“โครม”
น้ำในชาม ที่เจียเฟยถือมาสาดเข้าใส่ร่างสูงที่นั่งเหยียดขา มาตรงหน้า ขัดขาเจียเฟยที่ไม่ทันระวัง
“ฝะฝฝะฝ่าา โปรดไว้ชีวิตเจียเฟยไม่ได้เจตนา มันเป็อุบัติเหตุ”
น้ำไหลลงเปรอะเปื้อนทั้งใบหน้าและดวงตา อาภรณ์เปียกปอนเจียเฟยหันไปยิ้มเสียอีกทาง
“ ไม่อยากขยับกายมาล้างหน้าแปรงฟัน ์ช่างเข้าข้างให้ล้างหน้าโดยไม่ต้องให้เจียเฟยลำบาก"
ยกมือขึ้นลูบหน้า สะบัดตัวไปมา
“เ้าจงใจ สาดน้ำในชามใส่หน้าของข้า”
เจียเฟยทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้น
“ฝ่าา เจียเฟยก็เดินดีดีนี่แหละ ไม่รู้เพราะอะไร จึงสะดุดล้มลงไปได้ขนาดนี้ดีที่ยั้งมือได้ทันไม่อย่างนั้นชามน้ำคง หลุดไปโดนใบหน้าฝ่าาแน่เชียว”
“พอ ข้ายอมแล้ว”
ที่ผ่านมาแค่เพียงภาพมโนของม่อเฉวียนเพียงลำพังความจริงนั้นเล่า ไอ้ชามน้ำนั่นมัน บงการได้ที่ไหนกันจริงอย่างเจียเฟยพูดหากเจียเฟยยั้งมือไม่ทันคงทำให้ชามน้ำแข็งโป๊กกระเด็นใส่หน้าเขา
“จะว่าไป ขาของฝ่าายื่นมาเพียงนี้ อาจเป็เพราะขาของฝ่าามิน่าฝ่าาจึงยอมง่ายดาย”
“เสี่ยวเฟย”
ม่อเฉวียน ลุกขึ้นยืนสอดมือเข้าที่ท้ายทอย กดริมฝีปากที่ปากบาง เจียเฟยตาโตด้วยความใ ร่างเปียกปอนแนบชิดกับร่างเล็กที่ดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขน
จูบดูดดดื่มไม่ต้องหาเหตุผลก็เพียงแค่อยากจะจูบ แค่เพียงอยากจะเข้าใกล้จะต้องมากพิธีหรือใช้แผนการใดกัน เขาหาสนใจไม่ เจียเฟยผลักร่างใหญ่ให้ถอยห่าง
“ทำไมต้องทำแบบนี้”
เลิกคิ้วสูง แลบลิ้นเลียริมฝีปากของตัวเอง
“สั่งสอนคนพูดมาก ข้าไม่ใช่คนที่พูดมากและไม่ชอบให้ ขันทีมากความฉะนั้นต่อไปหากยังพูดมากอีก จะต้องโดนสั่งสอนแบบนี้”
“เื่จริงใช่ไหมเื่ที่ฝ่าาฝักใฝ่ บุรุษเช่นเดียวกัน”
“หากเป็เื่จริงแล้วเ้าจะทำอะไรข้าได้ จะขอให้ปลดเ้าจากขันทีข้างกายรึหรือว่าจะหนีหายไป”เจียเฟยยิ้ม
“เช่นนั้นมาถูกทางแล้ว ฝ่าาการยอมรับเื่นี้ไม่ใช่สิ่งที่ผิดถึงแม้ตอนนี้จะไม่มีใคร เห็นดีเห็นงามด้วยก็ตาม แต่เมื่อครู่เสี่ยวเฟยได้ยินนางกำนัลหรูหรานบอกว่า ฝ่าาจะต้องดูตัว บุตรีขุนนาง105คน ของราชสำนักจนหมดตามความประสงค์ของไทเฮาที่หวังดีอย่างที่สุด เช่นนั้นเื่นี้ฝ่าา ทรงกล้าเป็กล้ารับ บอกกับไทเฮาเยี่ยงบุรุษเหนือบุรุษว่า ทรงนิยมบุรุษ หาใช่หญิงงาม”
“อืมมมสมควรยิ่ง เช่นนั้นเอาแบบนี้ไหมเล่า เ้ายอมมาเป็เมียข้าเสีย ข้าจะได้เก็บเ้าไว้ข้างกาย เหมือนเหล่าขุนนางที่มักจะเลี้ยงดูบุรุษในหอโคมเขียวส่วนฮองเฮาก็เพียงแค่มีไว้เชิดหน้าชูตา”
ย่างสามขุมเข้าหาเจียเฟยดวงตาแสร้งให้หื่นกระหาย
“มะมะ ไม่ ฝ่าาฝ่าาแค่แพ้ความใกล้ชิด หาใช่รู้สึกจริงจังไม่ เอาแบบนี้เสี่ยวเฟยหาใครบางคนให้ฝ่าาดีไหม เ้า เสี่ยวเก่อที่ตำหนักขององค์หญิงมู่เฉวียนนั่นก็น่าเอ็นดู เอาแบบนี้ไหมเสี่ยวเฟยพา เ้าเสี่ยวเก่อมาพบฝ่าาและจะช่วยสานสัมพันธ์ให้เองดีไหม”
“ไม่”
“ฝ่าาอย่างนั้นให้เสี่ยวอูที่ห้องเครื่องเสี่ยวอูทำเครื่องเสวยรสดีอีกทั้งยังเอาใจเก่งเป็เสี่ยวอูดีไหม”ม่อเฉวียนส่ายหน้า
“ ไม่ต้องยัดเยียดคนอื่นมาให้ข้า มาเปลี่ยนอาภรณ์ให้ข้าดีกว่าข้าอยู่แบบนี้มาครึ่งชั่วยามแล้วเกรงว่าจะเป็หวัดจนได้”
ยืนนิ่งก้มหน้า เื่เถียงล่ะเก่งจริง พอเื่แบบนี้กลับนิ่งงัน
“เร็วเข้า”
เจียเฟยค่อยๆ เดินไปด้านหลัง ปลดอาภรณ์ม่อเฉวียนออกช้าๆ ด้วยมืออันสั่นเทาอีกทั้งมือยังเย็นเฉียบ ั้แ่เป็ขันทีมายังไม่เคย ได้ทำเื่แบบนี้ ม่อเฉวียนยืนนิ่งเช่นกัน จะคอยดูว่าอีกคนจะมีท่าทีเช่นไร อาภรณ์ถูกถอดออกจนเหลือเพียงกางเกงนอนสีขาว ขายาวแค่น่อง ร่างเปลือยเปล่าขาวอล่างฉ่าง แผ่นหลังยังเนียนเรียบขาวผ่องไร้ไฝฝ้า เจียเฟยกลืนน้ำลายลงคอยากเย็น
“กางเกงเล่า ถอดกางเกงด้วยแล้วไปหยิบอาภรณ์ตัวใหม่มาเตรียมสวมให้ข้า”
เจียเฟยรีบไปหยิบอาภรณ์ชุดใหม่มาวางฟาดไว้กับแท่นนอน
“กางเกงข้าเล่า”
เจียเฟยเอื้อมมือเย็นเฉียบ ดึงเชือกรัดกางเกงบางเบาตัวนั้นให้หลุดลงไปกองกับพื้น หลับตาปี๋
“เสี่ยวเฟยก้มลง”
“มะมะมะไม่ฝ่าาอย่าทำแบบนี้ เสี่ยวเฟยไม่ได้เป็อย่างที่ฝ่าาอยากให้เป็ เสี่ยวเฟยไม่ได้ตัดแขนเสื้อตัวเองเสี่ยวเฟยไม่นิยมบุรุษ เสี่ยวเฟยไม่ ไม่ ได้ ชอบฝ่าา” หัวใจแทบทะลุออกจากอก
“อะไรของเ้าก้มลงไปเก็บกางเกงข้าไปส่งหอซักล้าง”
ลืมตาข้างซ้าย ปิดตาข้างขวาไว้
ม่อเฉวียนสวมกางเกง เรียบร้อยไม่ได้โป้เปลือยอย่างที่เจียเฟยคิดไปเอง
“เก็บอาภรณ์ข้าไปส่งหอซักล้างแล้วยกเครื่องเสวยเข้ามาข้าหิวแล้ว” เจียเฟยถอนหายใจยาว
“ใส่ไปแล้วก็ไม่บอกปล่อยให้ใจสั่นอยู่ได้”บ่นงึมงำ
เดินออกจาห้องมาสวนกับ บุตรีขุนนางสักคนที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับยายอ้วนเอี้ยงอูที่ เหลือบตามองเจียเฟยขมวดคิ้วเข้าหากัน
"เอ้ ข้าเคยพบขันทีผู้นี้ที่ไหนกันนะใบหน้าแบบนี้"