ตอนนี้ใกล้รุ่งเช้าแล้ว ด้านคนทั้ง 2 ตอนนี้ได้กลับมาถึงหน้าตระกูลด้วยอาการาเ็ โดยทั้ง 2 คนก็ได้รีบวิ่งแจ้นเข้าไปในห้องโถงของตระกูลท่าทางเร่งรีบยิ่งนัก
“ ท่านผู้นำตระกูล ผู้าุโทุกท่าน ”
เมื่อตัวของทั้ง 2 คนนั้นได้ทำการเปิดประตูเข้าห้องโถง โดยไม่ได้ขออนุญาตแม้แต่น้อย มันทำให้ผู้าุโคนอื่นรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อยในตอนแรก เพราะห้องโถงนี้ที่ประชุมอยู่ต้องได้รับอนุญาตถึงเข้ามาได้และแสดงความเคารพต่อพวกเขา
แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นสภาพของทั้ง 2 คนที่ได้ทำการเปิดประตูขึ้นมา ก็รู้สึกใกับสภาพของทั้งสองด้วยดวงตากลมโตของพวกมันเอง ผู้าุโทุกคนนั้นได้เห็นสภาพหลงจุน หลงจิ้น
ยิ่งทำให้ผู้าุโทุกคนนั้นต่างพากันสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับทั้ง 2 คนกันแน่ ไปพบเจอสิ่งใดมากันจนกลับมากันในสภาพร่างกายเป็แบบนี้ซะได้
“ หลงจุน หลงจิ้น พวกเ้าไปเจออะไรมากันทำไมกลับมาเป็สภาพนี้ได้ทั้งที่พวกเ้าน่าจะแข็งแกร่งพอตัวนี่หน่า อย่าบอกไปเผชิญสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเข้านะ ”
ผู้นำตระกูลหลงถามมาด้วยความสงสัยด้วยสีหน้าเป็กังวลหากเจอสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอยู่แถวนี้อาจจะเป็ภัยต่อคนในตระกูลที่ต้องคอยระวังตัวเอาไว้
หลงจุนกับหลงจิ้นนั้นทั้ง 2 คนก็ได้เตรียมการจะบอกกล่าวเพื่อตอบคำถามแก่ผู้นำ แต่เมื่อพวกเขาทั้ง 2 คนกำลังคิดจะเอ่ยอะไรนั้นพวกเขาก็ได้กระอักโลหิตออกมาคำโตกระเด็นลงสู่พื้นที่ห้องโถง
“ หือ! พวกเ้าเอานี้ไปกินกันก่อน ”
เมื่อได้เห็นสภาพของทั้ง 2 ว่าเหมือนจะเจ็บหนักกันมามากทีเดียว ผู้นำก็ได้ทำการเอาเม็ดโอสถอะไรบางอย่างออกมาทันทีเพื่อให้ทั้ง 2 คน
โอสถสีเขียวที่มีกลิ่นหอมโชยก็โผล่มาในมือของผู้นำตระกูลหลง ทั้ง 2 คนพลันได้เห็นโอสถเม็ดนี้ก็อุทานออกมาด้วยความตระหนกเพราะพวกเขานั้นรู้ดีว่านี้มันคือโอสถอะไรกัน
“ นี้คือโอสถรักษารีบกินแล้วรีบรักษาตัว จากนั้นเล่าทุกอย่างมาให้พวกข้าฟังซะ ว่าพวกเ้าไปโดนอะไรมากันแน่ ถึงได้มีสภาพเป็แบบนี้กัน ” ผู้นำได้เอ่ยบอกแก่ทั้ง 2
หลงจุนกับหลงจิ้นได้ฟังเช่นนั้นก็รีบเอาโอสถรักษานั้นยัดใส่ปากในทันที และเริ่มโคจรพลังปราณเพื่อรักษาร่างกาย โอสถรักษานั้นทำให้พวกเขาฟื้นตัวเป็อย่างไว เพียงเวลาไม่นานนักจากนั้นทั้ง 2 คน ก็รู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อาการาเ็ที่ได้รับมาได้ค่อยหายไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ก็ฟื้นตัวได้มากพอแล้ว
“ ขอบคุณอ่านผู้นำตระกูล ”
“ เื่นี้ไม่เป็ไรไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก รีบเล่าเื่ของเ้ามาซะว่าเกิดอะไรขึ้นใครทำร้ายพวกเ้าทั้ง 2 คนที่อยู่ขั้นที่ 9 ของก่อเกิดได้กันแน่ ”
ทันทีที่คำถามนี้พุ่งเข้าใส่หลงจิ้นกับหลงจุนพวกเขานั้นก็ไม่อยากกล่าวถึงเื่นี้เท่าไหร่ ถ้าพวกเขาได้เล่าสิ่งที่น่าเหลือเชื่อแบบนี้ไปก็ไม่รู้ว่าจะมีใครเชื่อลงหรือไม่
แต่ว่าในเมื่อเป็คำสั่งของผู้นำก็ต้องทำตามที่สั่งโดยไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้แม้แต่น้อย ย่อมต้องกล่าวสัตย์ความจริงออกไป
“ คนที่ทำพวกข้าาเ็เป็เช่นนี้มันเป็เพราะหลงหยุน ” ทั้ง 2 ก็พูดออกมาด้วยสีหน้าหนักใจเล็กน้อย
สิ้นสุดคำเอ่ยของทั้ง 2 พวกผู้าุโที่อยู่ในห้องเหมือนกับรู้สึกราวกับโดนฟ้าผ่าเข้ากลางศรีษะมาที่พวกตนเอง นี่พวกเขาได้ยินไม่ผิดใช่หรือไม่ คนที่ทำร้ายทั้ง 2 คน จนาเ็แบบนั้นก็คือขยะของตระกูลที่ไม่แม้จะชายตามองด้วยซ้ำไป พวกเขานั้นไม่อยากเชื่อเป็อย่างมาก ถ้าเป็ฝันร้ายก็ขอให้ตื่นสักทีเถอะ
“ เป็ไปไม่ได้ !! ”
ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงของคนผู้หนึ่งได้ทำการะโดังสนั่นมาที่ห้องโถงของตำหนัก ชายผู้นั้นก็คือหลงหลุนเขานั้นไม่อยากจะเชื่อกับตัวของทั้ง 2 คน ที่ได้ทำการกล่าวออกมาแม้แต่น้อย
จะบอกว่าขยะที่พวกเขานั้นไม่เห็นอยู่ภายในสายตาด้วยซ้ำไปกับทำให้ผู้แกร่งกล้าระดับก่อเกิดขั้นที่ 9 ได้รับาเ็คือคนๆเดียวกันงั้นเหรอ จะเป็ไปได้อย่างไร
ส่วนผู้าุโคนอื่นที่ได้ยินแบบนั้นพวกเขาก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน ที่หลงหยุนจะทำสิ่งให้หลงจุนและหลงจิ้นนั้นได้รับาเ็สาหัสถึงเพียงนี้
“ นี้คือความจริงเหรอหลงจิ้น หลงจุน เ้าอย่ามาโกหกพวกข้าเลย เป็ไปได้อย่างไรกันที่หลงหยุนจะมีพลังแข็งแกร่งกว่าพวกเ้าทั้ง 2 คนได้นะ ”
ไม่ว่าอย่างไรหลงหลุนตัวของเขานั้นก็ไม่มีทางเชื่ออย่างเด็ดคาดกับคำพูดของทั้ง 2 คนที่ได้ทำการเล่าเื่ราวออกมาแบบนั้น
“ เื่จริงขอรับหลงหยุนแข็งแกร่งมากเกินไป แค่การโจมครั้งเดียวทำให้พวกข้านั่นแทบไม่สามารถสู้อะไรได้เลยสักนิดเดียว ทีแรกข้านั้นแอบดูอยู่แต่จู่หลงหยุนมันก็รู้ตัวแล้วเรียกพวกเราเหมือนรู้อยู่แล้วว่าพวกข้าทั้ง 2 คนแอบดูอยู่ ”
“ หลังจากนั้นพวกข้าก็ได้แนะนำตัวเองเสร็จ หลงหยุนก็บอกให้พวกข้ากลับไปแต่โดยดี ทว่าพวกข้านั้นกลับไม่ยอมฟังของตัวหลงหยุนเลยสักนิดเพราะคิดว่าพวกข้านั้นสามารถจัดการหลงหยุนได้ แต่กลับตาลปัตรโดยสิ้นเชิงแค่การโจมตีครั้งเดียวทำให้พวกข้านั้นถึงกลับพ่ายแพ้ภายในการโจมตีครั้งเดียว ”
สิ้นสุดคำกล่าวของหลงจุนที่เล่าออกมาผู้าุโทุกคนที่อยู่ที่นี้นั้น ต่างมีสีหน้าท่าทางตะลึงแบบไม่เคยเป็มาก่อนในชีวิต อะไรนะขั้นที่ 9 ก่อเกิด พ่ายแพ้การจู่โจมเพียงครั้งเดียวเท่านั้นนี้มันเื่บ้าอะไรกัน
“ แต่หลงหยุนมันอยู่ขั้นที่ 9 พื้นฐานไม่ใช้เหรอ มันจะไปมีปัญญาทำอะไรกับพวกเ้าได้กันทั้งที่ระดับของเ้ามากกว่ามันหลายขั้น ”
หลงหลุนนั้นที่สงสัยเป็อย่างมาก เพราะเมื่อพวกเขานั้นได้เห็นคนที่กลับมาภายในตระกูล ฟังเื่ราวจากปากของหลงชุนและหลงหนานกับหลงกังทั้ง 3 คนนั่นต่างตอบกลับมาอย่างพร้อมเพรียง
ว่าตอนนี้ระดับหลงหยุนมันก้าวะโอย่างรวดเร็ว จากขั้นที่ 2 พื้นฐานขึ้นมาสู่ขั้นที่ 9 ได้อย่างไงก็ไม่อาจที่จะรู้ได้ แค่นั้นก็ทำให้เหล่าผู้าุโภายในตระกูลต่างพากันใแทบเป็แทบตายแล้ว อย่างไรก็ตามเื่นี้น่าใมากกว่าหลายเท่า
หลงจุนที่ได้ยินแบบนั้นก็เล่าเพิ่มเติมต่อ
“ ตอนแรกพวกข้าทั้ง 2 นั้นได้เห็นหลงหยุนทะลวงพลังไประดับก่อเกิด คิดว่าหลงหยุนนั้นเป็ขั้นที่ 1 ของระดับก่อเกิดเพียงเท่านั้น พวกข้านั้นเลยไม่ได้กลัวมันเลยสักนิดเดียว แต่กับกลายเป็ว่ามันอยู่ในขั้นที่ 6 ก่อเกิดแทน ทีแรกข้าก็ไม่รู้แต่ถึงเป็งั้นข้าคิดว่า พวกข้าสามารถจัดการได้เพราะระดับพลังที่ห่างกันถึง 3 ระดับ ทว่าพวกข้าไม่สามารถสู้ หลงหยุนได้เลยสักนิด ”
หลงจุนนั้นได้แต่ทำการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น เขานั้นได้เล่าเื่ราวที่ตัวของเขาได้ไปประสบพบเจอมากับตัวเองหมดเปลือกไม่มีเหลือ
ผู้าุโทุกคนที่อยู่ในห้องก็ไม่อยากจะเชื่อ หลงหยุนที่พวกเขามองว่าเป็ขยะ ตอนนี้กับแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ หลงหยุนที่อยู่ที่ระดับก่อเกิดขั้นที่ 6 สามารถจัดการก่อเกิดขั้นที่ 9 นี้มันคืออะไรกันแน่
สิ่งที่พวกเขาแทบไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยสักนิดเดียว นี้ตังหากที่สมควรถูกเรียกว่าอัจฉริยะที่แท้จริง
“ ท่านผู้นำตระกูลพวกเราจะทำไงดี ถ้าตัวของหลงหยุนแข็งแกร่งไปมากกว่านี้ แล้วดลับมาแก้แค้นตระกูลเราล่ะ มันจะไม่เป็ภัยในอนาคตงั้นเหรอ พวกเราจะทำอย่างไรกันดี ” ผู้าุโคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
ผู้าุโคนอื่นที่ได้ยินแบบนั้นก็เริ่มคิดเหมือนกัน ถ้าขนาดตอนนี้หลงหยุนนั้นยังฝึกฝนไม่ทันไรได้มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาล แล้วถ้าตัวเขานั้นหวนกลับมาแก้แค้นให้กับความอัปยศที่เขาเคยได้รับจะเกิดไรขึ้นกันแน่ ทางผู้นำตระกูลนั้นได้แต่ถอนหายใจตัวเขาก็ไม่อาจจะรู้เช่นกัน
“ คงต้องปล่อยไปกับเวรกรรมแล้วล่ะ ถึงอย่างไรหลงหยุนได้เคยเป็คนตระกูลเรามาก่อนคงไม่จัดการกับพวกเราหรอก เอาเป็ว่าเื่นี้เอาไว้ก่อนพวกเรายังคงต้องรอดูต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วรอรับผลที่พวกเราทั้งหมดที่ได้ก่อกันมา ”
“ แต่ท่านผู้นำ ”
“ ไม่มีแต่ ! อีกอย่างบอกหลงชุน หลงหนาน หลงกัง ด้วยว่าอย่าไปหาเื่หลงหยุนอีกเข้าใจไหม เพื่อไม่ให้มีความบาดหมางเกิดขึ้นอีกไปมากกว่านี้ ”
เมื่อสิ้นสุดของผู้นำตระกูลก็ทำให้ทุกคนต่างพยักหน้าแล้วได้ตอบกลับไปอย่างพร้อมเพรียง
“รับทราบ”
ฝั่งหลงหยุนตอนนี้กำลังเตรียมได้เดินทางไปที่ในเมืองไปร้านอาหาร เพื่อจะรอเวลาคนในนิกายมารับไป ผู้คนในที่เห็นหลงหยุนนั้นก็รู้สึกโชคดีเป็อย่างมากที่ได้เจอกับหลงหยุน เพราะมีบางคนได้เหตุเห็นการเมื่อวานนี้ว่ามันเป็อย่างไรบ้าง จนทำให้พวกเขานั่นต่างรู้สึกสั่นผวาด้วยความหวาดเกรงกลัว
“ เ้าของร้านขออาหารอะไร ก็ได้ ”
เมื่อคนได้เห็นหลงหยุนมาภายในร้านก็ทำให้ทุกคนในแถวนี้นั้นต่างตะลึงเป็อย่างมากเพราะว่าพวกเขาได้เห็นว่าคนที่มาเป็อันดับ 1 ในการทดสอบนิกายนั้นได้มากินอาหารในที่แห่งนี้
ส่วนทางพนักงานหลังจากได้เห็นหลงหยุนเขานั้นก็ได้ทำการทำความเคารพก่อนจะไปเตรียมอาหาร
“ ขอรับเป็เกียรตินักที่ได้รับใช้ ”
หลังจากนั้นเ้าของร้านก็ได้ทำการเร่งรีบไปทำอาหารในทันที พออาหารมาเสริฟถึงก็ได้รีบกินในทันทีแล้ว ได้ออกไปจากร้านอย่างรวดเร็ว
“ เอาล่ะ คงถึงเวลาแล้วล่ะ ”
เมื่อทำการกินอาหารเสร็จเขานั้นเร่งรีบไปที่สถานที่ทดสอบเมื่อวานอย่างว่องไว ตอนนี้ได้มีคนทั้งหมดที่ผ่านการทดสอบมาอยู่ที่แห่งนี้เป็ที่เรียบร้อย หลงหยุนได้เดินไปก็ได้เห็นฟานหลิง ฟานหลิน หลินโม่และคนอื่นๆอีกมากมาย ทางหลงกัง หลงชุนและหลงหนานตอนนี้นั้นหลบอยู่เพื่อไม่ให้หลงหยุนเห็นตัวพวกเขา
ถึงเวลาแล้วที่ผู้คนนิกายต้องทำการมารับพวกเขา จากนั้นก็ได้มีร่างของหญิงสาว 2 คนปรากฏขึ้นมานั่นก็ไม่ใช้ใครอื่นหลานชิงกับหลินซีได้ปรากฏตัวออกมาอย่างรวดเร็วสง่างามและผ่าเผยพร้อมกับจ้องมองไปที่คนที่ผ่านการทดสอบด้วยสายตาอันเป็มิตร
“ สวัสดีพวกเ้าทุกคนเตรียมตัวพร้อมแล้วใช้ไหม ข้าหลานชิงกับหลินซีนั้นจะเป็คนพาพวกเ้าไปที่นิกายภายในวันนี้ ”
สีหน้าดูเหมือนว่าจะเป็มิตรได้มองไปที่เหล่าลูกศิษย์ที่ได้ผ่านการทดสอบทุกคน ก่อนในเวลาต่อมานางนั้นจะทำการยืนมือออกมาด้านหน้า
“ เอาล่ะพวกเ้าทุกคนตามข้ามา ”
สิ้นสุดคำกล่าวหลานชิงพริบตาใช้พลังจับกลายเป็พลังรูปร่างมือขนาดใหญ่แล้วทำการแบกผู้ผ่านการทดสอบขึ้นบนฟ้าทั้งหมดคราเดียว
“ นี้นะเหรอขอบเขตนภาสามารถใช้พลังปราณจับคนทั้งหมดที่อยู่ที่นี้พากลับไปนิกายได้เพียงครั้งเดียว ”
หลงหยุนได้เห็นพลังในขอบเขตนภา ประจักษ์เป็ขวัญตา ความแตกต่างของเขากับคนที่อยู่ในขอบเขตนภามันมากแค่ไหนกัน ถ้าพูดง่ายๆก็คือไม่ต่างจากมดกับหงส์เลยแม้แต่น้อย
“ เอาล่ะต่อไปนี้จะไปด้วยความเร็วสูง พวกเ้าทุกคนนะวังด้วยล่ะ ” หลานชิงหันไปเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ต่อมาเริ่มเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงพาหลงหยุนกับคนอื่นๆ ผ่านป่าไม้ของทวีปแห่งนี้เพื่อไปที่นิกายโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้
“ ว้าวนี้เหรอ ขอบเขตนภาชั่งรวดเร็วและแข็งแกร่งจริงๆ คิดเหมือนกันไหม ศิษย์พี่หลงกัง หลงชุน ”
หลงหนานได้หันไปถามหลงชุน ทว่าขณะนี้หลงชุนนั้นไม่อยากตอบซะเท่าไหร่ รวมถึงหลงกังมีสีหน้าดูเหมือนไม่อยากจะกล่าวอะไรออกมาแม้แต่น้อย หลงหนานที่เห็นสีหน้าแบบนั้นก็ไม่อยากถามแล้วต่อได้แต่นั่งเงียบๆมิดซิลี่
“ ผู้าุโหลานชิง ” ฟานหลิงได้เรียกหลานชิงด้วยท่าทางนอบน้อมเล็กน้อย
“ มีอะไรเหรอ ” หลานชิงหันมองไปที่ฟานหลิง
“ ข้าอยากถามว่าพวกเราจะถึงนิกายัฟ้าภายในกี่ชั่วยามเหรอ ”
“ ก็สักประมาณ 2 ชั่วยามล่ะมั่ง ”
ฟานหลิงหลังจากได้ยินจากได้รับคำตอบกลับมา นางก็ได้เลิกถามต่อในทันที และเตรียมที่จะไปนั่งฝึกฝน
“ นี้ผู้าุโหลานชิง ”
ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงอีกเสียงหนึ่งกังขึ้นมาเรียก จนทำให้หลานชิงนั่นหันกลับไปเสียงนี้และพอนางได้เห็นว่าเป็ผู้ใดก็ทำให้นางนั้นรู้แล้วคนที่เรียกนางเป็ใคร ไม่ใช่ใครที่ไหนก็คือหลงหยุนนั้นเอง
“ มีอะไรเหรอ หลงหยุน ”
“ ข้าอยากถามว่านิกายของพวกเรานั้นมีศัตรูบ้างไหม ”
พลันคำถามนี้ผุดขึ้นมาจากปากของชายหนุ่ม นางนั้นไม่นึกเลยว่าชายหนุ่มตรงหน้าเขาจะถามอะไรแบบนี้ด้วย ถึงอย่างนั้นนางก็เอ่ยตอบกลับคำถามนี้อย่างโดยดี
“ นิกายพวกเรานั้นอยู่ที่ใจกลางทวีปหลงหลินคือนิกายัฟ้าของเรา และทวีปนี้ยังมีอีก 3 ทวีปที่มีนิกายเป็ศัตรูกันมาอย่างช้านานเื่การแข่งขัน คือทวีปหลานหวงมีนิกายกระบี่บิน ทวีปอัคคีชานคือนิกายอัคคีพิโรธ ทวีปดาราคือนิกายอีกาเงานี้คือ 4 นิกาย ภายในทวีปทุก 5 ปี นิกายพวกเราจะส่งสุดยอดอัจฉริยะ 5 คน ในนิกายมาแข่งขันเรียกว่า แต่ว่าพวกเ้ายังไม่ต้องรู้เื่นี้หรอก นิกายทั้ง 4 เป็ศัตรูเื่ความชิงดีชิงเด่นกันมาตลอดยาวช้านาน ”
คำอธิบายของหลานชิงมันยิ่งทำให้ชายหนุ่มใคร่รู้เข้าไปใหญ่ และมีความสงสัยเป็อย่างมาก ภายในนิยายทั้ง 4 นิกายไหนแข็งแกร่งที่สุดในหมู่นิกายทั้ง
“ นี้ผู้าุโหลานชิง ข้าอยากถามว่านิกายมีกฏอะไรบ้างเหรอ ”
ยังไม่ได้ทันที่หลงหยุนจะกล่าวอะไรต่อหลินโม่ที่ฟังมาตลอดก็ได้เป็ฝ่ายถามขึ้นมาบ้าง แม้แต่เขาก็มีเื่ที่อยากรู้ไม่ต่างกันมากมาย พวกเขานั้นได้ทำการเป็เข้านิกายโดยไม่รู้กฏภายใน แล้วหากพวกเขาดันทำผิดกฏขึ้นมาก็แย่น่ะซิ
“ ในเมื่อเ้าถามข้าก็จะบอกให้จงฟังให้ดีกฏนิกายพวกเรามีไม่มาก คือ 1 . ศิษย์นิกายห้ามฆ่ากัน ยกเว้นไปประลอง ความเป็ความตาย 2. คะแนนของศิษย์พวกเ้าสามารถทำภารกิจได้เพื่อนำมาแลกวิชาหรือไม่ก็อาวุธ 3. ภายใน 10 ปีต้องเข้าระดับลมปราณให้ได้ไม่งั้นโดนไล่ออกจากนิกายก็มีแค่นี้แหละ ” หลานชิงได้บอกอธิบายด้วยแววตาอันสุขุม
ทุกคนได้ฟังได้รับรู้ต่างพากันก็รู้สึกหวั่นเกรงเป็อย่างมาก ที่ต้องเป็ระดับ ลมปราณภายใน 10 ปีเนี้ยนะ แต่ทางของหลงหยุนเขานั้นมั่นใจว่าตนต้องทำได้แน่นอน ด้วยั์ตาแสดงความมั่นใจออกมาให้ได้เห็นแววตาเชื่อมั่นประดุจสิ่งตรงหน้านั้นไม่ให้ความสนใจมากมาย
“ เอาล่ะ เลิกถามก่อนพวกเรามาถึง แล้ว ”
จากนั้นเสียงหลานชิงก็ได้ทำการปลุกพวกเขาจากภวังค์ ภายในจิตใจทำให้พวกเขาต่างพากันได้สติในเวลานี้ แล้วก็สะดุ้งพร้อมกับมองไปที่รอบๆ ทันทีแววตาของผู้คนก็ได้แปรเปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่งด้วยความตะลึงงัน
หลานชิงได้มาถึงนิกายได้พาผู้ผ่านการทดสอบลงมาด้านล่าง หลงหยุนได้สังเกตนิกายนั้นถูกล้อมไปด้วยป่าไม้มากมาย หอคอยใหญ่โตและตำหนักของศิษย์มากมายแล้วมีป้ายเขียนว่านิกายัฟ้าตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางของนิกาย จนทำให้คนภายนอกสามารถสังเกตเห็นได้ ้าของหอคอยที่ใหญ่ที่สุดนั้นเอง
“ ที่แท้นิกายใหญ่โต ถึงขนาดนี้ ”
หลงหยุนนั่นตะลึงยิ่งนักั์ตาฉายแววโรจน์มองที่สิ่งที่เห็นด้วยอันปลาบปลื้ม ถึงเขาเคยได้ยินว่านิกายนั้นเป็สถานที่เหล่าผู้ฝึกยุทธนั้นมาฝึกฝนกันเป็จำนวนมาก แต่ไม่เคยรู้เลยว่าจะมากขนาดนี้ ต่อมาหลานชิงก็ได้นำพาพวกหลงหยุนลงสู่พื้นในทันที แล้วหันกลับไปทำการกล่าวกับพวกศิษย์นิกายใหม่ทั้งหมดนี้
“ ยินดีต้อนรับ สู่นิกายัฟ้า”