ฟางซินสตรีช้ำรัก

    คนขี้งอน?

    ยามซื่อ(10.30)

            ตู้ฟางซินนั่งมองเหล่าบุรุษจากที่ใดไม่ทราบได้ประมาณห้าถึงหกคนตัดไม้มัดเชือกสร้างกระท่อมน้อยขนาดเล็กให้ลิ่วคังหลังจากที่ต่อเติมห้องชำระล้างให้นางจนแล้วเสร็จ‘บุรุษพวกนี้ร่างกายกำยำ ทำงานคล่องแคล่วรวดเร็วยิ่งนัก’

            “เจ้าง่วงหรือไม่ฮูหยิน?” แม่ทัพจางเหวินเป่าในสภาพใส่เพียงกางเกงตัวเดียวด้านบนเปลือยเปล่าเดินเข้ามาถามหลังจากที่เขาไปช่วยตัดไม้ไผ่มาจนเหงื่อท่วม

            “เสียงดังเช่นนี้ข้านอนไม่หลับหรอกเจ้าค่ะ”นางยกถ้วยชาใบเดิมของเขาและของนาง (ใช้ด้วยกัน) รินชาเสร็จก็ส่งให้

            “ดีแล้ว..รอนอนกับข้าคืนนี้ดีกว่า” เกี้ยวฮูหยินของตนเองซึ่งๆ หน้า“ใช่หรือไม่?” ท่านแม่ทัพจิบชายิ้มกริ่มอย่างสนุก

            ตู้ฟางซินหันหน้าหนีเอียงอายเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง“สหายท่านพี่เหวินเป่ามากมายนักเจ้าค่ะ…ต่างจากข้าที่มีสหายเพียงคนเดียว”นางเหม่อมองไปข้างหน้าด้วยแววตาเศร้าสร้อย 'คิดถึงเหม่ยเซียนยิ่งนัก'

            มือใหญ่ลูบผมนางเบาๆ“มีสหายมากมายมิเท่ามีสหายรู้ใจเพียงหนึ่ง…ข้าคิดว่าเจ้าคงมีอย่างหลัง”ตู้ฟางซินเงยหน้ามองบุรุษผู้หล่อเหลาของนางราวกับชอบใจสองแขนขาวโอบกอดขาแกร่งที่ยืนอยู่

            “เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ..ยามนี้ข้าคิดถึงนางนัก”

            “แน่นอนว่าหากข้าทำทุกอย่างจนเสร็จ ข้าจะพาเจ้าไปพบนาง”ตู้ฟางซินนิ่งเงียบไปราวกับไม่อยากจะเชื่อในคำพูดนั้นนัก‘ความฝันจะเป็นจริงคงไม่ง่าย’“สิ่งที่ข้าพูดทุกสิ่งย่อมกระทำได้จริงเสมอ…เจ้าคอยดูเถิดฟางซิน”

            ทั้งคู่มองบุรุษทั้งหลายทำงานกันอย่างขันแข็งจนใกล้ช่วงเวลารับสำรับกลางวันก็เป็นลิ่วคังที่เดินมาพร้อมปลาสดมากมายในตะกร้าตู้ฟางซินมองเขาทำอาหารต่อหน้านางอย่างคล่องแคล่วด้วยเวลามิถึงครึ่งชั่วยาม..สำรับกลางวันก็แล้วเสร็จเป็นข้าวร้อนๆกับต้มปลารสชาติดียิ่งสำหรับทุกคน

            “ลิ่วคังจะสอนข้าทำอาหารได้หรือไม่เจ้าคะ?” ตู้ฟางซินที่รับสำรับเสร็จแล้วเอ่ยถามขึ้นมากลางวงน้ำชาริมน้ำ

            “ข้าก็สอนเจ้าได้ เหตุใดไม่ถามข้า”แม่ทัพจางมีสีหน้ามืดครึ้มจ้องมองสตรีข้างกายเขม็งบุรุษในวงน้ำชาต่างพากันลุกเดินหนีไปทำงานต่อปล่อยทิ้งคนทั้งคู่ให้เถียงกัน

            ตู้ฟางซินหน้าเหวอเพราะไม่คิดว่าพี่เหวินเป่าของนางจะทำอาหารเป็นตั้งแต่นางมาอยู่ที่กระท่อมนี้ไม่เคยมีสักครั้งที่นางจะเห็นเขาทำอาหารท่านแม่ทัพจางมองนางอ้าปากค้างไม่พูดอะไรก็ลุกขึ้นยืนเดินหนีทันที

            “อ้ะ!! ...เดี๋ยวท่านพี่” นางรีบวิ่งตามบุรุษขี้งอนเข้าไปในกระท่อม“ท่านพี่เหวินเป่า”เพียงชั่วจิบชาเสียงน้ำตกกระทบพื้นดังมาจากห้องชำระล้างที่เพิ่งต่อเติมขึ้นมานางมิได้เข้าไปวุ่นวายเพราะเขาคงกำลังทำกิจธุระส่วนตัวอยู่ตู้ฟางซินทำเพียงเดินไปหาเสื้อผ้าบุรุษมาวางไว้เพื่อรอ

    ร่วมหนึ่งเค่อเสียงย่ำเท้าก็เดินออกมามิมีเสียงกล่าวทักมิมีเสียงเรียกใดๆนางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษตัวใหญ่ในชุดคลุมเดินผ่านนางไปราวกับไม่สนใจ

    “ท่านพี่” สตรีตัวน้อยเดินเข้าหาคนตัวโตขี้งอนสองมือน้อยสอดเข้าไปโอบกอดช่วงเอวทางด้านหลัง“ขอโทษนะเจ้าคะ..ข้ามิรู้มาก่อนว่าท่านก็ทำอาหารเป็นต่อไปหากมีเรื่องใดข้าจะถามท่านก่อนทุกเรื่อง”

            แม่ทัพใหญ่จับมือน้อยดึงมาด้านหน้า “มันต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วข้าเป็นสามีเจ้าทุกเรื่องเจ้าต้องถามข้าก่อนมิใช่ถามบุรุษอื่น”

            “ข้ามิรู้นี่เจ้าคะ ข้ามิเคยมีสามี” นางเงยหน้าขึ้นจากอก “มีท่านเป็นคนแรก”

            อกบุรุษเต้นกระหน่ำรุนแรงใบหน้าแดงก่ำมองใบหน้าน่ารักที่เขาหมายมั่นจะให้นางเป็นฮูหยินไม่ว่านางจะเป็นบุตรสาวบ้านใดเขาก็จะตามไปสู่ขอแน่…ไปขอแน่ๆ

            “ท่านเขินอายข้าหรือเจ้าคะ” ตู้ฟางซินยกยิ้มมือขาวยกขึ้นลูบคางสาก“ข้าก็อาย” นางรับรู้ถึงใบหน้าคมคายที่ก้มต่ำลงมาจนริมฝีปากแนบชิดกัน “อื้ม”ตัวที่เล็กแค่ช่วงอกบุรุษถูกอุ้มขึ้นมารับจูบดุดัน หอมหวาน…เนิ่นนาน

    -----++++--------+++++----------

    ขบวนตามหาคุณหนู

            “นั่นตราสัญลักษณ์ของแคว้นเจ้าใช่หรือไม่?” บ่าวชายผู้ร่วมเดินทางมาด้วยกันเอ่ยขึ้น

            “ดียิ่ง..เช่นนั้นเราข้ามสะพานไปกันเถิดเผื่อคุณหนูจะรอพวกเราอยู่ที่นั่น”จินเมี่ยวกระตือรือร้นที่จะเข้าไปหาแต่ถูกคังโจวบุรุษที่มากวัยที่สุดในกลุ่มดึงชายเสื้อไว้

            “อย่าพึ่งบุ่มบ่ามไป เดี๋ยวพวกทหารจะยิงธนูเข้าใส่เจ้าพวกเราต้องเดินช้าๆ”คังโจวบอกกับทุกคนและเดินขึ้นสะพานไปเป็นคนแรกสะพานไม้นี้กว้างประมาณสามช่วงแขนทอดยาวข้ามสะพานร่วมครึ่งลี้ (220เมตร)คนที่เดินขึ้นสะพานไปจะกลายเป็นเป้านิ่งให้ทหารที่อยู่ด้านบนจุดสำรวจมองได้ถนัดนัก(คล้ายๆ หอตรวจการณ์)

            “พวกเจ้าเป็นใคร” ทหารบนหอไม้สูงตะโกนลงมาถาม

            “พวกข้ามาจากแคว้นเจ้าขอรับยามนี้กำลังตามหาคนที่พลัดหลงกันอยู่มิทราบว่ามีผู้ใดมาขอความช่วยเหลือในกองทัพบ้างหรือไม่ขอรับ”คังโจวตอบกลับไป ก่อนจะมีทหารกว่าสามนายเดินมาหาพร้อมกับนำทางเข้าไปในกองทัพใหญ่

            ในกระโจมของนายกองเหลียงเว่ยขบวนตามหาคุณหนูนั่งกันอยู่เต็มพื้นที่ ทหารยามเฝ้ากันอยู่เต็มหน้ากระโจม

            “เหตุใดพวกเจ้าถึงมาเดินเพ่นพ่านตามเขตชายแดนมิรู้รึว่าแถวนี้มีกลุ่มโจรป่า”นายกองเหลียงเว่ยผู้เฝ้ากองทัพแทนรองแม่ทัพที่เดินทางไปรายงานความคืบหน้าแก่ท่านแม่ทัพผู้ชอบปลีกตัวไปอยู่ที่กระท่อมในป่า

            “รู้ขอรับเดิมทีพวกข้าเป็นกลุ่มพ่อค้าที่เดินทางไปร่ำเรียนการถักทอผ้าไหมในแคว้นหยินแต่ระหว่างเดินทางกลับโดยเรือขนส่งกลุ่มโจรป่านับสิบยิงธนูเข้ามาหาเรือสินค้าทำให้กลุ่มคนที่เดินทางมากับข้าตกจากเรือไปหนึ่งคนขอรับ”คังโจวเอ่ยตามความจริงแต่มิได้บอกว่าผู้ที่ตกจากเรือเป็นบุรุษหรือสตรี

            “เช่นนั้นรึ?” นายกองเหลียงมองทุกคนในที่นี้อย่างสำรวจบุรุษทุกคนต่างมีกระบี่ยกเว้นสตรีใบหน้าขาวที่อาจจะเป็นคุณหนูหรือสาวใช้ก็ไม่แน่ใจ“พวกเจ้าเป็นพ่อค้าสกุลใด?”

            “สกุลตู้ขอรับ” คังโจวยังคงตอบตามความจริง“และผู้ที่ตกจากเรือไปนั้นเป็นคนสำคัญที่ข้ามิอาจจะบอกกล่าวนามแก่ท่านได้ขออภัยด้วยขอรับ”

            “อืม..มิเป็นไร”

            “ข้าอยากทราบว่าช่วงสามวันมานี้มีผู้ใดมาขอความช่วยเหลือหรือพวกท่านพบปะผู้ใดลอยตามน้ำมาหรือไม่เจ้าคะ?”จินเมี่ยวเอ่ยแทรกเข้ามาอย่างใคร่รู้

            “ไม่มีช่วงนี้พวกข้าจับได้เพียงโจรป่าที่คอยแต่ลักเล็กขโมยน้อยและปล้นพ่อค้าเดินเท้าซึ่งจะมีเพียงนานๆครั้งเพราะยามนี้พ่อค้าส่วนใหญ่อาศัยเดินทางขนส่งจากทางเรือเฉกเช่นพวกเจ้า”นายกองเหลียงบอกและมองพวกเขาที่มีสีหน้าหนักใจ“หากพวกเจ้าคิดว่าคนผู้นั้นเดินเข้าไปในป่าที่ยิ่งลึกก็ยิ่งมีสัตว์ร้ายแล้วคิดว่าจะรอดชีวิตได้ข้าจะบอกไว้เลยว่าคิดผิดแล้ว”

            “เช่นนั้นพวกข้าขอความช่วยเหลือจากพวกท่านให้ช่วยนำทางเพื่อค้นหาคนในป่ากว้างได้หรือไม่ขอรับ”อาหลงร้องขอ“คนผู้นี้สำคัญมากพวกข้าจะต้องหาให้พบแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ร่างที่ไร้วิญญาณ”ปั่บ!!! “โอ๊ย!!”

            จินเมี่ยวโมโหลุกขึ้นตบศรีษะอาหลงอย่างแรง“ใครใช้ให้เจ้ากล่าวเช่นนี้!! ..ใครเป็นวิญญาณ!!”

            “ข้าแค่เผื่อไว้เหตุใดเจ้าต้องตบหัวข้าด้วยเล่า” อาหลงลูบหัวตัวเองป้อยๆทำหน้าหงอย

            “หากจะกล่าวเช่นนี้ เงียบปากไปซะ”จินเมี่ยวนั่งลงที่จุดเดิมด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด

            “เอ่อ…แล้วได้หรือไม่ขอรับถ้าพวกข้าจะขอทหารไปช่วยนำทาง”คังโจวหันมาถามอีกครั้ง