ตอนที่ 93 ความตรึงเครียด
ตอนที่ 93 ดนัยและคนอื่นยกเว้นฮิคาริเดินลงบันไดที่ใช้สำหรับพนักงานลงมายังชั้นที่นั่งของชั้นประหยัด “คนเจ็บอยู่นี่ค่ะคุณหมอ !!” พนักงานชั้นประหยัดเรียกดนัยและคนอื่นให้เข้ายังบริเวณด้านหลังของเครื่องบิน ดนัยและคนอื่นตามไปยังด้านหลังเครื่องบินก่อนจะเห็นผู้บาดเจ็บทั้งสองคนซึ่งคนแรกเป็นผู้หญิงอายุประมาณสามสิบกว่าๆใบหน้าของเธอซีดมากมีแผลถูกแทงที่ท้องซึ่งผู้หญิงคนนี้นั้นมีพนักงานช่วยใช้ผ้ากดแผลห้ามเลือดเอาไว้อยู่ ส่วนคนผู้ชายนั้นมีแผลที่คอซึ่งเป็นแผลจากการใช้มีดปาดคอตัวเองโดยผู้บาดเจ็บคนนี้เลือดกำลังไหลออกมาจากคอเป็นจำนวนมากแต่เขาก็ยังไม่ตายเพราะแผลที่ปาดคอ “หมอมิโฮะคุณรินะรบกวนดูผู้หญิงทีผมจะดูผู้ชาย” ดนัยพูด “ค่ะx2” ทั้งสองคนพยักหน้าก่อนจะรีบวิ่งไปดูอาการของผู้หญิงทันทีส่วนดนัยซากิและยูมิก็รีบไปดูอาการของผู้ชาย ดนัยรีบนั่งลงข้างผู้บาดเจ็บและดูอาการอย่างละเอียดทันทีส่วนซากิเองก็เป็นพยาบาลจึงทำหน้าที่ตรวจวัดชีพจรความดันและอุณหภูมิของคนไข้ “ต้องห้ามเลือดเย็บแผลและเย็บหลอดลมด่วน” ดนัยพูด “ดูเหมือนจะต้องให้เลือดค่ะผู้บาดเจ็บเสียเลือดมากอุณหภูมิเองก็ต่ำมากความดันเองก็แทบจับไม่ได้เลยค่ะ” ซากิบอกดนัย “ทางนั้นเป็นไงบ้างครับ” ดนัยหันไปถามหมอมิโฮะ “แผลถูกแทงเลือดออกเยอะมากค่ะต้องรีบเย็บแผลห้ามเลือดแต่ดูเหมือนจะทำไม่ได้ค่ะเพราะเหมือนมีเศษอะไรบางอย่างหักติดอยู่ข้างในเพราะเลือดที่ไหลออกมาเป็นสีสดค่ะ” หมอมิโฮะบอกเพราะถ้าผู้บาดเจ็บมีเลือดสีสดไหลออกมาแสดงว่าเป็นเลือดที่ไหลออกมาจากอวัยวะไม่ใช่เลือดที่ไหลออกจากเส้นเลือด “ยุ่งล่ะสิผู้บาดเจ็บของผมแค่เย็บแผลเท่านั้นแต่ทางนั้นดูเหมือนจะต้องผ่าตัดเอาเศษที่ติดอยู่ข้างในออกก่อนโทษทีนะครับคุณพนักงานเครื่องบินลำนี้ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะลงจอดสนามบินใกล้สุดได้ครับผู้บาดเจ็บผู้หญิงต้องได้รับการผ่าตัดด่วนแถมทั้งสองคนนี้ต้องการเลือดด้วย” ดนัยถามพนักงาน “ตอนนี้เราบินอยู่เหนือมหาสมุทรแปซิฟิกค่ะสนามบินใกล้สุดก็อีกสี่ชั่วโมง” พนักงานตอบ สี่ชั่วโมงงั้นเหรอผู้บาดเจ็บทั้งสองคนทนได้อย่างมากก็ชั่วโมงนึงพวกเราต้องลงมือผ่าตัดเองงั้นเหรอเนี่ยบ้าชะมัดจะทำไงดีนะเราไม่มีอุปกรณ์ผ่าตัดอะไรเลย !! ดนัยคิดในใจ “สี่ชั่วโมงงั้นเหรอไม่ทันแน่เอาไงดีคะหมอดนัย” หมอมิโฮะเองก็ได้ยินสิ่งที่พนักงานตอบ “ดูเหมือนเราจะต้องผ่าตัดเองแล้วล่ะครับ...โทษทีนะครับช่วยหาประวัติผู้บาดเจ็บสองคนนี้ให้หน่อยผมต้องการรู้กรุ๊ปเลือดของพวกเขาด่วน” ดนัยหันไปบอกพนักงาน “ได้ค่ะ” พนักงานพยักหน้าก่อนจะไปจัดการหาประวัติคนไข้จากที่นั่งของพวกเขาให้ “หมอดนัยจะผ่าตัดเหรอคะแต่เราไม่มีอุปกรณ์นะคะเราจะผ่าตัดยังไงล่ะ” หมอมิโฮะถาม “ผมเองก็ไม่รู้ครับแต่เรามาพยายามกันก่อนดีกว่า” ดนัยตอบตอบก่อนจะหันไปหาพนักงานอีกคน “คุณพนักงานครับบนเครื่องบินนี่พอจะมีมีดคมๆบ้างมั้ยแล้วก็พวกเข็มกับชุดด้ายเย็บผ้าพอจะมีมั้ยครับ” ดนัยหันไปถามพนักงาน “มีดคมๆเราไม่มีหรอกค่ะจะมีก็แต่มีดหั่นสเต็กแบบนี้ส่วนชุดเย็บผ้าพอจะมีอยู่ค่ะ” พนักงานตอบก่อนจะหยิบมีดและชุดเย็บผ้ามาให้ดู “มีดนี่ใช้ไม่ได้มันคมไม่พอจะให้ดีต้องเป็นพวกมีดโกนส่วนชุดเย็บผ้าพวกนี้ใช้แทนได้อยู่” ดนัยดูของที่พนักงานเอามาให้ “ดนัยคะแล้วมีดที่ผู้บาดเจ็บใช้ล่ะคะถ้ามีดนั่นมันจะคมพอหรือเปล่า” ยูมินึกขึ้นได้ว่ามีดที่ผู้บาดเจ็บใช้แทงและปาดคอตัวเองอยู่ “จริงสิถ้าเป็นมีดนั่นอาจจะใช้ได้ก็ได้โทษทีนะครับรบกวนเอามีดที่ผู้บาดเจ็บใช้มาให้หน่อย” ดนัยหันไปบอกพนักงาน “ได้ค่ะ” พนักงานพยักหน้าจากนั้นก็รีบไปเอามีดที่ผู้บาดเจ็บมาให้ซึ่งพวกพนักงานเก็บรักษามันเอาไว้อย่างดีเพราะมันเป็นหลักฐานของผู้ก่อเหตุแทงกันนั่นเองซึ่งมันจะต้องถูกนำไปส่งตำรวจเมื่อเครื่องลงจอด จากนั้นพนักงานเธอก็ไปนำมีดที่ผู้บาดเจ็บใช้ก่อเหตุมาให้ “มีดพลาสติกที่ทำเป็นรูปพื้นรองเท้านี่เองเพราะแบบนี้สินะถึงผ่านเครื่องตรวจที่สนามบินมาได้” ยูมิที่ได้เห็นมีดก็อดพูดขึ้นมาไม่ได้ “ใช่เป็นมีดแผ่นอะคริลิคที่ถูกเจียจนบางและลับคมความคมไม่ต่างจากมีดโกนเลยนะครับเนี่ยเราใช้มีดนี่แทนมีดผ่าตัดได้เลย” ดนัยขอกระดาษจากพนักงานและลองใช้มันตัดกระดาษดูซึ่งปรากฎว่ามีดนี่มีความคมไม่ต่างจากใบมีดโกนเลยทันใดนั้นเองดนัยก็สังเกตุเห็นว่าที่ปลายมีดมันมีรอยหักอยู่ “หมอมิโฮะครับดูเหมือนสิ่งที่อยู่ในร่างของผู้บาดเจ็บของคุณจะเป็นปลายมีดที่หักนี่นะครับ” ดนัยบอก “ปลายมีดสินะเข้าใจแล้วค่ะมันคงหักจากแรงกดตอนแทงแต่เราจะใช้มีดของผู้บาดเจ็บในการผ่าตัดเหรอคะ !!” หมอมิโฮะมองมีดในมือดนัย “คงต้องเป็นแบบนั้นแหละครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะส่งมีดให้หมอมิโฮะ “เฮ้อ...มากับหมอดนัยนี่เหนื่อยทุกทีก็ได้ผ่าก็ผ่าคุณพนักงานคะดิฉันขอแอลกอฮอล์ล้างแผลหน่อยแล้วก็ช่วยไปต้มน้ำเดือดให้ด้วยค่ะเราฉันต้องการฆ่าเชื้อมีดนี่” หมอมิโฮะบอกพนักงาน “ได้ค่ะ” พนักงานพยักหน้าก่อนจะไปจัดการตามที่หมอมิโฮะต้องการ “เอาล่ะพวกเราเองก็มาเย็บแผลกันเถอะครับคุณซากิ” ดนัยบอกซากิ “ค่ะ” ซากิพยักหน้า “แล้วฉันล่ะคะดนัยฉันต้องทำอะไรบ้าง” ตอนนี้เหลือแต่ยูมิที่ยังไม่มีหน้าที่ทำอะไร “ผู้บาดเจ็บต้องได้รับการเลือดครับแต่บนนี้เราไม่มีทั้งเข็มเจาะเลือดและอุปกรณ์ที่จะถ่ายเลือดเลยนั่นเป็นหน้าที่ของคุณยูมิครับช่วยหาอุปกรณ์ที่ใช้ทดแทนได้ที” ดนัยบอกยูมิ “เครื่องถ่ายเลือดสินะคะได้ค่ะฉันจะลองหาดูจากเครื่องใช้ไฟฟ้าบนเครื่องบิน !!” ยูมิพยักหน้าจากนั้นก็ขอให้พนักงานพาเธอไปดูอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่บนเครื่องบินทันที จากนั้นดนัยก็เริ่มเย็บแผลผู้บาดเจ็บผู้ชายทันทีดนัยเริ่มจากการเย็บหลอดลมก่อนโดยมีซากิคอยใช้มือของเธอถ่างแผลเอาไว้ให้เพื่อให้ดนัยมองเห็นได้ถนัดแต่ระหว่างเย็บแผลอยู่นั่นเองจู่ๆดนัยก็รู้สึกปวดมือ อึก !! ปวดแผลมีดบาดชะมัด ดนัยกัดฟันแน่นทนฝืนอาการเจ็บ “เป็นอะไรหรือเปล่าคะหรือว่าเจ็บมือ !!” ซากิเห็นดนัยมีบางอย่างผิดปกติก็เลยถามดู “เปล่าครับไม่มีอะไร” ดนัยไม่อยากให้ซากิเป็นห่วงและโทษตัวเองจึงโกหกออกไปตอนนั้นพนักงานที่ไปหาข้อมูลของผู้บาดเจ็บทั้งสองคนก็กลับมา “ได้ข้อมูลมาแล้วค่ะผู้ชายชื่ออิโต้ ชุนสุเกะ อายุ 42 ปีกรุ๊ปเลือดคือ B ค่ะส่วนผู้หญิงคืออิโต้ มาโกะ อายุ 35 ปี กรุ๊ปเลือด AB ค่ะ” พนักงานบอก “กรุ๊ปเลือด B กับ AB งั้นเหรอแถบเอเชียหาเลือดกรุ๊ปนี้ยากด้วยสิเพราะส่วนใหญ่จะกรุ๊ป O ว่าแต่นามสกุลเหมือนกันงั้นเหรอเป็นพี่น้องกัน ??” ดนัยสงสัย “ไม่ใช่ค่ะดูเหมือนจะเป็นสามีภรรยากันค่ะผู้โดยสารผู้หญิงดูเหมือนจะกำลังไปเที่ยวออสเตรเลียกับผู้ชายอีกคนค่ะเพราะว่าพวกเขาไม่ได้มาด้วยกัน” พนักงานบอก “อืม...สาเหตุแทงกันเพราะหึงหวงนี่เองเอาล่ะคุณพนักงานช่วยหาใครที่เลือดกรุ๊ป B หรือ AB มาให้หน่อยนะครับถ้าอยากให้ผู้บาดเจ็บสองคนนี้รอดเราจะต้องหาคนเลือดสองกรุ๊ปนี้มาด่วน” ดนัยบอกพนักงาน “ได้ค่ะฉันจะไปหามาให้” พนักงานพยักหน้า “คุณยูมิเป็นไงบ้างครับได้อะไรบ้าง !!” ดนัยตะโกนเรียกยูมิ “ได้แล้วค่ะมาแล้ว !!” ยูมิตะโกนกลับมาก่อนจะเดินมาพร้อมกับเครื่องชงกาแฟ กระติกน้ำร้อนและสายออกซิเจนฉุกเฉินที่ถูกติดตั้งเอาไว้เหนือที่นั่งนั่นเอง “ของพวกนี้งั้นเหรอครับที่คุณจะมาใช้สร้างเครื่องถ่ายเลือด !!” ดนัยอุทานออกมาเขานั้นนึกไม่ออกเลยว่ายูมิจะเอาของพวกนี้มาสร้างเป็นเครื่องถ่ายเลือดได้ยังไง “ใช่ค่ะฉันจะถอดใส่กรองของเครื่องเอสเปรสโซ่นี่มาใช้แทนเครื่องกรองสายออกซิเจนนี่ก็จะใช้แทนสายยางแล้วก็กระติกน้ำร้อนนี่ฉันจะถอดลูกสูบที่ใช้สำหรับกดน้ำมาใช้เป็นกระบอกสูบเลือดค่ะแล้วก็ท่อที่อยู่ในเครื่องชงกาแฟมันมีขนาดเล็กค่ะฉันสามารถถอดเอามาใช้แทนเข็มสำหรับแทงเข้าเส้นเลือดได้ซึ่งพอฉันเอาประกอบกันเสร็จแล้วเราก็จะได้เครื่องถ่ายเลือดแบบมือที่ต้องใช้มือกดลูกสูบเอาเองเพื่อถ่ายเลือด” ยูมิอธิบาย แบบนี้นี่เองสมแล้วที่คุณยูมิเป็นคนบ้าเครื่องจักร ดนัยที่ได้ยินคำอธิบายก็พยักหน้าเข้าใจ “ถ้าอย่างนั้นก็จัดการเลยครับเราต้องการสองเครื่อง !!” ดนัยบอกกับยูมิก่อนจะหันไปจัดการเย็บหลอดลมต่อ “เข้าใจแล้วค่ะ” ยูมิพยักหน้าจากนั้นเธอก็เริ่มถอดชิ้นส่วนเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ่ทันที กลุ่มของดนัยนั้นถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่มซึ่งดนัยและซากิทำหน้าที่เย็บหลอดลมและเย็บแผลที่คอ ส่วนหมอมิโฮะและรินะนั้นกำลังผ่าตัดเอาเศษปลายมีดที่หักออกจากร่างกายของผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้หญิงอยู่ซึ่งการหาปลายมีดที่หักก็ไม่ง่ายเลยเพราะถ้าเป็นปกติจะมีการเอ็กซเรย์ก่อนแต่นี่ไม่มีหมอมิโฮะจึงต้องหาปลายมีดที่หักด้วยตัวเอง ส่วนทางด้านยูมิก็กำลังรื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆอยู่เพื่อประกอบเป็นเครื่องถ่ายเลือดที่ทำงานได้ด้วยมือ ตอนนั้นเองโทรศัพท์ที่ถูกติดไว้ที่ผนังที่ใช้สำหรับพนักงานก็ดังขึ้น กริ๊ง !! เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพนักงานจึงรีบรับทันทีพนักงานคุยกับปลายสายอยู่ครู่นึงก่อนจะหันมาพูดกับพวกดนัย “เอ่อ...คือว่าผู้โดยสายที่ชื่อคุณทาเคนากะ ติดต่อมาค่ะเธอบอกมาว่ามาด้วยกันกับพวกคุณหมอเธอต้องการทราบสถานการณ์” พนักงานหันมาพูดกับพวกดนัย “ได้ครับเปิดสปีกเกอร์เลยมือพวกผมไม่ว่างไปรับโทรศัพท์ !!” ดนัยพยักหน้าจากนั้นพนักงานก็จัดการเปิดสปีกเกอร์ให้ เป็นไงบ้างดนัยจัดการได้มั้ย เสียงฮิคาริดังออกมาจากทางลำโพงโทรศัพท์ “ผู้บาดเจ็บทั้งคู่เสียเลือดมากผู้ชายฉันกำลังเย็บหลอดลมอยู่จากนั้นก็จะเย็บแผลเพื่อห้ามเลือดส่วนผู้หญิงหมอมิโฮะกำลังผ่าตัดเอาปลายมีดพลาสติกที่หักออกจากร่างกายอยู่” ดนัยบอกสถานการณ์ให้ฮิคาริรู้ งั้นเหรอหลังจากผ่าตัดและห้ามเลือดเสร็จคงต้องให้เลือดสินะนายจะทำยังไงล่ะ ฮิคาริถาม “เรื่องนั้นฉันกำลังจัดการอยู่ฮิคาริฉันกำลังรื้อเอาเครื่องกรองออกและท่อส่งกาแฟในเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ่ออกอยู่แล้วก็จะต่อเข้ากับลูกสูบที่อยู่ในกระติกน้ำร้อนเพื่อสร้างเป็นเครื่องกรองเลือดแบบใช้มือกด” เป็นยูมิที่บอกสถานการณ์เรื่องการให้เลือดแทนดนัย งั้นเหรอเธอนี่ไอเดียดีจริงส่วนสายยางเธอจะใช้สายออกซิเจนแทนสินะ ฮิคาริพูดด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ “ใช่แล้ว” ยูมิพูดกับฮิคาริแต่มือของเธอก็ไม่หยุดรื้อเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ่ ทันใดนั้นเองหมอมิโฮะที่กำลังหาปลายมีดที่หักอยู่ก็ร้องอุทานออกมา “ว้ายตายแล้ว !!” หมอมิโฮะอุทานทำให้ทุกคนหยุดชะงักและหันไปมองเธอ “เกิดอะไรขึ้นครับ” ดนัยถาม “เจอเศษปลายมีดที่หักแล้วค่ะ” หมอมิโฮะตอบ “ถ้าเจอแล้วก็เอาออกมาสิครับจะได้เย็บแผลห้ามเลือด” ดนัยบอก “เอ่อคือไม่ได้ค่ะ” หมอมิโฮะพูดด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ “ทำไมถึงไม่ได้ล่ะครับ/ทำไมถึงไม่ได้ล่ะคะ !!x5” ทุกคนถามพร้อมกันส่วนฮิคาริที่อยู่ปลายสายโทรศัพท์ก็กำลังเงียบเพื่อฟังการสนทนาอยู่ “ก็เพราะว่าเศษปลายมีดที่หักอยู่มันเสียบแทงทะลุตับอยู่น่ะสิคะถ้าดึงออกมาเลือดทะลักแน่ค่ะ !!” หมอมิโฮะบอก “บ้าเอ้ยแทงที่ไหนไม่แทงไปแทงทะลุตับเนี่ยนะ !!” ดนัยอุทานออกมา เพราะถ้าเป็นอวัยวะอื่นที่โดนแทงดนัยจะไม่หนักใจเท่านี้แต่นี่มันคือตับอวัยวะที่เป็นศูนย์รวมของเส้นเลือดเมื่อไหร่ที่มีการผ่าตัดเกี่ยวกับตับล่ะก็มันจะเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องใช้เลือดเยอะมาก นายจะเอายังไงล่ะดนัยดูเหมือนนี่จะกลายเป็นการผ่าตัดใหญ่ไปแล้วนะ !! เสียงฮิคาริดังออกมจากลำโพงโทรศัพท์ นั่นสิเอายังไงดีนี่พวกเราจะต้องผ่าตัดใหญ่ในสถานการณ์แบบนี้งั้นเหรอ !! จบ...