บทที่ 1การตื่นขึ้นอีกครั้ง
ลู่เฟิงลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางตรอกอันหนาวเย็นความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาพร้อมกับเือุ่นๆ ที่ไหลจากท้ายทอยลงมาตามลำคอ
เมื่อมองไปรอบตัวเขาก็พบเพียงแหจับปลาที่ฉีกขาด ถังไม้ที่คว่ำอยู่ และฟืนกระจัดกระจายส่วนปลาที่เขาอุตส่าห์หลังขดหลังแข็งจับมาทั้งวัน... หายไปจนหมดสิ้น
แต่สิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่าแบนร่างกายหากเป็ความทรงจำของคนสองคนที่กำลังหลอมรวมกันอยู่ในหัว
คนหนึ่งคือชายหนุ่มจากโลกปัจจุบันที่หมดแรงจมน้ำตายหลังจากะโลงไปช่วยชีวิตคนอื่นส่วนอีกคนคือชาวประมงยากจนในโลกนี้ที่ถูกพวกนักเลงทุบตีจนสิ้นใจเพียงเพราะไม่ยอมขายบ้านของบรรพบุรุษ
ทว่านับจากวินาทีนี้เป็ต้นไปคนทั้งสองคนได้กลายเป็คนๆ เดียวกัน และมีชื่อเดียวกันนั้นก็คือ... ลู่เฟิง
‘ข้าทะลุมิติมาจริงๆ สินะ...’
ลู่เฟิงกล่าวคิดในใจก่อนที่สายลมหนาวจะพัดลอดเข้ามาในตรอกจนเขาตัวสั่นเทา
เสื้อฝ้ายเก่าขาดรุ่งริ่งไม่อาจต้านทานความเย็นะเืได้เลยหากทนอยู่เช่นนี้คงได้หนาวตายเสียก่อนดังนั้นลู่เฟิงจึงกัดฟันพยุงตัวลุกขึ้น เขาค่อยๆ รวบรวมฟืน แหขาดและถังไม้กลับมาด้วยความเ็ป
โชคดีที่ความทรงจำใหม่ช่วยบอกทางกลับบ้านให้แก่เขาทำให้เขายังคงพอจะมีที่ไป
บ้านตระกูลลู่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบก้าวทว่าเส้นทางสั้นๆ นั้นกลับยาวนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุด เพราะทุกย่างก้าวนั้น มันทำให้าแทั่วร่างปวดแปลบจนต้องสูดปาก
เมื่อผลักประตูไม้เก่าคร่ำคร่าเข้าไปลานบ้านอันกว้างขวางแต่เงียบสงัดก็ปรากฏตรงหน้า
สิงโตหินคู่ใหญ่หน้าประตูกับต้นไม้เก่าแก่ในลานบ้านยังคงหลงเหลือกลิ่นอายความรุ่งเรืองในอดีตของตระกูลทว่าในวันนี้ บ้านทั้งหลังกลับเหลือเพียงตัวเขาเพียงแค่คนเดียว
หลังจากพ่อแม่ล้มป่วยและเสียชีวิตไปเมื่อสองปีก่อนทรัพย์สินในบ้านก็ถูกทยอยขายไปทีละชิ้นเพื่อประทังชีวิต
จนตอนนี้เหลือเพียงตัวบ้านเก่าเครื่องใช้ไม่กี่อย่างและเงินอีแปะทองแดงอีกหนึ่งร้อยยี่สิบเหรียญที่เขาแอบเก็บออมไว้
ถึงจะตกต่ำเพียงใดแต่บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ก็ยังมีมูลค่ามากกว่าสามสิบตำลึงเงินและนั่นคือสาเหตุที่ทำให้หวงโส่วเหลียง คหบดีหน้าเืในท้องถิ่นหมายตาบ้านหลังนี้
หวงโส่วเหลียงเสนอเงินซื้อในราคาหน้าเืเพียงห้าตำลึงและพอถูกลู่เฟิงปฏิเสธ เขาก็ส่งหลิวต้ากับพวกนักเลงมาดักซ้อมเพื่อบังคับให้ขาย
วันนี้เป็ครั้งที่สองแล้วที่เขาโดนทำร้ายแถมหลิวต้ายังขู่ทิ้งท้ายไว้ว่า คราวหน้าถ้ายังไม่ยอมเซ็นสัญญาขายบ้านมันจะกลับมาหักแขนหรือขาของเขาให้พิการ
‘หากร่างเดิมไม่ตายคนที่ต้องกลายเป็คนพิการคนต่อไปก็คงเป็ข้าอยู่ดี’
ลู่เฟิงคิดก่อนจะวางอุปกรณ์ทำมาหากินลงแล้วทิ้งตัวนอนบนเตียงเขาพยายามดึงผ้าห่มเก่ามาคลุมร่าง หวังจะหลับเพื่อหนีความเ็ป
ทว่าเสียงท้องที่ร้องลั่นกลับไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนจะฝืนลุกขึ้นหยิบแผ่นแป้งสาลีตากแห้งที่แข็งราวกับก้อนหิน และปลาตัวเล็กจากอ้างน้ำในบ้านอีกหนึ่งตัวเข้าไปในห้องครัว
ระหว่างที่เตรียมอาหารความคิดของเขายังคงวนเวียนอยู่กับเื่ของหลิวต้าไม่หาย
โลกใบนี้คือโลกของผู้ฝึกยุทธ์หลิวต้า และพรรคพวกเคยฝึกฝนในสำนักยุทธ์ท้องถิ่นมาครึ่งปีต่อให้พวกมันจะถูกไล่ออกมาเพราะพร์ไม่ถึงแต่พละกำลังและชั้นเชิงก็ยังเหนือกว่าคนธรรมดามาก
ลู่เฟิงคนเดิมไม่มีทางต่อกรได้เลยหาก้ารักษาชีวิต และบ้านหลังนี้เอาไว้ ทางเดียวคือเขาต้องฝึกยุทธ์
ทว่าค่าเล่าเรียนของสำนักยุทธ์นั้นสูงลิบลิ่วต่อให้ขายบ้านประทังชีพก็คงจ่ายได้ไม่กี่เดือน
ส่วนพรรคเจ็ดดาราที่เปิดรับคนยากจนเข้าไปฝึกวิชาฟรีก็เคยปฏิเสธเขามาแล้ว เพราะอีกสามเดือนเขาจะอายุครบสิบแปดปี ซึ่งเกินเกณฑ์แถมพร์ของเขาก็แค่ระดับธรรมดาๆ
‘หรือจะขายบ้านแล้วหนีลงใต้...อาจเป็ทางรอดที่ง่ายที่สุดในตอนนี้’
ลู่เฟิงไม่ได้รู้สึกผูกพันกับบ้านหลังนี้เท่ากับเ้าของร่างเดิมแต่ลึกๆ ในใจกลับมีความรู้สึกไม่ยินยอมอยู่บางอย่าง
เขาเพิ่งจะรอดพ้นจากความตายและได้เริ่มชีวิตใหม่แท้ๆ หากต้องเลือกที่จะวิ่งหนีั้แ่วันแรกแล้วชีวิตหลังจากนี้เขาจะต้องหนีไปอีกไกลแค่ไหน?
ชายหนุ่มสลัดความคิดฟุ้งซ่านแล้วหั่นแผ่นแป้งกับปลาใส่ลงในหม้อ
แต่พอจะจุดไฟก็พบว่าข้างเตาไม่มีฟืนเหลืออยู่เลยเขาจึงต้องลากสังขารระบมออกไปที่ลานบ้าน นั่งลงบนม้านั่งตัวเล็กแล้วเริ่มยกมีดผ่าฟืน
ฉับ!
คมมีดจมลงไปได้เพียงหนึ่งในสามความเจ็บระบมจากาแแล่นริ้วไปทั่วทั้งแขนจนข้อมือสั่น ลู่เฟิงสูดลมหายใจลึกกัดฟันยกทั้งมีด และท่อนไม้ที่ติดอยู่ขึ้นฟ้าแล้วฟาดลงกับพื้นสุดแรง
แครก!
ท่อนไม้แยกออกเป็สองซีกทันที
[แต้มประสบการณ์วิชาดาบผ่าฟืน+1]
ลู่เฟิงชะงักไปในพริบตา
ข้อความสีทองสว่างผุดขึ้นมาในห้วงจิตของเขามันชัดเจนเสียจนรู้ว่าไม่ใช่ภาพลวงตาจากความเ็ป และเมื่อเขาตั้งสมาธิดูทันใดนั้น ม้วนภาพโบราณขนาดใหญ่ก็ค่อยๆ คลี่ออกอย่างช้าๆ ในหัว
ในภาพนั้นมียอดเขาหิมะกลับหัวลอยอยู่เหนือทะเลเมฆ แม่น้ำเก้าสายไหลเชี่ยวย้อนกระแสและมีอักขระสีทองนับไม่ถ้วนกะพริบวิบวับอยู่เหนือเกลียวคลื่น
ที่พื้นที่ว่างด้านข้างม้วนภาพปรากฏข้อความตัวอักษรขึ้นมาหลายบรรทัด
[ผู้:ลู่เฟิง]
[พลังิญญา:0]
[ระดับมลพิษ:0/100]
[ทักษะ:วิชาดาบผ่าฟืน (ระดับเริ่มต้น)]
[ความคืบหน้า:(1/100)]
ลู่เฟิงยังไม่เข้าใจว่าพลังิญญาหรือระดับมลพิษคืออะไรแต่ชื่อวิชาดาบผ่าฟืนด้านล่างนั้นชัดเจนจนไม่ต้องเสียเวลาคิด
เขาตั้งฟืนอีกท่อนขึ้นทันทีแล้วเงื้อมีดสับลงไป
ฉับ!
[แต้มประสบการณ์วิชาดาบผ่าฟืน+1]
[ความคืบหน้า:(2/100)]
หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นความหนาว ความหิว และความเ็ปตามร่างกายคล้ายกับถูกโยนทิ้งไปชั่วขณะ
‘ทุกครั้งที่ข้าผ่าฟืนความชำนาญของข้าจะเพิ่มขึ้นจริงๆ!’
ในโลกเดิมที่เขาจากมาความพยายามมักไม่เคยรับประกันผลลัพธ์ แต่ภาพประหลาดในหัวกำลังบอกเขาว่าขอเพียงแค่เขาลงมือทำ เขาจะเก่งขึ้นอย่างแน่นอน!
ลู่เฟิงเริ่มผ่าฟืนต่อไปอย่างบ้าคลั่งบางครั้งต้องฟันซ้ำสามสี่ครั้งถึงจะได้แต้มเพิ่ม บางครั้งเพียงดาบเดียวก็สำเร็จท่อนไม้ในลานบ้านลดน้อยลงเรื่อยๆ ขณะที่การเคลื่อนไหวของเขากลับดูนิ่ง และแม่นยำขึ้นทีละน้อย
จากคมมีดที่เคยติดอยู่กลางไม้เขาเริ่มผ่ามันขาดได้ในสองครั้ง... และจากสองครั้งก็เหลือเพียงการสับลงไปครั้งเดียว
ง่ามมือของเขาชาหนึบไปหมดแขนขวาสั่นระริกจนแทบยกไม่ขึ้น เหงื่อเย็นไหลชุ่มแผ่นหลังท่ามกลางอากาศหนาวทว่าลู่เฟิงยังคงไม่ยอมหยุดมือ
ฉับ!
[แต้มประสบการณ์วิชาดาบผ่าฟืน+1]
[ความคืบหน้า:(99/100)]
เหลืออีกเพียงแต้มเดียวเท่านั้น
ลู่เฟิงจ้องมองท่อนไม้ชิ้นสุดท้ายตรงหน้าแล้วภาพคำขู่ของหลิวต้าก็ผุดขึ้นมาในหัว...คราวหน้าจะกลับมาหักแขนหักขาเขาอย่างนั้นหรือ?
มุมปากของชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเขาสูดลมหายใจเข้าลึก กระชับด้ามมีดผ่าฟืนในมือจนแน่นแล้วเงื้อคมมีดขึ้นสูงอีกครั้ง!