ซากปรักหักพัง
กลางลานกว้างภายในซากปรักหักพังที่เพิ่งถูกเคลียร์จนโล่งเตียนแสงแดดยามเช้าส่องลงมาสว่างจ้า เห็นเงาของสัตว์ร้ายร่างมหึมาที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงกลาง
าาหมาป่าทมิฬแผงคอเงินยืนเต็มความสูง 3 เมตรดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก มันรู้สึกถึงประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนแต่ด้วยสัญชาตญาณของการต่อสู้และความไว้วางใจที่มีต่อเด็กหนุ่มมันจึงเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่
ตูม! เสียงดังขึ้นเมื่อกรงเล็บขนาดใหญ่ที่แผ่ขยายออกเหมือนคมมีดร่วงลงมากระทบพื้นดินอย่างรุนแรงหินและเศษอิฐกระเด็นปลิวไปทั่วบริเวณ เป้าหมายคือร่างของแม็กซ์แต่เมื่อฝุ่นจางลง กลับพบว่ามันโจมตีลงไปที่พื้นว่างเปล่าเสียแล้ว
“โจมตีไปที่ไหนของเ้าเนี่ย?” เสียงเย้ยหยันและท้าทายดังขึ้นจากด้านข้างทำให้เ้าหมาป่าหันหน้ามองทันที แม็กซ์ยืนพิงกำแพงไม่ไกล
“ลองโจมตีให้เต็มที่สิใช้ทักษะทั้งหมดที่เพิ่งได้รับมาให้ข้าดูหน่อยสิว่า มีดีแค่ไหนและจุดอ่อนจุดแข็งอยู่ตรงไหน” แม็กซ์พูดด้วยน้ำเสียงที่เสียงดังฟังชัดเพื่อกระตุ้นความอยากสู้ให้กับหมาป่า
เมื่อได้ยินคำพูด ดวงตาของเ้าหมาป่าก็เปล่งประกายวาบขึ้นทันทีมันรู้สึกถึงความคาดหวังที่มีต่อตัวเองจึงตั้งใจที่จะแสดงความสามารถออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
<เปิดใช้ทักษะ: อสูรคำราม>
โฮกกก! เสียงคำรามทุ้มลึกสั่นะเือากาศจนเกิดคลื่นแรงกระแทกพวยพุ่งออกไปทั่วทิศทางเสียงนี้ไม่ใช่เพียงแค่เสียงคำรามธรรมดา แต่แฝงไปด้วยพลังจิติญญาที่มุ่งโจมตีเข้าสู่จิตใจของคู่ต่อสู้เพื่อกระตุ้นความกลัวสร้างความสับสน และทำให้การเคลื่อนไหวช้าลงหรือหยุดชะงักชั่วคราวเป็ทักษะพื้นฐานแต่ได้ผลดีมากสำหรับสัตว์อสูรทั่วไป
แต่สำหรับแม็กซ์ ผลลัพธ์กลับเป็ศูนย์ คลื่นเสียงและพลังจิตที่พุ่งเข้ามากลับชนกับเกราะพลังงานบาง ๆ ที่ล้อมรอบตัวเขาไว้ เกราะนี้เกิดจากการทำงานของทักษะ จิตไร้ลักษณ์ที่ทำหน้าที่เป็เกราะป้องกัน และทำให้พลังโจมตีสลายไปก่อนจะถึงตัว ดังนั้นแม็กซ์จึงยืนนิ่งมองอย่างสงบไม่มีอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย
“ยังอ่อนไปเ้าบื้อ ทักษะนี้มันไม่ได้ผลกับข้าหรอก” แม็กซ์พูดต่อไปด้วยน้ำเสียงยั่วยุ“ถ้าจะทำให้คู่ต่อสู้สั่นคลอนจิตใจได้ พลังต้องเข้มข้นกว่านี้หลายเท่าแต่สำหรับอสูรระดับเดียวกันหรือต่ำกว่า ก็น่าจะพอใช้ได้อยู่” เขายังคงพูดเร้าเพื่อกระตุ้นให้เ้าหมาป่าแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาให้มากที่สุด
เ้าหมาป่าก็เข้าใจในทันทีว่าทักษะเดียวยังไม่พอมันจึงรวบรวมพลังงานิญญาที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกายไปยังปลายกรงเล็บทั้งสี่ข้างอย่างรวดเร็ว
<เปิดใช้ทักษะ:กรงเล็บเชือดเฉือน>
คลื่นทักษะสีดำปนเงินก่อตัวขึ้นจนกลายเป็กรงเล็บพลังงานขนาดใหญ่ยาวกว่าเมตรแหลมคมไม่ต่างจากดาบเหล็กกล้า มันเหวี่ยงกรงเล็บไปมาอย่างรวดเร็ว ส่งคลื่นพลังิญญากรงเล็บพุ่งผ่าอากาศออกไปเป็เส้นตรงโจมตีเข้าหาแม็กซ์ด้วยความเร็วสูงเป็การโจมตีระยะไกลที่ใช้พลังงานน้อยแต่มีอานุภาพทำลายสูง
“ยังช้าไป!” แม็กซ์เบี่ยงตัวเพียงเล็กน้อยคลื่นกรงเล็บพลังงานก็พุ่งผ่านไปเพียงนิ้วเดียวกระทบกำแพงด้านหลังจนเกิดรอยลึกยาวหลายเมตร เศษหินแตกกระจายออกมา
แต่เ้าหมาป่าไม่หยุดเพียงเท่านั้นมันรู้สึกถึงช่องว่างที่ต้องเติมเต็มจึงรัวการโจมตีด้วยทักษะเดิมออกมาอย่างต่อเนื่อง คลื่นกรงเล็บพลังิญญาพุ่งถาโถมเข้ามาไม่ขาดสายทั้งจากด้านหน้า ด้านซ้าย ขวา และสูงต่ำสลับกันไปมาจนแทบจะปิดทุกช่องทางการหลบหลีกของคู่ต่อสู้
“ดี! แต่ยังไม่พอ ใส่มาอีก เร็วกว่านี้หน่อย!อย่าเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ได้พักหายใจหรือหาช่องว่างได้!” แม็กซ์ะโสั่งการในขณะที่ยังคงหลบหลีกไปมาอย่างคล่องแคล่ว
ได้ยินคำสั่ง เ้าหมาป่าก็ะเิพลังออกมาอย่างเต็มที่การโจมตีรุนแรงขึ้น ความเร็วสูงขึ้น จนอากาศรอบข้างสั่นไหวแต่ในขณะที่ดูเหมือนจะไม่มีที่ให้หลบแล้ว ทันใดนั้น ร่างกายมหึมาของมันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
<เปิดใช้ทักษะ: เงามายา>
ฟึ่บ! เสียงอากาศไหลผ่านดังขึ้นเพียงแ่เบา ก่อนที่ร่างของาาหมาป่าจะหายไปจากสายตาโดยสมบูรณ์ไม่เหลือรอยรั่วของพลังงาน ไม่เหลือเสียงก้าวเท้าราวกับกลายเป็ส่วนหนึ่งของความมืดและเงาที่มีอยู่ทั่วไปในซากปรักหักพัง
ไม่กี่วินาทีต่อมา ที่ด้านหลังของแม็กซ์ซึ่งดูเหมือนจะว่างเปล่า ร่างมหึมาของเ้าหมาป่าโผล่ออกมาอย่างแม่นยำพร้อมจะกระทุ้งกรงเล็บทั้งสองข้างลงไปอย่างจัง
แต่ก่อนที่ปลายกรงเล็บจะััถึงร่างกายเป้าหมายเสียงเตือนภัยแ่เบาดังขึ้นในหัวของแม็กซ์ ทักษะ จิตไร้ลักษณ์ ที่ทำหน้าที่ััและรับรู้การเปลี่ยนแปลงของพลังงานรอบตัวทำงานเต็มประสิทธิภาพทันที
ตูม! เสียงกระแทกดังสนั่นเมื่อกรงเล็บลงไปโจมตีพื้นเต็มแรงทำให้เกิดหลุมลึกขึ้นมาทันที เ้าหมาป่ามั่นใจอย่างเต็มที่ว่าการโจมตีครั้งนี้ต้องโดนแน่นอนแต่เมื่อยกเท้าขึ้นมาดู กลับไม่พบร่างของเด็กหนุ่มอยู่ตรงนั้นเลยทำให้มันใเล็กน้อย หันซ้ายหันขวามองหาเป้าหมาย
ในจังหวะที่พลังของทักษะเพิ่งจางลง แม็กซ์ที่ได้รับสัญญาณเตือนก่อนหน้านี้ได้ะโตัวลอยขึ้นสูงหลบหลีกออกไปได้ทันเวลา แล้วใช้จังหวะที่เ้าหมาป่ากำลังมองหาตัวเองะโขึ้นไปนั่งอยู่บนแผงคอสีเงินที่ฟูหนานุ่มของมัน
“เกือบไปแล้วนะ!ฉลาดมากที่ใช้วิธีรัวการโจมตีเพื่อบดบังสายตาและดึงความสนใจแล้วค่อยเปลี่ยนมาใช้ทักษะเคลื่อนที่พรางตัวโจมตีจากด้านหลังคอมโบแบบนี้ถ้าเจอคู่ต่อสู้ทั่วไปมันคงตายแน่ ถ้าเดาไม่ผิดทักษะนี้คงเป็เงามายาสินะ”
แม็กซ์พูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมแต่ก็ยังมีอารมณ์ขัน เขายิ้มกว้าง ก่อนจะดึงที่หูของมันเบาๆ “แต่แค่นี้ไม่ได้แอ้มข้าหรอกนี่ถือเป็รางวัลสำหรับความพยายามของเ้าแล้วกัน!” พูดจบ แม็กซ์ก็ทุบกำปั้นลงไปที่ส่วนหัวของเ้าหมาป่าอย่างพอเหมาะพอดีไม่เจ็บจนาเ็ แต่ก็รู้สึกตัวชัดเจน
เอ๋งงง! เ้าหมาป่าร้องเสียงดังโวยวายขึ้นมา ก่อนหันหน้ามองขึ้นไปด้วยแววตางุนงงและเ็ปนิดหน่อย
“โอ๊ย... ร้องทำไมใหญ่โต มันไม่ได้เจ็บขนาดนั้นร้องยังกับหมาโดนน้ำร้อนลวก” แม็กซ์หัวเราะลั่นก่อนจะเปลี่ยนเป็น้ำเสียงสอนสั่งอย่างจริงจัง “การประยุกต์ใช้ทักษะทำได้ดีมากถือว่าสอบผ่าน แต่ประสบการณ์การต่อสู้ของเ้ายังน้อยไปหน่อยยังต้องฝึกฝนอีกเยอะจนกว่าจะชำนาญจนคู่ต่อสู้ไม่ทันรู้ตัว”
เขาถอนหายใจยาว สรุปสิ่งที่สังเกตเห็นได้ “พอเข้าใจความสามารถของเ้าแล้วละ ทักษะจิตไร้ลักษณ์ของข้าถูกกระตุ้นทำงานถึงสองครั้งแสดงว่าพลังจิตและความรวดเร็วของเ้าสามารถบีบให้เกราะป้องกันของข้าต้องทำงานได้ถือว่าดีแล้ว ลดความได้เปรียบของคู่ต่อสู้ลงไปได้บ้าง”
“แต่มันยังไม่พอหรอกถ้าการโจมตีไม่สามารถทำให้คู่ต่อสู้ล้มหรือหยุดนิ่งได้ เ้าก็จะถูกสวนกลับทันทีเมื่อจังหวะของเ้าหมดลงจำไว้ให้ดี” แม็กซ์สั่งสอนอย่างตั้งใจ เพื่อให้เ้าหมาป่าเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเติบโตต่อไปก่อนจะะโลงมาจากคอของมันยืนบนพื้นอีกครั้ง
“จากนี้ไป เ้าจะต้องเดินทางไปกับข้าทำหน้าที่เป็พาหนะให้ข้าขี่ และร่วมเดินทางไปล่าด้วย เพื่อที่เ้าจะได้ฝึกฝนและเก็บเกี่ยวประสบการณ์การต่อสู้ด้วยตัวเอง”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ แววตาของเ้าหมาป่าก็เปล่งประกายวาบขึ้นทันทีมันะโโลดเต้นไปมาด้วยความดีใจ หางขนาดใหญ่แกว่งไปมาจนเกิดแรงลมพัดรู้สึกเหมือนได้รับการยอมรับเป็พรรคพวกครั้งแรกในชีวิต หลังจากที่เคยโดดเดี่ยวมาตลอดมันจึงก้มหน้าลงมาเลียที่มือและแขนของแม็กซ์อย่างนุ่มนวลด้วยความผูกพัน
“หยี! ไอ้เวร! มันสกปรกนะเว้ย หยุดเลียได้แล้ว!” แม็กซ์ทำหน้าบิดเบี้ยวพยายามดึงมือกลับแต่ก็ไม่ได้โกรธจริง เพียงแต่รู้สึกเขินอายกับการกระทำของมัน “แต่ก็ต้องบอกไว้ก่อนนะ เ้าคงไม่สามารถเดินทางเข้าไปบริเวณฐานที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้ด้วยร่างนี้หรอก”
แม็กซ์ขมวดคิ้วครุ่นคิด “ถ้าสัตว์อสูรร่างใหญ่ขนาดนี้โผล่เข้าไปในฐานคนคงแตกตื่นกันหมด คิดว่าถูกอสูรระดับาาบุกเข้ามาแน่ ด้วยระดับความสามารถของเ้าพื้นที่แถวนี้คงไม่มีใครกล้ามายุ่งแล้ว”
พอได้ยินอย่างนั้น เสียงร้องดังหงิง ๆ ออกมาจากลำคอเ้าหมาป่าทำหน้าเศร้าเล็กน้อย หูทั้งสองข้างหุบลงมาต่ำเพราะกลัวว่าจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังแต่ทันใดนั้นมันก็นึกถึงความสามารถอีกอย่างที่มีได้
<เปิดใช้ทักษะ:เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์>
พลังงานสีเงินล้อมรอบร่างกายมหึมาบีบอัดและปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายนอกอย่างรวดเร็ว ร่างกายที่สูง 3 เมตร มันเริ่มหดตัวลงมาจนกระทั่งกลายเป็สัตว์ขนาดเล็ก รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนแปลงไปจนจำไม่ได้แม้แต่พลังของสัตว์อสูรระดับาาก็ไม่มีเล็ดลอดออกมา
สิ่งที่ปรากฏขึ้นแทนที่ คือ หมาน้อยสายพันธุ์ฮัสกี้ ขนาดตัวจ้อยน่ารักขนสีขาวดำเรียงตัวเป็ลวดลายสวยงามมีแผงขนบริเวณคอสีเงินที่ยังคงเป็เอกลักษณ์อยู่บ้างแต่ดูกลมกลืนไปกับรูปลักษณ์ใหม่ภาพนี้ทำให้แม็กซ์ถึงกับตาค้าง มองด้วยความประหลาดใจ
“ว้าวววว... เ้าทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอเนี่ย ลืมไปเลยว่าเ้ามีทักษะนี้ติดตัวมาด้วย!”เขาร้องอุทานด้วยความตื่นเต้น “แบบนี้ก็ง่ายขึ้นเยอะเลย”
เ้าหมาน้อยะโโลดเต้นไปมาด้วยความดีใจ หางแกว่งรัว ๆรู้สึกภูมิใจที่ตัวเองสามารถแก้ปัญหานี้ได้ ทำให้ตัวเองไม่ต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลังและสามารถติดตามแม็กซ์ไปได้ทุกที่ทิ้งร่างของราชันอสูรที่น่าเกรงขามไว้เื้ัอย่างสิ้นเชิง
“กลายสภาพเป็สัตว์เลี้ยงธรรมดาไปแล้วซินะ” แม็กซ์พึมพำพลางมองด้วยรอยยิ้ม“ยุคนี้สัตว์ป่าหรือสัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้กลายพันธุ์หรือเป็อสูรนั้นหายากมากแถมยังมีราคาสูงในตลาดด้วย แต่ก็ดีกว่าเป็สัตว์อสูรที่ถูกคนกลัวและคิดจะฆ่าทันทีที่เห็นแน่นอน
“แต่เ้าจงจำไว้ ว่าอย่าเปิดเผยพลังและจิตสังหารของอสูรเด็ดขาดและห้ามทำร้ายใครก่อนที่จะได้รับอนุญาต เข้าใจไหม”
“หงิง” เ้าหมาน้อยผงกหัวรับปาก
เขาก้าวเท้าเดินนำหน้าไปข้างหน้า พร้อมกับโบกมือเรียก “ไปกันเถอะ ได้เวลากลับบ้านแล้วแต่ก่อนจะไป ขอจัดการเก็บของที่เหลือตรงนี้ให้เรียบร้อยก่อน” แม็กซ์เดินไปยังซากของอสูรงูั์ที่ถูกจัดการไปเมื่อคืนเขาเริ่มตรวจสอบและเตรียมเก็บของที่มีค่าทั้งหมด
“ซากของขุนพลหมาป่าทมิฬที่เก็บไว้นี่ก็ยังใช้ประโยชน์ได้มากนะมันเป็ถึงสัตว์อสูรระดับขุนพล ที่มีความสามารถเกือบเทียบเท่าระดับาาเลยนะ หนังขน เขี้ยว กรงเล็บ ล้วนมีค่าทั้งนั้น แต่น่าเสียดายที่มันถูกพิษกัดกร่อนเสียหายไปซะเยอะเลย”เขาบ่นพึมพำขณะใช้พลังจิติญญาััตรวจสอบ
“แต่ก่อนอื่นต้องกำจัดพิษออกไปก่อน ส่วนพลังงานปนเปื้อนยังคงต้องเก็บเอาไว้เหมือนเดิมถ้าเอาไปขายแล้วพลังงานปนเปื้อนหายไปคงถูกตรวจพบจะมีปัญหาแน่” แม็กซ์จึงเรียกใช้ทักษะดูดกลืนอนันต์ พลังงานสีดำจาง ๆ โผล่ออกมาห่อหุ้มซากสัตว์อสูรนั้นพิษทั้งหมดถูกดูดซึมเข้ามาในร่างกายของเขาช้า ๆเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพกลายเป็พลังิญญาบริสุทธิ์ที่ใช้งานได้ ในขณะที่ส่วนพลังงานปนเปื้อนและพลังงานบริสุทธิ์ยังคงสภาพเดิมไว้
ติ๊ง!
[ดูดซับสารพิษสำเร็จ เปลี่ยนสภาพเป็พลังิญญาสภาพซากสัตว์อสูรส่วนที่เหลือคงสภาพสมบูรณ์และปลอดภัยต่อการจัดเก็บและจำหน่าย]
“ดีล่ะ... คงต้องเอาไปขายแลกเปลี่ยนเป็ทุนก่อนเพื่อซื้อเสบียงและสิ่งของจำเป็กลับไปให้แม่และไอ้น้องตัวแสบที่รออยู่ถึงจะเสียดายพลังงานบางส่วนอยู่บ้าง แต่ความอยู่รอดของครอบครัวสำคัญกว่าทุกอย่าง”
เมื่อเก็บของทั้งหมดใส่เข้าไปในพื้นที่จัดเก็บของระบบเรียบร้อยแล้ว แม็กซ์ก็หันกลับมามองเ้าหมาน้อยที่กำลังนั่งรออยู่ด้วยใจจดจ่อ“ไปกันเถอะเ้าหมา...กลับไปเป็ร่างเดิมข้าจะได้ขี่ไปได้ ไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังงานเดินเท้าเองนี่ก็ถือเป็การฝึกความแข็งแกร่งและความอดทนของเ้าไปด้วยในตัวนะ ฮิ ๆ”
ได้ยินดังนั้น เ้าหมาน้อยก็กระตุ้นพลังงานอีกครั้งร่างกายขยายใหญ่กลับไปเป็ร่างาาหมาป่าทมิฬแผงคอเงินขนาดใหญ่ดูสง่างามและน่าเกรงขามดังเดิม แม็กซ์ะโขึ้นไปนั่งเกาะอยู่บนแผงคอสีเงินที่หนาแน่นอย่างคล่องแคล่ว“ไปกันเลย!ไปทางทิศเหนือมุ่งหน้ากลับบ้านกันเถอะ!”
‘การมีเพื่อนหรือคู่หูมันก็ไม่ได้แย่’ แม็กซ์พูดสะท้อนขึ้นในใจ
ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเดินทางกลับผ่านซากปรักหักพัง ป่าทึบและเนินเขาหากในพื้นที่มีสัตว์อสูรทั่วไปาาหมาป่าก็แผ่จิตสังหารเพื่อกดดันให้หลีกทางไปเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะโดยไม่จำเป็เวลานั้นแม็กซ์ก็ไม่ได้นั่งเฉย เขาใช้เวลาว่างนี้ฝึกฝนความสามารถของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
เขาเริ่มบีบอัดพลังิญญาที่มีอยู่ภายในให้ควบแน่นเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปมา ทั้งสร้างเป็ดาบเล็ก ๆ มีดสั้น เกราะหรือแม้แต่รูปร่างวัตถุสิ่งของ เพื่อฝึกความแม่นยำและการควบคุมความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นทำให้การแปรสภาพพลังิญญาเป็พลังจิตชำนาญขึ้นมาทีละนิดแม้จะยังไม่มากอย่างที่้า แต่ก็ก้าวหน้าขึ้นอย่างชัดเจน
นอกจากนี้เขายังพยายามทำสมาธิเพื่อค้นหาวิธีเข้าสู่ห้วงแห่งจิตอีกครั้ง ซึ่งทำให้พลังจิติญญาเข้มข้นขึ้นหลายเท่าแต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดประตูเข้าไปได้ ต้องใช้เวลาและความเข้าใจมากกว่าเดิม
ในขณะที่กำลังฝึกฝน แม็กซ์ก็นึกขึ้นได้ถึงเื่หนึ่ง “นี่เ้าหมาโง่... ยังไงเ้าก็ต้องมีชื่อเรียกที่แน่นอนสักชื่อสิจะได้เรียกง่ายจดจำง่าย งั้นข้าตั้งชื่อให้เ้าเลยล่ะกัน เรียกว่า ‘เ้าหมาโง่’ละกัน จำง่ายดี”
เขาหันไปสั่งระบบทันที “ระบบ ขอตั้งชื่อเล่นให้าาหมาป่าทมิฬแผงคอเงินผู้ใต้บัญชาตัวแรกเป็ ‘เ้าหมาโง่’ ที”
[รับทราบกำลังบันทึกข้อมูล... ตั้งชื่อผู้ใต้บัญชาตัวแรกสำเร็จ!ต่อจากนี้จะเรียกแทนด้วยชื่อว่า เ้าหมาโง่]
เ้าหมาป่าที่กำลังวิ่งอยู่นั้นก็รับรู้การเปลี่ยนแปลงนี้ผ่านระบบเช่นกัน มันทำหน้ามู่ทู่ หูหุบลงมาต่ำเล็กน้อยดูเหมือนจะไม่พอใจกับชื่อที่ฟังดูไม่สง่างามเอาเสียเลย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องยอมรับและวิ่งนำทางต่อไป
“เอาล่ะ เ้าหมาโง่ ทักษะเคลื่อนที่ของเ้าที่ชื่อว่าเงามายานี่มันใช้งานจริงได้ดีแค่ไหน ลองใช้ให้ข้าดูหน่อยสิ พาเราไปได้เร็วกว่านี้ไหม?” พอได้ยินคำสั่ง เ้าหมาป่าก็กระตุ้นพลังงานทันทีมันเริ่มรวบรวมพลังงานเข้าสู่ทักษะทันที ร่างกายหายกลมกลืนกับเงาที่เกิดจากสภาพแวดล้อมมันสามารถพุ่งเคลื่อนที่ไปตามแนวเงาได้ทุกที่
ความเร็วเพิ่มขึ้นหลายเท่าจนเกิดเป็ภาพพร่ามัว และสิ่งที่น่าทึ่งคือแม้จะมีคนนั่งขี่อยู่ด้วย แต่ผลของทักษะก็ยังคงห่อหุ้มร่างของแม็กซ์ให้ลอยเคียงข้างไปด้วยได้อย่างสมบูรณ์
“ว้าววว เร็วดีจริง!สามารถพาคนที่ขี่อยู่หายไปกับเงาได้ด้วย เหมาะกับการหลบหนีหรือแทรกซึมเข้าพื้นที่อันตรายมาก”แม็กซ์พูดชมด้วยความพอใจ
าาหมาป่าทมิฬแผงคอเงินหรือชื่อใหม่ว่าเ้าหมาโง่ก็รู้สึกมีความสุขอย่างมากเมื่อได้รับคำชมหางแกว่งรัวขณะที่วิ่งผ่านป่าทึบด้วยความรวดเร็ว
ทั้งสองจึงเร่งฝีเท้าเดินทางกลับบ้านโดยที่ทั้งคู่ยังไม่รู้เลยว่าเมื่อถึงฐานที่อยู่อาศัยแล้วจะต้องพบเจอกับสถานการณ์และเื่ราวอะไรที่รออยู่ข้างหน้าบ้าง...
จากนี้ไปทั้งสองจะพบเจอเื่วุ่น ๆ อะไรอีกไหมนะ?