“คิดจะเร่งพ่อกับอาเถียนของเ้าอย่างนั้นสิเหล้าเพิ่งถูกยกมา อย่างน้อยก็สักครึ่งชั่วยาม”
“ท่านพ่อใจร้าย ท่านอาเถียนก็ใจร้าย” นางหน้าง้ำ “พรุ่งนี้วันเกิดเสี่ยวจูแท้ๆ เชียว”
“อย่างนั้นแล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
“ท่านอา!” หลันซิ่วจูตาขุ่นเขียวให้กับคำตอบของชายหนุ่ม
หลันิหัวเราะอารมณ์ดี แล้วกล่าวว่า
“เอาน่า ขอเวลาพ่อเ้ากับท่านอาร่ำสุรากันสักพักหากชมการแสดงไม่ทัน ค่ำของวันพรุ่งพ่อจะพาเ้ามาชมละครเร่คณะนั้นอีกรอบพ่อรู้หรอกว่าพวกนั้นยังเปิดการแสดงไปถึงวันมะรืน”
เมื่อได้รับคำตอบที่น่าพอใจแล้วหลันซิ่วจูก็ยินดีก้มหน้าจัดการกับอาหารในจานต่อไป เอาเถอะ...ยังไม่ดูละครเร่ตอนนี้ก็ได้เมื่อกินข้าวหมดชามแล้วนางไปเกาะระเบียงชมการร่ายรำของนางรำที่แสดงอยู่บนเวทีกลางโรงเตี๊ยมแห่งนี้ฆ่าเวลาดีกว่า
กลางยามห้าย[1]เมื่อทั้งหมดก้าวขาออกจากโรงเตี๊ยมใหญ่หลันิก็แทบเดินไม่ตรงทาง ชายร่างอ้วนงึมงำเสียงเพลงในลำคอ สุขใจยิ่งที่ได้ร่ำสุรากับาุโรุ่นเยาว์ผู้กลายเป็เสมือนหนึ่งญาติใกล้ชิดของเขาบ้านสกุลหลันตั้งอยู่ในตรอกทางทิศตะวันออกฉะนั้นบรรยากาศของผู้คนสัญจรและเสียงเพลงขับกล่อมตลอดจนร้านรวงที่เปิดบนถนนหลงอู่จึงสร้างความตื่นตาตื่นใจให้หลันซิ่วจูไม่น้อย
เพราะนางเป็เด็ก แค่ได้ออกมาเที่ยวเล่นที่ตลาดยามกลางวันก็นับว่าดีมากแล้วเื่จะให้เตร็ดเตร่ยามราตรีท่ามกลางแสงสีของโคมไฟดังเช่นคืนนี้เห็นทีต้องรอให้บิดาหรือไม่ก็ท่านอาพาออกมาเท่านั้น
แม้โรงเตี๊ยมใหญ่จะห่างไกลจากบ้านแต่เป็หลันซิ่วจูเองนั่นแหละที่ขอร้องบิดาให้เดินเท้าเที่ยวชมเมือง แทนการนั่งอุดอู้อยู่แต่ในเกี้ยวแถมการนั่งเกี้ยวยังเป็การสิ้นเปลืองเงินเสียอีกด้วย
จวบกระทั่งเถียนเยวี่ยและสองพ่อลูกเดินทอดน่องเรื่อยมาถึงหน้าหอสรวงกุสุมา
“นายท่านเชิญทางนี้เ้าค่ะ เชิญทางนี้”
สาวงามกลุ่มหนึ่งในชุดกระโปรงยาวตัวเสื้อเปิดเปลือยเผยลาดไหล่นวล บ้างก็อวดเนินปทุมเผยอแย้มไหวๆหมายล่อลวงภมรทั้งหนุ่มทั้งแก่ให้ยลเพื่อชื่นชิดพิสมัยกายนางหนึ่งนางตรงเข้ามาเกาะท่อนแขนของ หลันิข้างหนึ่งอีกคนก็เกาะเข้าที่แขนของเถียนเยวี่ยราวสนิทคุ้นเคยกันมาแสนนาน
มาสองไม่นาน คนที่สามที่สี่ก็ตามมา เสียงเจื้อยแจ้วราวนกแตกรังการยื้อยุดของหญิงสาวที่กรูเข้ามารุมล้อมส่งผลให้หลันซิ่วจูที่อยู่กึ่งกลางระหว่างบิดาและท่านอาเถียนของนางตีสีหน้ายุ่ง
“คุณชายขาคืนนี้้าให้เหม่ยเอ๋อร์อยู่เป็เพื่อนท่านหรือไม่เ้าคะ” นางโลมชุดสีเหลืองสลับเขียวฉูดฉาดตาราวนกแก้วอ้อล้อยวนเย้าต่อเถียนเยวี่ยเบียดเสียดยื้อแย่งกับนางโลมชุดสีแดงชาดชวนแสบตา
ส่วนด้านหลันินั้นก็ถูกสาวงามนางหนึ่งในชุดสีชมพูกลีบเหมยแนบใบหน้าซบอิงบนอกที่อุดมด้วยเนื้อหนังพร้อมถ้อยคำฉอเลาะ“นายท่านโปรดเมตตาเสี่ยวอวี๋ ค้างคืนกับเสี่ยวอวี๋สักคืนนะ”
บิดานางยังไม่ตอบ สตรีชุดม่วงร่างอวบอัดก็นวยนาดเข้ามาชักชวนอีกหลายประโยค
หน้าไม่อาย...พวกนางล้วนเป็สตรีหน้าไม่อาย!
“ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ออกไป!” หลันซิ่วจูออกแรงผลักผู้หญิงชุดสีชมพูกลีบเหมยออกจากอกบิดาก่อนหันไปแกะมือนางโลมชุดสีสันบาดตาทั้งสองคนจากแขนของเถียนเยวี่ย
อารมณ์เกรี้ยวกราดของเด็กหญิงทำเอาหมู่สาวงามแตกกระเจิงคนละทิศทางหลันิหน้าแดงก่ำ หนึ่งส่วนนั้นเพราะฤทธิ์สุราแต่อีกส่วนนั้นก็มิใช่ความอับอายหรือไม่พอใจต่อการกระทำของลูกสาวหมอหนุ่มหันไปมองสีหน้าของเพื่อนรุ่นเยาว์ก่อนทั้งสองจะะเิเสียงหัวเราะขบขันออกมาพร้อมกัน
ลูกรักกำลังหวงบิดาใช่หรือไม่...
เมื่อหัวเราะพออกพอใจแล้วหลันิก็กล่าวขออภัยบรรดาสาวงามที่มีแก่ใจมารุมล้อมเขา
เหล่าผกางามของหอสรวงกุสุมาเมื่อรู้ว่าคืนนี้ทั้งสองคงมิใช่ลูกค้าเป้าหมายแน่แล้วนางทั้งหลายจึงโผกายหาภู่ผึ้งตัวใหม่ มิได้นำพากิริยาของเด็กหญิงพวกนางคิดว่าตราบใดที่หญิงยังคู่ชาย สักวันพวกเขาต้องกลับมาเป็ลูกค้าของหอแน่การแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวต่อหน้าธารกำนัลย่อมไม่ส่งผลดีกับตัวพวกนางพวกนางยังมิอยากถูกโบยตีด้วยคำสั่งเ้าของหอแสนร้ายกาจนั่นนักหรอกเจ็บตัวแถมขาดรายได้ นั่นก็เท่ากับปล่อยเวลาของชีวิตในสำนักนางโลมแห่งนี้ให้เนิ่นนานสูญเปล่า
เมื่อหลันซิ่วจูฉุดดึงแขนบิดาและเถียนเยวี่ยมาไกลจากหน้าสำนักนางโลมแล้วนางก็สะบัดแขนทั้งสองทิ้งอย่างหัวเสีย
“ดูละครเร่ไม่ทันแล้ว”
“พ่อตกลงกับเ้าแล้วนี่นา ไว้พรุ่งนี้ค่อยมากันใหม่ยังไม่พอใจสิ่งใดอีก”
“ทำไมพวกท่านปล่อยให้พวกนางกอดก่ายนัวเนียอยู่ได้เล่า”
“พ่อกำลังจะปฏิเสธพวกนางแล้วนะ ช้ากว่าเ้านิดเดียวเอง”บิดาชี้แจงแต่หลันซิ่วจูหาได้พอใจเพียงเท่านี้ นางเปลี่ยนเป้าหมายมาที่ชายหนุ่มอีกคน
“แล้วท่านอาเล่า นานเท่าใดถึงจะเอ่ยปากปฏิเสธพวกนางหรือนั่นไม่ใช่ความตั้งใจของท่าน” ก็ตอนนั้นนางเห็นเขายังยิ้มรื่นมองหญิงสาวนางนั้นทีนางนี้ทีสบายอารมณ์นัก
“ก็คงนาน จนกว่าข้าจะพอใจนั่นแหละที่หุบเขาไผ่หอมไม่มีอย่างเมืองถูหยางนี่นา ได้ชื่นชมเปิดหูเปิดตาบ้าง...ก็ดี”เถียนเยวี่ยไหวไหล่
“เฮอะ!” หลันซิ่วจูแค่นเสียงเสียงเจี๊ยวจ๊าวของสาวๆ หอสรวงกุสุมายังแว่วตามมาให้ได้ยิน
“นั่นพวกนางตามมาเรียกท่านอาแล้ว ท่านเลือกสักคนเถอะ”เด็กหญิงประชด
“เสียมารยาทแล้วนะเสี่ยวจู” หลันิปรามลูกสาวน้ำเสียงจริงจังขึ้นกริ่งเกรงว่านางจะยึดติดชายหนุ่มจนทำให้เขาอึดอัดใจ
แม้ถูกบิดาว่า แต่นางก็ไม่ยอมรับว่าตัวเองก้าวร้าวหลันซิ่วจูค้อนให้เถียนเยวี่ยหนึ่งครั้ง แล้วเข้ามาดึงแขนบิดาให้รีบเดินโดยไม่สนใจชายหนุ่มที่ขามาและขากลับก่อนเดินถึงสำนักนางโลมนางเองนั่นแหละที่เป็ฝ่ายเกาะแขนเขาแจ
กระทั่งรุ่งเช้าเด็กหญิงจึงนึกเสียใจอยู่บ้างเพราะว่าคืนที่ผ่านมาท่านอาเถียนของนางไม่ได้กลับมาค้างที่บ้านสกุลหลัน...
[1] ๒๑.๐๐น.– ๒๓.๐๐น.