เ้าหนู เว่ย เป็บุตรชายของเสนา เว่ย ในขณะเดียวกันนั้นก็ยังเป็สหายในวัยเยาว์ของ หวัง ชง อีกด้วย เด็กคนนี้มีความสามารถด้อยกว่าคนทั่วๆ ไปอยู่มาก เด็กคนอื่นๆ สามารถทำความเข้าใจ หมัดอาชา ด้วยการมองเพียงแค่ครั้งเดียว แต่ทว่าเขากลับต้องใช้เวลากว่าสามวัน
หากเป็คนอื่นที่มีความสามารถในการต่อสู้ที่ต่ำต้อยเช่นนี้ พวกเขาคงเลือกที่จะยอมแพ้ และแสวงหาในเส้นทางของการศึกษาไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เด็กคนนี้กลับเกิดขึ้นมาพร้อมกับความดื้อรั้น ยิ่งเขาไม่สามารถทำได้มากเท่าไหร่ มันยิ่งทำให้เขาพยายามทำให้มากขึ้นเท่านั้น
ไม่เพียงแค่นั้น นอกจากเป็คนที่มีความสามารถด้อยกว่าคนทั่วไปแล้วนั้น เขายังเป็คนที่ชื่นชอบในการวิวาท และมักจะท้าทายคนอื่นบนสังเวียนที่ต้องเดิมพันด้วยเงินอีกด้วย
เสนา เว่ย นั้นเป็คนที่มีความสามารถในการจัดการที่เป็เลิศ มันจึงทำให้ตระกูลของเขามีความมั่งคั่งสูงมาก นั่นจึงทำให้เ้าหนู เว่ย ได้รับเบี้ยเลี้ยงต่อเดือนสูงกว่าหลายตำลึงทอง อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วเขาก็ลงเลยด้วยสภาพที่ไม่ต่างไปจาก หวัง ชง นัก
ไม่เพียงแต่เงินในกระเป๋าของเขาจะเหลือน้อยมากเท่านั้น บางครั้ง หวัง ชง ยังต้องเป็คนจ่ายค่าสุราให้กับเขาอีกด้วย
นั่นจึงทำให้ หวัง ชง ไม่มีคำกล่าวใดมากนักสำหรับสหายของเขาคนนี้
หากว่ามันเป็ไปตามที่เคยเกิดขึ้นใน่ชีวิตที่แล้วของ หวัง ชง แล้วนั้น เ้าหนู เว่ย กำลังจะเป็หนี้คนผู้หนึ่ง แม้ว่าเขาจะพ่ายแพ้อย่างที่เคยเป็มาก็ตาม แต่ทว่าเขาก็ไม่เคยพ่ายแพ้จนเกือบต้องสูญเสียแม้กระทั่งกางเกงในเช่นในครั้งนี้
นอกจากนี้แล้ว เ้าหนู เว่ย ยังไม่สามารถบอกเื่นี้ให้กับครอบครัวของเขารับรู้ได้ เพื่อที่จะชำระหนี้ในการเดิมพันครั้งนี้ เขาจำเป็เจียดเงินเบี้ยเลี้ยงในแต่ละเดือนของเขาออกไปแบ่งจ่าย จึงทำให้เขาต้องฝืนกินหัวผักขาดไปกว่าหกเดือน
เหตุที่ หวัง ชง สามารถจดจำเหตุการณ์นี้ได้อย่างดีนั้น เป็เพราะว่าใน่ชีวิตที่แล้วเ้าหนู เว่ย กล่าวถึงเื่นี้ให้กับเขาฟังอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งที่เขากล่าวออกมานั้น ใบหน้าของเขาจะเต็มไปด้วยความน่าสงสารอย่างถึงที่สุดทุกครั้ง
หลังจากคำนวณคร่าวๆ แล้วนั้น วันนี้เป็วันที่สหายของเขาคนนี้จะเสียเงิน
“เ้าหนู เว่ย คงจะไม่พูดข้าว่าข้าไม่ช่วยเ้าหรอกนะ?!!”
หวัง ชง กล่าวในใจด้วยรอยยิ้มหยัน
หวัง ชง ไม่ได้รีบร้อนเคลื่อนไหวแต่อย่างใด หากเขาเคลื่อนไหวเร็วเกินไปมันจะทำให้ความบ้าการพนันของเ้าหนู เว่ย ไม่ถูกรักษาให้หายได้ แม้ว่าเขาจะชื่นชอบในการต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามก็ตาม แต่เขาก็ยังต้องรับผลที่ตามมาจากการต่อสู้นั้นๆ ของเขา หากว่ายังเป็เช่นนั้นเขาจะไม่มีทางเรียนรู้ความผิดพลาดของเขาได้
หวัง ชง มองขึ้นไปบนสังเวียน เขาพบว่าคู่ต่อสู้ของเ้าหนู เว่ย ที่มีอายุราวสิบหกถึงเจ็ดปีกำลังยิ้มหยันออกมา เห็นได้ชัดว่าเขากำลังสนุกกับการได้อัดเ้าหนู เว่ย ด้วยความแข็งแกร่งของเขา มันก็มากพอที่เขาจะจบการต่อสู้อย่างง่ายดาย แต่เขากลับเลือกที่จะทรมานคู่ต่อสู้ของเขา และรับเสียงชื่นชมจากคนรอบข้างมากกว่า
ทุกครั้งที่เ้าหนู เว่ย ล้มลงไปกับพื้น เหล่าผู้คนโดยรอบจะหัวเราะลั่นขึ้นมาทันที
“.......เมื่อเ้าเลือกที่จะหยิ่งยโสเช่นนี้ เ้าก็ต้องรับกับสิ่งที่จะตามมา นับว่าสมควรแล้ว!!”
หวัง ชง มองไปยังเด็กหนุ่มอายุสิบหกถึงสิบเจ็ดปีด้วยรอยยิ้มหยัน ในเวลานี้มันถึงเวลาที่เขาจะเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว
“เ้าหนู เว่ย หมัดอาชา ตามด้วยศอกกลับ!!”
หวัง ชง ะโขึ้น เสียงของเขาไม่ได้ดังหรือเบาเกินไปนักในกลุ่มของฝูงชน อย่างไรก็ตาม มันก็มากพอที่เ้าหนู เว่ย จะได้ยินเสียงของเขา ฉับพลันนั้นเ้าหนู เว่ย ก็รีบก้มตัวลงต่ำโดยหดฝ่าเท้ากลับมาเพื่อเตรียมพร้อม เมื่อฝ่ายตรงข้ามโถมเข้ามาหาเขาเ้าหนู เว่ย ก็ตอบโต้กลับไปด้วยศอกกลับ พร้อมกับเตะสวนกลับไปยังใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้นทันที
***** พลั่ก *****
หลังจากที่ถูกเตะกลับไปที่ใบหน้าเช่นนั้น เด็กหนุ่มคนนั้นก็กระเด็นออกไปไกลกว่าหกถึงเจ็ดจ้าง ก่อนจะล้มลงบนพื้น
***** ครืนนน *****
ทั่วทั้งชั้นสามของโรงเตี๊ยมแปดเทพเงียบสงัดลงอย่างกะทันหัน ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่กล่าวอะไรออกมาในเวลานี้
“มันเป็ใคร!? ใครมันกล้าสอดปากขึ้นมา!!”
เด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนพื้นตวาดลั่นพร้อมกับกวาดสายตาที่เต็มไปด้วยความโเี้ออกไปรอบๆ
อย่างไรก็ตาม โดยรอบทั้งหมดกลับเงียบลงจนแทบได้ยินเสียงหายใจของเหล่าผู้คนโดยรอบด้วยซ้ำ
“ฮี่ๆ!! เกา เฟย!! เ้ากำลังพูดอะไรงั้นรึ!? หากว่ายังสามารถสู้ต่อได้ก็ลุกขึ้นมา ไม่เช่นนั้นก็ยอมรับความพ่ายแพ้จากข้าซะ!!”
ในขณะเดียวกันนั้น เ้าหนู เว่ย ก็รู้สึกดีใจอย่างมาก เขารู้ว่าเสียงนั้นดังมาจากทิศทางใด ด้วยสัญชาตญาณของเขามันทำให้เขาทำตามคำแนะนำนั้นโดยทันที อย่างไรก็ตาม เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่ามันได้ผลอย่างมากเช่นนี้
มันคงไม่ผิดหากจะกล่าวเขาตกหลุมรักคนที่กล่าวแนะนำเขาขึ้นมาจากเงามืดเช่นนี้
“ฮึ่ม!! อย่าเพิ่งได้ใจไปนัก หากไม่ใช่เพราะความประมาทของข้า มีรึที่เ้าจะสามารถเอาชนะข้าได้!!”
ชายหนุ่มที่ชื่อ เกา เฟย ตวาดลั่น มันเร่งยันร่างของตัวเองขึ้นมาจากพื้น พร้อมกับพุ่งตรงหาเ้าหนู เว่ย ด้วยหมัดตรงทันที
***** ครืนนนน *****
เสียงอากาศแตกออกดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หมัดของ เกา เฟย ตรงเข้าหาเ้าหนู เว่ย
หลังจากที่ถูกเ้าหนู เว่ย อัดจนกระเด็นออกไปเช่นนั้น เกา เฟย ก็รู้สึกอับอายมาก ในที่สุดมันก็ตัดสินใจจบการต่อสู้ด้วยพลังทั้งหมดทันที
“แย่แล้ว!!”
ใบหน้าของเ้าหนู เว่ย เต็มเปี่ยมไปด้วยความตกตะลึง ขณะที่เขายกแขนทั้งสองขึ้นมาเพื่อตั้งรับ กระบวนท่าของ เกา เฟย ในเวลานี้เป็กระบวนท่าที่รุนแรงมากที่สุดที่เขาเผชิญมา
“รากไม้ใหญ่ขนด!!”
“ัเขียวหมอบสะพาน!!”
“โซ่เหล็กทะยานแม่น้ำ!!”
หวัง ชง ยิ้มมุมปากขึ้นเมื่อเห็นกระบวนท่าของเด็กหนุ่มคนนั้น เขารีกล่าวสามกระบวนท่าที่เ้าหนู เว่ย ชำนาญออกมาทันที
***** วูบบบบ *****
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เ้าหนู เว่ย รีบย่อตัวลงไปอีกครั้งราวกับรากไม้ที่ขนดกันเป็ก้อนยืนตั้งมั่น นั่นทำให้หมัดของ เกา เฟย เฉี่ยวปลายเส้นผมของเขาออกไปเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เ้าหนู เว่ย ยังคงััแรงกระแทกผ่านใบหน้าของเขาไปไม่น้อย
***** ฟุ่บ *****
ทว่าเมื่อพลาดเป้าเช่นนั้น เกา เฟย ก็ไม่ได้สูญเสียสมดุลของตนไปแต่อย่างใด เขารีบเปลี่ยนกระบวนท่าตอบโต้กลับไปทันที แต่ทว่าในเวลาเดียวกันนั้น เ้าหนู เว่ย ก็ก้มตัวไปด้านหน้าราวกับัเขียวที่หมอบอยู่บนสะพานเพื่อหลบการโจมตีได้อย่างสมบูรณ์
“ถึงคราวข้าแล้ว!!”
ดวงตาของเ้าหนู เว่ย เปล่งประกายกล้า เมื่อมาถึงจุดนี้ แม้ว่าจะไม่มีคำแนะนำของ หวัง ชง เขาก็รู้ดีว่าควรจะทำเช่นไรต่อไป ร่างกายที่โค้งลงไปด้านหน้าของเขาดีดกลับมาราวกับไม้ไผ่ มันคือกระบวนท่าโซ่เหล็กทะยานแม่น้ำ
หมัดของเ้าหนู เว่ย อัดกระแทกเข้าที่หน้าอกของ เกา เฟย อย่างรุนแรง ใบหน้าของมันเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ ก่อนจะเปลี่ยนสีขาวซีด ร่างของมันกระเด็นออกไปกระแทกกับขอบสังเวียน ก่อนจะชนเข้ากับโต๊ะหลายตัว และล้มลงในที่สุด
“ฮ่าๆ ๆ ๆ ......ข้าชนะแล้ว!! ข้าชนะแล้ว!! คราวนี้ข้ารวยแล้ว!! เกา เฟย เ้าและพวกของเ้ากล้าเดิมพันว่าข้าจะแพ้ ข้าจะรอดูพวกเ้าเดินออกไปโดยไม่ใส่กางในวันนี้อย่างไร!!”
เ้าหนู เว่ย จ้องมองไปที่ เกา เฟย พลางกล่าวออกมาด้วยความยินดี
คำกล่าวเพียงไม่กี่คำของเขา ทำให้กว่าครึ่งของชั้นสามในโรงเตี๊ยมแปดเทพจมลงไปกับความเงียบ สายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจจำนวนมากพุ่งตรงไปที่ร่างกายของ เกา เฟย
“เกา เฟย เ้าขยะ!! เ้าไม่สามารถเอาชนะได้แม้กระทั่ง เว่ย ฮ่าว!!”
“เ้าทำให้ข้าต้องเสียเงินจำนวนมาก จากนี้ไปอย่าได้เหยียบมาที่โรงเตี๊ยมแปดเทพอีก!!”
“หากข้าพบเ้าที่นี่อีกครั้ง ข้าจะให้คนของข้าตีเ้าให้ตาย!!”
“ถุย!! ช่างน่าสมเพชนัก!!”
……….
ผู้คนจำนวนมากที่สูญเสียเงินต่างโกรธแค้นอย่างรุนแรง ภายในโรงเตี๊ยมแปดเทพแห่งนี้ เ้าหนู เว่ย เปรียบได้กบเทพแห่งโชคลาภ ทุกครั้งที่เขาเข้าร่วมการเดิมพัน ทุกคนมักจะได้รับประโยชน์จากเขาไม่มากก็น้อย
เงินเดิมพันในการต่อสู้ครั้งนี้นับว่าสูงมากกว่าครั้งไหนๆ แต่เดิมแล้วพวกเขาต่างคิดว่าจะได้รับส่วนแบ่งเล็กๆ น้อย แต่ทว่าพวกเขาไม่คิดมาก่อนว่า เกา เฟย จะพ่ายแพ้ให้กับ เว่ย ฮ่าว เช่นนี้
ขณะเดียวกันนั้น เว่ย ฮ่าว ไม่ได้ให้ความสนใจต่อ เกา เฟย ที่กำลังถูกด่าทออย่างรุนแรงแต่อย่างใด เขารีบวิ่งไปหา หวัง ชง พร้อมกับโอบกอดเอาไว้อย่างรวดเร็ว
“ฮ่าๆ พี่ชายของข้า ในที่สุดท่านก็ยอมมาพบข้าที่โรงเตี๊ยมแปดเทพ!!”
เว่ย ฮ่าว หัวเราะลั่นออกมาด้วยความดีใจขณะที่กอด หวัง ชง แน่น
“ท่านเป็พี่ชายที่ดีจริงๆ หากไม่ใช่เพราะคำแนะนำของท่าน ข้าคงต้องพ่ายแพ้จนน่าสังเวชแน่!!”
“เมื่อเ้ารู้เช่นนั้นแล้วเ้าก็ไม่ควรเดิมพันอีก หรืออย่างน้อยก็ควรจะดูก่อนว่าฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งกว่าเ้ามากเพียงใด สหายคนนั้นแข็งแกร่งกว่าเ้ามากเกินไป!!”
หวัง ชง กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
“นั่นคงเป็ไปไม่ได้ ข้าเริ่มพนันั้แ่ข้าอายุได้ห้าขวบ ข้าอยากเสียเงิน และกัดกินหัวผักกาดขาวมากกว่าที่จะยอมรับความพ่ายแพ้โดยไม่ได้สู้!!”
เว่ย ฮ่าว กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง
หวัง ชง ไม่รู้ว่าเขาควรจะกล่าวอะไรออกมา เขาทำได้เพียงแค่ส่ายศีรษะไปมาช้าๆ เท่านั้น
“ช้าก่อน!! ครั้งนี้ไม่นับ!!”
ทันใดนั้น เสียงคำรามของ เกา เฟย ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน และเป้าหมายก็มุ่งตรงมาที่ เว่ย ฮ่าว กับ หวัง ชง อย่างชัดเจน
“อะไร!? เกา เฟย เ้า้าจะกลับคำของเ้างั้นรึ!?”
เว่ย ฮ่าว ขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่พอใจ เขาหันกลับไปและจ้องเขม็งออกไปทันที
“ใครเป็คนช่วยเ้า!? หากว่าเ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือมีรึที่เ้าจะเอาชนะข้าได้ นั่นมันผิดกฎของการต่อสู้!! ส่งตัวเขาออกมา!! แน่จริงก็ออกมา!!”
เกา เฟย ตวาดลั่นด้วยความโกรธ
“เ้ากำลังมองหาข้าอยู่งั้นรึ!?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวัง ชง ก็กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม พลางก้าวออกไปด้านหน้า
เมื่อเห็น หวัง ชง ก้าวออกมาด้านหน้า เกา เฟย ก็หรี่ตาลง ดวงตาของเขาเผยให้เห็นความโเี้อย่างชัดเจน แต่ก่อนที่มันจะได้ะเิความโกรธไปยัง เว่ย ฮ่าว มันกลับหัวเราะลั่นออกมาก่อน
“ฮ่าๆ!! เ้าหนู ข้ารู้ว่าต้องเป็เ้า!!”
ขณะนั้น เว่ย ฮ่าว ก็ไปด้านหน้า และกอดเอวของ หวัง ชง เอาไว้
“เกา เฟย เ้าสามารถเลือกสิ่งที่เ้า้าจะกินได้ แต่ว่าเ้าจงระวังสิ่งที่จะออกจากปากของเ้าให้ดี ดวงตาของเ้า ข้างไหนที่เห็นว่าข้าทำผิดกฎ!? ข้าว่ามันคงจะเป็เ้ากับพรรคพวกของเ้ามากกว่า!! หรือเ้าจะบอกให้พี่ชายของข้าเข้าไปในสังเวียน!? นี่ไม่ใช่ใครอื่น แต่เขาคือพี่ชายที่ดีของข้า หวัง ชง!!”
เว่ย ฮ่าว มองตรงไปยัง เกา เฟย พร้อมกับกวาดสายตามองไปยังผู้คนโดยรอบ ขณะที่กล่าวออกมาด้วยความภูมิใจ
“เ้าหนู เว่ย เ้าอย่าเพิ่ง.......!!”
หวัง ชง ้าปรามไม่ให้ เว่ย ฮ่าว กล่าวอะไรออกมามากไปกว่านี้ แต่ทว่าเขากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น เขารีบเงยหน้าขึ้นพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ ทันที นั่นทำให้เขาพบว่าสายตาของเหล่าผู้คนโดยรอบที่มองมายังเขานั้นแตกต่างไปจากเดิม
แม้ว่าแววตาของ เกา เฟย ที่เต็มไปด้วยความโกรธก่อนหน้านี้ก็กลับเผยให้เห็นความหวาดกลัวออกมาแทน
“หืม!?”
หวัง ชง ขมวดคิ้วแน่นด้วยความประหลาดใจจากสิ่งที่เกิดขึ้น
“ฮี่ๆ!! ทำไมท่านต้องประหลาดใจเช่นนั้น!! ตอนนี้ท่านเป็คนที่มีชื่อเสียงมากในเมืองหลวงแล้ว!!”
เว่ย ฮ่าว กระซิบที่ข้างหู หวัง ชง
“เหยา เฟิง เป็คนที่ถูกยอมรับว่าเป็หนึ่งในแปดของรุ่นเยาว์ที่มีพร์มากที่สุดในเมืองหลวง ปกติแล้วมันมักมองไม่เห็นหัวใครทั้งนั้น แม้แต่การที่พวกเราจะพูดกับพวกเขาได้ก็ยังต้องเรียกเขาว่าคุณชายด้วยซ้ำ!!”
“แต่ว่าตอนนี้คนผู้นั้นกลับถูกเล่นงานจนได้รับาเ็สาหัสโดยฝีมือท่าน อีกทั้งบรรพบุรุษเฒ่าของตระกูล เหยา ยังได้นำเื่นี้ขึ้นกราบทูลองค์จักรพรรดิอีกด้วย มันจึงทำให้ในเมืองหลวงเกิดความโกลาหลมาก ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะไม่รับรู้เื่นี้!!”
“ตอนนี้ทุกคนต่างบอกว่าท่านเป็พยัคฆ์ร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด เป็คนที่แข็งแกร่งกว่า เหยา เฟิง!!”
เว่ย ฮ่าว กล่าวพลางตบลงบนไหล่ของ หวัง ชง ด้วยความภาคภูมิใจ
ไม่ว่าจะเป็พยัคฆ์ หรือราชสีห์ ก็ตาม เว่ย ฮ่าว ไม่ได้สนใจมากนัก ทั้งหมดที่เขารู้คือ หวัง ชง เป็สหายของเขา และเมื่อสหายของเขามีชื่อเสียงอย่างมากเช่นนี้ มันก็หมายความว่าเขามีชื่อเสียงเช่นกัน
หวัง ชง ประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก
แต่เดิมแล้ว หวัง ชง ยังคิดว่าเขาจะปกปิดสิ่งที่เกิดขึ้นต่อสหายคนนี้ และคนในต้าถังเช่นไร แต่ทว่าเขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์ดังกล่าว
หวัง ชง ััได้ได้ว่าสายตาของเหล่าผู้คนโดยรอบ ที่กำลังมองมายังเขานั้นเต็มไปด้วยความเคารพ ดูเหมือนว่าเื่ที่เกิดขึ้นโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลจะทำให้ชื่อเสียงของเขาไม่ได้หยุดอยู่ภายในตระกูล หวัง เท่านั้น
ในต้าถังมีเหล่าลูกหลานของตระกูลชั้นสูงจำนวนนับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาเป็คนที่หยิ่งทะนงในตัวเองมาก และไม่ยอมแสดงความเคารพต่อผู้อื่นง่ายๆ
แต่หากว่าเขาสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองได้ภายในคนกลุ่มนี้ บางทีมันอาจจะกลายเป็ประโยชน์สำหรับแผนการในภายภาคหน้าของเขาก็เป็ได้
....................