บทที่ 8
พลังหยินเหือดแห้ง
ลู่ิตระหนักรู้ได้ถึงความจริงบางอย่างที่ตนหลงลืมไป
เงื่อนไขอันสำคัญที่สุดของเคล็ดวิชาเก้าหยกประสานชีพจรในตอนนี้ตัวของมันนั้นลืมเกี่ยวกับเื่นั้นไปจนทำให้พลังภายในร่างกายกำลังจะเหือดแห้ง
ประมาณสองวันที่ผ่านมาทำการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องแต่เคล็ดวิชาไม่ก้าวหน้าเลยแม้แต่นิดเดียวพลังิญญาภายในร่างกายเองก็ไม่พัฒนาขึ้นซึ่งถือว่าเป็เื่ที่น่าแปลก ก่อนหน้านี้ทำการฝึกฝนพัฒนาระดับฝีมือของตนเองขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว
แต่อยู่อยู่การฝึกฝนและการพัฒนานั้นมันเองก็หยุดย่ำอยู่กับที่ในตอนนี้จึงตระหนักรู้ได้ว่ามันเป็เพราะพลังหยินภายในร่างกายของตนเองมันกำลังเหือดแห้ง
ร่างกายของลู่ิเป็ร่างกายพิเศษมันไม่สามารถฝึกฝนได้ด้วยพลังของตนเองทั้งหมดจำเป็จะต้องหยิบยืมพลังที่กักเก็บเอาไว้มาใช้งานในตอนที่ได้รับพลังหนึ่งส่วนในการกระตุ้น
เคล็ดวิชาเก้าหยกประสานที่ชีพจรก็เข้ามาอยู่ภายในร่างกายโดยเคล็ดวิชานี้เมื่อเข้ามาอยู่ภายในร่างกายแล้วมันเองก็มีพลังหยินส่วนหนึ่งเข้ามาด้วยโดย่เวลาที่ผ่านมาลู่ิใช้พลังส่วนนั้นในการฝึกฝนมาโดยตลอด
หารู้ไม่ว่าตัวของเขานั้นฝึกฝนมาเป็เวลานานจนกระทั่งในตอนนี้ใช้พลังหยินส่วนนั้นในการฝึกฝนไปแทบจะทั้งหมดแล้วทำให้ตอนนี้พลังหยินที่อยู่ภายในเคล็ดวิชาที่กักเก็บเอาไว้ก็เหลืออยู่เพียงแค่น้อยนิดเพราะแบบนั้นในตอนนี้เรียกได้ว่าอยู่ในสถานการณ์คับขัน
จริงอยู่ว่าพลังฝีมือเมื่ออยู่ภายในร่างกายมันเองก็ยังคงเป็พลังฝีมือของตนเองเพียงแต่ว่าถ้าไม่มีพลังหยินเข้ามาส่งเสริมการพัฒนาและการฝึกฝนเองก็จะไม่ก้าวหน้ามันเทียบเท่ากับว่าตัวของเขานั้นจะย่ำอยู่กับที่ ในตอนนี้ถ้าอยากจะพัฒนาฝีมือของตนเองหรือว่าฝึกฝนต่อก็จำเป็จะ้าพลังหยิน
แน่นอนว่าการหาพลังหยินชายชราผู้นั้นมันเองก็เคยอธิบายเกี่ยวกับเื่นี้มาแล้วทว่าเงื่อนไขในข้อนี้ถ้าเป็บุรุษทั่วทั้งใต้หล้าพวกมันคงจะดีใจอย่างแน่นอน
แต่นั่นมันเองก็เป็พวกคุณชายตระกูลใหญ่ๆที่สามารถใช้เงินทองซื้อสตรีมากมายมาร่วมหลับนอนกับตนเองได้
ลู่ิห้าได้เป็แบบนั้นไหมเขาเป็เพียงแค่ลูกศิษย์ชั้นต่ำภายในสำนักหุบเขากระบี่สำนักหุบเขากระบี่แม้ว่าจะมีฐานะสูงส่งภายในยุทธภพแต่เมื่อมองดูลูกศิษย์ชั้นต่ำที่ไม่มีผู้ใดสนใจแล้วมีแต่ผู้คนเหยียบย่ำเช่นมันจะหาสตรีเ่าั้จากที่ใด
การดำเนินชีวิตในแต่ละวันมันเองก็เป็เื่ที่ยากลำบากและยากเย็นมากข้าวกินในแต่ละมื้อยังมีแทบไม่เพียงพอ
เสบียงอาหารของสำนักที่ส่งมอบให้กับพวกเหล่าลูกศิษย์ส่วนใหญ่ถ้าเป็ลูกศิษย์ชั้นสูงมีอาหารที่ดีเยี่ยมในการดื่มกิน เพื่อให้ร่างกายนั้นเจริญเติบโต
ทว่าถ้าเป็ลู่ิละเขาเป็ลูกศิษย์ที่มาอาศัยอยู่บริเวณตีนเขากล่าวได้ว่าเป็ทาสรับใช้ของสำนักด้วยซ้ำ
อาหารที่พวกมันมอบให้ก็เป็เพียงแค่เศษอาหารหนึ่งเดือนได้หนึ่งหนและอาหารที่ได้มาก็อยู่ได้เพียงแค่สิบวัน
เพราะแบบนั้นลู่ิมักจะต้องออกไปล่าอาหารด้วยตนเองพวกเขาลากพวกสัตว์เล็กๆหรือไม่ก็พวกพืชที่สามารถเก็บได้มาทำเป็อาหารกิน
ในการที่ตัวของมันสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้จนถึงในตอนนี้ก็ถือว่าวิเศษมากแล้วเด็กเพียงคนเดียวที่มาอาศัยอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้เพียงผู้เดียวที่ไม่มีผู้ได้ดูแล
ตัวของมันไม่มีครอบครัวไม่มีญาติพี่น้องไม่มีผู้ใดเหลียวแลในตอนนี้จะหาเหล่าสตรีจากที่ไหนมาเสริมเติมแต่งพลังหยินให้กับตนเอง
ลู่ินั่งอยู่ภายในกองฟางแห้งภายในกระท่อมเล็กๆของตนในตัวของมันกำลังนั่งอยู่ด้วยท่าทางสงบนิ่ง
มันกำลังสูดหายใจเข้าออกพยายามคิดคำนวนเกี่ยวกับเื่นี้ “ไม่ว่ามองอย่างไรก็ไม่มีวิธีการในการหาพลังหยินเลย ”
“ โชคชะตาของเราจะจบลงเพียงแค่นี้อย่างงั้นรึไม่ต้องไม่เป็แบบนั้น!! ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหาพลังหยินมาให้ได้”
“ การฝึกฝนคงจำเป็จะต้องหยุดชะงักไปชั่วคราวแต่ก็ไม่เป็อะไรเพราะว่าในตอนนี้ระดับฝีมือก็อยู่ในระดับขอบเขตบ่มเพาะสีเขียวขั้นเจ็ด”
“ ด้วยกำลังฝีมือประมาณนี้สามารถทำอะไรได้หลากหลายอย่าง”
พลังหยินยังไม่หมดลงเสียทีเดียวลู่ิคิดว่าในตอนนี้ตัวของมันยังคงมีโอกาสด้วยระดับฝีมือที่ได้มาหลังจากที่ได้รับการถ่ายทอดเคล็ดวิชานี้ระดับฝีมือเท่านี้น่าจะสามารถทำอะไรได้หลากหลายอย่าง
วันถัดมา
ดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นสู่ท้องนภาใน่ยามเช้า เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีก้าวเดินออกมาจากกระท่อมบริเวณตีนเขา
อากาศบริเวณรอบๆยังถูกปกคลุมไปด้วยความหนาวเย็นในยามราตรีที่หลงเหลือลู่ิที่เดินออกมาขวาสายตามองรอบกายม่านหมอกบางบางๆที่ปกคลุมอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้มีให้เห็นอยู่อย่างประปราย
ลู่ิสูดหายใจเข้าไปภายในปอดััได้ถึงธรรมชาติอันบริสุทธิ์
ิัััได้ถึงบรรยากาศอันเย็นเฉียบร่างกายตอบสนองกับธรรมชาติบริเวณรอบๆร่างกายได้ดีมากขึ้นิัทั่วทั้งร่างกายที่เคยเป็รอยเขียวช้ำแดงตอนนี้กลับคืนสู่สภาพเดิม
ลู่ิไม่เคยรู้สึกว่าร่างกายของตนเองพร้อมเท่านี้มาก่อนเลยตัวของมันย่อร่างกายของตนเองต่ำลงก่อนที่จะตัดสินใจกระโจนออกไปด้านหน้า
ลู่ิกระโจนออกไปบริเวณด้านหน้าด้วยพละกำลังอันน่าเหลือเชื่อเพียงแค่ออกแรงกระโจนเพียงไม่กี่ส่วนร่างกายพุ่งไปหลายเมตร
ลู่ิตกตะลึงในพลังของตนเอง กล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกายพัฒนามากขึ้นในตอนนี้เพียงแค่ออกแรงพุ่งทะยานขาของเขาก็สามารถส่งร่างกายให้ไกลมากกว่าเดิมหลายเท่า
ร่างกายที่เพียบพร้อมมากกว่าเดิมลู่ิพุ่งทะยานออกไปเข้าไปภายในป่าใกล้ๆในยามเช้าเริ่มต้นด้วยการหาเสบียงอาหาร
ร่างกายเช่นนี้คงจะสามารถล่าสัตว์ใหญ่ได้บริเวณรอบๆหุบเขากระบี่มันถูกล้อมรอบด้วยป่าขนาดใหญ่ป่าแห่งนี้มีความกว้างขวางเป็อย่างมาก
มันมีพวกสัตว์ที่สามารถนำมาใช้เป็อาหารได้หลากหลายชนิดแถมยังมีพวกพืชอีกมากมายที่สามารถใช้มาปรุงอาหารได้
ลู่ิที่สามารถมีชีวิตรอดภายในสำนักแห่งนี้ได้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมามันเองก็เป็เพราะว่าพวกวัตถุดิบที่อยู่ภายในป่าแห่งนี้
เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาตัวของมันมักจะล่าพวกวัตถุดิบที่อยู่บริเวณใกล้ๆเท่านั้นว่าในวันนี้ว่าจะออกไปล่าสัตว์ที่ไกลกว่าเดิมมันน่าจะสามารถให้พวกวัตถุดิบจำนวนมากได้มากกว่า
การล่าสัตว์เล็กบริเวณรอบๆหุบเขาไม่ใช่ว่าไม่ดีมันดีตรงที่มันนั้นไม่อันตรายแต่ว่าการล่าพวกวัตถุดิบพวกนั้นมันก็จำเป็ต้องลาอยู่บ่อยครั้ง
เพราะว่าจำนวนที่ได้มาเป็จำนวนที่น้อยไม่เพียงพอต่อการกินการที่ออกไปไกลสักหน่อยไปล่าสัตว์ใหญ่มันสามารถนำเอาเนื้อพวกนั้นมาเก็บรักษาเอาไว้ได้
ลู่ิที่ตอนนี้พละกำลังเต็มเปี่ยมร่างกายพัฒนาตัวของมันนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่ามันอยากจะลองทดสอบพลังของตนเองรู้
ในตอนนี้เลยทำการเคลื่อนที่ออกไปไกลออกจากหุบเขามากขึ้นโดยการเคลื่อนที่กายออกจากหุบเขามันเองก็เคลื่อนที่ไปเพียงแค่ประมาณห้าลี้เท่านั้น
ประมาณนี้มันเองก็น่าจะมีพวกสัตว์ใหญ่อยู่ภายในบริเวณนี้บริเวณรอบๆล้อสรอบด้วยต้นไม้สูงใหญ่ป่าแห่งนี้เป็ป่าขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในดินแดนทางฝั่งตะวันออก
โดยบริเวณรอบๆสำนักหุบเขากระบี่ล้อมรอบด้วยป่าพวกนี้ป่าที่ล้อมรอบสำนักหุบเขากระบี่อยู่มีรัศมีกว้างขวาง มีของมากมายอยู่ภายในนี้ทั้งสัตว์ที่อันตรายทั้งของล้ำค่า
ลู่ิมาอาศัยอยู่สถานที่แห่งนี้เป็เวลาหลายปีแล้วแต่ก็ยังไม่เคยสำรวจป่าแห่งนี้อย่างจริงจังเลยสักครั้ง
“ ภายในบริเวณนี้ไม่เคยเดินทางมาก่อนน่าจะเดินทางมาไกลพอสมควร”
“ เริ่มจากตามหาอย่างไรดีต้องเริ่มจากการสำรวจรอยเท้าก่อนเป็อันดับแรก” มองบริเวณรอบๆพยายามมองหาลอยเท้าของสัตว์ใหญ่
สัตว์ใหญ่จะตามรอยได้ง่ายดายกว่าสัตว์เล็กเพราะว่าพวกมันมีขนาดลำตัวที่ใหญ่เลยสามารถตามรอยเท้าได้ง่ายดายมากขึ้น
ในขณะที่กำลังมองอยู่บริเวณรอบๆนั้นเองประสาทััที่เฉียบคมของลู่ิกับสามารถััได้ถึงบางอย่าง
ร่างของเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีที่ยืนอยู่ใกล้ๆต้นไม้ใหญ่ใบหน้าอันหล่อเหลาของมันที่กลับคืนรูปทรงเดิมในตอนนี้ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างจริงจัง
คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันอย่าง ลู่ิััได้ถึงบางอย่างที่กำลังเข้าใกล้มา“ บางอย่างกำลังเข้าใกล้มา ไม่ใช่สัตว์แต่เป็มนุษย์ ”
ลู่ิตระหนักรู้ได้ในทันทีสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวเข้าใกล้มาทางมันเป็มนุษย์เสียงฝีเท้าที่ดังอย่างชัดเจนการเคลื่อนที่เป็กลุ่มก้อน
ตึก!! ตึก!!! ตึก!!! เสียงฝีเท้าที่เข้าใกล้มายุติลงบริเวณด้านหน้าบริเวณด้านหน้าปรากฏร่างของคนกลุ่มหนึ่งที่มีจำนวนประมาณห้าถึงหกคน
มันคือศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ในตอนนี้มันปรากฏกายบริเวณด้านหน้าพบเจอเข้ากับลู่ิที่ยืนผงะอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่
จบบท