บทที่ 4 ป้องกันมิให้นางอู้งาน
ซูเถียนหลินรีบเปลี่ยนคำพูดตามสถานการณ์ทันควัน “ท่านพี่เ้าคะ ลูกผู้ชายสกุลเซี่ยงนั้นห้าวหาญเด็ดเดี่ยว ส่วนลูกสาวสกุลจี้ก็รู้ความหนักแน่นในคุณธรรม ทั้งสองคนช่างเหมาะสมกันดั่งกิ่งทองใบหยก เป็คู่สร้างคู่สมที่์สรรค์สร้างโดยแท้”
วาจาเพียงไม่กี่ประโยคนี้ ทำให้ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างรู้สึกรื่นหูและพึงพอใจเป็อย่างยิ่ง
[ไม่ดำก็แดง: ช่างเป็ฮูหยินเอกที่ลื่นไหลไปตามสถานการณ์ได้เก่งกาจนัก...สตรีมเมอร์ แม่เลี้ยงของเ้าคนนี้ไม่ใช่ตะเกียงพร่องน้ำมัน (ไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย ๆ) เ้าต้องระวังตัวให้ดีล่ะ]
จี้ป๋อหรูทอดมองเซี่ยงเฉิงหลีด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงหลายส่วน “หลานชาย พักผ่อนที่สกุลจี้ให้สบายใจเถิด ทางเราจะเร่งจัดเตรียมงานมงคลของเ้ากับหานลั่วให้เร็วที่สุด”
จี้หานลั่วกดถูกใจ ที่ด้านหลังคอมเมนต์ของ ‘ไม่ดำก็แดง’ ผ่านทางห้วงจิต
ระบบถ่ายทอดสดจักรวาลนี้มีการกำหนดสิทธิ์การใช้งานที่เข้มงวดมาก
สตรีมเมอร์มือใหม่อย่างนางที่เพิ่งจะเลเวล 1 (Lv1) นอกจากกดถูกใจคอมเมนต์แล้ว ก็ทำสิ่งอื่นไม่ได้เลย
ซูเถียนหลินสามารถบริหารจัดการจวนกั๋วกงอันใหญ่โตให้เป็ระเบียบเรียบร้อยได้
ท่ามกลางศึกชิงดีชิงเด่นในเรือนหลังที่มีอนุภรรยาถึงหกนาง ซูเถียนหลินยังสามารถให้กำเนิดบุตรชายสองคนและบุตรสาวสองคน ทั้งยังเลี้ยงดูบุตรสาวจากอนุภรรยาจนเติบใหญ่ และฟูมฟักให้กลายเป็เครื่องมือในการเกี่ยวดองกับขุนนางผู้มีอำนาจ
การวางตัวของนางย่อมต้องลู่ตามลม รู้จักปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์
มีความพลิกแพลง และรอบคอบรัดกุมจนหยดน้ำก็มิอาจเล็ดลอด
[ฝนตกไม่เก็บผ้า: จากประสบการณ์เกาะขอบจอมาหลายปี สตรีมเมอร์คนนี้ฉลาดเป็กรด นางมองนิสัยใจคอของสองผู้กุมอำนาจในจวนจี้กั๋วกงได้ทะลุปรุโปร่งมานานแล้ว มอบรางวัล 66 เหรียญดวงดาว]
จี้หานลั่วยิ้มบาง ๆ
บิดาของนาง จี้ป๋อหรูเป็บัณฑิตหัวโบราณที่ยึดติดกับจารีต ความสามารถดาษดื่น อาศัยบารมีเก่าที่บรรพบุรุษสั่งสมมา จึงสามารถก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้เสนาบดีกรมบุคลากรขั้นสามได้เมื่อสิบปีก่อน
และหลังจากนั้น ก็หยุดอยู่ที่เดิมไม่ก้าวหน้าไปไหนอีกเลย
เขาถือตัวว่าเป็ตระกูลบัณฑิตผู้ทรงภูมิ ไม่รู้จักพลิกแพลงผ่อนปรน และยังรักหน้าตาชื่อเสียงเป็ชีวิตจิตใจ ทนไม่ได้หากใครจะมาเยินยอสรรเสริญ
ส่วนฮูหยินผู้ดูแลจวนอย่างซูเถียนหลิน ภายนอกวางท่าเป็ผู้เมตตาโอบอ้อมอารี แต่เนื้อแท้นั้นหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี
ชั่วชีวิตของนางทุ่มเทวางแผนเพื่ออนาคตของบุตรชายทั้งสอง
ทั้งที่การกระทำคือการใช้ลูกสาวเป็บันไดปีนป่ายสู่อำนาจ จนทิ้งขว้างอุดมการณ์ความทรนงของสกุลจี้ไปจนสิ้น แต่นางกลับไม่ยอมรับความจริงในข้อนี้ และยังพยายามจะรักษาภาพลักษณ์อันสูงส่งของตระกูลบัณฑิตเอาไว้
[แจ้งเตือนจากระบบถ่ายทอดสดจักรวาล: ขอแสดงความยินดีกับรหัสดาวเคราะห์: 10086, บัญชีสตรีมเมอร์: บุตรีสายรองหานลั่ว, อัปเกรดเป็ Lv2 สำเร็จ] [ปลดล็อกฟังก์ชันตอบกลับคอมเมนต์] [ปลดล็อกฟังก์ชัน ‘คลังมิติส่วนตัว’ จำนวน 1 ช่อง] [ขยายขีดจำกัดจำนวนผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดเป็ 100,000 คน] [ได้รับรางวัล ‘ถุงสมบัติลึกลับ’ หนึ่งชุด ้าเปิดใช้งานหรือไม่?]
เปิดใช้งาน
[ยินดีด้วย สตรีมเมอร์ได้รับ ‘มีดตัดฟืน’ หนึ่งเล่ม (ถูกจัดเก็บเข้าคลังมิติส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว)] [ยินดีด้วย สตรีมเมอร์ได้รับ ‘ค่าโชคลาภ’ ส่วนบุคคล +1 แต้ม] [ยินดีด้วย สตรีมเมอร์ได้รับภารกิจเสริมลึกลับหนึ่งภารกิจ ้ากดรับหรือไม่?]
จี้หานลั่ว: “...”
มีดตัดฟืน?
นี่มันเื่บ้าบออันใดกัน?
ภารกิจเสริมลึกลับ?
คงมิใช่ว่าจะให้นางไปแบกมีดผ่าฟืนหรอกกระมัง?
[ภารกิจเสริมลึกลับ: โปรดสะสมเหรียญดาราให้ครบ 5,000 เหรียญภายในหนึ่งเดือน เพื่ออัปเกรดห้องถ่ายทอดสดเป็ Lv3]
[หากภารกิจล้มเหลว: ระบบจะทำการลบบัญชีสตรีมเมอร์ ‘บุตรีสายรองหานลั่ว’ ทิ้งโดยถาวร ค่าพลังชีวิตจะถูกตัดทอนจำนวนหนึ่ง และต้องเผชิญกับคราวเคราะห์ร้ายตลอดหนึ่งปี]
จี้หานลั่ว: “...”
เพื่อป้องกันมิให้นางอู้งาน ระบบช่างโเี้อำมหิตยิ่งนัก
ในขณะที่จี้หานลั่วกำลังวุ่นวายอยู่กับการไลฟ์สดเพื่อกอบโกยเหรียญดารา
เื่ที่นางขันอาสาแต่งงานเข้าตระกูลเซี่ยงที่ตกอับ ก็ได้รับการประโคมข่าวจากจวนจี้กั๋วกง จนแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงภายในชั่ววันเดียว
ผู้คนที่เคยได้รับบุญคุณจากตระกูลเซี่ยง
เมื่อเอ่ยถึงคุณหนูเก้าสกุลจี้ นามจี้หานลั่ว ต่างก็พากันสรรเสริญจากใจจริงว่า: นางช่างเปี่ยมด้วยคุณธรรมอันสูงส่ง รู้ความหนักแน่นในครรลองครองธรรมยิ่งนัก
เพียงชั่วข้ามคืน
เื่ราวการแต่งงานระหว่างจี้หานลั่ว บุตรีสายรองแห่งจวนจี้กั๋วกง กับเซี่ยงเฉิงหลี อดีตบุตร์ผู้เก่งกาจ
ได้กลายเป็หัวข้อสนทนาอันเผ็ดร้อนในโรงน้ำชาทุกแห่งหนทั่วเมืองหลวง
ณ หอิเซียง เหลาชาที่หรูหราที่สุดในเมืองหลวง
ภายในห้องรับรองชั้นยอด
สถานที่รวมตัวของเหล่าคุณชายจากห้าจวนกั๋วกงอันยิ่งใหญ่
ผู้ที่นั่งอยู่ ณ ตำแหน่งประธานคือ เว่ยเซียวโจว ซื่อจื่อแห่งจวนเว่ยกั๋วกง รองลงมาตามลำดับคือ เหลียงห้าวเหยียน ซื่อจื่อแห่งจวนเหลียงกั๋วกง, ซูเผยเจิ้ง ซื่อจื่อแห่งจวนซูกั๋วกง, เซิ่งหน่วนหลิง ซื่อจื่อแห่งจวนเซิ่งกั๋วกง และผู้ที่นั่งอยู่ ณ ตำแหน่งปลายแถวคือ จี้หานโม่ บุตรชายคนโตแห่งจวนจี้กั๋วกง
ฉากหน้าพวกเขากำลังละเมียดชิมชา
ทว่าเนื้อแท้แล้ว ต่างกำลังให้ความสนใจในตัวของเซี่ยงเฉิงหลีเป็อย่างยิ่ง
เพราะอย่างไรเสีย...เมื่อหกปีก่อน
เซี่ยงเฉิงหลี คือคุณชายตระกูลกั๋วกงที่โดดเด่นและร้อนแรงที่สุดในเมืองหลวง
“หานโม่ ได้ยินมาว่าตอนนี้เซี่ยงเฉิงหลีพักอยู่ที่สกุลจี้รึ?” เว่ยเซียวโจว ซื่อจื่อแห่งจวนเว่ยกั๋วกง หรี่ดวงตายาวรีสีรัตติกาลลงอย่างแหลมคม ริมฝีปากบางเฉียบขยับเอื้อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ
จี้หานโม่พยักหน้าตอบรับ
นับั้แ่ถูกเชิญมาดื่มชาที่หอิเซียง...
เขาย่อมล่วงรู้ถึงความคิดของเหล่าซื่อจื่อแห่งจวนกั๋วกงทั้งหลายเป็อย่างดี
เมื่อหวนนึกถึงภาพเด็กหนุ่มผู้ห้าวหาญองอาจในความทรงจำผู้นั้น
ภายในใจของเขาก็อดทอดถอนใจด้วยความเวทนามิได้
แคว้นเสวียนมีหกขุนนางใหญ่ผู้ร่วมก่อตั้งแผ่นดิน...
ทว่าตระกูลเซี่ยงในยามนี้ หลังจากที่เซี่ยงจื่อหรงและบุตรชายทั้งสามทยอยพลีชีพในสนามรบจนสิ้น ก็ถึงคราวตกต่ำเสื่อมถอย
เด็กหนุ่มผู้เคยทะนงตัวทำอะไรตามอำเภอใจในวันวาน มาบัดนี้กระทั่งโอกาสที่จะได้นั่งร่วมโต๊ะจิบชากับพวกเขาก็ยังไม่มี
ส่วนสกุลจี้เองก็โงนเงนดั่งไม้ใกล้ฝั่ง แม้แต่บรรดาศักดิ์กั๋วกงก็แทบจะรักษาไว้ไม่อยู่
ผิดกับบรรดาซื่อจื่อแห่งจวนกั๋วกงที่อยู่เบื้องหน้าเหล่านี้
ด้วยรากฐานที่บิดาสั่งสมไว้ ไม่เพียงรักษาการสืบทอดบรรดาศักดิ์ไว้ได้อย่างมั่นคง แต่ยังได้รับการแต่งตั้งเป็ซื่อจื่อั้แ่เนิ่น ๆ นับเป็กลุ่มเด็กหนุ่มผู้สูงศักดิ์ที่สุดในเมืองหลวง เป็รองเพียงเหล่าองค์ชายเท่านั้น
ช่างรุ่งโรจน์ชัชวาลเสียเหลือเกิน
“หานโม่ ได้ยินมาว่าเ้าหนุ่มนั่น ตกอับถึงขั้นมีสภาพแย่กว่าบ่าวรับใช้ในจวนเ้าอีกหรือ?” เซิ่งหน่วนหลิง ซื่อจื่อแห่งจวนเซิ่งกั๋วกงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ท่านลุงถึงกับต้องแถมจวนให้เป็สินเดิมแก่น้องเก้าเชียวรึ?”
มารดาของเซิ่งหน่วนหลิง คือพี่สาวแท้ ๆ ของจี้ป๋อหรู
เขาจึงมีศักดิ์เป็ลูกพี่ลูกน้องกับจี้หานโม่
ถ้วยคำที่เอ่ยออกมาจึงตรงไปตรงมา ไม่มีความเกรงใจใด ๆ
เรียกสายตาของเหล่าซื่อจื่อในวงสนทนาให้หันมามองเป็ตาเดียว
“ผู้เฒ่าเซี่ยงกั๋วกงมีบุญคุณต่อท่านปู่ สกุลจี้ตอบแทนย่อมเป็เื่สมควร” จี้หานโม่เลี่ยงที่จะตอบเื่ความตกต่ำของเซี่ยงเฉิงหลี แต่เบี่ยงประเด็นไปที่บุญคุณความแค้นในอดีตแทน
เหลียงห้าวเหยียน ซื่อจื่อแห่งจวนเหลียงกั๋วกงในอาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์ ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
เขาหันไปมองเว่ยเซียวโจว ในชุดสีม่วงเข้มพลางเอ่ย “พี่เว่ย ข้าจำได้ว่าเ้าหนุ่มแซ่เซี่ยงนั่นเมื่อก่อนวางก้ามอวดดีนัก ถือดีว่าตระกูลเซี่ยงเก่งกล้าวิทยายุทธ์ ไม่เห็นเ้าอยู่ในสายตาเลยสักนิด”
คิ้วของเว่ยเซียวโจวกระตุกขึ้นเล็กน้อย
หวนนึกถึงความพ่ายแพ้ที่เคยได้รับจากน้ำมือของเซี่ยงเฉิงหลีในอดีต...
มือที่ประคองถ้วยชาอยู่
พลันบีบแน่นขึ้น
เหลียงห้าวเหยียนเก็บอาการ ลอบสังเกตปฏิกิริยาของทุกคนไว้ในสายตา ก่อนจะกวาดตามองรอบวงแล้วกล่าวยุยงว่า “มิสู้พวกเราไปเยือนจวนจี้กั๋วกง ไปทักทายเ้าหนุ่มแซ่เซี่ยงนั่นหน่อยเป็ไร?”
เมื่อเห็นว่าซื่อจื่อแห่งจวนกั๋วกงทั้งหลายเริ่มแสดงความสนใจ
หัวใจของจี้หานโม่พลันบีบตัวแน่น
เขารู้สึกลำบากใจ
ทว่าก็ไร้หนทางจะขัดขืน
ซื่อจื่อทั้งสี่คนที่อยู่ตรงหน้า มีถึงสองคนที่รับน้องสาวของเขาไปเป็อนุภรรยา
ส่วนอีกสองคน ก็หมั้นหมายอยู่กับสตรีสกุลจี้
หากเขาพาทั้งสี่คนนี้ไปกดดันหาเื่เซี่ยงเฉิงหลี
หากข่าวลือแพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของสกุลจี้ย่อมมัวหมอง
“เรียนท่านซื่อจื่อทั้งหลาย ทำเช่นนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะกระมัง อย่างไรเสียตระกูลเซี่ยงก็เป็ทายาทวีรชนผู้ซื่อสัตย์”
“พี่เหลียง ได้ยินว่าท่านเพิ่งจะรับน้องแปดของหานโม่ไปเป็อนุ ที่อยากไปนี่เกรงว่าเจตนาของคนเมามิได้อยู่ที่สุรา (มีเป้าหมายอื่นแอบแฝง) กระมัง?” ซูเผยเจิ้งซื่อจื่อแห่งจวนซูกั๋วกง ซึ่งเป็ลูกพี่ลูกน้องฝั่งมารดาของจี้หานโม่เอ่ยเย้า
ประโยคที่แฝงความนัยสองแง่สองง่าม
เรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงจากคนทั้งโต๊ะ
“หานโม่ ครั้งก่อนข้าเห็นตำราเล่มหนึ่ง ในหอคัดตำราของบ้านเ้าแล้วถูกใจ วันนี้ใคร่ขอไปหยิบยืมมาอ่านสักหน่อย”
เว่ยเซียวโจวใช้ข้ออ้างเื่ยืมตำรา ทำให้จี้หานโม่หมดหนทางปฏิเสธ
ผู้ที่ติดตามไปจวนจี้กั๋วกงด้วย ยังมีเหลียงห้าวเหยียนอีกคน
ทั้งสามคนพร้อมผู้ติดตามเพิ่งจะก้าวเท้าผ่านประตูหลักของจวนจี้กั๋วกง ก็บังเอิญประจันหน้ากับเซี่ยงเฉิงหลีที่กำลังจะเดินสวนออกมาพอดี
บรรยากาศ...พลันตึงเครียดขึ้นในชั่วพริบตา
จี้หานโม่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งสติได้
อาศัยจังหวะที่เว่ยซื่อจื่อและเหลียงซื่อจื่อยังไม่ทันได้เอ่ยปาก รีบชิงพูดขึ้นก่อน “ท่านเว่ยซื่อจื่อ ท่านเหลียงซื่อจื่อ หอคัดตำราของสกุลจี้อยู่ทางทิศนี้ เชิญทางนี้ขอรับ!”