“ดีขึ้นรึยังครับ” คุนินถามชินหลังจากหาน้ำดื่มมาให้เขา “ครับ ผมรู้สึกดีขึ้นบ้างแล้วล่ะ เล่าต่อเถอะครับ” ชินตอบกลับคุนินไปทั้งๆ ที่ยังอยู่ในสภาพอิดโรย “งั้นต่อไปผมจะเล่าเื่ของคุณเคนแล้วกันนะครับ คดีของเขากับพนักงานคล้ายกันมากเลยล่ะ มีชาวบ้านพบศพเขาที่สวนสาธารณะในตอนเช้าตรู่ซึ่งเป็เวลาก่อนที่พนักงานหญิงจะตายเล็กน้อย าแพวกเขาเหมือนกันมากเลยล่ะครับ ถ้าเป็การใช้อาวุธทำร้ายก็คงบอกได้ว่าเป็อาวุธชนิดเดียวกันเลย แต่ที่ต่างคือาแของเขาเกิดขึ้นแค่ที่ใบหน้าลงมาถึง่อกเท่านั้น แต่แผลของเขามีหลายจุดมากและส่วนมากก็เกิดที่ใบหน้าครับ ที่จะบอกก็คงมีประมาณนี้”
ชินนิ่งไปสักพักหลังฟังคดีทั้งสองก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ารูปที่เคนเหยียบขาดนั้นมีลักษณะยังไง เขาตระหนักได้ว่าาแนั่นเป็รอยตรงที่รูปขาดพอดี และที่เคนมีแผลแค่ที่ใบหน้าลงมาถึงอกก็เป็เพราะเขานั่งอยู่ที่โต๊ะตอนถูกถ่าย ่ล่างของเขาจึงโดนโต๊ะบังหมดตอนถูกถ่าย แต่พนักงานคนนั้นกำลังเดินอยู่ด้านหลัง เธอจึงมีแผลด้านหน้าทั้งตัว นั่นแปลว่านอกจากกล้องจะสามารถใช้ฆ่าคนได้มันยังสามารถกำหนดลักษณะาแของเหยื่อได้ด้วย!
คุนินปล่อยให้ชินที่นั่งเงียบได้อยู่คนเดียว เขาเดินออกไปสำรวจที่เกิดเหตุต่อ บ้างก็ค้นที่เกิดเหตุ บ้างก็ตรวจสอบรอยเืที่กระเซ็นบ้าง “ (ยังไงก็หาหลักฐานอะไรไม่เจอหรอก…) ” ชินคิดในใจเมื่อเขามองเห็นคุนินทำท่าอย่างกับจะต้องเจอหลักฐานอะไรก่อนตำรวจให้ได้ และแล้วคุนินก็ได้เดินออกไปข้างนอก ชินนึกสงสัยจึงลุกขึ้นและเดินตามออกไป เขาเห็นคุนินกำลังคุ้ยถังขยะด้านตรงข้ามอยู่ “นั่นคุณหาอะไรอยู่เหรอ” ชินถามด้วยความสงสัย แต่ในทันทีที่เขาพูดจบ เขาก็ได้เห็นคุนินถือบางสิ่งออกจากถังขยะพอดี “เฮือก!” ชินร้องด้วยความใ เพราะสิ่งที่คุนินถือขึ้นมาคือรูปถ่ายที่ถูกเคนเหยียบจนขาด เขาไม่ทันได้คิดว่ารูปใบนั้นจะมาอยู่แถวที่เกิดเหตุซะได้ “ (แย่แน่ รูปนั่นเราเป็คนถ่ายและตำรวจก็ต้องรู้เื่นี้อยู่แล้ว แถมมันยังเป็ภาพของคนที่ตายทั้งคู่ด้วย) ” แต่ทว่าเมื่อเขาดูภาพใบนั้นดีๆ ก็เห็นว่ามันขาดและเปียกน้ำจากขยะชิ้นอื่นจนมองไม่ออกแล้ว สิ่งเดียวที่พอดูออกจากภาพคือคนในภาพคือเคน ส่วนภาพพนังงานขาดออกจากภาพเคนเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนดูไม่ออกแล้ว คุนินจ้องภาพนั้นอยู่สักพักก่อนนำภาพเคนเก็บไว้ “ตอนนี้ผมเลอะไปหมดเลยล่ะครับ แต่ผมยังมีเื่ต้องถามคุณอีกนิดหน่อย ถ้าไม่ว่าอะไรขอเชิญคุณมาที่บ้านผมได้รึปล่าวครับ” ชินคิดสักพักและตอบไป “ครับ ได้แน่นอน…”
บ้านนคุนินดูหรูหราทีเดียว ผิดกับเ้าของที่ดูค่อนข้างเป็นักสืบไส้แห้งธรรมดาๆ เมื่อเข้ามาในบ้าน คุนินก็ให้เขารอในห้องนั่งเล่น ส่วนตนขอไปอาบน้ำก่อน แต่ยังไม่ทันได้อาบ ชินก็ขอเข้าห้องน้ำก่อน เขาอ้างว่าคลื่นไส้อีกรอบและรีบวิ่งไปห้องน้ำโดยที่ยังไม่ทันได้วางกระเป๋า หลังออกมาจากห้องน้ำ คุนินจึงได้เข้าไปอาบต่อ เมื่อเขาทำธุระเสร็จเรียบร้อยจึงได้เข้ามาคุยกัน
คุนิน: ระหว่างทางที่ผมให้คุณเล่าเื่ที่ตำรวจถามคุณ ผมมีสิ่งที่สงสัยอยู่อย่างนึงครับ รูปที่คุณบอกว่าถ่ายใช่รูปที่เจอในถังขยะรึปล่าวครับ
ชิน: ใช่ครับ
คุนิน: คุณไม่ได้บอกพวกเขาว่าเป็ภาพที่ถ่ายจากกล้องโพลารอยด์เหรอครับ
ชิน: ครับ ผมคิดว่าไม่ได้สำคัญอะไรแถมยังให้พี่เคนไปแล้วด้วย ไม่คิดเหมือนกันว่าเขาจะเอามาทิ้งที่ถังขยะแบบนี้
คุนิน: ผมว่าไม่ใช่หรอกครับ ผมเจอชิ้นส่วนเล็กๆ ของรูปที่พื้นและถังขยะเล็กๆ ที่อยู่ข้างโต๊ะที่คุณบอกว่านั่งดื่มกับผู้ตาย แต่ขยะในนั้นถูกทิ้งในถังขยะใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามร้านตอนร้านปิด เพราะงั้นผมถึงเดาได้ว่าอาจมีหลักฐานสำคัญที่ถูกทิ้งไปอยู่ในนั้นก็ได้ เลยไปค้นน่ะครับ555
ชิน: (ทำเป็อวดเก่งไปได้ แค่เจอเศษรูปเนี่ยนะ) แล้วมีเื่สงสัยอะไรอีกเหรอครับถึงได้ต้องมาถามกันถึงที่นี่
คุนิน: ผมไม่อยากให้คนได้ยินเื่ที่จะถามคุณน่ะ เพราะมันสำคัญมาก
ชิน: อะไรเหรอครับ
คุนิน: รู้จักที่มาสัญลักษณ์นี่มั้ยครับ
คุนินยื่นภาพที่เก็บจากถังขยะให้ชินดู และพลิกด้านหลังภาพให้ชินเห็น เป็สัญลักษณ์ที่ขอบขวาล่างของรูป
ชิน: มันเหมือนรูปที่เด็กวาดเล่นมากกว่าสัญลักษณ์อีกนะ
คุนิน: ผมก็คิดแบบนั้น แต่คนรู้จักของผมเขาเคยบอกว่าเคยเห็นสัญลักษณ์แบบนี้เหมือนกัน มันติดอยู่กับ พัสดุ ที่เขาได้รับน่ะ
ชิน: (!?) คนๆ นั้นเป็ใครเหรอครับ
คุนิน: ดูสนใจขึ้นมาเลยนะครับ แต่น่าเสียดายผมคงบอกไม่ได้หรอก รูปนี่คุณบอกว่าถ่ายเองไม่ใช่เหรอ ผมขอดูกล้องหน่อยได้มั้ยล่ะ
ชิน: ตอนนี้ผมไม่ได้เอามาด้วยหรอก (ถ้าเอาให้ดูตอนนี้อาจจะโดนแย่งก็ได้ เก็บไว้ก่อนน่าจะดีที่สุด)
คุนิน: ไม่เป็ไรครับ วันหลังค่อยเอามาก็ได้ งั้นวันนี้พอแค่นี้ละกันครับ ให้ผมไปส่งที่บ้านรึปล่าวครับ
ชิน: ไม่ครับ เดี๋ยวผมกลับเองดีกว่า
เมื่อพูดจบชินจึงได้เดินออกมาจากบ้านที่ดูหรูหราของคุนิน เขาเห็นของประดับมากมายซึ่งแต่ละอย่างดูมีราคาทั้งนั้น จนสายตาเขาไปสะดุดอยู่ที่กระจกขนาดใหญ่บานหนึ่งก่อนจะเดินออกจากเขตประตูบ้านไป…
ก่อนเข้านอนชินได้ลองทบทวนกับตัวเองในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตน “กล้องนี่ใช้งานได้จริงสินะ งั้นกฎต่างๆ ก็คงจริงด้วย ส่วนที่นักสืบนั่นพูด ต้องสืบหาตัวไอ้คนรู้จักมันที่บอกว่ามีของแบบเดียวกันอยู่ จากนั้นค่อย… ฆ่านักสืบนั่นทิ้ง ใช่ ต้องฆ่ามัน มันรู้เื่เราเยอะไปแล้ว ถ้าเราฆ่าด้วยกล้องนี่ก็จะเป็ว่า นักสืบท้าทายฆาตกรแต่กลับโดนฆ่าซะเอง แต่แบบนั้นเราจะยิ่งโดนสงสัยมากกว่าเดิมรึปล่าว ไม่สิ ถ้าไม่มีคนรู้เื่กล้องคดีนี้ก็จะเป็คดีที่เป็ไปไม่ได้ ยังไงเราก็ต้องรอดแน่” ชินพูดขึ้นขณะจ้องรูปของคุนินที่เขาแอบถ่ายมาได้ขณะที่คุนินกำลังจะอาบน้ำในห้องน้ำ ตอนที่ชินเข้าห้องน้ำก่อนเขาได้สำรวจช่องระบายอากาศที่มีรูกว้างพอให้ใช้กล้องแอบถ่ายได้ และเขาก็ทำสำเร็จ
ทางฝั่งของคุนิน… “ฉันขอให้คนที่ชื่อชินไม่มีทางฆ่าฉันได้” เขาพูดทั้งๆ ที่ในบ้านมีแค่เขาคนเดียว พร้อมๆ กับเืที่ไหลนองบนผนังบ้านเป็คำว่า “กล้อง”
To be continued…