ตอนที่ 61 พระมหาไผ่
เขาสัมผัสได้จากบรรยากาศรอบด้าน หรือว่าโรงเรียนเก่าของเขาจะนิมนต์พระมาเทศนาอยู่ที่เดียวแต่ก็คงไม่ใช่หรอกน่า ตอนประถมเขายังจำได้ว่าต้องไปสอบแถว ‘วัดเปรมประชากร’ อยู่เลยตรงบริษัทเวิร์คพอยต์
เสือน้อยแอบขำอยู่ที่นั่งประจำริมประตูเขาดูอาการกระต่ายตื่นตูมของเพื่อน ๆ ก็นึกสนุกขึ้นมาในใจโชคดีที่เรามันเด็กโรงเรียนวัดเจอพระมาตั้งแต่เด็ก เขาอดนึกถึงอดีตไม่ได้
ก็ไม่น่าแปลกใจอะไรเชื้อไทยที่สืบสันดานอยู่ในสายเลือดส่งผ่านมารุ่นต่อรุ่นดูได้จากทั้งบ้านทรงไทยกับขนบธรรมเนียมประเพณีที่พ่อผันสอนเขา”
การตักบาตรทำบุญไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวสำหรับเขาเลยตั้งแต่เด็กตอนประถมพ่อแม่ก็มารอตักบาตรแทบทุกเช้าจึงทำให้เขาซึมซับมันเข้ามาในจิตใจ แต่พอขึ้นมัธยมมาก็เหินห่างมากขึ้นเรื่อย ๆ
……
หลังจากกลับถึงบ้านช่วงหัวค่ำเขามาทันกินข้าวเย็นกับครอบครัวพอดี
เสือน้อยหวนนึกถึงอดีตจึงออกปากบอกแม่ว่า“พรุ่งนี้จะใส่บาตรด้วย!”
ทำเอาแม่เหลียวมามองอีกรอบ เธอยักคิ้วหลิ่วตาก่อนกลั้นใจถาม “ใส่บาตร?นี่ผีห่าตัวไหนมาสิงลูกของฉัน ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!”
แม่ชบาเดินเข้ามา ดึงปอยผมบนศีรษะที่สามด้านไถเรียบเตียนตามสไตล์ทรงนักเรียนไทย จากนั้นก็ออกแรงเล่นใหญ่อยู่พักหนึ่ง
“โอ๊ยแม่! ไม่ใช่ผีนี่เสือเองเสือน้อยลูกแม่ไงจ๊ะ” เสือน้อยจับที่ข้อมือแม่เบา ๆเขาส่งสัญญาณทำนองว่าเจ็บจริงแม่!
“หือ! นี่ลูกแม่จริง ๆ หรือนี่ อะไรดลจิตดลใจให้มาสนใจทำบุญทำทานละลูกจ๋า แต่ก็ช่างมันเถอะ เดี๋ยวเช้า ๆ ไปปลุกพระมาตีห้าครึ่งนะอาทิตย์นี้”
เสือน้อยยืนงงถามเองตอบเองแล้วแม่ชบาก็เดินจากไปปล่อยให้เขายืนโง่อยู่อย่างนั้น เขากะพริบตาปริบ ๆ เกาหัว ก่อนเดินเข้าห้องไป
พ่อเคยบอกว่า “ผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยากที่สุดในโลก!”เขาที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็กแล้ว เริ่มมาเข้าใจเอาก็ตอนจะโตเป็นหนุ่ม
เช้าตรู่วันต่อมาเสือน้อยก็ตื่นเช้ากว่าที่เคยไว้มากปกติเขาก็เป็นคนตื่นเช้า แต่ดูเหมือนวันนี้จะเช้าเป็นพิเศษด้วย
แม่ชบาไปทุบประตูห้องเสียงดังลั่น ปากก็ตะโกนเตือนให้ไปใส่บาตร
นกแก้วที่นอนอยู่ก็สะดุ้งตื่นด้วย เธองัวเงียไม่อยากลุกแต่ป้าสุดรักของเธอเดินไปลากออกมาจากห้องด้วยตัวเอง
เสือน้อยกับนกแก้วยืนหาวอยู่หน้าโต๊ะกับข้าวที่เตรียมไว้ส่วนพ่อแม่ที่ตื่นมาใส่บาตรอยู่เป็นประจำ ไม่ได้เป็นเหมือนเด็กน้อยทั้งสอง
พวกเขายังรักษามาดความสุขุมตามวัยไว้ยืนรออยู่ครู่หนึ่งพระสามรูปก็เดินมา พ่อก็ยืนอยู่หน้าโต๊ะพูดนอบน้อม“นิมนต์ครับท่านมหา”
เสือน้อยที่งัวเงีย พอพ่อพูดนิมนต์เชิญชวนเขาก็ลืมตาขึ้นมาก่อนหรี่ตามองไปพระสามรูปเบื้องหน้า นิ้วก็แคะขี้ตาไปพลาง ๆ “หน้าตาคุ้น ๆ แฮะ?”
พอพ่อพูดชื่อ “มหา” ขึ้นมาเขาก็นึกขึ้นมาได้จึงพูดโพล่งออกไปโดยที่ไม่รู้ตัว “นี่พระครูยังไม่สึกอีกหรือ?”
พ่อแม่ก็ชะงักขณะที่กำลังถือขันใส่ข้าวพร้อมกันหันมามองลูกชายตัวดี พลางบ่นอุบอยู่ภายในใจ “ใครสั่งใครสอนให้ทักทายพระสงฆ์แบบนี้น่าตีนักเชียว!”น่ามันเขี้ยวยิ่งนักโดยเฉพาะแม่ชบา
พระครูหันมายิ้มสดใสมองเจ้าเสือน้อยอยู่นานแล้วก่อนตอบว่า “ยังไม่สึกหรอกรอเอ็งมาบวชอยู่นั่นแหละเจ้าเสือน้อยนี่ไปอยู่ปทุมวิไลคะแนนจิตพิสัยไม่ต่ำบางรึ? ถึงได้ไม่มาบวช!?” มหาถามอย่างแปลกใจ
“ปัดโถ่พระครู!ไอ้เสือน้อยเป็นเด็กดีแค่ไหนพระครูก็รู้ ไอ้พวกคะนงคะแนนจิตพิสัยไม่มีหรอกต่ำกว่าห้าสิบ”ปากพูดไปแบบนั้น
แต่ว่าคะแนนก็จวนเจียนอยู่รอมร่อ เป็นมาหลายเทอมแล้ว เพราะเข้าแถวสายทุกวันจนบางครั้งเขาต้องคำนวณดีๆ
“ใช่หรือ?” พระอาจารย์คลี่ยิ้มผลิบานในใจมหารู้ดีว่าเจ้าตัวแสบนี่อยู่สงบ ๆ เป็นที่ไหน
“มา ๆ พระครู…วันนี้จะฉันอะไรดีล่ะ?” พอได้ยินคำถามของลูกชาย
พ่อแม่ก็พลันสะอึกและชะงักงันไปอีกรอบนี่ยังรวมไปถึงพระลูกวัดทั้งสองที่เดินตามมาด้วย
แม่ชบาด่าขึ้นมา “ไอ้เสือโง่! ตักบาตรใครเขาถามพระกันฮะ”ทั้งหยิกแขนลูกชายตัวดี
เสือน้อยก็ร้องโอดโอย ก่อนพูดตอบโต้ว่า“ทำไมจะถามไม่ได้ละแม่ก็ในตอนที่ ‘นายจุนทะ’ ถวายมื้อสุดท้ายของพระพุทธเจ้า ก็เพราะด้วยความไม่รู้ว่าเป็นเห็ดพิษไม่ใช่เหรอ?”
พระครูเห็นดังนั้นจึงคลี่ยิ้มสดใส ในใจก็นึกขึ้นว่า “ปากช่างเจรจาเหมือนเคย”
“ไม่เป็นไรหรอกโยมทำไมไม่ลองฟังเจ้าเสือน้อย ปล่อยให้เจ้าตัวมันพูดดูก่อนล่ะ”แม่จึงยอมปล่อยเสือน้อยแต่โดยดี
เสือน้อยก็ยิ้มจ้าก่อนบอกว่า“สมมติถ้าพระสงฆ์แพ้อาหารขึ้นมา มิใช่ว่าเรากลายเป็นนายจุนทะคนที่สองเหรอแม้จะถวายด้วยจิตศรัทธา พระพุทธเจ้าก็บอกว่าไม่ผิดแต่จุนทะก็เศร้าใจคิดไม่ตกอยู่นานไม่ใช่เหรอจึงเป็นที่มาว่าจะเอาอะไรให้ผู้อื่นกินก็ต้องดูก่อนว่าเขากินมันได้หรือเปล่า!?”
เด็กหนุ่มพูดจาอธิบายยาวเหยียด ไม่ใช่จำมาจากในหนังสือแต่เป็นเพราะครูพึ่งสอนมาได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ดีดับ อีกทั้งยังให้นั่งอ่านเอาเองหรือไม่ก็ฟังธรรมผ่านเครื่องเล่นเสียง
“เห็นมั้ยล่ะคุณโยม ลูกศิษย์อาตมาพูดมีเหตุผลทีเดียว!” พระอาจารย์ก็พยักหน้ารับด้วยใจที่เบิกบานเห็นเจ้าเสือน้อยมันศึกษาพุทธประวัติก็ใคร่ยินดี จึงยื่นมือไปลูบหัวครู่หนึ่ง
“ปีนี้เอ็งเรียนอยู่ห้องไหนเหรอ เจ้าเสือน้อย?”
“ห้องสิบเอ็ดครับพระครู”เสือน้อยตอบด้วยเสียงภาคภูมิใจ
เขาพลันยกยิ้มที่มุมปากพวกเด็กห้องหนึ่งที่ว่าแน่ก็มีเลข ‘1’ แค่ตัวเดียว
ส่วนทางห้องของเขามีตั้งสองตัว ‘11’ เจ๋งกว่าเป็นไหนๆ ทุกวันนี้เสือน้อยก็ได้แพร่กระจายความคิดนี้ออกไป มันก็ราวกับโรคระบาดภายในห้อง จึงทำให้ทุกคนในห้องรู้สึกดีเวลาคุยโม้กับคนอื่น
“มาเถิดใส่บาตรกันคุณโยมประเดี๋ยวโยมท่านอื่นจะยืนรอนาน” พระครูพูดขึ้นจากนั้นทั้งครอบครัวก็ทยอยกันตักบาตรเรียงตามลำดับ ก่อนรับพรเสร็จสิ้น
หลังจากตักแม่ชบาถามขึ้นว่า “พระสนป่วยหรือเจ้าค่ะท่านมหาไผ่” ปกติเห็นท่านเดินอยู่อีกทางหนึ่ง ไม่นึกว่าวันนี้จะเดินมาเส้นนี้
“เปล่าหรอกคุณโยมชบา ก็ลองสลับ ๆกันบ้างจะได้ปรับเปลี่ยนกันตัวเอง และจะได้สลัดความเคยชินเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ น่ะเออนี่คุณโยมขอตัวเจ้าเสือน้อยไปเดินหิ้วของ ตามอาตมาหน่อยได้หรือเปล่า?” พระครูไผ่ถามขึ้น
“เชิญตามสบายเจ้าค่ะ” ก่อนจะหันไปมองเสือน้อยพร้อมส่งสายตาพิฆาตให้สัญญาณ เป็นเชิงว่าถ้าไม่ไปล่ะน่าดู
“แม่ไม่บอกเสือก็จะจัดการอยู่แล้วน่า”ก่อนเดินไปเข็นรถเดินตามพระครูไป ตลอดทางก็ถามชื่อพระทั้งสองรูปปากก็ไม่หยุดตั้งคำถามไปเรื่อยเปื่อย
ตอนเรียนสมัยประถมเสือน้อยคือเจ้าตัวแสบประจำโรงเรียนมีหรือที่พระมหาไผ่จะไม่รู้จักอีกทั้งยังเป็นตนเองนี่แหละที่ปราบนิสัยพยศของเด็กน้อยไว้ได้
คำพูดที่ครูในโรงเรียนพูดกับไอ้เข้ม“แค่มันไม่ไปหาเรื่องใครก่อนก็บุญหัวแค่ไหนแล้ว”เป็นพระครูไผ่นี่แหละที่เริ่มพูดให้บรรดาครู และเพื่อนร่วมห้องฟัง
“ตอนเด็กไม่หาเรื่องสนุกทำตอนหนุ่มไม่หาเรื่องบันเทิง คงไม่ใช่มนุษย์ปกติแล้ว!” พ่อสอนเสือน้อยมาเองกับมือเขาจำได้ดีนักเชียวแหละพวกคำสอนทำนองนี้!
……
วันรุ่งขึ้น เสือน้อยก็ตื่นขึ้นมาขายข้าวเหนียวหมูปิ้งตามปกติยิ้มหน้าชื่นตาบาน วันก่อนไปก่อกวนพระครูไผ่ตลอดทาง พอมาย้อน ๆ คิดดูแล้ว
เรามันก็คล้ายยัยนกแก้วตัวแสบเหมือนกันนี่หว่าเสือน้อยนึกถึงตอนนกแก้ว กลายเป็นนกกระจิบบินวนอยู่รอบ ๆ ตัว นั่นจึงทำให้เขาเกิดความรู้สึกแบบนี้
พ่อค้าหมูปิ้งมาสคอตประจำโรงเรียนยืนขายอยู่ปกติ
แต่วันนี้เจ้ากรรม ดันมีผู้หญิงสูงชะลูดทรวดทรงองค์เอวดูน่ามองเป็นอย่างมากเวลาเธอเดินไปไหนมาไหนก็เป็นที่จับจ้องของคนรอบข้าง
มองดูได้จากการแต่งตัวแล้ว ก็น่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศสักแห่งแต่เป็นเพราะเธอสวย หุ่นดีเป็นพิเศษ
เธอเดินเข้ามาซื้อหมูปิ้งของเขาสั่งอาหารตามปกติพร้อมยื่นเงินให้เสือน้อยก็ยิ้มต้อนรับที่พี่สาวคนสวยเดินเข้ามาอุดหนุนเขา
จึงหยิบชุดข้าวเหนียวหมูปิ้งขึ้นมา แต่ทว่าในตอนที่กำลังจะยื่นของให้กับเธอปรากฏว่าสายตาของเด็กหนุ่มดันไปอยู่ระดับเดียวกันกับหน้าอกของพี่สาวคนสวยพอดี
นั่นจึงทำให้เกิดเรื่องบันเทิงขึ้นมาก…