สวีหว่านหนิงกินอาหารเที่ยงที่บ้านตงจื่อหลังจากอาการเมารถดีขึ้นแล้ว เธอจึงเดินทางกลับหมู่บ้านต้าเจียง
ตงจื่ออยากให้เธอนอนพักที่นี่แต่สวีหว่านหนิงอยากกลับบ้านไปเจอลูกทั้งสองคนจึงรีบเร่งเดินทางกลับหมู่บ้านอย่างร้อนใจ
ตอนใกล้ถึงหมู่บ้านต้าเจียงเธอหามุมลับตาคนแอบหยิบของขวัญจากช่องมิติออกมาถือไว้ แล้วค่อยเดินทางต่อไป
เมื่อเข้ามาสู่เขตหมู่บ้านต้าเจียงสวีหว่านหนิงก็รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านหลังจากจากไปเป็นเวลานาน อาการเมารถหายไปเกือบหมดแล้ว
พอเห็นใบหน้าคุ้นตาของใครบางคนเธอก็อยากจะยิ้มแย้มทักทาย แต่อีกฝ่ายกลับตะโกนขึ้นว่า
“สวีจือชิงเธอกลับมาสักที!รีบกลับไปดูที่บ้านเถิด เยาเม่ยของเธอจะไม่รอดอยู่แล้ว!”
สวีหว่านหนิงหน้าถอดสีเธอไม่สนใจคนที่ตะโกนบอกอีกแล้วและเริ่มวิ่งอย่างบ้าคลั่ง
“เยาเม่ย!”สวีหว่านหนิงผลักประตูบ้านแล้วแผดเสียงเรียก
ด้านในบ้านเยาเม่ยที่เดิมทีกำลังนอนร้องไห้เสียงแผ่วเบาอยู่ในอ้อมกอดของหยวนซินเมื่อได้ยินเสียงของแม่ เด็กหญิงก็ร้องไห้โฮออกมา
สวีหว่านหนิงได้ยินเสียงร้องไห้ของเยาเม่ยเธอรู้สึกเหมือนถูกมือล่องหนฉีกกระชากหัวใจตนเป็นชิ้นๆ มันเจ็บจนเธอหายใจไม่ออก
เธอโยนของทุกอย่างไว้ที่มุมกำแพงแล้วรีบเข้าไปในบ้านทันที
“แม่!”
เยาเม่ยดิ้นออกจากอ้อมแขนของหยวนซินแล้วโถมตัวกอดสวีหว่านหนิงแขนอวบสองข้างของเด็กหญิงรัดตัวสวีหว่านหนิงแน่น
“แม่จ๋าหนูนึกว่าจะไม่ได้เจอแม่อีกแล้ว”
“เด็กโง่อย่าพูดเหลวไหลสิ แม่อยู่กับหนูเสมอ”
สวีหว่านหนิงปลอบใจเยาเม่ยอยู่นานกว่าเยาเม่ยจะหยุดร้องไห้แต่กระนั้นเด็กหญิงก็ยังกอดเธอไม่ยอมปล่อย
สวีหว่านหนิงจึงอุ้มเยาเม่ยมานั่งบนตักแล้วถามคนในบ้านว่า “เมื่อกี้ฉันเพิ่งกลับมาถึงก็มีคนบอกว่าเยาเม่ยเกิดเรื่องแล้วตกลงนี่มันเรื่องอะไรกันคะ”
แม่หลินถอนหายใจด้วยสีหน้าหวาดหวั่น“เยาเม่ยเจอพวกโจรลักพาตัว โชคดีที่หยวนซินไปเจอเข้าแล้วช่วยกลับมาได้มิเช่นนั้นไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
โจรลักพาตัว?
สวีหว่านหนิงก้มหน้ามองเยาเม่ยในอ้อมแขนแล้วถามเสียงนุ่มนวลว่า “เยาเม่ยเด็กดี ไหนบอกแม่สิว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
เยาเม่ยสูดน้ำมูกพลางพูดเสียงอู้อี้ว่า“วันนี้หนูเล่นกับน้องต้ายาอยู่ที่ลานบ้าน เอ้อร์ยามาหาหนูบอกว่าก่อนแม่จะออกเดินทางทิ้งของบางอย่างไว้ให้หนูมันฝังเอาไว้อยู่ที่ฝั่งตะวันออกของหมู่บ้าน เอ้อร์ยาบอกให้หนูไปลองหาดูตอนแรกหนูก็ไม่เชื่อ แต่เธอพูดย้ำกับหนูหลายครั้งหนูคิดถึงแม่มากตอนหลังก็เลยแอบออกจากบ้านไป”
“ลูกไม่ได้บอกพี่ชายหรือ”
“พี่พาน้องต้ายาไปจับกุ้งในแม่น้ำพี่บอกว่าสองวันนี้แม่จะกลับบ้านแล้ว พี่รู้ว่าแม่ชอบกินกุ้งเลยอยากไปจับกุ้งค่ะเขาให้หนูอยู่บ้านดูแลน้องเถี่ยตั้น”
เยาเม่ยลอบมองแม่หลิน“ตอนนั้นย่ากำลังทำอาหารเย็นอยู่ หนูตั้งใจจะออกไปข้างนอกแปบเดียวเลยแอบออกไปเงียบๆ ค่ะ แต่ใครจะไปคิดว่าพอไปถึงฝั่งตะวันออกของหมู่บ้าน หนูจะเจอกับสามีภรรยาหน้าตาน่ากลัวพวกเขาพุ่งเข้ามาจะจับตัวหนู หนูไม่ยอมเลยรีบวิ่งหนี”
“แต่หนูวิ่งหนีพวกเขาไม่ทันตอนหลังจึงได้น้าหยวนซินมาช่วยไว้ค่ะ”
เยาเม่ยเพิ่งพูดจบก็รู้สึกว่าโลกกลับตาลปัตรเธอถูกจับมานอนพาดบนตักของสวีหว่านหนิง ศีรษะขนานกับพื้น
จากนั้นฝ่ามือหนักๆก็ฟาดลงมาบนบั้นท้ายของเยาเม่ยอย่างแรงครั้งแล้วครั้งเล่า
สวีหว่านหนิงไม่ออมแรงทุกฝ่ามือเต็มไปด้วยพลัง
เยาเม่ยเจ็บมากแต่เธอรู้ดีว่าวันนี้ตนทำผิด เพราะฉะนั้นเด็กหญิงจึงพยายามกัดฟันไม่ร้องไห้ออกมา
ต้าชุนทนดูไม่ไหวเขาอยากช่วยขอร้องแทนน้องสาว แต่กลับถูกย่าห้ามเอาไว้
สวีหว่านหนิงตีเยาเม่ยไปสิบครั้งก็หยุดมือ
เธอวางตัวเยาเม่ยลงแล้วมองขอบตาแดงก่ำของลูกสาว พลางตีหน้าขรึมถามว่า “รู้ตัวหรือเปล่าว่าทำผิด”
เยาเม่ยพยักหน้าพลางพูดเสียงเครือสะอื้น “หนูรู้ค่ะ หนูไม่ควรเชื่อคำพูดของเอ้อร์ยา ไม่ควรแอบออกจากบ้านคนเดียวโดยไม่บอกย่าแม่จ๋า หนูผิดไปแล้วจริงๆ หนูรับรองว่าจะไม่ทำอีก”
สวีหว่านหนิงไม่สนใจเยาเม่ยก่อนจะหันไปมองเด็กสามคนที่กำลังตัวสั่น
“พวกเธอสามคนก็ด้วยรู้หรือเปล่าว่าทำไมวันนี้เยาเม่ยถึงถูกตี”
เด็กสามคนพยักหน้าพร้อมกันอย่างหวาดกลัว
“จำไว้ว่าฉันไม่อยากเห็นใครทำผิดแบบเดียวกันอีกต่อไปถ้าใครกล้าออกจากบ้านโดยไม่บอกพวกผู้ใหญ่ก่อน ก็ไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก!”
“ผมเข้าใจแล้วครับแม่ผมจะไม่ทำผิดเด็ดขาด”
“ป้าสะใภ้พวกเราก็เข้าใจแล้วค่ะ”
สวีหว่านหนิงโล่งใจขึ้นบ้างสายตาที่มองเยาเม่ยอ่อนโยนขึ้น “เจ็บไหมลูก”
เยาเม่ยกำลังจะพยักหน้าทว่าเด็กหญิงกลับฉุกคิดได้แล้วรีบส่ายหน้าทันที
“เจ็บนิดหน่อยเท่านั้นแต่หนูรู้ว่าแม่หวังดีกับหนูค่ะ”
“เอาละรู้ตัวว่าทำผิดก็ดี พวกลูกเล่นกันไปก่อน แม่อยากคุยกับน้าหยวนสักหน่อย”
“หยวนจือชิงคืนนี้อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันเถิด พวกเราจะได้ขอบคุณความปรารถนาดีของเธอด้วย”แม่หลินกล่าว
หยวนซินพยักหน้าตอบรับอย่างไม่ลังเล
สวีหว่านหนิงพาหยวนซินมาที่ห้องนอนของตนหลังปิดประตูแล้วก็เดินมานั่งฝั่งตรงข้ามหยวนซิน
“เหตุการณ์วันนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังใช่ไหม”
“จะว่าแบบนั้นก็ได้”หยวนซินถอนหายใจ “สองวันก่อน ฉันเห็นหลี่เชี่ยนเชี่ยนไปหาเอ้อร์ยาตามลำพัง เด็กหญิงที่อยู่ในโรงงานสาขาของเราคนนั้นแหละเธอเคยกำชับว่าให้ดูแลเอ้อร์ยา ฉันเห็นเด็กสองคนไม่เคยเกี่ยวข้องกันมาก่อนเลยเดาว่าหลี่เชี่ยนเชี่ยนคงมาหาเอ้อร์ยาเพราะมีแผนการบางอย่างดังนั้นสองวันที่ผ่านมา ฉันเลยจับตาดูเอ้อร์ยาอยู่ตลอด”
“ตั้งแต่เมื่อวานเอ้อร์ยาก็พยายามรบเร้าเยาเม่ยให้ออกจากบ้าน ฉันรู้ว่าเอ้อร์ยาคงถูกหลี่เชี่ยนเชี่ยนซื้อตัวและคงทำเรื่องไม่ประสงค์ดีกับเยาเม่ยฉันกลัวว่าถ้าเข้าไปห้ามจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น เลยไม่ได้เข้าไปขัดขวางแต่คอยสะกดรอยตามเยาเม่ยไปเงียบๆ ส่วนเรื่องที่เหลือเธอคงรู้หมดแล้ว”
หยวนซินมองหน้าสวีหว่านหนิงแล้วถามอย่างกังวลว่า“เธอจะโกรธหรือเปล่าที่ฉันไม่ได้เตือนแม่สามีของเธอล่วงหน้า”
สวีหว่านหนิงส่ายหน้า“ฉันเข้าใจความหวังดีของเธอ ถ้าบอกแม่สามีฉันแม่คงสั่งห้ามเยาเม่ยไม่ให้ออกจากบ้าน พอแผนการล้มเหลวหลี่เชี่ยนเชี่ยนก็คงวางแผนใหม่อีกครั้ง และไม่แน่ว่าเราจะสามารถป้องกันแผนการใหม่ได้อีกสู้แอบตามปกป้องเยาเม่ยเสียยังดีกว่า”
หยวนซินโล่งใจเธอชอบคุยกับคนฉลาดและมีเหตุผลจริงๆ
“วันนี้ขอบใจเธอมากถ้าไม่ได้เธอ เยาเม่ยอาจจะ...”
“พี่หลินเป็นคนช่วยชีวิตฉันไว้การช่วยเยาเม่ยถือเป็นการตอบแทนบุญคุณของเขา”
“อีกอย่างพวกเราก็เป็นเพื่อนกันมิใช่หรือในเมื่อฉันรู้เรื่องนี้แล้วจะปล่อยให้เกิดเรื่องกับเยาเม่ยได้ยังไงล่ะ”
คำว่า ‘เพื่อน’ทำให้ความตึงเครียดของสวีหว่านหนิงผ่อนคลายลงไปมาก
การได้เป็นเพื่อนกับนางเอกของโลกนี้ถือเป็นวาสนาของเธอ
วันนี้หากไม่ได้หยวนซินเยาเม่ยคงถูกลักพาตัวไปแล้ว และทุกอย่างก็จะซ้ำรอยเดิม
เธอไม่อยากเห็นลูกสาวสุดที่รักต้องเจอกับความทุกข์ทรมานแบบนั้น
“เพื่อเป็นการตอบแทนฉันก็จะช่วยเธอด้วยเหมือนกัน!”