“พวกคุณน่ารักมาก! ไว้พบกันใหม่นะครับ!” เสียงทุ้มทรงเสน่ห์ดังลั่นออกจากลำโพงในคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพ นักร้องลูกครึ่งไทย-เกาหลีวัย 25 ปีที่ผู้คนกล่าวขวัญไปทั่วโลกพร้อมทีมแดนเซอร์พากันโค้งคำนับผู้ชมที่พร้อมใจกันส่งเสียงกรี๊ดร้องอย่างเสียดายเมื่อรู้ว่าโชว์ราคาแพงกำลังจะจบลง
คิม จุนซา เ้าของเรือนผมสีควันบุหรี่ผู้เต็มไปด้วยรางวัลการันตีมากมายในฐานะศิลปินเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จด้วยอายุยังน้อยที่สุดในทศวรรษโบกมืออำลาแฟนๆ
ลักษณะนิสัยไม่แคร์โลกทั้งใบ บวกเข้ากับความเ้าชู้ที่พระเ้าประทานมาเป็ข้อเสียหลัก มันถูกหักล้างไปด้วยหน้าตาและความสามารถที่จุนซามี
และทุกสื่อต่างยอมรับว่าจุนซาเป็เน็ตไอดอลที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของยุคเลยก็ว่าได้
“วันนี้ก็สุดเหวี่ยงเหมือนเคยนะ” สต๊าฟสาวเอ่ยทักพลางโยนขวดน้ำเย็นไปให้ มือใหญ่ข้างที่ไม่ได้ถือไมค์โครโฟนเอื้อมรับก่อนเปิดกรอกดื่มอย่างหิวกระหาย
“น้อยกว่านี้ได้ไง” คนกะล่อนไหวไหล่ประกอบคำพูดหยอกเย้า
จุนซาหัวเราะเบาๆพลางหยิบผ้าที่พาดตรงไหล่ขึ้นมาซับหน้า
หางตาเหลือบไปเห็นชายหนุ่มตัวเล็กในชุดสต๊าฟเดินเข้ามาใกล้ มือของผู้มาเยือนจับหมวกแก็บลงมาบดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง
“...?” จุนซาหันมาประจันหน้าอย่างใคร่รู้ ในหัวคิดไปต่างๆนานาว่าอีกฝ่ายคงเป็หนึ่งในสต๊าฟที่จะมาแจ้งรายละเอียดงานแสนน่าเบื่อต่อ
“ขอโทษนะครับ แต่มีของขวัญจำนวนหนึ่งที่แฟนคลับส่งมาให้คุณ เลยอยากให้คุณไปช่วยเลือกว่าจะเก็บสิ่งของชิ้นไหนไว้บ้างน่ะครับ”
จุนซาละริมฝีปากจากขวดน้ำพลางกลืนสิ่งที่ดื่มลงคอ เลิกคิ้วขึ้นอย่างฉงนใจ
“หืม? ของขวัญงั้นเหรอ? เอาไว้ทุกชิ้นนั่นแหละน่า” มือข้างที่ถือไมค์โบกไปมาอย่างตัดความรำคาญ สีหน้าคนภายใต้หมวกแก็บร้อนรนทันทียามเห็นว่าจุนซาหันหลังกลับไป มือเล็กเผลอเอื้อมไปคว้าแขนอีกฝ่ายเอาไว้ก่อนรีบปล่อยเมื่อดวงตาสีเข้มตวัดกลับมามอง
“เอ่อ...ตะ...แต่มีของขวัญบางชิ้นที่ผู้จัดการคุณบอกว่าควรทิ้งไปบ้างน่ะครับ เห็นว่าี้เีขนกันเยอะ...แล้วผมก็คิดว่าแฟนคลับคงจะเสียใจมากแน่ๆ ถ้าของขวัญที่ตัวเองให้ถูกทิ้งไป และ………” คนแปลกหน้ายังพยายามละล่ำละลั่กชี้แจงท่ามกลางสายตาสงสัยของจุนซา
ก็มันเคยเกิดขึ้นที่ไหนล่ะ ไอ้การเลือกทิ้งของขวัญแฟนคลับน่ะ
...แต่สิ่งที่รบกวนจิตใจเขามากกว่าคือใครหน้าไหนมันกล้ามาออกคำสั่งให้ทิ้งของล้ำค่าพวกนั้นกัน
คิดถึงตรงนี้จุนซาก็ขมวดคิ้วเป็ปมไปด้วยความหงุดหงิดว่าทำไมต้องไปเลือกทิ้งของสิ่งที่พวกแฟนคลับให้มาด้วย
“มีของที่ต้องทิ้งด้วยเหรอ?...แล้วหมอนั่นมีสิทธอะไรมาสั่งทิ้งของขวัญคนอื่นวะ” พูดไปแบบนั้นแต่จุนซาก็เลือกจะกรอกน้ำดื่มจนหมดก่อนหมุนตัวกลับมาหาคนที่มอบคำสั่งประหลาดๆให้
จุนซาพยักหน้าเชิงส่งสัญญาณว่าให้พาตนไปไอ้สถานที่เก็บของสัปปะรังเคนั่น
น่าเบื่อ...ดูท่าแผนการณ์ที่จะออกไปดื่มฉลองกับเพื่อนคงต้องเลื่อนเวลาออกไปอีกแล้ว
สต๊าฟตัวผอมโครกพยักหน้ารับน้อยๆก่อนรีบจ้ำอ้าวเดินนำคนตัวสูงมาหยุดตรงบานประตูไม้เก่าสุดทางเดิน
จุนซาจำได้ว่ามันคือห้องเก็บเครื่องดนตรี
แล้วของขวัญอะไรมาอยู่ตรงห้องเก็บเครื่องดนตรีวะ...นี่พนักงานประหยัดกันขนาดใช้ห้องรวมกันมั่วซั่วแล้วเหรอ
“ห้องนี้แหละครับ” ร่างโปร่งถอยออกมาพลางผายมือเชิญให้คนด้านหลังเข้าไปตรวจตราของภายในด้วยตัวเอง
จุนซาพยักหน้าเนือยๆ มือใหญ่เอื้อมไปผลักบานประตูเปิดเข้าไป ภาพแรกที่เห็นคือห้องมืดทึบขนาดใหญ่ เงาสิ่งของจำพวกเครื่องดนตรีเลือนลางให้เห็นตามมุมห้อง
ในขณะที่ดวงตาสีน้ำตาลพยายามเพ่งมองในความมืดไปพร้อมกับการควานหาสวิตช์ไฟ ร่างสูงต้องชะงักกึกไปกับััจากบางอย่างที่ทาบมาตรงใบหน้า
“อึ่!...” ผ้าสีขาวขนาดพอดีมือถูกกดปิดทาบตรงส่วนจมูกและปากของจุนซาที่กำลังดิ้นเร้าไปด้วยความใ สองมือพยายามยกขึ้นจับฝ่ามือใครบางคนที่กำลังประทุษร้ายตนออก
หากแต่เรี่ยวแรงกลับค่อยๆถูกสูบไปจนเหลือเพียงการกระชับบีบเบาๆเท่านั้น เสียงฮึดฮัดจากแรงขัดขืนเฮือกสุดท้ายดังในลำคอ ก่อนความมืดสนิทจะย่างกายเข้ามาพร้อมกับสติสัมปชัญญะที่ถูกตัดขาดลงในท้ายที่สุด
“...” ดวงตาสีดำสนิททอประกายในความมืด สายตาเลื่อนมองคนที่หมดสติจากยาสลบสัตว์ใหญ่ด้วยแววตาเหม่อลอย
โครงหน้าได้รูปซีดขาวลงถนัดตา ใบหน้าของคนที่เคยทำได้เพียงจ้องมองผ่านรูปถ่ายกำลังอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ
มือเล็กเอาผ้าโปะยาสลบออก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแน่นิ่งไปแล้ว น้ำหนักตัวที่โถมมาทับทำให้คนที่รับน้ำหนักถึงกับเสียสูญถ่วง แต่ร่างกายที่ถูกฝึกมาอย่างดีก็ประคับประคองร่างสูงใหญ่ให้นอนลงบนพื้นได้สำเร็จ ขณะที่ใช้ขาอีกข้างเกี่ยวลูกบิดประตูเข้ามาปิด
การทำงานในความมืดไม่เคยใช่ปัญหาของคนที่ถูกฝึกปรือประสาทััในทุกด้านจนแหลมคมอย่าง เอฟ สหพัช ค้ำจุน เ้าหน้าที่สังกัดสายลับพิเศษของไทยอย่าง NNA ที่ตอนนี้ลาพักร้อนจากหน่วยมาระยะใหญ่ เงินเดือนที่ได้ในตอนนี้มีเพียงเบี้ยเลี้ยงจากรัฐบาลเท่านั้น
แต่เอฟก็ไม่จำเป็ต้องแคร์อะไรมากนัก เมื่อตัวเองมีมีรายได้ก้อนโตงานนอกระบบตลอดเวลา
ด้วยไอคิวสูงกว่า 180 กว่าทำให้หลายองค์กรพยายามจับจองตัวอัจฉริยะเ้าปัญหากันพัลวัน แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีใครทำให้เอฟเชื่องได้ตลอดรอดฝั่งเลยสักคน
ผ้าสีดำผืนยาวค่อยๆรวบมัดตาคนหมดสติหลวมๆ ดวงตาสีฟ้าเหม่อมองริมฝีปากได้รูปที่เผยอเปิดหายใจแ่เบา รอยยิ้มบางขยับกว้างขึ้น ใบหน้าหวานค่อยๆก้มใบหน้าลงไปแตะััริมฝีปากชวนหลงใหลอย่างรุนแรง
“...อ่” ลมหายใจยาวของจุนซาเริ่มสะดุดยามมีบางอย่างทาบปิดทับช่องหายใจ อาการกระตุกเกร็งเล็กๆพวกนั้นทำให้กลีบปากสีสดกดทาบแช่ค้างไว้ก่อนขบเม้มแ่เบา
“นี่ของฉัน…” เอฟหยิบเทปกาวสีดำมาบรรจงแปะลงไปบนริมฝีปากหยัก คนตัวเล็กใช้เวลาไม่นานกับการมัดข้อมือข้อเท้าคนหมดสติ ก่อนลากร่างสูงใหญ่ยัดลงไปในกล่องดับเบิ้ลเบสเพื่อเตรียมขนย้ายออกจากโดมคอนเสิร์ต
“หลับฝันดีนะ จุน” ดวงตาสีดำมองจ้องเปลือกตาที่ปิดสนิทเป็ครั้งสุดท้ายก่อนค่อยๆล็อคปิดกล่องบรรจุร่างมนุษย์เอาไว้อย่างแ่า
เอฟหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาส่งข้อความหาดูโอ้ในที่ทำงาน เชิงบอกว่าภารกิจภาคสนามของตัวเองได้สำเร็จลุล่วงแล้ว
‘เรียบร้อย...ถึงเวลาที่ฉันระวังหลังให้นายบ้างแล้วโชคดี ติณฑ์’
—-----------------------------------------------------------------------
มาอัพตอน 1 แล้วค่า มาตังจะอัพให้อ่านฟรีวันละตอนนะคะ ฝากติดตามด้วยน้า เม้นติชมเป็กำลังใจด้วยนะคะ ขอบคุณค่า
#ติดนายฉิบหาย