ตอนที่ 26: หากเ้ามาด้วยรอยยิ้ม ข้าก็จะไม่หลบตา
ยามสาย ณ พระตำหนักกลาง
ราชินีประทับนั่งอยู่เหนือศิลากลางสวนหยก
นางสง่างามแม้สูงวัย แววตาทรงอำนาจแฝงด้วยการคำนวณทุกฝีก้าว
ตรงหน้าคือสตรีผู้หนึ่งในชุดสีชมพูอ่อน ผิวพรรณผุดผ่อง น้ำเสียงนุ่มนวล
เธอค้อมศีรษะอย่างอ่อนน้อม แต่มั่นใจ
“หนานหรูเหยียน”
“หม่อมฉันมิได้กล้ามาเทียบกับท่านหญิงเหยียน”
“แต่หม่อมฉันกล้า…ที่จะรักองค์ชายโดยไม่กลัวเจ็บ”
ราชินียิ้มอย่างพอใจ
“เ้าฉลาดพอจะรู้ว่า ศึกหัวใจมิได้ต้องใช้อำนาจเสมอไป”
“บางครั้ง แค่รอยยิ้ม…ก็ทำให้ผู้ชายลืมาได้ทั้งแผ่นดิน”
…
ด้านองค์ชายเฉิง
เขาถูกเชิญไปยังตำหนักราชินีเพื่อ “รับรองแขกหญิงจากตระกูลหนาน”
แม้เขาจะยังไม่กล่าวตอบรับใด ๆ แต่สีหน้าระหว่างพบกันกลับนิ่งกว่าทุกครั้ง
หนานหรูเหยียนมอบกล่องของขวัญเล็ก ๆ
ภายในคือ พู่กันด้ามงาช้างแกะสลัก—ของที่เขาเคยกล่าวชื่นชอบเมื่อตอนยังเด็ก
“หม่อมฉันเคยจำได้…แม้เพียงคำพูดของพระองค์ในวัยเยาว์”
เฉิงอวี้เงียบไปครู่
ก่อนกล่าวเบา ๆ
“ข้าชินกับคนที่ใช้คำพูดแทงใจ…”
“…แต่ไม่ชินกับคนที่ใช้คำพูดแตะหัวใจ”
…
ค่ำวันเดียวกัน ณ จวนเหยียน
เหยียนซือหรงยืนมองเงาจันทร์สะท้อนผิวน้ำ
ข่าวเื่ “การพบกันขององค์ชายและหนานหรูเหยียน” แพร่ไปทั่วเมืองในวันเดียว
สาวใช้เอ่ยเสียงเบา
“คุณหนูไม่ถามเลยหรือเ้าคะ…ว่าองค์ชายทรงว่าอย่างไร?”
เธอยิ้มบาง
“หากข้าต้องถาม…แปลว่าใจข้าไม่เชื่อเขา”
…
หลี่อิ๋นหยางเอ่ยเตือนอย่างตรงไปตรงมา
“ครั้งนี้เ้ากำลังต่อกรกับสตรีที่ไม่มีาแ ไม่มีอดีต และไม่มีศัตรู”
“เธอจะเข้าวังในฐานะ ‘ความสุข’ ที่คนทั้งวังโหยหา…ตรงข้ามกับเ้าทุกอย่าง”
…
เหยียนซือหรงนิ่ง
ก่อนเอ่ยช้า ๆ
“ข้าอาจไม่มีรอยยิ้มที่บริสุทธิ์…”
“แต่ข้ามีความจริง ที่ผ่านเื น้ำตา และความรักที่ไม่เคยพูด”
…
ฉากสุดท้ายของบท
ตำหนักหยกขาวถูกประดับด้วยโคมดอกเหมย
ราชินีประกาศเตรียมจัด “งานเลี้ยงยกย่องสตรีมีคุณแห่งวังหลวง”
โดยมีหนานหรูเหยียนเป็แขกรับเชิญคนสำคัญ
และซือหรง…ก็ได้รับ “คำเชิญเปิดเผย” ครั้งแรกในรอบหลายเดือน
ไม่มีตำแหน่ง…แต่มีชื่อ
เธอเพียงแค่ยิ้ม
“ได้เวลาแล้ว…ที่ข้าจะขึ้นเวที ไม่ใช่เพื่อเอาชนะ แต่เพื่อบอกเขา…ว่าข้ายังยืนอยู่ตรงนี้”
⸻
ตอนต่อไป (ตอนที่ 27):
งานเลี้ยงจะเปิดฉาก และทั้งหนานหรูเหยียนกับเหยียนซือหรงจะได้พบกันอย่างเป็ทางการครั้งแรก
บทสนทนาระหว่างสตรีสองคนจะกำหนดเส้นทางของหัวใจ—และอำนาจ