงซัดของคลื่นทำเอาคนทั้งคู่เปียกชุ่มไปทั้งตัว มิหนำซ้ำนิรณายังสำลักน้ำจนหน้าดำหน้าแดง
“ดื้อจนได้เื่” สิงหราชเอ่ยต่อว่าคนในอ้อมแขนขึ้น หากแต่ก็ยอมช่วยลูบแผ่นหลังเล็กเพื่อปลอบประโลมให้หายจากอาการสำลัก
“ความผิดคุณสิงห์นั่นแหละ” นิรณารีบโยนความผิดไปให้อีกฝ่าย
“เื่?” ร่างหนาขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความงุนงง
“ก็คุณสิงห์ไม่ยอมวิ่งมาให้ไวกว่านี้นี่” คนตัวเล็กเอ่ยพูดขึ้นอย่างเอาแต่ใจ มือเล็กฟาดลงบนไหล่แกร่งจนเต็มแรง
สิงหราชหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง กับการที่โทษทุกอย่างยกเว้นโทษตัวเองของคนในอ้อมแขน ดวงตาคมคายกวาดสายตามองใบหน้าที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำทะเล ก่อนจะต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อมีความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นมากลางอก
“คุณสิงห์” นิรณาเอ่ยเรียกชื่อคนที่กำลังมองตัวเองตาค้างขึ้นเบา ๆ ดวงตากลมโตหลุบลงมองต่ำด้วยความเขินอาย
จู่ ๆ ใบหน้าสวยก็พลันเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ทำเอาหญิงสาวที่ไม่เคยผ่านการมีแฟนมาเลยสักครั้งในชีวิต เริ่มรู้สึกไม่เป็ตัวของตัวเองขึ้นมา หากแต่ก็ยังพยายามที่จะรักษาท่าทีของตัวเองเอาไว้
เพราะรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองและสิงหราชที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต อยู่ภายใต้เงื่อนไขใด และอีกฝ่ายก็ไม่ได้ญาติดีกับเธอมาั้แ่ทีแรกเสียด้วยซ้ำ นิรณาพยายามหาเหตุผลมาหักล้างกับความรู้สึกหวั่นไหวนี้ของตัวเอง
“เอิงเอย” สิงหราชเอ่ยเรียกชื่อของคนตัวเล็กขึ้น
“หืม” นิรณาขานรับพร้อมกับช้อนสายตาขึ้นมองสบตากับอีกฝ่ายด้วยความประหม่า
“เชือกเสื้อในด้านหลังหลุด” สิงหราชโน้มตัวเข้าไปใกล้จนใบหน้าเกือบจะชิดกับใบหน้าสวยหวาน ก่อนจะเบนหลบไปที่ข้างใบหูและเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ
………………………………………………….
มีคนถึงกับพ่นน้ำเมื่อเห็นชุดของยัยตัวดี พี่สิงห์เองก็ปวดหัวมากนะ เกือบจะดีจะหวานอยู่แล้วเชียว แต่ …. 5555555
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็แรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ