เวลาผ่านไปได้สองอาทิตย์แล้ว วรารี ก็เริ่มทำใจได้บ้าง และเข้มแข็งมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังเซื่องซึมบ้างเป็บางครั้งบางคราว ที่หวนกลับไปคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และการแต่งงานที่จะจัดขึ้นก็ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะสภาพจิตใจของหญิงสาวยังไม่พร้อมที่จะรับกับสิ่งเร้าต่างๆ รอบกายไปมากกว่านี้ อยากอยู่นิ่งๆ สักพัก และหากวันนั้นมาถึง วันที่เธอพร้อมและเข้มแข็ง สามารถสู้รบปรบมือกับใครต่อใครได้แล้ว ก็ค่อยว่าถึงเื่จัดงานแต่งงานกันอีกที
และอีกอย่างเธออยากให้ท่านประธานหนุ่ม ได้ไตร่ตรองความคิด ความรู้สึกของตัวเขาเองด้วย ว่าใช่แล้วหรือ ที่จะมาตกลงปลงใจ อยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนกับเธอไปตลอดชีวิต กับคนที่เขาไม่ได้รักอย่างนี้
เธอนั้นรู้ใจตัวเองอยู่แล้ว ว่าเธอตกหลุมรักชายหนุ่มหมดทั้งหัวใจ แต่ถึงจะรักมากขนาดไหน ก็ไม่อยากจะเห็นแก่ตัว ฉุดรั้งเขาไว้ให้อยู่กับเธอ เธออยากให้เขามีความสุขกับชีวิตและครอบครัวที่เขาเลือก ดีกว่าอยู่เพราะถูกบังคับหรือเหตุบังเอิญอันไม่ได้ตั้งใจ
“วันนี้มีงานเลี้ยงสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนผม เราไปกันนะครับ” ท่านประธานหนุ่ม เข้ามาโอบกอด วรารี ไว้ทางด้านหลัง ก้มลงหอมแก้มนวลเนียนของหญิงสาวหนึ่งที พร้อมกับออดอ้อน
“คุณลอฟ ไปคนเดียวเถอะค่ะ” วรารี กล่าวเพราะไม่อยากเป็ภาระให้ชายหนุ่มต้องคอยมาดูแลเธอ
“ไม่เอา เราต้องไปด้วยกันสิ ไปผ่อนคลายบ้าง และผมก็ไม่อยากห่างนุ่นนานๆ ด้วย มันเหงา ไปนะครับ” ชายหนุ่มออดอ้อนไม่เลิก
“งั้น! ไปด้วยก็ได้ค่ะ” วรารี หลงใหลได้ปลื้มกับคำพูดอ่อนหวานของชายหนุ่ม และทนลูกอ้อนชายหนุ่มไม่ไหว จึงได้ตอบรับคำชวนนั้นไป
“งั้นเราไปอาบน้ำกันดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลา” ท่านประธานหนุ่มยิ้มเ้าเล่ห์ ก้มลงช้อนร่างบางขึ้นอุ้ม แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
“อุ้ย! คุณลอฟ” วรารี ใ ยกแขนขึ้นโอบรอบคอท่านประธานหนุ่ม
พออยู่ในห้องน้ำแล้ว ท่านประธานหนุ่มวางหญิงสาวลง แล้วเข้าช่วยหญิงสาวถอดเสื้อผ้าออกจนหมด จริงแล้วเขาบังคับถอดให้เองเสียซะมากกว่า
“ไม่เอาค่ะ นุ่น ถอดเองได้ อุ้ย!.. คุณลอฟ” วรารี ขัดค้านการช่วยถอดเสื้อผ้าจากท่านประธานหนุ่ม แต่มีหรือที่เขาจะยอมฟัง
“ผมถอดให้นะดีแล้ว นุ่นจะได้ไม่ต้องเหนื่อย” ท่านประธานหนุ่ม กล่าวกรุ้มกริ่ม
“แค่ถอดเสื้อผ้าไม่เหนื่อยหรอกค่ะ” วรารี แย้งกลับไป
“เดี๋ยวก็ได้เหนื่อย เชื่อเถอะ” ท่านประธานหนุ่ม พูดจากำกวมสองแง่สองง่าม
“บ้า! คุณลอฟ ทะลึ่งจริงเชียว” วรารี ต่อว่าชายหนุ่มอย่างอายๆ หน้าแดงแป๊ดอย่างเห็นได้ชัดเจน
“เมียผมสวยออกอย่างนี้ จะไม่ให้ทะลึ่งได้ไง” ท่านประธานหนุ่มตอบพลางถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจากร่างหนาจนหมด ไม่เหลือติดตัวสักชิ้นเดียว วรารี ยิ่งอายเข้าไปใหญ่ หันหลังให้ชายหนุ่ม
“อายทำไม เราเห็นของกันและกันออกบ่อย และผมก็ชอบมอง นุ่น เวลาไม่ใส่อะไรเลยเหมือนอย่างตอนนี้ มันช่าวดูสวยและเซ็กซี่เหลือเกิน” ท่านประธานหนุ่ม กล่าวกระเซ้าเสียงแหบพร่า
“คุณลอฟ เซี้ยวใหญ่แล้วนะ ก็นุ่น อายนี่ค่ะ ใครจะน่าไม่อายเหมือนคุณล่ะ” หญิงสาวส่งค้อนให้เขาหนึ่งที พร้อมกับแว้ดส่งให้ด้วย
“หึหึหึ!..” ท่านประธานหนุ่มหัวเราะชอบใจ เข้าโอบกอด วรารี แล้วพาเข้าไปยังใต้ฝักบัว เปิดน้ำให้ไหลรดลงมาที่ร่างบอบบาง แล้วกดครีมอาบน้ำใส่ลงใปในอุ้งมือหนาใหญ่ แล้วนำมาลูบไล้ไปตามเรือนร่างแน่งน้อยบอบบางนั้นอย่างเบามือ
“คุณลอฟ นุ่นอาบเองได้ค่ะ” วรารี แย้งขึ้นมาอีก แต่ชายหนุ่มไม่ยอมเสียล่ะ
“ผมอาบให้น่ะดีแล้ว” ว่าแล้วก็สวมกอดหญิงสาวทางด้านหลัง เนื้อแนบเนื้อทำให้ วรารี ขนลุกซู่ ทำอะไรไม่ถูกเอาเลยทีเดียว
มือไม้ของเขาก็ไม่ยอมอยู่สุข ไล่ต่ำลงไปหาแกนกายของหญิงสาว
“อุ้ย! คุณลอฟ” วรารี หันไปมองชายหนุ่ม ซึ่งในจังหวะนั้นชายหนุ่มก็ประกบปากต่อปากกับหญิงสาวทันที แล้วสอดลิ้นร้อนอุ่น เข้าสำรวจหาความหวานล้ำ ที่เขารู้ดีอยู่แก่ใจว่ามันช่างหวานเหลือเกิน มือไหญ่ไปหยุดอยู่ตรงแกนกายอันชุ่มฉ่ำ และในชั่วขณะนั้นเอง ห้องน้ำก็ร้อนระอุขึ้นจากไฟพิสวาส ที่ท่านประธานหนุ่มได้ก่อขึ้น และก็ใช่จะจบลงไปได้โดยง่ายไม่
และเมื่อ วรารี ออกจากห้องน้ำก็แทบจะหมดแรง ขาสั่นกันเลยทีเดียว เนื่องจากท่านประธานหนุ่ม เป็นักดูดเรี่ยงแรงตัวยงเลยก็ว่าได้
“คุณลอฟ ชอบทำให้นุ่น หมดเรี่ยวแรงอยู่เรื่อยเลย” วรารี กล่าวอย่างงอนๆ
“หึหึ! ไม่ดีหรือ มีความสุขดีออกจะตาย” ท่านประธานหนุ่มหัวเราะชอบใจ ก่อนจะพูดในสิ่งที่ตนคิดออกมา
“เพี๊ยะ!” จึงโดนหญิงสาวตีเข้าให้ที่ต้นแขนแกร่ง
“โอ้ย! เจ็บนะ ประทุษร้ายกันอย่างนี้ คงต้องจัดให้อีกสักดอกแล้วล่ะ” ท่านประธานหนุ่ม กล่าวพร้อมกับเข้าสวมกอดหญิงสาว
“อย่านะคะ เดี๋ยวก็ไม่ได้ไปงานเลี้ยงหรอก นี้ก็จะถึงเวลานัดแล้วด้วย” วรารี กล่าวปรามท่านประธานหนุ่ม พร้อมกับใช้มือดันหน้าอกแกร่งไว้
“งั้น! กลับมาแล้ว นุ่น ไม่รอดมือผมแน่” ท่านประธานหนุ่ม ว่าพลางกดจูบลงที่ปากบางจิ้มลิ้มหนึ่งที จากนั้นจึงปล่อยร่างบางให้เป็อิสระ เพื่อที่เขาและหญิงสาวจะได้แต่งตัวไปงานเลี้ยงกัน
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑