ในวันรุ่งขึ้น ไฮด์ลืมตาตื่น แล้วจึงค่อย ๆลุกขึ้นมานั่งโดยเอาหลังไปพิงกับฝาผนัง ก่อนจะยืดแขนยืดขาเพื่อสลัดความง่วงให้หมดไป แล้วจึงค่อย ๆ ลุกออกจากเตียงไปอาบน้ำ เพื่อเตรียมตัวกลับไปเรียนที่โรงเรียนฝึกสอนเวทย์มนตร์มอเทรียอีกครั้งโดยระหว่างอาบน้ำไฮด์ได้แต่คิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตลอด่วันหยุดของตัวเอง
‘กอร์ส เวทย์นภากลืนกิน เจออะไรเยอะเหมือนกันนะเรา’ไฮด์คิดพลางระหว่างอาบน้ำไปด้วย
ใน่เช้าของวัน ไฮด์เดินออกจากบ้านเร็วกว่าปกติ ทำให้การเดินทางสะดวก ไม่แออัดเหมือนปกติซึ่งในที่สุดไฮด์ก็เดินทางมาถึงโรงเรียนฝึกสอนเวทย์มนตร์มอเทรียจนได้ แต่สิ่งที่ไฮด์เห็นตอนเข้าโรงเรียนคือม่านพลังที่มีลักษณะโปร่งใสซึ่งครอบคลุมโรงเรียนอยู่ไฮด์จึงได้เอามือไปแตะที่ม่านพลังดู แต่ปรากฏว่ามือของไฮด์นั้นสามารถผ่านทะลุเข้าไปในม่านพลังได้ไฮด์จึงเดินเข้าไปแต่ก็พบว่าข้างในก็ยังมีม่านพลังกางไว้อีกสองชั้นเมื่อเห็นดังนั้นไฮด์จึงเดินผ่านม่านพลังทั้งสองชั้น แล้วตรงเข้าไปในห้องของตัวเองอย่างรวดเร็วซึ่งปรากฏว่ายังไม่มีใครมาไฮด์จึงได้เดินไปทำความสะอาดบริเวณชั้นเรียนที่เขาใช้เรียนกันปกติเพราะถ้าให้ทำความสะอาดทั้งห้องที่มีขนาดกว่าครึ่งสนามฟุตบอลด้วยตัวคนเดียว ทำยังไงก็ไม่ทันเข้าคาบเรียน
“สวัสดี ไม่เจอกันนานนะไฮด์” เสียงทักทายดังออกมาจากประตูทางเข้าห้องทำให้ไฮด์ที่ทำความสะอาดอยู่หันกลับไปมองพบว่าเป็อดัมที่มาถึงห้องรองจากเขา
“สวัสดี ่วันหยุดเป็ไงบ้าง” ไฮด์ถาม
“คงจะดีกว่านี้ถ้าไม่มีฝนนั้นตกมาทั่วทั้งเมือง” อดัมตอบ
“นั้นสินะ” ไฮด์ตอบ แต่สำหรับไฮด์ใน่วันหยุดที่เขาได้เจอเื่ราวต่างๆ ทำให้ไฮด์สามารถทำใจได้ในเวลาไม่นาน
“พวกนายมากันเร็วนะ” เสียงของเจนดังขึ้นก่อนเจนจะเดินตรงมายังพวกไฮด์และอดัมพร้อมด้วยแซนดี้
“สวัสดี” แซนดี้กล่าวทักทาย
“สวัสดี” อดัมและไฮด์ทักตอบ
หลังจากนั้นไม่นานเพื่อนๆ ในห้องก็ทยอยมากันจนครบ ทุกคนต่างพูดคุยทักทายกันไปมาแต่กลับไม่มีใครสนุกไปกับ่วันหยุดเลยทำให้การพูดคุยที่ควรจะมีสีสัน กลับกลายเป็ว่าบรรยากาศที่เงียบลงกว่าปกติมากเพราะ ทุกคนรู้ดีว่ามีการสูญเสียมากมายเกิดขึ้นเพราะฝนแห่งคำสาปนั้น ทำให้ทุกคนจึงไม่ได้พูดอะไรมาก
“สวัสดี” เสียงหนึ่งดังขึ้นทำลายความเงียบสงัดของห้องเรียนนั้นคือ เสียงของอาจารย์เอิร์นที่ดังออกมาจากทางเข้าประตูทำให้เหล่านักเรียนทุกคนกลับไปนั่งที่ของตัวเองกันอย่างเรียบร้อย
“พวกเธอคงรู้เื่ที่เกิดขึ้นกับเมืองของเราแล้ว”อาจารย์เอิร์นพูด
“เป็เื่ที่น่าเสียใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้แต่ครูก็ดีใจมากที่พวกเธอทุกคนต่างก็ปลอดภัยกันดี” อาจารย์เอิร์นพูดพลางมองลูกศิษย์ของเธอ
“อาจารย์ค่ะแล้วหลังจากนี้จะเป็ยังไงต่อไปค่ะ”แซนดี้ถาม
“สำหรับตอนนี้ทางโรงเรียนได้มีการกางม่านพลังไว้พวกเธอคงเห็นกันหมดทุกคนแล้ว แต่สำหรับคนในเมืองที่โดนฝนตอนนี้เราได้รับความช่วยเหลือจากศาสนจักรแห่งแสงสว่างที่อยู่ทางตอนเหนือของเมืองเข้ามาช่วยรักษาและถอนคำสาปให้กลุ่มคนเ่าั้แล้วทำให้สถานการณ์ในตอนนี้เริ่มควบคุมได้มากยิ่งขึ้น นั้นคือสิ่งที่อาจารย์ได้ยินมานะ”อาจารย์เอิร์นพูด
“แล้วฝนพวกนี้คืออะไรครับ” อดัมยกมือขึ้นมาถาม
“ฝนพวกนี้คือเวทย์มนตร์ นภากลืนกิน” อาจารย์เอิร์นตอบก่อนจะเล่าเื่พื้นฐานของเวทย์มนตร์นี้ให้อดัมและนักเรียนคนอื่นฟังอีกครั้ง แบบเดียวกับที่เคยเล่าให้ไฮด์ฟัง
“แล้วเวทย์ นภากลืนกิน จะเกิดขึ้นอีกไหมครับ” แคลนถามขึ้นมาบ้าง
“อาจารย์คงให้คำตอบที่แน่นอนไม่ได้แต่ถ้าตามความคิดอาจารย์ อาจารย์คิดว่าอาจจะเกิดเื่แบบนี้ขึ้นอีก” อาจารย์เอิร์นตอบทำให้นักเรียนในห้องของเธอเริ่มแสดงสีหน้าวิตกกังวลกันมากขึ้น
“ใจเย็น ๆ ไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียแบบเมื่อวันก่อนอีกทางอาจารย์จึงได้เริ่มกางม่านพลังเพื่อปกป้องพวกเธอที่อยู่ภายในโรงเรียนอยู่นี่ไง”อาจารย์เอิร์นพูดอธิบายเพื่อลดความกังวลของเหล่านักเรียน
“แล้วในเมืองละค่ะ” แซนดี้ถาม
“ไม่ต้องกังวลนะตอนนี้หน่วยปกป้องพิเศษของเมืองก็กำลังเริ่มร่ายคาถาม่านพลังตามจุดต่าง ๆของเมืองแล้วเหมือนกัน” อาจารย์เอิร์นตอบ
“ค่ะ” แซนดี้ตอบรับแต่สีหน้ายังคงแสดงความวิตกกังวลอยู่
“แต่ก่อนอื่นเลยในวันนี้การเรียนเกี่ยวกับการใช้เวทย์มนตร์จะถูกระงับไว้ก่อนนะ”อาจารย์เอิร์นพูด ทำให้นักเรียนในห้องแปลกใจ
“เพราะวันนี้มีเื่ที่พวกเธอต้องเรียนก่อนนั้นคือทักษะการปรุงยาซึ่งเดิมพวกเธอควรจะได้เรียนใน่ปีสอง แต่จากการประชุมอาจารย์เมื่อคราวก่อนเราจึงได้ตัดสินใจว่าจะให้พวกเธอเรียนรู้เื่นี้ไปเลย” อาจารย์เอิร์นอธิบายไขข้อสงสัยให้เหล่านักเรียนของเธอ
“อาจารย์จะสอนเราปรุงยาเหรอครับ” บิลถามขึ้น
“เปล่า เป็อาจารย์แม๊กนะ” อาจารย์เอิร์นตอบ ซึ่งคำตอบของอาจารย์เอิร์นสร้างความแปลกใจให้นักเรียนของเธออีกครั้งเพราะพวกเขาไม่เคยเรียนกับอาจารย์คนอื่นเลยนอกจากอาจารย์เอิร์นคนเดียวั้แ่เปิดเรียนมา
“แล้วอาจารย์เอิร์นละครับ ไม่สอนเราเหรอ” บิลถามต่อ
“ไม่หรอก เื่การปรุงยาอาจารย์ไม่ถนัดดังนั้นหน้าที่นี้จึงต้องยกให้อาจารย์แม๊กเป็คนจัดการไป” อาจารย์เอิร์นตอบ
“แล้วการปรุงยามันเป็ยังไงครับ” นักเรียนชายในห้องคนหนึ่งยกมือขึ้นมาถาม
“ก็ตามชื่อนั้นแหละคือการปรุงยาเพื่อรักษาแต่หลังจากประชุมอาจารย์ในโรงเรียนทุกคน เราได้มีการปรับหลักสูตรเล็กน้อยเพื่อตอบรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยการให้พวกเธอเรียนการปรุงยาหยาดโลหิตก่อนเป็อันดับแรก”อาจารย์เอิร์นหันไปตอบเด็กผู้ชายคนนั้น
“แล้วยาหยาดโลหิตมันคืออะไรครับ” อดัมถาม
“มันคือยาที่ช่วยชะลอผลของเวทย์มนตร์นภากลืนได้เราจึงตกลงกันว่าจะให้พวกเธอเรียนการปรุงยาหยาดโลหิตกันก่อน” อาจารย์เอิร์นตอบ ก่อนจะมองที่นาฬิกาข้อมือ
“เอาละ หมดเวลาคำถามแล้ว ถึงเวลาที่พวกเธอต้องไปเรียนที่ห้องปรุงยาแล้ว”อาจารย์เอิร์นพูดก่อนจะเร่งให้นักเรียนของเธอเดินตามไปยังห้องปรุงยาซึ่งเป็ห้องโถงขนาดใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยโต๊ะยาว และบนโต๊ะก็เต็มไปด้วยแท่งแก้ว หม้อต้ม หลอดแก้ว แท่งคนและอุปกรณ์มากมายที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ และไม่ใช่แค่นี้นักเรียนจากคลาสอื่น ๆเองต่างก็มาร่วมเรียนด้วยกันอีกทำให้นี่เป็ครั้งแรกที่ทุกคนจะได้เรียนร่วมกับเพื่อนประจำคลาสธาตุอื่น ๆและอาจารย์คนใหม่
“งั้นแม๊กฉันไปก่อนนะ” อาจารย์เอิร์นพูดกับผู้ชายตัวสูง ผิวขาว ขายาวผมสีเขียว ซึ่งสวมเสื้อกาวสีขาวยืนอยู่ที่หน้าห้องปรุงยา
“โอเค” แม๊กพูดสั้น ๆ ก่อนจะนำพวกเด็กเประจำคลาสธาตุดินข้าไปในห้องปรุงยา