ซินเย่วเลิกสนใจโต๊ะตัวนั้น แล้วหันไปมองลูกน้อยที่นอนมองมาตาใส แก้มย้วยจนอยากเข้าไปฟัด ริมฝีปากขยับไปมาราวกับกำลังอยากจะพูดคุย แต่เสียงที่ออกมากลับอ้อแอ้ฟังไม่รู้เื่
“แอ้ แอ้ แอ้”เสียงใสของเด็กชายราวกับกล่าวทักทายผู้เป็มารดา
ซินเย่วจึงอุ้มเด็กชายที่ใกล้ตัวกว่าขึ้นมาก่อนพร้อมเปิดเสื้อ มือเรียวจับลูกชายให้เข้าเต้า ด้วยความเบามือที่สุด เพราะกลัวจะกะแรงไม่ถูก เหตุการณ์โต๊ะข้างเตียงยังทำให้นางเป็กังวลจะทำให้เด็กน้อยาเ็ ปากของเ้าตัวน้อย ขยับดูดนมจากเต้าอย่างหิวโหย จนซินเย่วต้องตบหลังเขาไปด้วยเบา เพื่อไม่ให้เขาสำรัก
“ใจเย็นๆ เ้าตัวน้อย เดี๋ยวก็สำลักหรอก”ซินเย่วยิ้มเอ็นดู
จนกระทั้งเด็กคนแรกกินเสร็จ ซินเย่วจึงขยับวางลูกน้อยลง แล้วอุ้มอีกคนขึ้นมาเพื่อรับน้ำนมจากอกอีกข้าง เด็กน้อยก็ให้ความร่วมมือเป็อย่างดี ดื่มกินอย่างมีความสุขจนตาโตโตนั้นยี่ลงอย่างน่ารัก ทำเอาคนเป็แม่ต้องก้มลงไปฟัดแก้มใสนั่น
“เด็กน้อย เหตุใดจึงน่ารักขนาดนี้กันนะ”พูดไป นิ้วก็เกลี่ยแก้มใสของของลูกน้อยไปมา อย่างสนุกสนาน
ชาติที่แล้ว ซินเย่ว มีชื่อว่า ฝูเย่วเย่ว หญิงสาวอายุ 29 ปี สถานะโสดสนิท ไม่มีแฟนมาั้แ่เกิด ผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตก็ถูกยัดเข้าเฟรนโซนทั้งหมด
เย่วเย่วมีพี่ชายอีก 3 คน นางเป็ลูกคนที่ 4 ของบ้าน และยังเป็ลูกสาวอีกด้วย ทำให้เย่วเย่วห่างไกลจากการเป็กุลสตรีที่ดีอย่างที่สุด แม้มารดาจะพยายามขนาดไหนก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ จนถึงขนาดฝากฝังพี่ชายทั้งสามคนให้ดูแลนางด้วยยามแก่เฒ่า แต่เื่ที่เย่วเย่วไม่มีผู้ชายมายุ่งเกี่ยวด้วย ก็ไม่ได้เป็เพราะแค่นิสัยที่ไม่เป็กุลสตรีของเย่วเย่วเพียงอย่างเดียว มันติดที่ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ไม่ดูบอบบางตามสมัยนิยม จนทำให้ผู้ชายที่แม่พยายามหามาดูตัวให้หนีหายไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากจบการศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา เย่วเย่วก็เข้าร่วมเป็นักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติทันที ทำให้ร่างกายที่มีมัดกล้าม ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ชัดเจนขึ้น เย่วเย่วฝึกฝนอย่างหนักอยู่ 4 ปี ก็ได้เป็ตัวแทนชาติเข้าแข่งขันกีฬายกน้ำหนัก และได้เหรียญทองจากโอลิมปิกเกมส์ปีล่าสุด มา ในระหว่างที่กำลังชื่นชมรางวัลที่ได้รับมาอยู่นั้น จู่ๆเย่งเย่วก็เกิดอาการวูบโหวงล้มลงกับพื้น และโผล่มาอยู่ที่นี่อย่างกะทันหัน
“นี่คงเป็ชะตากรรมของข้าสินะ เด็กน้อย งั้นต่อไปข้าจะเป็มารดาให้พวกเ้าทั้งสองก็แล้วกันนะ”
พูดจบ ซินเย่วก็ก้มหน้าไปหอมแก้มสองแฝดเบาเบาอย่างรักใคร่ เด็กทั้งสองเมื่อเห็นแม่ก้มลงมาหอมแก้ม ก็หัวเราะเอิ้กอ้ากออกมา รอยยิ้มของเด็กน้อยทั้งสองทำเอาใจของซินเย่วแทบจะเหลวเป็น้ำ ต่อให้ไม่ได้เป็เ้าของร่างนี้จริงๆ แต่ก็เป็คลอดออกมาเอง ย่อมมีความรักเปี่ยมล้นในใจ
“เอาล่ะ พวกเ้าคงยังไม่มีชื่อสินะ เพราะพ่อของเ้าไม่ได้อยู่ที่นี่ งั้นหน้าที่ตั้งชื่อข้าจะรับผิดชอบเอง เ้าที่มีไฝที่ใต้ตาซ้าย ชื่อ หลิงซีเฉิน ส่วนเ้าตัวน้อยที่มีไฝที่ใต้ตาขวา ชื่อ หลิงซีเล่อ ก็แล้วกัน ว่ายังไงเฉินเฉิน เล่อเล่อ ชอบชื่อที่แม่ตั้งให้หรือไม่”
ซินเย่วมองลูกชายตัวน้อย ที่ขยับปากคล้ายตอบรับพร้อมยิ้มสดใสส่งมา จนทำให้ไม่ได้สังเกตว่ามีใครอีกคนเดินเข้ามาในห้องแล้ว แต่ยืนหลบอยู่มุมประตูของห้องเพื่อไม่ให้เป็การรบกวนนางกับลูก
“พี่สะใภ้ใหญ่เ้าค่ะ ขะ…ข้าเอาอาหารมาให้ ละ…แล้วก็จะมารับเด็กๆออกไปนอนกลางวันเ้าค่ะ”
เสียงของเด็กหญิงทำให้ซินเย่วที่นั่งมองลูกๆ อยู่หันมองนางนิ่ง เด็กคนนี้พูดอะไรเสียงดังกว่ายุงเพียงนิด ต้องกลัวนางขนาดไหนกันถึงเป็ได้ขนาดนี้
“อืม ฝากเ้าด้วย”
ซินเย่วตอบรับออกไปสั้นสั้น เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไร กลัวว่าหากนางพูดดีดีกับเด็กหญิงมากเกินไปนางจะตั้งรับไม่ทัน จนมีความหวาดกลัวเพิ่มขึ้นอีก เอาเป็ว่าข้าจะค่อยๆทำดีกับเ้าก็แล้วกันนะ สาวน้อย
เมื่อสาวน้อยอุ้มทารกทั้งสองออกไปจนหมดแล้ว ซินเย่วก็ก้มหน้ามองถาดอาหารที่ซีซีเอามาให้ กินอย่างปลดปลง เหตุใดข้าวต้มจึงจางมีแต่น้ำข้าวถึงเพียงนี้ แล้วซากผักต้มนี้อีก ิญญาของเนื้อก็ไม่มีเลยสักนิด แต่ถึงจะบ่นอย่างไรซินเย่วก็จำใจกินให้หมด อย่างไม่มีทางเลือก
“รอข้าหายดีก่อนเถอะ อาหารพวกนี้ต้องได้รับการปฎิวัติ”บ่นพึมพำไป ก้มหน้ากินข้าวไป ช่างได้อรรถรสดีแท้
หลังจากกินหมดแล้ว ซินเย่วจึงเริ่มสำรวจตัวเองอีกครั้ง เพราะั้แ่ตื่นมาในร่างนี้ก็ยังไม่มีเวลาสำรวจร่างใหม่นี้เลย ร่างนี้อายุ 20 ปี เป็วัยที่กำลังสวยงาม อกเป็อก เอวเป็เอว ทั้งก้นยังงอนงาม เรียกได้ว่าเป็สาวงามคนนึงเลยก็ว่าได้ ช่างต่างกับร่างเดิมของข้ายิ่งนัก แบบนี้ก็ดีไปอีกแบบแฮะ แต่ติดก็ที่ร่างนี้ผอมบางไปหน่อย ชนเพียงนิดคงปลิวจนลอยตามลมเลยก็ว่า ไม่มั่นใจเลยว่าเป็โรคคลั่งผอมหรือไม่มีอะไรกินกันแน่
ความสงสัยเื่โต๊ะยังไม่จางหาย ซินเย่วจึงทดลองดูอีกครั้ง โดยงอเหล็กเขี่ยไฟที่อยู่ในห้องดูว่าจะเป็อย่างไร และผลที่ตามมาก้ทำเอาซินเย่วแทบหยุดหายใจ เพราะแค่นางออกแรงเล็กน้อยเหล็กในมือของนางก็งอลงราวกับว่านี้ไม่ใช่เหล็ก แต่เป็หลอดพลาสติก เมื่องอแล้วก้ดัดกลับ งอแล้วก็ดัดอยู่ซักพักจนพอใจ
ซินเย่วจึงเริ่มหันไปที่ขาโต๊ะไม้น่าสงสารที่นางทำพังไปแล้วั้แ่แรง เพียงออกแรงบีบเบาเบาก็ทำให้ไม้แตกออกจากกัน ยั่งกับว่ามันเป็ไม้พุๆ
ตอนนี้นางรู้สึกว่าร่างกายนั่นแข็งแรงดีไม่เหมือนคนทั่วไปเลยสักนิด นี่มันมากกว่าแรงที่นางเคยมีในชาติถพก่อนซะอีก รวมทั้งร่างกายนี้เพิ่งคลอดลูกมาได้เพียง 1 วัน แต่กลับไม่ได้แสดงอาการอะไรมากมาย นอกจากเพลียเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
จะประหลาดเกินไปแล้ว นี่แรงเรามีมากขนาดไหนกันแน่ แต่เพื่อความชัวร์หลังจากออกจากการอยู่ไฟ คงต้องทดสอบกันอีกยาว ทั้งยังต้องกะแรงให้ถูกเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครเข้า
แต่ถามจริงๆ เถอะเ้าค่ะ ์ร่างกายที่ได้มาใหม่บอบบางดูอ่อนแอขนาดนี้ ท่านจัดส่งพรให้มีพลังช้างสาร เอาจริงมันดูไม่ค่อยน่ารักเท่าไรเลยนะเ้าค่ะ ไม่น่ารักเลย
การอยู่ไฟนี้คงจะต้องพักยาวราวราว 1 เดือน ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่มีเื่ใดมาก่อกวนข้าก็แล้วกันนะ
ซินเย่ว : ร่างใหม่นี้น่ารักเป็บ้าาาา