"อ้าว...อ้ายฉิงบังเอิญจังเลย ที่เจอคุณที่นี่"
เสียงทักทายดังขึ้นก่อนที่ร่างสูงสมส่วนจะเดินเข้ามาถึง
เหล่าบอดี้การ์ดร่างใหญ่พร้อมกับถุงชอปปิ้งเต็มสองมือเดินขึ้นหน้าออกมาขวางหน้าอ้ายฉิงเพื่อที่จะกันร่างสูงที่เดินเข้ามานั้น
สายตาของชายหนุ่มเหลือบมองเหล่าบอดี้การ์ดด้วยความไม่พอใจ และคิดในใจว่าต่อไป จะต้องให้อ้ายฉิงจัดการบอดี้การ์ดเหล่านี้ให้รู้ที่ทางของตัวเอง ให้รู้ว่าใครเป็เ้านาย ใครเป็ขี้ข้า จะได้ไม่มาเสนอหน้าต่อหน้าเขาแบบนี้อีก แต่ฉากหน้าตงหยางยังคงรักษารอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนของตนเองอยู่เช่นเดิม
“อ้ายฉิง เราไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน ผมโทรไปคุณก็ไม่รับสาย ผมติดต่อคุณไม่ได้เลย คุณหายไปไหนมา” นี่ถ้าเขาไม่บังเอิญมาเจอเธอเอง ก็คงยังไม่ได้เจออีกหลายวัน เธอคงจะยังโกรธเขาเื่วันนั้นแน่เลย แต่เขารู้ดี ว่าเธอก็แค่โกรธตามประสา สุดท้ายแล้วยังไง เธอก็ต้องยอมเค้าอยู่ดี
ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากร่างแบบบางที่ยืนอยู่ข้างหลังเหล่าบอดี้การ์ดด้านหน้า
“อ้ายฉิง คุณยังโกรธผมอยู่หรอ ผมก็บอกคุณไปแล้ว ว่ามันไม่มีอะไรยังไงละ ทำไมคุณยังไม่เชื่อผมอีก ถ้าคุณยังทำตัวงี่เง่าแบบนี้ เราจะคบกันต่อไปได้ยังไง” ตงหยางพูดต่อไปโดยไม่ได้เห็นว่า ร่างบางข้างหลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ และเขาก็ไม่ได้สนใจในสิ่งที่เธอรู้สึกด้วย เพราะเขาถือว่า ยังไง ก็คงเหมือนทุกที เดี๋ยวเธอก็มาง้อเค้าเอง
………… ยังคงไม่มีเสียงตอบกลับมาจากเธอเหมือนเดิม จนเขาเริ่มที่จะหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว ทำให้ความสุภาพอ่อนโยนจอมปลอมที่แสดงออกมาเริ่มหายไป
“หลบไปซิวะ ไอ้พวกขี้ข้าพวกนี้ เ้านายเขาจะคุยกัน จะมายืนขวางให้ได้อะไร”
จริงๆ ตงหยางก็เป็อย่างงี้มานานแล้ว เพียงแต่ดวงตาและใจของเธอมืดบอด มองไม่เห็นสิ่งที่ตงหยางกระทำ
“คุณนั่นแหละ….ที่ต้องหลบ” เสียงใสเหมือนกระดิ่งเงินดังขึ้น พร้อมกับเหล่าบอดี้การ์ดร่างใหญ่ที่หลีกทางให้คุณหนูของพวกเขาก้าวเดินออกมา
“อ้ายฉิง คุณยังโกรธผมอยู่อีกหรอ นี่มันก็หลายวันมาแล้วนะ คุณหายโกรธเถอะ เรามาดีกัน ต่อไปอะไรที่คุณไม่ชอบ ผมจะไม่ทำมันอีกแล้ว ดีไหม??”
“ชั้นไม่ได้โกรธคุณหรอก” ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ดีเลย งั้นเราไปหาอะไรกินกันดีไหม ร้านอาหารบนห้างสรรพสินค้านี้ชั้นบนสุดก็ดีนะ ั้แ่คุณไม่คุยกับผม ผมคิดถึงตอนที่เราอยู่ด้วยกันมากเลย ตอนที่เราไปหาอะไรกิน ไปชอปปิ้งกัน ว่าแต่ เดี๋ยวเรากินข้าวเสร็จ เราไปเดินชอปปิ้งกันต่อเลยไหม ได้ข่าวว่านาฬิกาแบรนด์โปรดของผมเพิ่งออกคอลเลคชั่นใหม่ออกมา”
ชายหนุ่มพูดความ้าของตนเองออกไปยืดยาว โดยไม่ได้คิดที่จะสนใจมองสีหน้าของอ้ายฉิงที่มืดครึ้มลงเรื่อยๆ
ถ้าเป็แต่ก่อนตามปกติ เมื่อเขาพูดออกมาแบบนี้ อ้ายฉิงจะต้องรีบตอบรับไปทานข้าวกับเขาด้วยความยินดี และยิ่งต้องรีบเสนอตัวเพื่อที่จะซื้อนาฬิกาเรือนดังกล่าวเพื่อเอาใจเขา เพื่อให้เขาสนใจเธอและรักเธอมากๆ
“รออะไรอยู่ ทำไมคุณไม่เดินตามมา อย่าให้ผมต้องรอนาน คุณก็รู้ว่าผมเป็คนที่ความอดทนน้อย”
(ไอ่แมงดานี่!!! ……. แต่ก่อนตาและใจของเธอต้องมืดบอดขนาดไหน ถึงมองไม่เห็นถึงเนื้อแท้ของแมงดาที่อยู่ข้างในนี้ สมกันจริงๆ นิทานคู่สร้างคู่สม เื่ราวระหว่าง งูเห่ากับแมงดา!!!!) อ้ายฉิงคิดในใจอย่างแค้นเคือง แต่ภายนอก เธอกลับคลี่ยิ้มละไม หวานหยดย้อย
รอยยิ้มสวยหวานน่ารัก ทำให้ตงหยางเหมอมองจนตะลึงตาค้างไปกับความสวยงามตรงหน้า พลางคิดในใจว่า
(ความจริงอ้ายฉฺิงก็เป็สาวสวยหาตัวจับยาก ถ้าอ้ายฉิงเป็ที่สอง คงไม่มีใครเป็ที่หนึ่ง แต่ช่างเธอน่าเบื่อเกินไป หวงเนื้อหวงตัว แถมยังทำตัวน่ารำคาญ แต่เธอมีดีตรงที่เธอรวยนี่แหละ ทนเธอไปซักหน่อย เขาคนนี้ก็จะสบายไปทั้งชาติ)
ใจของตงหยางเหมอลอยคิดไปไกล แต่ริมฝีปากบางสวยสีแดงสด เอื้อนเอ่ยคำ ที่ทำให้ชายหนุ่มตกตะลึง ตาค้าง และคาดไม่ถึง
“ได้โปรดอย่างสำคัญตัวผิดไป ขยะอย่างคุณ ชั้นไม่ได้มีความสนใจแม้แต่น้อย…….. และชั้นก็ยืนยันคำเดิม ว่าให้คุณหลบไป ขยะ ก็ควรอยู่นู้น ถังขยะตรงมุมนู้นนนนนนนน”
“หวังว่าเราจะไม่พบกันอีกนะคะ คุณขยะ บ๊ายยยยยยยย”
ร่างบางระหงก้าวเดินออกไปโดยไม่เหลียวหลัง ส้นรองเท้าดังชัดเจนในห้างที่พลุกพล่านแสดงถึงความหนักแน่นของการหันหลังเดินออกมา
เขายืนค้างอยู่ตรงนั้น ดวงตาเบิกกว้างนิ่งงัน อะไร คือ ขยะ อะไร คือให้เขาไปอยู่ในถังขยะ นี่เธอยังโกรธเค้าไม่หายใช่ไหม ถึงพูดกับเค้าอย่างงี้ ………..เค้าจะไม่ติดต่อไปหาเธอเพื่อเป็การลงโทษที่เธอพูดจาแย่ๆ ใส่เขา คอยดูซิว่าเธอจะทนได้ซักกี่น้ำ
(บอดี้การ์ด : เก่งมากครับ………… คุณหนู)