“บ้าจริงแกล้งกันชัดๆ เลย” ธัญรดาปาโทรศัพท์มือถือทิ้งลงบนเตียงอย่างโมโหเมื่อพยายามโทรหานพกรเท่าไรก็โทรไม่ติดเสียที เธอรู้ว่าเขาจงใจเอาคืนเธอที่เธอเคยทำกับเขาไว้คราวก่อนนี่ถ้าเป็ก่อนหน้าที่จะได้รับภารกิจละก็เธอจะไม่มีวันโทรจิกถี่ๆ แบบนี้อย่างเด็ดขาด
หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มแรงๆโดยไม่คิดชายตาแลโทรศัพท์ที่นอนแอ้งแม้งอยู่ไม่ไกลสักนิดเดียว จวบจนเวลาผ่านไปนานเกือบสิบนาทีอารมณ์ของเธอก็เริ่มเย็นลงหลังจากที่เพียรพยายามยกเื่งานขึ้นมาอ้างซึ่งพอใจเริ่มเย็นลงแล้วสมองอันปราดเปรื่องของเธอก็เริ่มคิดหาแผนการที่จะทำให้นพกรยอมรับสาย
“หึๆเดี๋ยวก็รู้ว่าใครจะแน่กว่ากัน ใจแข็งกับฉันได้ก็ให้รู้ไปสิ”ธัญรดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใหม่ แต่คราวนี้ไม่ได้กดโทรออกเธอเปลี่ยนเป็ส่งข้อความบางอย่างไปหาเขาแทนจากนั้นก็นั่งยิ้มกริ่มรอดูผลงานว่าจะใช้ได้ผลแค่ไหนหญิงสาวนั่งลุ้นอยู่หลายนาทีก่อนจะร้องเยสออกมาด้วยความดีใจ เมื่อนพกรโทรกลับมาตามที่คิดไว้
“ยอมโทรกลับหารดาแล้วเหรอคะคุณนพ” เธอแกล้งเอ่ยตัดพ้อเสียงหวานทั้งที่สีหน้านั้นแสดงออกตรงข้ามโดยสิ้นเชิง
“คุณคิดถึงผมจริงๆเหรอรดา”ชายหนุ่มถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เป็ต่ออย่างรู้สึกสะใจ ที่สุดท้ายเธอก็เป็ฝ่ายง้องอนเขาก่อน
“จริงสิคะรดาเพิ่งรู้ตัวว่าพอไม่ได้เห็นหน้าคุณแล้ว รดาคิดถึงคุณนพมากแค่ไหนรดาขอโทษนะคะที่เมื่อวานก่อนรดาพูดจาไม่ดีกับคุณ คือตอนนั้นรดากำลังมีเื่เครียดๆไม่สบายใจอยู่น่ะค่ะ ก็เลยไม่อยากเจอใคร”
“ผมไม่เคยโกรธคุณเลยรดาเพียงแต่ผมเสียใจที่คุณไม่อยากเห็นหน้าผมทั้งที่ผมอยากเห็นหน้าและอยากอยู่ใกล้คุณใจจะขาด”
หญิงสาวเบะปากใส่โทรศัพท์เมื่อได้ฟังคำหวานจอมปลอมของอีกฝ่ายเธอไม่ใช่ผู้หญิงโง่นะที่จะดูไม่ออกว่าผู้ชายลักษณะแบบนพกรนั้นเป็เช่นไรเพราะเธอมีตัวอย่างผู้ชายแบบนี้ให้ดูมากมายจากประสบการณ์โดยตรงของตนเองและจากผู้คนรอบข้างดังนั้นเธอไม่มีวันเคลิบเคลิ้มไปกับคำหวานไร้ความจริงใจของเขาหรอกทว่าเพื่องานก็จำต้องแกล้งโง่ไปบ้าง
“รดาขอโทษค่ะรดาเสียใจจริงๆวันนั้นพอคุณกลับไปรดาก็รู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองหล่นหายอย่างไรไม่รู้แล้วยิ่งพอคุณนพไม่ยอมรับสายรดาอีก รดาก็ยิ่งรู้สึกเ็ปเพราะคิดว่าเราคงจะไม่ได้พบกันอีกแล้ว”
“โธ่...ทำไมจะไม่ได้พบกันล่ะครับผมยังรักและคิดถึงคุณรดาอยู่ทุกลมหายใจนะครับ”นพกรหยอดคำหวานไปอีกพลางยิ้มกริ่มอย่างสมใจ คราวนี้ล่ะเขาคงจะได้ตัวเธอเป็แน่เพราะเธอคงจะหลงรักเขาเข้าเสียแล้วถึงได้ส่งข้อความเป็เชิงตัดพ้อมาหาเขาแบบนี้ผู้หญิงพอรักแล้วก็ใจอ่อนยอมหมดทุกอย่างแม้กระทั่งมอบตัวเองให้กับคนที่เธอรักธัญรดาก็ไม่ต่างจากผู้หญิงอื่นหรอก ชายหนุ่มคิดอย่างย่ามใจ
“รดาก็คิดถึงคุณค่ะวันนี้เราไปดินเนอร์กันดีไหมคะ รดาเลี้ยงเองเพื่อเป็การขอโทษที่ทำตัวไม่ดีกับคุณ”
“ก็ได้ครับ”
“ขอบคุณมากค่ะที่คุณนพให้โอกาสรดาอีกครั้งแล้วตอนเย็นรดาจะโทรบอกสถานที่นัดอีกทีหนึ่งนะคะ” เธอบอกเสียงอ่อนเสียงหวานก่อนจะกล่าวลาเขาแล้ววางสายไป“โธ่เอ๊ย...นึกว่าจะแน่”หญิงสาวเอ่ยอย่างสะใจที่เอาชนะนพกรได้ ยังไงมารยาหญิงก็ยังใช้ได้ผลอยู่ดี เธอคิดขำๆพลางกดดูข้อความที่ตัวเองส่งออกไปให้อีกฝ่าย
รดาขอโทษที่โทรกวนใจคุณถ้าคุณไม่อยากรับสายรดาก็จะไม่โทรหาคุณอีกแล้วค่ะ คิดถึงนะคะ ลาก่อนค่ะคุณนพ
ธัญรดากดปิดข้อความแล้วจู่ๆ ความรู้สึกผิดก็เกิดขึ้นในใจวูบหนึ่งที่ต้องหลอกลวงนพกรแบบนี้ทว่าครู่เดียวเธอก็ปัดความรู้สึกนี้ออกไปเมื่อคิดได้ว่าอีกฝ่ายอาจเป็พ่อค้ายาเสพติดก็ได้หากเขาทำจริงก็เท่ากับเป็คนเลว ดังนั้นเธอไม่จำเป็ต้องรู้สึกผิดด้วยหรอก
“ออกไปได้” ปวัตน์ออกปากไล่เด็กรับใช้ให้ออกจากห้องทำงานไป หลังจากที่อีกฝ่ายเข้ามารายงานว่านพกรไม่อยู่บ้านชายหนุ่มโยนแฟ้มงานลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด ที่เขาให้เด็กรับใช้ไปตามญาติผู้น้องมาที่นี่เพราะมีเื่งานจะคุยด้วยเนื่องจากวันนี้อีกฝ่ายไม่เข้าบริษัท พอกลับมาบ้านก็คิดว่าจะได้เจอกันแต่ก็ต้องผิดหวังจนน่าโมโห
เห็นทีเขาจะต้องพูดกับนพกรบ้างเสียแล้วขืนปล่อยให้ทำตามอำเภอใจคิดจะหยุดงานเมื่อไรก็ได้แบบนี้มีหวังงานคงเสียหายเข้าสักวันหนึ่งแน่ปวัตน์คิดอย่างหนักใจด้วยรู้ดีว่าหากพูดไปก็คงไม่แคล้วต้องทะเลาะกันแน่ และนพกรก็จะต้องหาว่าเขากลั่นแกล้งรังแกสารพัดเหมือนอย่างที่ผ่านๆมา โดยไม่ดูการกระทำของตนเองเลยว่าเป็เช่นไร
ที่ผ่านมาเพราะเห็นว่าโตๆกันแล้วก็น่าจะดูแลรับผิดชอบได้ก็เลยไม่อยากไปยุ่งด้วยมากนัก แต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิดไปยิ่งปล่อยก็ยิ่งเละเทะจนทำให้งานของบริษัทเสียหายไปด้วยคราวนี้เขาจะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว หากจำเป็ต้องไล่ออกก็คงต้องเป็เช่นนั้น ชายหนุ่มถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะลงมือทำงานต่อทั้งที่อารมณ์ยังขุ่นมัวอยู่ไม่หาย
ดินเนอร์ในค่ำคืนนี้ ธัญรดาเป็คนสั่งจองสถานที่เองเธอเลือกร้านอาหารชื่อดังที่มีบรรยากาศโรแมนติกที่ค่อนข้างเป็ส่วนตัว เพื่อสร้างบรรยากาศให้แผนการของเธอสำเร็จลุล่วงไปด้วยดียิ่งขึ้นนพกรมาถึงร้านก่อนหน้าหญิงสาวสิบนาทีได้ความจริงเขาจะไปรับเธอที่บ้านแต่เธอห้ามไว้และขอให้เขาไปรอที่ร้านเลย
ชายหนุ่มนั่งจิบเครื่องดื่มฆ่าเวลารอขณะที่ยกแก้วขึ้นเตรียมจะดื่มนั้นสายตาของเขาก็ถูกตรึงเอาไว้ด้วยเรือนร่างระหงของธัญรดาซึ่งคืนนี้เธออยู่ในชุดสีแดงเพลิงแสนเซ็กซี่ ทำเอาผู้คนไม่ว่าทั้งหญิงหรือชายต่างมองมาที่เธอจนเหลียวหลังด้วยความชื่นชมความงามและนพกรก็ไม่พลาดที่จะเป็หนึ่งในนั้นด้วย
“คุณรดา...” เขาเรียกชื่อเธอจนแทบจะเป็เสียงครางพร้อมกับลุกขึ้นยืนรอรับด้วยใจที่เต้นแรงไม่ใช่ว่าชายหนุ่มไม่เคยเจอผู้หญิงสวยแสนเซ็กซี่มาก่อนเขาเจอมาเยอะแต่หญิงสาวตรงหน้าทำให้ความปรารถนาของเขาร้อนเร่าได้มากกว่าใคร จนเขาเผลอคิดเป็ครั้งแรกว่าหากได้แต่งงานกับเธอคงจะมีความสุขมากทีเดียวทั้งที่ผู้ชายเ้าชู้อย่างเขาไม่เคยคิดเช่นนี้กับหญิงใดมาก่อนเลย
“รอนานไหมคะคุณนพ”เธอถามเสียงอ่อนพร้อมโปรยยิ้มหวานให้
“ไม่ครับวันนี้คุณรดาสวยเหลือเกิน” เขาชมจากใจเธอยิ้มเขินแต่พองามก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่นพกรรีบเดินมาเลื่อนออกให้อย่างเป็สุภาพบุรุษ
“แล้วคุณนพชอบไหมคะ”
“ชอบสิครับชอบมากๆ เลย”
ธัญรดายิ้มกริ่มด้วยความพอใจไม่เสียแรงที่เธอบรรจงแต่งหน้าแต่งตัวมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ชุดที่หญิงสาวเลือกใส่เป็ชุดราตรีรัดรูปท่อนบนเป็แบบเกาะอกซึ่งโชว์เนินอกให้เห็นร่ำไรๆ แบบพองาม ส่วนท่อนล่างเป็กระโปรงสั้นเหนือเข่าขึ้นมาคืบหนึ่งจนเห็นขาอ่อนเรียวงามขาวผ่องส่วนผมยาวสลวยเธอเลือกที่จะมัดรวบขึ้นไป้าเป็พวงหางม้า เพื่อโชว์ต้นคอระหงกับลาดไหล่ขาวนวลเนียนให้เด่นชัดส่วนใบหน้าเธอก็เลือกแต่งให้จัดจ้านขึ้นด้วยการทาลิปสติกสีแดงสดมันวาวเข้ากับสีของชุดเรียกได้ว่าค่ำคืนนี้ธัญรดาสวยเย้ายวนตาไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัวเลยทีเดียว
“รดาดีใจค่ะที่คุณนพชอบเพราะรดาตั้งใจแต่งตัวมาเพื่อคุณนพคนเดียวเท่านั้นเลยนะคะ”เธอบอกพร้อมกับส่งสายตาหวานฉ่ำให้จนคนมองสบตาด้วยแทบใจละลาย เขาเอื้อมมือมาวางทาบทับหลังมือบางไว้อย่างถือวิสาสะหญิงสาวเกือบลืมตัวชักมือหนีแต่พอสำนึกได้ว่าตนเองลงทุนทำเช่นนี้เพราะอะไร จึงปล่อยให้เขาจับมือต่อไปและยังคงยิ้มหวานให้เหมือนเดิม
“ผมดีใจที่คุณรดาทำเพื่อผม” นพกรยิ้มหวานให้ไม่แพ้กัน ในใจนั้นลิงโลดคิดเตลิดไปไกลแล้วว่าค่ำคืนนี้เขาคงมีเธอนอนแนบกายตลอดคืนเป็แน่ทั้งสองส่งสายตาหวานให้กันก่อนจะถูกขัดจังหวะโดยบริกรหนุ่มที่เดินเข้ามารอรับรายการอาหารที่สั่ง
หนุ่มสาวจัดการสั่งอาหารที่ตนเอง้าและเมื่อบริกรเดินจากไปแล้วชายหนุ่มก็เอื้อมมือมาหมายจะจับมือนุ่มต่อ แต่ธัญรดากลับชักมือหนีด้วยการทำเป็จับชุดของตัวเองให้เข้าที่นพกรเลยต้องแก้เก้อด้วยการหยิบเครื่องดื่มมาดื่มแทน
“คุณนพหายโกรธรดาแล้วใช่ไหมคะ”
“ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่เคยโกรธคุณ”
“ขอบคุณค่ะต่อไปนี้เราจะได้เจอกันบ่อยๆ ใช่ไหมคะ”เธอแกล้งทำสุ้มเสียงออดอ้อน
“ใช่ครับ” เขารีบรับปากทันทีราวกับต้องมนตร์
“แล้ว...คุณนพไม่ทำงานเหรอคะ”
“ทำสิครับ แต่ผมเป็ถึงระดับผู้จัดการจะหยุดงานเมื่อไรก็ได้” เขายักไหล่น้อยๆ อย่างไม่แคร์
“แต่ก็ยังต้องไปทำงานอยู่ดีนี่คะเราคงไม่ได้เจอกันตลอดเวลา” หญิงสาวทำเสียงและสีหน้าเศร้าสร้อยอย่างผิดหวังชายหนุ่มหัวใจพองโตด้วยความยินดีเพราะไม่คิดว่าเธอจะชอบเขามากขนาดนี้
“คุณรดาอยากเจอผมตลอดเวลาเลยเหรอครับ”
“ค่ะรดาคิดว่าเราสองคนน่าจะศึกษานิสัยใจคอกันให้มากกว่านี้ถ้าเราได้อยู่ด้วยกันทั้งวันบางทีเราอาจจะ...”เธอทิ้งท้ายเอาไว้ให้เขาคิดพร้อมกับมองด้วยสายตายั่วยวน จนชายหนุ่มจิตใจเตลิดไปไกลจนกู่ไม่กลับและยิ่งธัญรดาเป็ฝ่ายคว้ามือเขาไปจับกุมเอาไว้เสียเองอีก ก็ยิ่งทำให้ร่างกายหนุ่มร้อนรุ่มไปหมดด้วยไฟสวาท“คุณนพเห็นว่าเป็อย่างไรคะ ถ้ารดาจะขอไปทำงานกับคุณนพด้วยคน”
“ทำงานกับผมเหรอครับ” เขาทวนคำเหมือนคนละเมอ ดวงตานั้นหยาดเยิ้มด้วยแรงปรารถนาอย่างชัดเจน
“ใช่ค่ะให้รดาไปทำงานด้วยนะคะ เราจะได้อยู่ใกล้ๆ กันตลอดเวลาเลยยังไงล่ะคะ นะคะน้า...นะคะคุณนพ” เธอเว้าวอนเสียงหวานพลางลูบไล้หลังมือของเขาไปมาเล่นเอานพกรขนลุกซู่ไปหมดจนน้ำเสียงที่ออกเอ่ยออกนั้นสั่นพร่าสิ้นดี
“ตกลงครับ”
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวกล่าวพร้อมกับปล่อยมือออกทันที ชายหนุ่มเสียดายคิดจะคว้ามือนุ่มมากุมต่อแต่ก็ต้องตัดใจเมื่อบริกรหนุ่มเดินนำเอาอาหารมาเสิร์ฟให้ธัญรดาลงมือทานอาหารอย่างรวดเร็วและพอทานหมดก็เอ่ยขอตัวกลับบ้านทันที ทำเอานพกรแทบสำลักไวน์ที่ดื่มเข้าไปก่อนจะเอ่ยทักท้วงออกมา
“เดี๋ยวก่อนสิครับทำไมรีบกลับนักล่ะ ผมยังอยากพาคุณไปฟังเพลงเต้นรำกันต่อนะ”
“เอ่อ...คือ...” เธอคิดหาทางเลี่ยงแต่ยังนึกหาเหตุผลที่ฟังขึ้นไม่ออก เขาจึงพูดอีกอย่างอ้อนวอนแกมบังคับกันกลายๆ
“นะครับไปฟังเพลงกับผมต่อก่อนนะ ไหนคุณรดาบอกว่าอยากอยู่ใกล้ผม และอยากให้เรารู้จักกันมากขึ้นยังไงล่ะครับ”
ซวยล่ะสิปากพาจนจนได้นะเรา
หญิงสาวคิดอย่างเจ็บใจที่คำพูดของตัวเองถูกนำกลับมาใช้เล่นงานเธอเข้าให้เมื่อหาเหตุผลดีๆ ไม่ได้เธอก็จำต้องตกปากรับคำอย่างจำใจ ดังนั้นพอทานอาหารเสร็จชายหนุ่มก็พาเธอไปยังผับหรูหราแห่งหนึ่งในโรงแรมชื่อดังโดยที่เธอยืนยันว่าจะขับรถตามไปเองเพราะไม่อยากทิ้งรถไว้ที่ร้านอาหาร
พอเข้ามาในผับธัญรดาก็แทบอยากจะลุกขึ้นกรีดร้องแล้วชกหน้านพกรยิ่งนักเขาจะได้เลิกทำตัวเป็มือปลาหมึกกับเนื้อตัวเธอเสียที หญิงสาวอยากจะสะบัดตัวหนีทุกวินาทีแต่เพื่องานแล้วก็จำต้องอดทนให้เขาโอบไหล่และจับมือบ้างเป็บางครั้งคราว แถมยังต้องคอยเบี่ยงหน้าหนีจมูกโด่งๆของอีกฝ่ายที่ชอบเข้ามาคลอเคลียใกล้กับหน้าเธออยู่บ่อยๆ ด้วยซึ่งกว่าจะได้แยกย้ายกันกลับบ้านเธอก็เกือบตบะแตกลุกขึ้นวีนใส่เป้าหมายไปเสียหลายหนอยู่เหมือนกัน
พอแยกตัวเข้ามาอยู่ในรถของตัวเองได้แล้วธัญรดาก็รีบโทรหาน้าชายเพื่อรายงานผลทันที ก่อนจะมานอนหนักใจเมื่อยังคิดหาทางพูดกับบิดามารดาไม่ได้เลย
แต่แล้วความหนักใจของธัญรดาก็ถูกขจัดออกไปในวันรุ่งขึ้นเมื่อบิดามารดามาบอกกับเธอว่าพวกท่านจะไปท่องเที่ยวยุโรปกันเป็เวลาหนึ่งเดือนทำให้หญิงสาวดีใจมากความที่กังวลใจทำให้เธอลืมนึกไปว่าทุกปีพวกท่านจะไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศด้วยกันในวันครบรอบแต่งงานซึ่งความจริงพวกท่านต้องไปเดือนหน้าทว่าเพื่อนที่อยู่อังกฤษเข้าโรงพยาบาลพอดีพิชิตกับเกศทิพย์เลยอยากไปเยี่ยมจึงถือโอกาสเที่ยวไปด้วยเลย
ตอนแรกพวกท่านจะพาบุตรสาวไปด้วยเพราะเห็นว่าอภิเชษฐ์ยังไม่กลับอเมริกาจึงจะให้เฝ้าร้านให้แทนสักพักก่อนทว่าธัญรดาปฏิเสธและอ้างเหตุผลต่างๆ นานา จนพวกท่านยอมไม่เซ้าซี้อีกพอได้อยู่คนเดียวหญิงสาวก็รีบโทรบอกน้าชายให้ทราบไว้ทันที ก่อนจะโทรหาเพื่อนสาวทั้งสองเพื่อนัดเจอกันในตอนบ่าย
บีกับพลอยเปิดร้านขายเสื้อผ้ายี่ห้อดังอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งทั้งคู่รู้เื่ที่เพื่อนรักไปช่วยงานอภิรักษ์มาั้แ่ต้น เพราะเวลามีเื่อะไรทั้งสามคนมักจะปรึกษากันอยู่เสมอดังนั้นทั้งพลอยและบีจึงช่วยกันปกปิดความลับนี้ไว้ แถมยังช่วยกันโกหกต่างๆนานาเวลาที่ธัญรดาอ้างว่าไปนอนค้างที่บ้านของพวกเธอ ทั้งที่ความจริงแล้วไปปฏิบัติภารกิจช่วยชาติอยู่ต่างหาก
“อะไรนะนี่น้ารักษ์หางานใหม่ให้เธอทำอีกแล้วเหรอรดาก็ไหนว่าไม่อยากให้เธอเสี่ยงอันตรายมากนักไง แต่ทำไมขยันหางานมาให้เธอทำนักล่ะ” บีบ่นอุบอย่างไม่เข้าใจเพราะเป็ห่วงความปลอดภัยของเพื่อนรักทั้งสามคนมานั่งคุยกันที่ร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งภายในห้างสรรพสินค้าธัญรดาตักไอศกรีมเข้าปากก่อนยักไหล่ตอบ
“มันจำเป็นี่นาเพราะผู้ต้องสงสัยดันเป็คนที่ฉันรู้จัก”
“ใคร” ทั้งบีกับพลอยถามขึ้นพร้อมกันด้วยความอยากรู้
“คุณนพกรไงล่ะ”
“หา! จริงเหรอ” อีกครั้งที่เพื่อนสาวทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกันหญิงสาวพยักหน้ายืนยันแล้วเล่าเื่ทุกอย่างให้เพื่อนฟังด้วยความไว้ใจ
“ไม่อยากจะเชื่อเลยนะว่าร่ำรวยกันขนาดนั้นแล้วยังจะค้ายาอีกเลวจริงๆ” บีเอ่ยตำหนิอย่างแค้นใจพวกคนเลวๆที่จ้องทำลายชีวิตคนอื่นด้วยความโลภเพียงอย่างเดียว
“นั่นสิ” พลอยพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยก่อนจะถาม “แล้วเธอจะทำยังไงล่ะรดาจะเข้าไปสืบหาหลักฐานได้ยังไงกัน”
ธัญรดาตักไอศกรีมเข้าปากอีกคำแล้วยิ้มกริ่มด้วยแววตาเ้าเล่ห์จากนั้นก็เล่าเื่ที่ไปดินเนอร์เมื่อคืนให้เพื่อนฟัง ก่อนจะตบท้ายว่า
“งานนี้ฉันคงต้องรบกวนพวกเธอให้ช่วยโกหกอีกเหมือนเดิมนะเพราะคุณพ่อคุณแม่ของฉันอาจโทรมาหาพวกเธอเหมือนอย่างเคยก็ได้หากติดต่อฉันไม่ได้”
“ไม่ต้องห่วงพวกเรายินดีช่วยอยู่แล้ว ว่าแต่เธอต้องระวังตัวให้มากนะ แล้วถ้ามีอะไรอยากให้พวกเราช่วยก็โทรมาบอกได้ตลอดเลยนะ”
“ขอบใจพวกเธอมากนะพวกเธอเป็เพื่อนรักของฉันจริงๆ” หญิงสาวเอื้อมมือทั้งสองข้างออกไปจับมือเพื่อนเอาไว้คนละข้างแล้วบีบเบาๆด้วยความซาบซึ้งใจ พวกเธอคบหากันมานานั้แ่สมัยเรียนแล้วด้วยความที่เข้าอกเข้าใจกันและยอมรับนิสัยเสียๆ ของกันได้ รวมทั้งมีน้ำใจให้กันอย่างแท้จริงเพราะเวลามีใครเดือดร้อนก็ไม่เคยลังเลใจเลยที่จะเข้าช่วยเหลือ พวกเธอจึงได้คบหากันมายืนยาวจนสนิทสนมรักกันดังพี่น้องก็ไม่ปาน
“เธอก็เป็เพื่อนรักของพวกเราเหมือนกัน”
“ใช่เราจะรักกันและช่วยเหลือกันอย่างนี้ตลอดไป”
สามสาวจับมือและยิ้มให้กันก่อนจะสนทนากันถึงเื่นี้ต่อ
อำนวยนั่งจ้องหน้าชายหนุ่มที่เขารู้จักด้วยความเคลือบแคลงสงสัยว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงได้เอาข้อมูลสำคัญของบริษัทสาธิตมนตรีมาให้เขา
“ทำไมคุณถึงเอาข้อมูลพวกนี้มาให้ผมล่ะ”
คนถูกถามยิ้มนิดๆก่อนตอบ
“ผมอยากได้เงินในเมื่อคุณอยากได้ข้อมูลของบริษัทนักผมก็เอามาขายให้คุณจะได้ไม่ต้องส่งลูกน้องเข้าไปขโมยมันอีกไงล่ะ”
“คุณไม่กลัวว่าถ้าผมได้ข้อมูลไปแล้วจะทำให้บริษัทของคุณแย่หรอกเหรอ”อำนวยถาม ซึ่งอีกฝ่ายก็ยักไหล่แล้วตอบอย่างไม่แคร์
“ผมไม่แคร์ เพราะมันไม่ใช่บริษัทของผม”
“อืม...”อำนวยเหยียดยิ้มอย่างสะใจ เมื่อนึกถึงว่าหากปวัตน์รู้ว่าใครเอาข้อมูลบริษัทมาขายให้กับเขาละก็จะรู้สึกเจ็บใจมากแค่ไหนที่ญาติตัวเองทำแบบนี้ “คุณพูดถูกใจผมดี แต่...”
คนที่คิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่าเริ่มหุบรอยยิ้มลงและต้องหน้าตึงด้วยความไม่พอใจเมื่ออีกฝ่ายโยนแผ่นกระดาษกลับคืนมา
“ทำไมคุณ้ามันไม่ใช่หรือไง”
“ใช่ แต่ตอนนี้ผมไม่้ามันแล้ว”
“ทำไม” ชายหนุ่มถามหน้าเครียด แววตาทอประกายผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด “คุณ้าข้อมูลของบริษัทสาธิตมนตรีมากไม่ใช่เหรอ ถึงได้ขยันส่งคนเข้าไปขโมยมัน”
“ใช่ ผม้าแต่ข้อมูลที่คุณมีน่ะมันไม่มีประโยชน์แล้ว ผม้าข้อมูลของลูกค้ารายใหม่ๆที่ไอ้ปวัตน์มันกำลังติดต่ออยู่เท่านั้น คุณหามาได้ไหมล่ะ”อำนวยถามด้วยน้ำเสียงและสีหน้าท้าทาย
“ถ้าผมหามาได้คุณจะให้เท่าไร”
อำนวยหัวเราะด้วยความสะใจที่จู่ๆก็มีคนมาเสนอที่จะขโมยข้อมูลมาให้ โดยที่เขาไม่ต้องเสี่ยงส่งลูกน้องเข้าไป แถมคนที่มาเสนอก็เป็คนในครอบครัวสาธิตมนตรีเองเสียด้วยงานนี้ไอ้ปวัตน์คงได้กระอักออกมาเป็เืแน่ นี่ล่ะน้า...กลิ่นเงินมันหอมหวนกว่ากลิ่นความภักดีเป็ที่สุด
“อยู่ที่ข้อมูลที่คุณหามาได้ว่ามีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนถ้ามากสุดจนทำให้บริษัทไอ้ปวัตน์มันเสียหายย่อยยับได้ละก็...ผมให้ค่าตอบแทนคุณหลักล้านขึ้นไปแน่นอน”
“ตกลง”
“โอ้ แล้วผมจะรอรับข่าวดีจากคุณ” อำนวยยื่นมือออกไปจับกับอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสะใจลั่นห้องที่สามารถเล่นงานศัตรูได้ถึงสองทางด้วยกันในคราวเดียว