55.....
เอมี่ไม่ปล่อยให้สิปปกรได้พูดคุยตามลำพังกับนัฏนรีเลยหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว สิปปกรก็ชวนนัฏนรีไปเดินเล่นที่สนามหน้าบ้านโดยมีเจ้าดุ๊กดิ๊กกับเจ้าหมีพูวิ่งเล่นอยู่แถวนั้นด้วย เอมี่ก็ถือโอกาสเดินแทรกตรงกลางคอยฟังคำสนทนาของทั้งคู่ไปด้วย
แม้ว่าบางครั้งเอมี่จะถูกเจ้าหมีพูคอยเห่าขึ้นขัดคอ เธอก็แกล้งไม่สนใจแต่ภายในใจนั้นรู้สึกไม่พอใจเจ้าหมีพูอยู่เหมือนกันจนอยากจะจับโยนมันออกไปให้พ้นหูพ้นตา แต่เอมี่ก็ต้องปั้นหน้าทำท่ารักใคร่เจ้าหมีพูเสียเต็มประดา จนนัฏนรีอดเอ็นดูไม่ได้เพราะเข้าใจว่าเอมี่นั้นรักสัตว์เช่นเดียวกับนัฏนรี และสิปปกร
ในช่วงหนึ่งของการสนทนา นัฏนรีเอ่ยถึงคุณยายกันยามาศเนื่องจากเธอตั้งตารอคอยที่จะพบกับคุณยายของสิปปกรเพื่อจะได้ถามในสิ่งที่ค้างคาใจเรื่องลูกในท้องของเด็กสาวที่ชื่อกระต่าย นัฏนรีต้องการคำยืนยันที่แน่ชัด หากว่าลูกของเด็กสาวคนนั้นเป็นชวินที่กลับชาติมาเกิดจริง เธอก็จะได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้แต่ถ้าไม่ใช่เธอก็จะได้เลิกคิดกังวลเสียที
“ถ้าคุณยายกลับจากอินเดียเมื่อไหร่ปอนด์ต้องรีบบอกดรีมทันทีเลยนะ ดรีมจะได้ไปกราบท่านที่บ้านแล้วก็จะได้ถามเรื่องนั้นให้หายข้องใจเสียที”
นัฏนรีกำชับสิปปกรก่อนที่เขาจะกลับ
“เรื่องนั้นดรีมลืมมันดีกว่านะ สิ่งที่คุณยายพูดไปก็ไม่ได้ยืนยันร้อยเปอร์เซนต์หรอกท่านเพียงแต่คาดเดาเฉย ๆ “
สิปปกรรู้สึกกังวลใจเขายังไม่อยากให้นัฏนรีได้พบกับยายกันยามาศในช่วงนี้ หากนัฏนรีทราบความจริงว่าชวินเกิดมาเป็นเจ้าหมีพูเขาไม่อยากจะนึกภาพคนที่เขารักจะเจ็บปวดเศร้าใจเพียงใดเพราะตัวเขาเองยังรู้สึกเศร้าสลดถึงเพียงนี้
“ก็เอาไว้ให้คุณยายยืนยันอีกทีก่อนก็แล้วกันแล้วคุณยายจะกลับเมื่อไหร่เหรอ”
นัฏนรีถามย้ำ แต่สิปปกรเริ่มอึกอักครั้นจะบอกว่าไม่รู้ก็เกรงว่านัฏนรีจะกังวลใจ แต่ถ้าบอกว่าอีกไม่กี่วัน เขาก็กลัวว่านัฏนรีจะตั้งตารอกำหนดวันที่จะไปหาคุณยายของเขา
“ว่าไงล่ะปอนด์ถามทีไรเห็นปอนด์ทำท่าคิดหนักทุกทีมีอะไรหรือเปล่า”
นัฏนรีอดสงสัยไม่ได้
“อ๋อ..เปล่าหรอกจ๊ะ..คือคุณยายปอนด์น่ะสิตอนแรกก็ว่าจะอยู่ยี่สิบสองวัน แต่พอตอนหลังติดใจก็โทรมาบอกว่าจะอยู่ต่ออีกก็เลยไม่แน่ใจว่าท่านจะกลับวันไหนแน่”
“ว้า..แล้วเมื่อไหร่ดรีมจะได้พบคุณยายสักทีล่ะ”นัฏนรีถอนหายใจ
“เอาเถอะ..แล้วปอนด์จะพาดรีมไปหาคุณยายเองไม่ต้องกังวลใจไปหรอก”
เขาบอกเธอด้วยความเป็นห่วง
“หวังว่าคุณยายคงจะกลับก่อนที่น้องต่ายจะคลอดนะ”
“คงไม่นานขนาดนั้นหรอกจ๊ะดรีม” เขาบอกให้เธอสบายใจ
ชวินในร่างหมีพูรับฟังการโต้ตอบของทั้งคู่เงียบๆ ชวินไม่ได้หมดรักนัฏนรีแม้แต่น้อย แต่เขาก็หมดห่วง เมื่อได้เห็นความห่วงใยของสิปปกรที่มีต่อนัฏนรีเพราะช่วงหนึ่งที่สิปปกรมีโอกาสอุ้มเขาไปพูดคุยตามลำพังนั้น สิปปกรบอกกับชวินในร่างหมีพูว่าเขาไม่อยากให้นัฏนรีได้พบกับคุณยายกันยามาศไม่อยากให้นัฏนรีรับรู้ความจริงว่าชวินเกิดมาเป็นสุนัขหมีพู เพราะสิปปกรไม่อยากเห็นนัฏนรีต้องตกอยู่ในความเศร้าเสียใจอีกเป็นใครก็คงจะเสียใจที่รับรู้ว่าคนที่ตนรักเกิดมาเป็นสัตว์ ไม่ใช่คนหรือที่สูงขึ้นไปกว่านั้นชวินเข้าใจความรู้สึกของสิปปกรที่มีต่อนัฏนรีทุกอย่าง
“อยากรู้จังว่าน้องต่ายจะคลอดลูกเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายแล้วก็...อาจจะเป็นลูกแฝดก็ได้”
นัฏนรียังพูดเรื่องนี้ต่อ
“รออีกไม่นานหรอกจ๊ะ” สิปปกรบอก
ชวินก็รู้สึกตื่นเต้น สิ่งที่เขาอยากจะเห็นก็คือลูกของเด็กสาวที่เขาทำเธอท้องเขารู้ดีว่าลูกในท้องของเด็กสาวกระต่ายคือทองก้อนผู้เป็นบิดาของเขานั่นเองที่จะกลับชาติมาเกิดเขาก็เฝ้ารอที่จะได้พบหน้าบิดาอีกครั้ง แม้อยู่ในร่างของเด็กทารกก็ตามที
เอมี่ที่ฟังการสนทนาอยู่และไม่ได้พูดสอดแทรกขึ้นมานานแล้วเริ่มทำท่าหาวติด ๆ กันหลายครั้งแล้วก็เร่งให้สิปปกร พากลับบ้าน นัฏนรีจึงเตือนให้สิปปกรกลับเสียที แม้เขายังไม่อยากจะกลับแต่ก็ขัดความต้องการของสองสาวไม่ได้จึงจำต้องลากลับในเวลาเกือบสี่ทุ่ม
“ฉันกลับแล้วนะหมีพู..ฝากดูแลดรีมด้วยนะ”
สิปปกรลงไปนั่งยอง ๆ พูดกับเจ้าหมีพูเพื่อนรักที่เขารู้ดีว่าคือชวิน
“ไม่ต้องฝากโว้ย..ฉันต้องดูแลดรีมอยู่แล้วว่าแต่นายเถอะอย่าไปหลงคารมยัยเอมี่นั่นเข้าก็แล้วกัน”
ชวินร่างหมีพูเห่าสื่อสารให้เพื่อนรับรู้สิปปกรอุ้มเจ้าหมีพูเดินไปที่รถ โดยมีนัฏนรีกับเอมี่เดินตามไปด้วย เมื่อถึงรถเขาก็ส่งเจ้าหมีพูคืนให้กับนัฏนรีก่อนจะขึ้นรถ
“บ๊ายบายคุณปอนด์ กับ เอมี่สิจ๊ะหมีพู”
นัฏนรีจับขาเจ้าหมีพูโบกไปมาเมื่อสิปปกรนั่งประจำที่คนขับโดยมีเอมี่นั่งคู่ไปด้วย
“ฝันดีนะดรีม..หมีพู แล้วเจอกันนะวันหลังจะมารับไปค้างที่บ้านสวนอีก”
สิปปกรโบกมือให้ทั้งคนทั้งสุนัขเจ้าหมีพูเห่าส่งท้ายสามครั้งเป็นการสื่อสารให้เพื่อนรับรู้เมื่อขับรถออกจากประตูรั้วบ้านมาแล้วเอมี่ก็ถามสิปปกรว่า
“ทำไมพี่ดรีมถึงอยากจะไปพบคุณยายของพี่ปอนด์คะ”
“ดรีมก็แค่อยากจะไปกราบคุณยายของพี่น่ะไม่ได้เจอท่านนานแล้ว”
สิปปกรเหมือนไม่อยากพูด
“แล้วคนที่ชื่อต่ายนั่นล่ะคะ..ได้ยินว่าจะคลอดลูกด้วยเธอเป็นใครหรือคะ”
คำถามของเด็กสาวทำให้สิปปกรอึดอัดมาก เขาตอบเพียงสั้น ๆ ว่าเป็นเพื่อนของชวินเอมี่เห็นว่าเขาไม่อยากจะพูดถึงจึงเปลี่ยนเรื่องคุยทันที
“พี่ดรีมน่ารักดีนะคะพี่ปอนด์..มิน่าล่ะพี่พีเจ.ถึงได้ชอบพี่ดรีมม๊ากมาก”
เอมี่ไม่ปล่อยโอกาสให้ช่วงเวลาที่อยู่กับสิปปกรต้องเปล่าประโยชน์ เธอเริ่มแผนการที่คิดไว้ในทันที
“น้องเอมี่ก็ชอบพี่ดรีมด้วยไม่ใช่หรือจ๊ะ”
สิปปกรไม่ได้คิดเป็นอื่นเขาคิดว่าคนน่ารักอย่างนัฏนรีใคร ๆ ก็ชอบทั้งนั้น คำตอบของเขาสร้างความผิดหวังให้กับเอมี่ไปบ้างแต่เธอก็ไม่ละความพยายามที่จะพูดต่อ
“แต่พี่พีเจ.ไม่ได้ชอบพี่ดรีมแบบที่เอมี่หรือใครๆ ชอบนะคะ”
“แล้วเอมี่คิดว่าชอบแบบไหนล่ะ”
สิปปกรถามด้วยน้ำเสียงขบขันมากกว่า
“นี่พี่ปอนด์ไม่รู้จริง ๆหรือคะว่ากำลังมีคู่แข่งอยู่” เอมี่ย้อนถาม
“คู่แข่งอะไรกันจ๊ะ..พี่ไม่เข้าใจครับ”
“ถ้าพี่ปอนด์ไม่เข้าใจแบบนี้อีกหน่อยเถอะพี่พีเจ.จะจีบพี่ดรีมไปเป็นแฟนได้เสียก่อน”
เอมี่พูดให้เขาเกิดความระแวง
“น้องเอมี่เข้าใจผิดแล้วล่ะครับ..คุณพีเจ.เขาไม่เคยคิดจีบพี่ดรีมหรอก แต่เขากำลังจีบลิลลี่เพื่อนพี่ต่างหากล่ะ”
สิปปกรหัวเราะกับความเข้าใจผิดของเธอแต่เอมี่ไม่ได้ขำด้วยสักนิด
“พี่ปอนด์ต่างหากล่ะคะที่เข้าใจผิดเพราะเรื่องนี้ดรีมรู้ลึก รู้ดี มาจากคุณพ่อคุณแม่ของพี่ดรีมด้วยค่ะ..เดี๋ยวพี่ปอนด์ลองฟังอะไรบางอย่างที่เอมี่อัดเสียงเอาไว้เล่นๆ ให้ฟังนะคะ”
เอมี่รีบหยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมาและเปิดเสียงลำโพงให้เขาได้ยินด้วย สิ่งที่เธอเปิดให้สิปปกรฟังนั้นเป็นถ้อยคำสนทนาระหว่างเธอกับดร.นีรนุชและดร.ฉันทวัฒน์ในช่วงจังหวะที่พูดคุยไปถึงเรื่องของนัฏนรี ในช่วงแรก ๆสิปปกรก็เพียงรับฟังด้วยสีหน้าปกติ แต่เมื่อมาถึงประโยคที่ดร.นีรนุชพูดถึงปัญจพลกับเขาก็ทำให้สีหน้าท่าทางของสิปปกรเปลี่ยนไปทันที เขาไม่อยากจะเชื่อว่าปัญจพลเป็นคู่แข่งหัวใจของเขาอย่างที่เอมี่บอกเลยจริงๆ แต่ถ้อยคำที่ได้ฟังจากสองดอกเตอร์นั้นก็สร้างความวิตกกังวลขึ้นในใจเขาได้พอสมควรเขาเพิ่งทราบว่าตัวเองเป็นตัวเลือกหนึ่งในสองที่นัฏนรีอาจจะกำลังพิจารณาอยู่
“ทีนี้พี่ปอนด์เชื่อหรือยังคะว่าพี่พีเจ.เป็นคู่แข่งของพี่”
เอมี่ปิดเสียงหันมาถามเขาด้วยสีหน้าที่แอบซ่อนยิ้ม
“พี่ไม่อยากจะเชื่อเพราะพี่ดูยังไงคุณพีเจ.เขาก็ไม่เห็นมีท่าทีที่จะจีบดรีมเลย”
เขาพูดจากความรู้สึกที่เห็น แต่ก็อดหวั่นไหวไม่ได้หลังจากที่ได้ฟังเอมี่พูดกรอกหูพร้อมกับหลักฐานการสนทนาของสองสามีภรรยาที่เขาเคารพนับถือ
“พี่ปอนด์รู้อย่างนี้แล้วต่อไปก็ต้องใช้ความพยายามเอาชนะพี่พีเจ.ให้ได้นะคะ เอมี่จะคอยช่วยพี่ปอนด์เองค่ะ”
“เรื่องของหัวใจไม่มีใครช่วยใครได้หรอกจ๊ะน้องเอมี่พี่จะต้องเอาชนะใจดรีมด้วยตัวเอง”
“พี่ปอนด์มั่นใจแค่ไหนคะว่าจะชนะใจพี่ดรีมได้ถ้าเกิดพี่พีเจ.เป็นฝ่ายชนะใจพี่ดรีมล่ะคะ”
“พี่ก็จะเคารพการตัดสินใจของดรีม พี่กับพี่ดรีมคบเป็นเพื่อนกันมานาน เขาคงมองเห็นความรักความจริงใจที่พี่มีให้เขาไม่มากก็น้อย”
สิปปกรกล่าวด้วยความมั่นใจ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่นัฏนรีสูญเสียชวินไปเขาได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดเป็นกำลังใจให้เธอมาตลอดและถ้าเขาดูไม่ผิดนัฏนรีก็ให้ความไว้วางใจเขามากขึ้นเรื่อยๆ
“แต่พี่ปอนด์จะประมาทพี่พีเจ.ไม่ได้นะคะเกิดเขามีเวลาได้ใกล้ชิดพี่ดรีมมากกว่าก็อาจจะทำให้พี่ดรีมใจอ่อนก็ได้ ยิ่งพี่พีเจ.มีพี่ลิลลี่คอยเป็นแม่สื่อให้แบบนั้นด้วย”
“พี่ลิลลี่เขาเชียร์พี่จ๊ะ”
“จริงหรือคะ..พี่ลิลลี่บอกพี่ปอนด์หรือคะ”
เอมี่ผิดหวังแต่ก็รีบปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว
“พี่เป็นคนบอกพี่ลิลลี่เองว่าพี่รักพี่ดรีม..”
คำพูดของสิปปกรสร้างความเจ็บปวดในหัวใจของสาวน้อยยิ่งนักความริษยาไม่พอใจ
นัฏนรีเริ่มคุกรุ่นขึ้นมา เอมี่ได้แต่ครุ่นคิดว่าทำไมตัวเธอจึงไม่เป็นที่น่าสนใจของสิปปกรบ้าง
“พี่ลิลลี่ก็เลยเชียร์พี่ปอนด์ใช่ไหมคะ”
เอมี่กลั้นใจถามออกไปสิปปกรพยักหน้ายิ้ม ๆ ท่าทางของเขาไม่ได้กังวลใจในเรื่องที่เอมี่เล่าให้ฟังเอาเสียเลยเห็นทีเอมี่จะต้องคิดแผนใหม่เสียแล้ว แต่ตอนนี้เธอจะไม่พูดอะไรทั้งนั้นนอกจากสร้างความสนิทสนมกับสิปปกรให้มากที่สุดให้เขาเห็นความสดใสน่ารักในตัวเธอเท่านั้นก็พอ