หลี่เป่า น้องสาวคนเล็ก
บทที่ 18 ของมีค่า
ต้าซ่งอันธพาลที่เคยหาเื่หลี่ต้าพี่ชายคนโตเมื่อครั้งก่อน กำลังวิ่งไปหาคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างกระวนกระวายใจ
"พี่ชาย มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่เ้าคะ"
ชายหนุ่มตาลุกวาวเมื่อได้ยินว่ามีคนอยากจะช่วยเขา แต่เมื่อหันกลับมาพบว่าเป็เพียงเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งก็รู้สึกผิดหวังเป็อย่างมาก ตอนนี้เขากำลัง้าเงินมารักษามารดาอย่างเร่งด่วน
แม้เขาพอมีเงินเก็บอยู่บ้างแต่ยังไม่เพียงพอ สหายที่เคยมีต่างหลบลี้หนีหน้า ทำให้เขาต้องยอมแบกหน้าออกมายืมเงินเหล่าพ่อค้าแม่ค้าในตลาดที่ตัวเองเคยระราน แต่ก็เป็ไปตามคาด ไม่มีใครยอมให้เขายืมเงินเลยสักคน
"แม่ข้าไม่สบาย เ้าพอจะมีเงินให้ข้าหยิบยืมบ้างหรือไม่?"
ต้าซ่งถามออกไปอย่างไม่คาดหวัง แต่คำตอบของเด็กหญิงตัวน้อยกลับทำให้เขามีความหวังขึ้นมา
"ได้สิ เ้าคะ"
"จริงหรือ!! งั้นรีบพาข้าไปหาพ่อแม่เ้าเร็วเข้า"
"ไปหาพ่อกับแม่ข้าทำไม ข้าเอาให้ท่านยืมเองได้ ท่าน้าเท่าไหร่ แล้วจะคืนเมื่อใดเ้าคะ"
"เ้ามีให้ข้ายืมจริงๆ หรือ คือข้า...ข้าอยากยืมสักสองตำลึง เ้าไม่ต้องห่วงข้าจะหาเงินมาคืนเ้าแน่ๆ"
คำถามของเป่าเปาทำให้เขารู้สึกกระดากอายเล็กน้อย ค่ารักษามารดาไม่ใช่น้อยๆ ขนาดเงินเก็บทั้งเนื้อทั้งตัวยังได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของมันเสียด้วยซ้ำ หากเขายืมมาก่อน จะใช้คืนได้เมื่อใด เขายังหาคำตอบให้ไม่ได้ในตอนนี้
"เช่นนั้นพี่ชายมาทำงานกับข้าดีหรือไม่ นอกจากไม่ต้องคืนเงินแล้ว ข้ายังจะจ่ายค่าแรงให้ท่านด้วย"
"น้องเล็ก!!"
หลี่ซานพี่ชายสามที่ยืนฟังเงียบๆ มานานเริ่มทนไม่ไหว จู่ๆ น้องสาวจะเอาเงินให้ผู้อื่นยืมถึงสองตำลึง ทั้งยังจะให้งานกับเงินเขาในภายหลังอีก มันจะเป็ไปได้อย่างไร ขนาดรวมเงินทั้งครอบครัวยังมีไม่ถึง แล้วนางจะหาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากที่ไหน
เป่าเปาหันไปมองพี่ชายคนที่สามด้วยหางตา ทำให้หลี่ซานพี่ชายสามของนางไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก เพราะกลัวน้องสาวจะโกรธจนเผลอพูดเื่ที่เขาแอบซ่อนเงินไว้ออกมา ช่างเถอะ ใครจะไปใส่ใจคำพูดของเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งกัน
แต่ผิดคาดต้าซ่งกลับเชื่อคำพูดของเป่าเปา เขามีความรู้สึกว่าตัวเองสามารถพึ่งพาเด็กผู้หญิงคนนี้ได้ ดังนั้นเขาจึงเอ่ยสัญญาขึ้นกับเป่าเปาว่า
"หากเ้าช่วยเหลือข้าได้จริง เพื่อตอบแทนบุญคุณ ข้าจะยอมทำตามที่เ้าบอกทุกอย่าง เ้าไม่จำเป็ต้องให้ค่าแรงอะไรข้าหรอก"
เป่าเปาที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับ นางเชื่อว่าคนที่มีความกตัญญูรู้คุณมารดา ไม่มีทางเป็คนไม่ดีอย่างแน่นอน จากคำพูดของเขาเอ่ยเมื่อครู่ หากพูดออกมาจากใจจริงๆ ย่อมบ่งบอกว่าเขาเป็คนดีผู้หนึ่ง แม้ต้าซ่งผู้นี้จะชอบทำตัวเกะกะระรานผู้อื่น แต่เขาก็ทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง นางจึงคิดจะลองเชื่อใจเขาดูสักครั้ง
หลังตกลงกันได้ เป่าเปาก็พาทั้งสองคนเดินตามไปจนถึงศาลเ้าร้างแห่งหนึ่ง ทำให้ทั้งสองอดรู้สึกสงสัยขึ้นมาไม่ได้ นางจึงโกหกว่าจะมายืมเงินสหายในที่แห่งนี้ และไม่ยอมให้ทั้งสองตามเข้าไป เพราะอ้างว่าสหายของนางนั้นไม่อยากให้ผู้ใดรบกวน
หลี่ซานพี่ชายสามไม่วางใจที่จะปล่อยน้องสาวเข้าไปด้านในคนเดียว แต่ก็ถูกคำขู่ของน้องสาวทำให้เขาสองจิตสองใจจนตัดสินใจให้เวลาน้องสาวเพียงครึ่งเค่อเท่านั้น หากไม่ออกมาเขาจะบุกเข้าไปด้านในทันที
เป่าเปาพยักหน้ารับ นางจำสถานที่ซ่อนได้อย่างชัดเจน แค่เดินเข้าไปเพียงไม่กี่ลมหายใจก็สามารถนำของออกมาได้แล้ว ไม่ต้องรอให้ถึงครึ่งเค่อ
แล้วก็เป็ไปตามคาด สิ่งที่นางซ่อนไว้ยังอยู่ที่เดิมของมันจริงๆ นางวางกลไกบางอย่างที่มีแต่นางเท่านั้นที่รู้เอาไว้ทำให้ไม่มีใครพบเจอของสิ่งนั้น เมื่อเปิดที่ซ่อนออก ด้านในไม่ได้มีเงินแต่อย่างใด แต่เป็เครื่องประดับหลายสิบชิ้นวางกองอยู่รวมกัน
นางกวาดตามองรอบหนึ่ง ก่อนจะเลือกของออกไปบางส่วน และเลือกเก็บบางส่วนไว้ที่เดิม เพื่อป้องกันเอาไว้หากเกิดมีอะไรผิดพลาดขึ้น เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย นางก็เดินออกมาที่ประตู
"น้องเล็ก เป็อย่างไรบ้าง เ้าไม่เป็อะไรใช่หรือไม่"
หลี่ซานรีบเข้ามาสำรวจดูตามร่างกายของน้องสาวพบว่าไม่มีปัญหาอะไรก็ถอนหายใจออกมา
"แม่หนูน้อย สหายของเ้าให้ยืมเงินมาหรือไม่"
"ข้าไม่ได้เงินมาเ้าค่ะ"
คำพูดของเป่าเปาทำให้ต้าซ่งถึงกับทรุดเข่าลง แต่คำพูดต่อมาทำให้เขายืนขึ้นมาได้อีกครั้ง
"แต่ข้าได้สิ่งนี้มา ท่านสามารถนำไปแลกเป็เงินแล้วไปรักษามารดาของท่านได้"
กล่าวจบเป่าเปาก็ยื่นเครื่องประดับให้เขาสองชิ้น ก่อนจะเอ่ยขึ้นต่ออีกว่า
"สหายของข้า้าทำการค้า เขาให้ยืมของเหล่านี้ชั่วคราว ดังนั้นเงินที่เหลือจากค่ารักษามารดาของท่าน ขอให้เก็บไว้ก่อน หลังสหายข้าคิดออกว่าจะทำการค้าอะไร ข้าจะส่งพี่ชายสามมาเจรจากับท่านภายหลัง"
หลี่ซานพี่ชายสามที่ได้ยินก็หันขวับ แต่ยังไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาก็ได้ยินคำพูดของน้องสาวที่ว่า
"ทำงานแต่ละครั้ง สหายข้ามีค่าตอบแทนให้ด้วยนะเ้าคะ"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ คำปฏิเสธที่กำลังจะเอ่ยก็เก็บกลับลงคอพร้อมกับรอบยิ้ม จริงๆ ถ้าจะให้ดี ควรให้เขานำของไปขายแล้วเก็บเงินไว้ที่เขามากกว่า
ต้าซ่งเห็นทางออกที่เป่าเปาหยิบยื่นมาให้ ก็คารวะขอบคุณอย่างจริงใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ขอบคุณเ้ามาก ข้าจะหาที่รับซื้อที่ราคาสูงที่สุด บ้านของข้าอยู่ซอยตรงร้านขายหมูตระกูลต่ง เ้าถามหาบ้านข้า จากร้านค้าละแวกนั้นได้เลย"
เป่าเปาเองก็บอกที่อยู่ของตนเช่นกัน หลังจากตกลงกันเรียบร้อยทั้งสองฝ่ายก็แยกย้ายกันไป เป่าเปากับหลี่ซานพี่ชายสามรีบกลับมาที่ที่พวกเขาตั้งของขายกันอยู่
"เหตุใดพวกเ้าไปกันนานจัง น้องเล็กเ้าเป็อะไรหรือไม่?"
"ข้าไม่ได้เป็อะไรเ้าค่ะ พี่สามต่างหากท้องเสียจนข้านั่งรอจนเมื่อยไปหมดเลย"
"ห๊ะ ข้า...เออใช่ๆ ข้าท้องไม่ค่อยดีเลยพี่ใหญ่ ว่าแต่ขายของได้เยอะเลยนี่ขอรับ"
หลี่ซานพี่ชายสามรีบเปลี่ยนเื่คุย กลัวตัวเองจะมีพิรุธออกมา น้องสาวคนเล็กของเขานี่ก็เก่งจริงๆ ไม่มีอาการหลุดหรือทำพิรุธอะไรออกมาแม้แต่นิดเดียวเลย ดังนั้นทั้งสามจึงช่วยกันขายของต่อ แล้วพากันกลับบ้านเมื่อทำการค้าเสร็จสิ้น
-------
ณ บ้านฮุ่ยซิ่ว
หลังจากจิ้นอันเรียนเสริมกับอาจารย์ฮุ่ยจนจบ เขาก็กลับมาที่ห้องพักของตัวเองที่ขอต่อเติมออกจากบ้านของอาจารย์
จริงๆ ทางตระกูลจิ้นมีบ้านพักในเมืองทังโจวอยู่หลังหนึ่ง พ่อบ้านได้แจ้งให้คนจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อย สุดท้ายจิ้นอันกลับนำเพียงของที่ขนมาจากเมืองหลวงไปไว้ที่บ้านหลังนั้น และมาขออาศัยอยู่ที่บ้านของอาจารย์แทน
หนึ่งเพราะเขาอยากออกมาใช้ชีวิตนอกกำแพง และสองเขารู้สึกว่าการอยู่ใกล้อาจารย์น่าจะเป็ประโยชน์ในการเรียนรู้ ซึ่งมันเป็ความคิดที่ถูกต้องมากๆ
เมื่อจิ้นอันกลับมาถึงห้องพัก อาจินคนสนิทที่รออยู่ก็นำข่าวที่หาได้มารายงาน
"เรียนคุณชาย วันนี้แม่นางน้อยกับพี่ชายสองคนเข้าไปในเมือง นางเข้าไปเอาของบางอย่างจากในศาลเ้าร้าง แล้วส่งให้กับอันธพาลคนหนึ่งขอรับ"
ก่อนหน้านี้จิ้นอันรู้สึกสนใจในตัวศิษย์น้องอัจฉริยะของเขา ทำให้เขาส่งคนไปแอบสืบข่าวและติดตามกิจวัตรประจำวันว่านางทำอย่างไรถึงสามารถเรียนตำราขั้นต้นระดับปลายได้ด้วยอายุไม่ถึงห้าขวบ
แต่จากที่ส่งคนตามดูมาหลายวันกลับพบว่านอกจากมาเรียนตามเวลาปกติแล้ว นางไม่ได้จับตำราใดๆ นอกเหนือจากนี้อีกเลย ทำให้เขายิ่งอยากรู้มากขึ้นไปอีก จึงส่งคนตามดูนางในวันหยุดเรียน
"นางเข้าไปเอาของในศาลเ้าตามลำพังงั้นหรือ"
"เข้าไปตามลำพังขอรับ"
จิ้นอันขมวดคิ้วเล็กน้อย จากที่รู้จักกับตระกูลหลี่มาตลอดหนึ่งสัปดาห์ เขาได้รู้ว่าบุรุษในครอบครัวนั้นหวงหลี่เป่า เด็กหญิงเพียงคนเดียวของบ้านเป็อย่างมาก ขนาดนางมายืนคุยกับเขาตามลำพังยังมีคนมาคอยขัดขวาง
แต่ครั้งนี้พี่ชายของนางยินยอมให้น้องสาวเข้าไปตามลำพังได้อย่างไร
"ของที่นางนำออกมาคือสิ่งใด แล้วนางส่งให้ผู้อื่นทำไมกัน"
อาจินเล่าทุกอย่างที่รู้มาให้คุณชายของเขาได้รับฟัง เนื่องจากเขาอยู่ไกลจากที่คนกลุ่มนั้นอยู่พอสมควร ทำให้ได้ยินไม่ชัดเจน เหมือนคนกลุ่มนั้นคิดจะทำการค้าอะไรบางอย่าง
หลังจากจิ้นอันได้ฟังเื่ราวทั้งหมดเขาก็มีความคิดบางอย่างแวบขึ้นมาในหัว บางครั้งเขาก็รู้สึกว่าศิษย์น้องเป่าเปาน่ารักอยู่มากๆ การสนิทสนมกับนางไว้อาจเป็เื่ดีอยู่เหมือนกัน
-------
วันต่อมา
เมื่อวันหยุดหนึ่งวันได้ผ่านพ้นไป วันใหม่ที่ต้องไปเรียนก็มาเยือน
"เป่าเปา หากเ้าไม่มีใจจะเรียน กลับบ้านไปเสียเถอะ พร้อมเรียนเมื่อไหร่ค่อยมาหาข้า"
"ขออภัยเ้าค่ะ"
ฮุ่ยซิ่วพูดขึ้นด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินจากไป เขาเป็คนจริงจังเกี่ยวกับการเรียนการสอนเป็อย่างมาก วันนี้เขาหยิบยกคัมภีร์หลุนอวี่ ที่เป็เื่ราวสนทนาของขงจื่อกับลูกศิษย์ออกมาสอน กลับพบว่าลูกศิษย์ของตัวเองเอาแต่เหม่อลอยไม่สนใจในสิ่งที่เขาสอนหลายต่อหลายครั้ง เขาจึงทนไม่ไหวบอกให้นางกลับบ้านไปก่อนจนกว่าจะพร้อม
เป่าเปาเองก็รู้สึกผิด แต่วันนี้นางไม่มีสมาธิจะเรียนจริงๆ เพราะเมื่อเช้าเกิดปัญหาขึ้นที่บ้านของนาง ท่านแม่เคยเอ่ยทาบทามพี่ิจูให้พี่ใหญ่ แต่ยังติดเื่ค่าสินสอดทำให้ยังไม่สามารถไปขอสะใภ้ให้พี่ใหญ่ได้ ต้องรอเก็บเกี่ยวรอบนี้เสร็จสิ้นเสียก่อน
ทางผู้ใหญ่ของบ้านพี่ิจูเองก็ไม่ได้มีปัญหาใดๆ ทั้งยังเรียกสินสอดแค่พอเป็พิธี แต่กลับมีคนอื่นมาเดือดร้อนแทนพี่ิจูถึงกับบุกมาที่บ้านของเป่าเปาเสียอย่างนั้น...
-----
ใครกันนะมาหาเื่ตระกูลหลี่ของเรา ติดตามได้ในตอนต่อไปเ้าค่ะ