ตอนนี้ภายในเมืองได้จัดเตรียมสถานที่เอาไว้หมดแล้วแขกจากตระกูลและนิกายทั้งสามเองก็มาพร้อมหน้า มู่เฟยเสวี่ยได้ลงมาจัดการต้อนรับด้วยตัวเองเพราะตอนนี้คนของนิกายกำลังขาดและจำเป็ต้องใช้คนที่แข็งแกร่งมาควบคุมสภานการณ์
ตอนนี้ฉางเฟิงได้เดินชมความงดงามในเมืองพร้อมกับมู่หลานและขณะเดียวกันก็เป็การตรวจตราความเรียบร้อยในเมืองอีกด้วย
“เฮ้ยแบบนี้มันหมายความว่ายังไงทำไมสุราดอกท้อถึงได้แพงขนาดนี้”
“ใช่แล้วไหละ 10 ศิลาปราณมันไม่มากไปหน่อยงั้นเหรอ”
ขณะที่ฉางเฟิงกำลังเพลิดเพลินก็ได้ยินเสียงโวยวายดังขึ้นฉางเฟิงและมู่หลานจึงเดินเข้าไปดู
“เกิดอะไรขึ้น”มู่หลานกล่าว
“ผู้าุโฉางเฟิงและผู้าุโมู่หลานคือว่าคนพวกนี้ต่อว่าสุราดอกท้อของพวกเราแพงเกินไป” ศิษย์คนที่กำลังขายสุรากล่าวด้วยความกลัว
กลุ่มชายหนุ่มคนนี้ฉางเฟิงมองก็รู้ว่าเป็ใครคนเหล่านี้เป็คนของนิการมารโลหิตเห็นได้ชัดว่าจงใจหาเื่ สุราดอกท้อไหละ 10ศิลาปราณนั้นเป็ราคาที่ถูกมากๆมีเพียงในเทศกาลดอกไม้ที่จะซื้อในราคานี้ได้ และถ้าไปซื้อใน่ปกติจะต้องจ่ายถึง20 ศิลาปราณเลยด้วยซ้ำ
“เ้าบอกว่าราคาของสุราดอกท้อแพงงั้นเหรอ”ฉางเฟิงกล่าว
“ใช่แล้วไหหนึ่งกลับแพงถึง 10 ศิลาปราณแบบนี้มันปล้นกันชัดๆ” ศิษย์ของนิกายมารโลหิตกล่าวเสียงดังไปทั่วเพื่อให้คนสนใจ
เพียงแต่หลายคนที่กำลังเที่ยวชมงานอยู่กลับมองมาที่ศิษย์ของนิกายมารโลหิตด้วยสีหน้าแปลกๆเพราะพวกเขาส่วนใหญ่ไม่ได้มาที่นี่ครั้งแรกและเคยซื้อสุราดอกท้อมาหลายครั้งจึงคุ้นเคยกับราคาดี
“เ้าบ้านั่นเป็พวกบ้านนอกรึ”
“ไม่ใช่ดูจากชุดข้าว่ามาจากนิกายใหญ่แน่แต่ทำไมเื่ง่ายๆแบบนี้ถึงไม่รู้”
“แค่ศิลาปราณ10 ก้อนยังไม่มีปัญญาจ่ายนี่เขาคงไม่ใช่พวกแกล้งปลอมตัวเป็ศิษย์ของนิกายใหญ่หรอกนะ”ผู้คนที่เดินผ่านไปมาพากันกล่าวออกมา
“เ้าบอกว่าราคาของสุราไหนี้แพงงั้นรึแสดงว่าเ้ายังไม่เคยซื้อหรือเคยดื่มสุราดอกท้อละสินะ” เสียงของหญิงสาวดังขึ้น
หญิงสาวที่งดงามนางหนึ่งเดินเข้ามาหญิงสาวนางนี้ดูแล้วอายุแค่ 15-16 ปี หน้าตายังคงวัยเยาว์และสดใสอยู่
“เ้าเป็ใคร!!!!!”ศิษย์ของนิกายมารโลหิตหันไปคำรามใส่หญิงสาวที่พึ่งเข้ามา
“ข้าเป็ใครสำคัญด้วยงั้นเหรอข้าจะบอกเ้าให้นะ สุราดอกท้อราคาปกติอยู่ที่ 20ศิลาปราณคนทั่วอาณาจักรต่างรู้กันดี และตอนนี้ในงานเทศกาลราคาลดลงครึ่งหนึ่งแต่เ้ากลับบอกว่ามันแพง
ถ้าเ้าไม่โง่หรือจนจริงๆก็คงจงใจเข้ามารบกวนงานเทศกาลแล้ว” หญิงสาวกล่าว
“นี่เ้า!!!!!!!!!”ศิษย์ของนิกายมารโลหิตถึงกับพูดไม่ออกเขานั้นไม่ได้ตรวจสอบราคามาจริงๆและไม่เคยดื่มสุราดอกท้ออีกด้วย
“ก็ตามนั้นถ้าเ้าไม่รู้ข้าก็จะไม่ว่าอะไรแต่ถ้าเ้ารู้แต่ยังจงใจหาเื่ นั่นก็ช่วยไม่ได้ข้าคงได้แต่ต้องลงมือตามกฎของเมืองแล้ว”ฉางเฟิงกล่าว
“นี่......เข้าใจผิดมันเป็ความเข้าใจผิดพวกเราไม่รู้จริงๆ” เหล่าศิษย์ของนิกายมารโลหิตเห็นท่าไม่ดีจึงรีบหาทางรอดทันที
“ดูท่านิกายมารโลหิตยังคิดจะหาเื่พวกเรา”มู่หลานดูออกว่าคนพวกนี้ไม่ได้มีเจตนาดีแน่ๆ
“เ้าพวกนี้เป็แค่ปลาเล็กพวกเรายังไม่ต้องลงมือแค่แจ้งให้พวกศิษย์ระวังตัวเอาไว้ก็พอ”ฉางเฟิงกล่าว
เมื่อพวกศิษย์ของนิกายมารโลหิตจากไปฉางเฟิงก็กล่าวขอบคุณหญิงสาวที่เข้ามาช่วยเหลือถึงแม้ต่อให้หญิงสาวไม่เข้ามาช่วยฉางเฟิงก็จัดการได้เองก็ตาม
“ข้าได้ยินว่าผู้ชนะในการประลองสุราครั้งนี้จะได้รางวัลเป็สุรานารีแดง1 ไหใหญ่สินะ” หญิงสาวกล่าว
“ไม่ผิด”ฉางเฟิงกล่าว
“ยอดเยี่ยมจริงๆสุรานารีแดงเป็ของที่ข้าอยากจะได้มาก ดูเหมือนว่าในครั้งนี้ข้าจะต้องเอาชนะให้ได้”หญิงสาวกล่าว
“แม่นางคิดจะลงประลองงั้นหรือ”พวกฉางเฟิงใ
ปกติคนที่ประลองสุรามักจะเป็ผู้ชายส่วนใหญ่แต่นี่หญิงสาวอายุน้อยนางหนึ่งกลับคิดจะลงประลองและยังคิดจะชนะอีกด้วย
“แน่นอนหลายปีมานี้ตาแก่คนหนึ่งไม่ยอมให้ดื่มสุราดีๆเลยคราวนี้ข้าจะนำสุรานารีแดงกลับไปดื่มยั่วตาแก่คนนั้นเสียหน่อย” หญิงสาวกล่าวเสร็จก็จากไป
“เป็คนที่น่าสนใจจริงๆ”ฉางเฟิงหัวเราะออกมาก่อนจะเดินตรวจตราต่อ
ขณะเดียวกันเรือบินของรัชทายาทก็มาถึงเมืองบุปผาการมาถึงของรัชทายาทนั้นยิ่งใหญ่มาก ผู้คนพากันตื่นตระหนกมู่เฟยเสวี่ยเองก็ต้องออกมาต้อนรับด้วยตัวเองถึงอย่างไรราชวงศ์จงเย่ก็เป็ขุมอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุด
“ยินดีต้อนรับรัชทายาทที่มาร่วมงานเทศกาลของพวกเราแล้วองค์หญิงไม่ได้มาด้วยงั้นเหรอเห็นนางบอกว่าปีนี้จะเข้าร่วมด้วย” มู่เฟยเสวี่ยกล่าว
“น้องเล็กของข้าน่าจะเดินทางมาด้วยตัวเองว่าแต่ว่าเ้าคิดดีเื่ที่ข้าบอกไปแล้วงั้นเหรอ” รัชทายาทจ้องมองไปที่มู่เฟยเสวี่ย
“แน่นอนนางนั้นไม่ใช่คนไร้ประโยชน์อีกต่อไปแล้วไม่มีใครควบคุมนางได้อีกแล้ว” มู่เฟยเสวี่ยกล่าว
แม้คนอื่นอาจจะเกรงกลัวรัชทายาทแต่นางคือผู้นำนิกายและมีความแข็งแกร่งกว่าเย่หลางคนนี้เป็ใหนๆ
“ดีถ้างั้นข้าก็ไม่พูดเื่นี้อีก แต่เกรงว่านิกายมารโลหิตคงไม่อยู่เฉยใน่นี้”มู่หลางกล่าว
“ขอขอบคุณในความห่วงใยของรัชทายาท”มู่เฟยเสวี่ยไม่สนคำขู่และนำไปเย่หลางไปยังที่นั่ง
เมื่อเย่หลางมาถึงงานเทศกาลที่แท้จริงก็ได้เริ่มขึ้นตอนแรกคือการประลองสุราก่อน งานประลองสุรานั้นใครๆก็สามารถเข้าร่วมได้ บางคนนั้นไม่ได้มาเพื่อเอาชนะแต่เพื่ออยากจะดื่มสุราฟรีก็เท่านั้นเอง
“ดูท่าปีนี้คนจะเยอะเป็พิเศษ”ผู้าุโนิกายดาบกล่าว
“รางวัลในปีนี้คือสุรานารีแดงอายุ500 ปี แน่นอนว่าคนที่ชอบสุราย่อมต้องอยากจะได้มันมา” มู่เฟยเสวี่ยกล่าว
“จริงๆข้าเองก็ชื่นชอบสุราเช่นกันข้าสามารถเข้าร่วมได้หรือไม่”ผู้าุโนิกายดาบกล่าว
“แน่นอนแต่กฎการประลองห้ามใช้พลังปราณหรือพลังจิตในการขับฤทธิ์ของสุราออก”
“ไม่มีปัญหาหรอกชายชราผู้นี้ดื่มสุรามาตลอดชีวิตแน่นอนว่าไม่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีของนักดื่มหรอก”ผู้าุโของนิกายดาบพุ่งตัวลงไปประจำตำแหน่ง
ภายในลานประลองจะมีโต๊ะนั่งให้กับผู้เข้าร่วมแต่ละคนอยู่และเมื่อการประลองเริ่มศิษย์ของนิกานบุปผาจะนำสุรามาวางให้บนโต๊ะ
“หืมมีหญิงสาวนางหนึ่งมาเข้าร่วมด้วย”
“นางคือใครกันทำไมถึงกล้าขนาดนี้”
“ความกล้าหาญของนางชั่งทำให้ข้านับถือจริงๆ”หลายคนพากันตื่นตระหนก
“นั่นนางเข้าไปทำอะไร”เย่หลางตกตะลึงเพราะหญิงสาวที่เข้าร่วมนั้นคือองค์หยิงของอาณาจักรจงเย่