พวกเด็กๆ ต่างรีบทดลองใช้แหวนมิติที่ได้รับมา เมื่อพวกเขาส่งจิตััเข้าไปด้านในแหวน พวกเขาพบกับตำราที่อู๋ซวนเตรียมไว้ให้กับพวกเขาพวกเขาลองเรียกมันออกมาดู
ตำราเวทออกมาอยู่ในมือของพวกเขาแต่ละคน
“พวกเ้าต้องหมั่นฝึกฝนตำราเล่มนี้ให้ดีเมื่อพวกเ้ากลับมาครั้งหน้า ข้าจะให้ตำราเวทระดับสูงให้กับพวกเ้าตอนนี้พวกเ้าต้องศึกษาตำราเวทที่ข้าให้ไปอย่างสม่ำเสมอที่สำคัญอย่าได้ทำแหวนมิติวงนี้หายเป็อันขาด ”
“ขอรับท่านปู่พวกเราสัญญาว่าจะหมั่นฝึกฝน พวกเราจะไม่ทำให้ท่านปู่ต้องผิดหวัง”
เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเด็กๆ ต่างมารวมตัวกันอยู่ที่ลานหมู่บ้านเพื่อรอให้เรือมารับพวกเขาไปเรือสถาบันต่าง ๆ ต่างมาจอดรอพวกเขาที่ท่าเรือั้แ่เช้าพวกเด็ก ๆ ต่างพากันขึ้นเรือสถาบันที่พวกเขาถูกเลือกจนเรือทุกลำแล่นออกจากท่าเรือไปแต่ยังคงเหลือเด็กอีกสี่คนที่ยังไม่มีเรือมารับพวกเขาผู้นำหมู่บ้านและอู๋ซวนยังคงยืนรอเป็เพื่อนเด็ก ๆ
พวกเขารอประมาณหนึ่งชั่วโมงมีเรือลำหนึ่งแล่นมาจากบนฟ้า มุ่งตรงมาทางพวกเขาทั้งสี่คน
“ขออภัยที่ให้พวกเ้าต้องรอเสียนานพวกเรามัวแต่ไปรับเด็ก ๆ จากเกาะอื่นเลยมารับพวกเ้าช้าไปหน่อย”
“ไม่เป็ไรขอรับ”
เฟยหลงตอบกลับไปพวกเขาทั้งสี่เดินขึ้นเรือลำนั้นด้วยความตื่นเต้นเพราะพวกเขาไม่ได้เดินทางไปในทะเลเหมือนคนอื่นๆ แต่พวกเขาทั้งสี่กลับได้นั่งเรือเหาะของสถาบันฟ้าครามแทนทั้งสี่โบกไม้โบกมืออำลาผู้นำหมู่บ้าน อู๋ซวนและบิดามารดาของพวกเด็ก ๆและชาวบ้านที่มายืนรอส่งพวกเขาจนเรือแล่นหายลับไป
“ขอบคุณท่านมากที่ทำให้หมู่บ้านของพวกเรามีวันนี้ได้”ผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านต่างก้มศีรษะให้กับอู๋ซวน
“ไม่เป็ไรหรอกที่นี่ก็เปรียบเสมือนบ้านอีกหลังหนึ่งของข้าเช่นกันพวกท่านเองก็ดีกับข้าและหลานของข้า เป็ข้าเองที่ต้องขอบคุณพวกท่าน”
“เช่นนั้นวันนี้พวกเราขอจัดงานเลี้ยงให้กับท่านโดยเฉพาะหวังว่าท่านผู้าุโอู๋ซวนจะไม่ปฏิเสธพวกเรา”
“เอาสิข้าเองก็ไม่ได้ดื่มมานาน วันนี้ข้าจะดื่มกับพวกเ้าเอง”
ผู้นำหมู่บ้านจัดงานเลี้ยงในคืนนั้นให้กับอู๋ซวนและชาวบ้านได้ดื่มฉลองที่เด็กๆ ของพวกเขาได้ไปศึกษายังสถาบันต่าง ๆ
ทางด้านเฟยหลงและเพื่อนๆ หลังจากพวกเขาขึ้นเรือเดินทางไปยังสถาบันฟ้าครามพวกเขาทั้งสี่ต่างตื่นเต้นเป็อย่างมากเพราะเป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้ออกมาดูโลกภายนอกพวกเขาต่างออกมายืนมองวิวทิวทัศน์ด้านนอกเรือ เช่นเดียวกับเด็ก ๆ จากเกาะอื่น ๆ
พวกเขาใช้เวลาในการเดินทางในครั้งนี้กว่าสามวันถึงจะถึงสถาบันฟ้าครามเมื่อเรือลงจอดพวกเด็กๆ ที่เดินทางมากับเรือเหาะในครั้งนี้มีจำนวนทั้งสิ้นกว่าสองร้อยห้าสิบคนพวกเขามาจากเกาะและเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ
“เอาหละวันนี้พวกเ้าทั้งหมดพักกันที่นี่ก่อนในวันพรุ่งนี้จะมีศิษย์พี่ของพวกเ้านำพวกเ้าไปยังห้องเรียนเพื่อเรียนรู้พื้นฐานต่าง ๆส่วนอีกสามเดือนพวกเ้าต้องเข้าทดสอบหากใครผ่านก็จะได้เป็ศิษย์สายในส่วนคนที่ไม่ผ่านต้องกลายเป็ศิษย์สายนอก”
“พวกเ้าคงสงสัยว่าศิษย์สายในและศิษย์สายนอกแตกต่างกันอย่างไร?”
“ข้าจะอธิบายให้พวกเ้าทราบคร่าว ๆ ศิษย์สายนอกจะต้องทำงานทุกอย่างที่ทางสถาบันกำหนดเพื่อแลกกับแต้มคะแนนเพื่อนำไปแลกเป็ทรัพยากรในการบ่มเพาะส่วนศิษย์สายในนั้นจะมีทรัพยากรบ่มเพาะให้และหากใครโชคดีได้ผู้าุโรับเป็ศิษย์หลักพวกเ้าก็สามารถบ่มเพาะได้รวดเร็วกว่าคนอื่น ๆ”
“สิทธิและประโยชน์ของศิษย์สายในนั้นมีมากกว่าที่พวกเ้าคิดมากนักหากพวกเ้าอยากจะรู้ให้ศึกษาข้อมูลในป้ายประจำตัวของพวกเ้าที่จะได้ในวันพรุ่งนี้ตอนที่พวกเ้าเข้ารายงานตัวต่อท่านผู้าุโ”
“พวกเราทั้งสี่คนต้องเข้าเป็ศิษย์สายในของสถาบันฟ้าครามให้จงได้เพื่อไม่ให้ท่านปู่ผิดหวังพวกเราต้องตั้งใจศึกษา และหมั่นฝึกฝนมากว่าคนอื่น ๆ”เฟยหลงเอ่ยกับเพื่อน ๆ ของเขาทั้งสามคน
“ใช่พวกเราต้องฝึกหนักกว่าคนอื่น อย่าได้ทำให้ท่านปู่อู๋ซวนต้องผิดหวังเด็ดขาด”
เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเขาถูกพามายังห้องเรียนซึ่งเป็ห้องเรียนรวมพวกเขาทั้งหมดที่เดินทางมาจัดอยู่ในห้องเรียนเดียวกันทั้งหมด
“สวัสดีศิษย์ใหม่ทุกคนข้าซวงลู่จื่อ นับั้แ่วันนี้ไป ข้าจะเป็คนสอนพื้นฐานพลังเวทให้กับพวกเ้าทุกคนในระยะเวลาสามเดือนจากนี้ไปพวกเ้าต้องฝึกฝนกันอย่างหนักเพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็ศิษย์สายในให้ได้”
“เอาหละเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลาข้าจะอธิบายเกี่ยวกับพลังเวทให้พวกเ้าได้รับฟังพวกเ้าที่เดินทางมาในตอนนี้คงไม่มีใครที่สามารถััพลังเวทในธรรมชาติได้ที่พวกเ้าสามารถทำให้กระดาษเปลี่ยนสีได้นั้นเพราะพลังเวทแผงที่อยู่ในตัวของพวกเ้าเอง”
“ดังนั้นก่อนอื่นข้าจะอธิบายให้พวกเ้าทั้งหมดฟังและให้พวกเ้าใช้จิตััพลังเวทที่อยู่รอบ ๆ ตัวของพวกเ้าให้ได้ข้ามีเวลาให้พวกเ้าสิบวัน พวกเ้าต้องจับััของพลังธาตุรอบ ๆตัวของพวกเ้าให้ได้”
จากนั้นซวงลู่จื่อจึงได้อธิบายถึงพลังธาตุและวิธีการััให้กับเด็ก ๆ ทั้งสองร้อยห้าสิบคนฟังอย่างละเอียดจากนั้นเขาเองก็ให้เด็กๆ ฝึกฝนด้วยตนเอง โดยมีเขาเป็ผู้ดูแลอยู่ห่าง ๆ และคอยสังเกตเหล่าเด็ก ๆ ทั้งหลาย
เฟยหลงและเพื่อนๆ ต่างอาศัยโอกาศนี้ฝึกฝนพื้นฐานไปภายในตัวด้วยซึ่งปกติพวกเขาก็มักจะฝึกฝนพื้นฐานทุกครั้งที่พวกเขาว่างจนกระทั่งเลิกเรียนในวันนั้นหลังเลิกเรียนทุกคนต้องไปรับรายงานตัวและรับเครื่องแบบและป้ายประจำตัวของพวกเขารวมถึงข้าวของเครื่องใช้ประจำวันที่ทางสถาบันเตรียมไว้ให้
ในขณะที่พวกเขากำลังต่อแถวเพื่อรับเครื่องแบบและป้ายประจำตัว
“หลีกไปหลีกไป ให้คุณชายฉินฟู่ ของพวกเรารับของก่อน พวกเ้าถอยไปห่าง ๆ ก่อน”
เด็กชายร่างกำยำสามสี่คนเดินแหวกผู้คนมาแต่ไกลโดยมีเด็กที่แต่งตัวดีและดูเหมือนจะมีฐานะเดินมากับพวกเขาหลายคนที่ไม่ยอมหลบถูกพวกเขาทำร้ายทันที
“ทำไมพวกเ้ามีอยากมีปัญหานักกันหรือไง?”
ทุกคนต่างหลีกทางให้กับฉินฟู่ในทันทีเฟยหลงเห็นดังนั้นเขารู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันทีเขาเองที่อยู่เกือบคนสุดท้ายของแถวพร้อม ๆ กับเพื่อน ๆไม่ได้รีบร้อนอะไรมากมายจึงได้มาต่อท้ายแถว เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นเฟยหลงพลันแอบหยิบก้อนหินก้อนเล็ก ๆ ขึ้นมาก้อนหนึ่ง
เขาใช้นิ้วดีดหินก้อนเล็กๆ นั้นไปยังน่องของฉินฟู่ในทันที โดยที่ทุกคนไม่ทันได้สังเกต ยกเว้นเพื่อน ๆทั้งสามคนของเขาที่เห็นการกระทำของเฟยหลงแต่พวกเขาก็เงียบและมองดูผลงานของเฟยหลงแทน