ดอกแก้วดอกที่ ๑
กลิ่นดอกแก้วหอมกรุ่นลอยพัดโชยมาตามสายลมณ บ้านเรือนไทยหลังหนึ่งเด็กน้อยวัยสี่ขวบกำลังนั่งมองหญิงชราที่นั่งอยู่ข้างๆ ร้อยมาลัย
พวงสวย รอบกายเต็มไปด้วยดอกไม้ส่งกลิ่นหอมหวานอบอวลอยู่ทั่วทั้งบริเวณชานเรือน
"ยายจ๋าทำอะไรเหรอ"เสียงใสเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ พลางหยิบดอกมะลิที่อยู่ในถาดไม้สานมาพิศมองอย่างถูกใจ
"ยายจ๋าร้อยมาลัยอยู่ครับน้องแก้ว"หญิงชราตอบพร้อมกับส่งพวงมาลัยที่ร้อยเสร็จแล้วให้เด็กน้อยตาใสคนนี้ดูมือเล็กหยิบมาถือด้วยความระมัดระวังก่อนจะวางลงบนตักตัวเองก่อนจะเริ่มถามอีกครั้ง
"แล้วยายจ๋าร้อยทำไม อันนี้เข็มนะจะเจ็บๆ ไหมยายจ๋า" เ้าหนูจำไมยังคงถามต่อพร้อมชี้ๆ ไปที่เข็มร้อยมาลัยจำได้ว่ายายจ๋าเคยโดนจิ้มแล้วมีน้ำสีแดงๆ ออก แม่จ๋าบอกว่ายายจ๋าเจ็บๆ เพราะโดนเข็มทิ่มแต่น้องก็ไม่เข้าใจว่าทำไมยายจ๋าเอาเข็มออกมาใช้ตลอดเลย
"ถ้าโดนก็เจ็บสิน้องแก้วอยากลองช่วยยายจ๋าทำไหม เดี๋ยวยายจ๋าสอน"กุลนาถถามเย้าแต่ใจก็คิดอยากจะสอนให้หลานรักได้สานต่องานฝีมือนี้ให้คงอยู่ต่อไปเพียงแต่คงต้องเป็ตอนที่เ้าตัวพอจะรู้เื่รู้ราวและโตกว่านี้
"ไม่อาวว เดี๋ยวน้องแก้วเจ็บๆให้น้องแก้วดูยายจ๋าทำดีกว่า เดี๋ยวน้องแก้วโต สัญญาจะช่วยยายจ๋าทำ"ว่าจบก็ยื่นนิ้วก้อยสั้นป้อมของตัวเองไปให้ยายจ๋าอีกฝ่ายเห็นแบบนั้นก็เอ็นดูหลานตัวเองสุดหัวใจจึงยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับนิ้วของเด็กน้อยเป็คำสัญญาว่าหากแก้วโกสุมโตพอพร้อมที่จะทำงานเหล่านี้ยายจ๋าจะเป็คนสอนเองกับมือ
"น้องแก้วพูดแล้วนะว่าจะช่วยยายจ๋าแต่ตอนนี้น้องแก้วไปนอนได้แล้วครับ ถึงเวลานอนแล้วน้าคนเก่ง"เหลือบมองดูนาฬิกาไขลานที่ตั้งอยู่กลางบ้านก็เห็นว่าถึงเวลานอนของเ้าตัวเล็กแล้วจึงวางมือจากการร้อยมาลัยมาพยุงให้เด็กน้อยลุกขึ้น แล้วจูงมือกันเดินมาที่ฟูกนอนของเ้าตัว
"งืออ..น้องแก้วขอเ้าแก้วได้ไหมน้องแก้วนอนไม่หลับ" หลังจากที่นอนประจำที่แล้วก็ร้องขอเ้าแก้วหรือดอกแก้วที่น้องแก้วหมายถึง อาจเป็เพราะชื่อที่เหมือนกันหรือเพราะเหตุใดก็ไม่ทราบได้ ที่ทำให้เด็กน้อยแก้มกลมชอบดอกไม้ชนิดนี้นักหนาถึงกับที่ว่าก่อนนอนขอให้ได้ดมได้จับให้ชื่นใจจึงจะยอมหลับลงได้
โชคดีที่บ้านหลังนี้มีต้นแก้วมากมายนักแค่เดินลงบันไดไปก็เด็ดเ้าดอกไม้แสนรักของแก้วโกสุมได้อย่างง่ายดายหรืออาจเป็เพราะรอบบ้านมีแต่กลิ่นดอกแก้ว ทำให้เด็กน้อยติดกลิ่นนี้ก็ไม่ทราบได้ แต่ก็ยิ่งทำให้สงสัยไปอีกเพราะบ้านเรือนไทยหลังนี้มีดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมมากมายเต็มไปหมดทั้งกระดังงา จำปา จำปี ต้นแก้ว บุหงาส่าหรี สารภี ประยงค์ เขี้ยวกระแต จันทน์กะพ้อรวมถึงมะลิและดอกรักที่กุลนาถนำมาร้อยมาลัยไหว้พระอยู่บ่อยๆแต่ก็มีเพียงแค่ดอกแก้วเท่านั้นที่แก้วโกสุมโปรดปราน
ตามสัญญาที่เคยให้ไว้ในวัยเด็กบัดนี้เด็กน้อยได้เติบโตมาจนอายุ10ขวบแล้วกุลนาถและแม่น้อยเป็เสมือนคุณครูที่สอนให้แก้วโกสุมหัดงานบ้านงานครัวรวมถึงงานฝีมือต่าง แก้วก็ต่างทำได้ดีไปเสียทุกอย่าง ทั้งยังเต็มใจเรียนไม่งอแงเลยและกระตือรือร้นที่จะเรียน หากถามว่าแก้วโกสุมชอบที่จะทำสิ่งใดมากที่สุดเด็กน้อยก็จะตอบว่าเป็งานครัวโดยเฉพาะขนมหวานที่ยังไม่ทันจะจัดจานเด็กแสบก็แอบกินไปเกือบครึ่งส่วนแล้ว
กาลเวลาพัดผ่านไปเนิ่นนานหลายปีด้วยการเลี้ยงดูของยายและแม่น้อยหรือก็คือแม่นมของแก้วโกสุมนี่เองทำให้เด็กน้อยเติบโตมาด้วยความรักที่แสนบริสุทธิ์เรียกได้ว่าเป็ที่รักของชาวบ้านในละแวกนี้เลยทีเดียวเนื่องจากแก้วเป็คนที่อ่อนหวานแต่ก็สดใสซุกซนตามประสาเด็ก
แต่น่าเสียดายที่ยายจ๋าของเด็กน้อยอยู่ไม่ถึงวันที่เขาเรียนจบม.3
ยายจ๋าของเขาเหนื่อยมามากแล้ว ถึงเวลาพักของยายจ๋าแล้วแก้วโกสุมยังคงอยู่ที่บ้านเรือนไทยหลังเดิมจนจบม.6แต่พอย้ายไปเรียนมหาลัยบ้านหลังนี้ก็เงียบเหงาเหลือเกิน มีเพียงแค่ป้าน้อยและลุงศักดิ์สามีของหล่อนแม่นมของแก้วอยู่อาศัยที่นี่รวมถึงดูแลปัดกวาดดูแลบ้านหลังนี้เป็อย่างดีส่วนพ่อและแม่ของเด็กน้อยนั้นก็แทบไม่มีเวลากลับบ้านเนื่องจากเป็นักธุรกิจจึงต้องบินไปทำงานที่ต่างประเทศอยู่บ่อยครั้งและเวลานี้เด็กน้อยในวันวานได้เรียนจบและได้กลับมาที่นี่อีกครั้งหนึ่ง...บ้านหลังเดิมแต่กลับมีอะไรบางอย่างแปรผันเปลี่ยนไป...ไม่เหมือนเดิม....
"แม่น้อยยยย น้องแก้วกลับมาแล้ววววว"เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยในวันนั้นในวันนี้ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปในสายตาของแม่น้อยเ้าตัวแสบวิ่งลากกระเป๋าของตัวเองมาที่แคร่ไม้ใต้ต้นแก้วที่มีแม่น้อยนั่งร้อยมาลัยอยู่สิ่งที่เหมือนกันมากๆของแม่น้อยและยายจ๋าของแก้วคือทุกอย่างที่เป็ศิลปะงานฝีมือของโบราณทั้งยายจ๋าและป้าน้อยล้วนทำได้วิจิตรสวยงามจนยากจะเลียนแบบแม้ทั้งสองคนจะสอนแก้วมาหลายครั้งแต่แก้วก็ยังไม่สามารถทำให้เหมือนทั้งสองคนได้สักทีแม้จะออกมาเป็รูปเป็ร่างแต่ก็ไม่สวยเท่าฝีมือชั้นครูของทั้งสอง
"คุณหนูอย่าวิ่งสิคะประเดี๋ยวก็ล้มหรอก" แม่น้อยที่ปัจจุบันแม้จะไม่ได้เป็แม่นมแต่ก็เป็ผู้ดูแลเรือนไทยหลังนี้อันเป็มรดกที่บรรพบุรุษได้มอบไว้ให้ตระกูลของแก้วโกสุม
"โถ่ ก็แก้วคิดถึงแม่น้อยนิคะแม่น้อยไม่ต้องมาดุแก้วเลย"
"อย่ามาคะขาทำเ้าชู้ใส่แม่น้อยนะแม่น้อยไม่หลงกลคุณหนูหรอกค่ะ นี่แน่ะ" ว่าแล้วก็ดีดเหม่งเ้าคนทะเล้นไป1ที
"โอ้ยยย ลุงศักดิ์ค้าบบแม่น้อยแกล้งน้องแก้ว ฮือออ" ยังไม่ทันก้าวเข้ารั้วบ้านลุงศักดิ์ก็เห็นเ้าตัวแสบะโมาฟ้องเสียแล้ว
"พอเลยเ้าแก้ว ทั้งคู่นั่นแหละเอ้านี่ ลุงไปเก็บมาให้ เราจะเอาไปเลยหรือให้ลุงไปเก็บไว้ที่หัวเตียงให้" ลุงศักดิ์ยื่นขันเงินให้แก้วดูในนั้นเต็มไปด้วยดอกแก้วที่กำลังส่งกลิ่นโชยหอม...
"เดี๋ยวแก้วถือไปเองขอบคุณลุงศักดิ์ที่เก็บมาให้นะครับ แก้วไปเก็บของเดี๋ยวหนึ่ง เดี๋ยวแก้วมา"ว่าจบก็รับขันมาแล้วเดินขึ้นบันไดเข้าห้องตัวเองพร้อมรอยยิ้มที่ดูจะเจิดจ้ามากกว่าเดิมพอได้เ้าแก้วที่รักก็ลืมที่จะลากกระเป๋าของตัวเองไปด้วยสุดท้ายก็เป็ลุงศักดิ์ที่เป็คนยกขึ้นมาให้
แก้วโกสุมวางขันเงินไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้งแล้วเอื้อมมือหยิบเ้าดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมขึ้นมาพิศด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดน่าแปลกเหลือเกินที่่นี้แก้วฝันถึงคนๆหนึ่ง
'เ้าแก้ว...พี่จักไปแล้วหนาพี่คงคิดถึงเ้าจนแทบขาดใจเป็แน่'ชายผู้หนึ่งเอ่ยกับชายร่างเล็กอีกคนที่อยู่ตรงหน้าพลางจับมืออีกฝ่ายแล้วยกขึ้นจรดปากของตน
'ยามใดที่คิดถึงน้องขอให้ดอกแก้วช่อนี้จงเป็ตัวแทน รักษาตัวด้วยหนาพี่ท่าน'อีกฝ่ายตอบกลับไปแล้วเอื้อมมือไปเด็ดช่อแก้วมาเหน็บไว้ที่กระเป๋าอกเสื้อของคนที่ตนเรียกว่าพี่แล้วนำถุงหอมกลิ่นดอกแก้วที่ทำเองสอดไว้ในกระเป๋าอกเสื้อ ตำแหน่งเดียวกับหัวใจอีกคน
'พี่ตามเหนือหัวเสด็จครานี้คงนานหลายเดือนนักเ้าเองก็รักษาตัวให้ดี...ถ้าหากพี่กลับมาแล้ว พี่จักให้พ่อไปขอเ้า อยู่รอพี่หนาคนดี'เขายกมือขึ้นทาบกับดอกไม้ที่อกแล้วยกมืออีกข้างลูบหัวอีกคนเบาด้วยความหวงแหนแล้วโน้มคออีกคนมาจุมพิตที่หน้าผาก
‘พี่ท่านก็รักษาตัวให้ดีขอจงอย่าได้ลืมดอกแก้วดอกนี้ หากเมื่อใดที่พี่ได้กลิ่นแก้ว ก็ขอให้นึกอยู่เสมอว่าน้องรอพี่อยู่’
ชายหนุ่มที่อยู่ในฝันของแก้วโกสุมนั้นราวกับมาจากสมัยก่อนทั้งการพูดเสื้อผ้า เหมือนดั่งในละครย้อนยุคที่เขาทำกันมานักต่อนักและถึงแม้แก้วจะฝันเช่นนี้หลายรอบแต่ทุกครั้งที่ตื่นมาเขาก็ไม่เคยจำหน้าพวกเขาได้เลย...สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำคือความรู้สึกที่เหมือนดั่งตะกอนค่อยๆสะสม
หลังจากนั่งคิดอะไรไปสักพักก็ได้ยินเสียงลุงศักดิ์มาเคาะประตูเรียกให้เปิดประตูมาเอากระเป๋า
“ครับผม มีอะไรหรือเปล่าครับ”แก้วปลดดาลประตูเปิดให้ลุงศักดิ์เข้ามาเมื่อได้ยินเสียงอีกคนตอบมาว่าเอากระเป๋ามาให้แก้วลืมไปเสียสนิทว่าวางกระเป๋าไว้ที่ใต้ถุนบ้านพอลุงศักดิ์ออกไปแก้วก็เริ่มลงมือนำของออกจากกระเป๋าและแม้ว่าที่บ้านจะเป็บ้านเก่าที่อยู่มาชั่วยุคหลายสมัยแต่ทุกคนก็อยู่บ้านนี้จริงๆทำให้มีการซ่อมแซมจัดเก็บของเก่าไว้ในห้องเก็บของทำให้ตอนนี้ภายในบ้านเริ่มมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น
หากแต่ก็เป็เจตนาของคนที่บ้านอีกนั่นแหละว่าของภายในก็พยายามให้คงความดั้งเดิมที่สวยงามไว้เช่นการเดินสายไฟก็พยายามไม่ให้ดูรกตาหรือที่วางตู้เย็นและชั้นวางของก็มีเป็บานเกล็ดไม้กั้นไว้หากไม่เปิดบานเกล็ดออกก็จะมองไม่เห็นของร่วมสมัยที่ซ่อนอยู่รวมทั้งโทรทัศน์ที่ม้วนเก็บได้ที่นั่งพักผ่อนก็จะเป็ตั่งไม้ที่มีหมอนอิงสามเหลี่ยม
ด้วยที่ว่าแม่น้อยก็อายุมากแล้วบางห้องที่ไม่ได้ใช้ นานๆครั้งถึงจะเข้าไปทำความสะอาดเสียครั้งหนึ่งแก้ววางแผนว่ากลับมาคราวนี้จะทยอยทำความสะอาดห้องที่ไม่ได้ใช้รวมถึงจัดห้องเก็บของด้วย
พอใกล้ได้เวลาอาหารแก้วก็เก็บของที่แบกมาเสร็จพอดีจึงออกมาช่วยแม่น้อยทำกับข้าวอยู่ในครัว เมนูวันนี้เป็แกงเขียวหวาน ปลาทอดและน้ำพริกกะปิรวมถึงผักลวกตอนที่แก้วเข้ามาป้าน้อยกำลังทำแกงเขียวหวานเขาจึงอาสาทำน้ำพริกกะปิเองโดยมีแม่น้อยเป็คนชิมให้ในขณะเดียวกันลุงศักดิ์ก็ไปถางหญ้าอยู่หลังบ้าน
น้ำพริกกะปิทำไม่ยากแต่ที่ยากคือทำให้อร่อยนี่แหละ เขาเริ่มโขลกพริกขี้หนู พริกแดงรวมกับกระเทียมหอมแดง และน้ำตาลเล็กน้อย พอเข้ากันดีก็ใส่กะปิตามลงไปแล้วบีบมะนาวตำให้เข้ากันไม่นานพอเข้ากันดีจนได้เนื้อตามที่ชอบก็ใส่มะเขือพวงและน้ำอุ่นคนให้เข้ากันแล้วปรุงรสตามใจชอบ ใส่น้ำปลา น้ำตาล หรือมะนาวก็แล้วแต่คนกินว่าชอบรสไหนแต่เขาให้แม่น้อยปรุงเพราะเขาชิมจนลิ้นชาไปหมดแล้วพอได้ก็ตักเทใส่ถ้วยลายครามแล้วก็ไปลวกผักใส่เกลือลงไปในน้ำเล็กน้อยจะทำให้สีสดสวยแล้วนำมาล้างด้วยน้ำเย็นจึงจัดขึ้นสำรับพร้อมขึ้นโต๊ะ
ฝั่งแม่น้อยหลังทำแกงเสร็จก็ทอดปลาต่อข้าวที่หุงไว้ก็ได้พอดี แก้วเปิดหม้อดูก็ได้กลิ่นใบเตยลองฟุ้งออกมาแม่น้อยคงใช้น้ำใบเตยหุงแล้วก็ใช้ดอกอัญชันเพื่อแต่งสีเพราะข้าวในหม้อมีสีม่วงสวยเรียงเม็ดอย่างงดงามแก้วตักข้าวใส่โถ ก่อนจะปิดฝาแล้วยกไปวางที่โต๊ะกินข้าวพร้อมทั้งเตรียมจานช้อนส้อมไว้รอสำรับข้าว
พอดีกับที่ลุงศักดิ์ก็ขึ้นเรือนมาพอดีแม่น้อยก็เลยยกสำรับมาตั้งที่โต๊ะลุงศักดิ์เห็นดังนั้นก็รีบไปล้างเนื้อล้างตัวเพราะกลิ่นกับข้าวหอมๆทำให้กระเพาะของชายผู้ทำงานมาทั้งวันส่งเสียงประท้วงให้ดังลั่นเมื่อมาพร้อมหน้ากันแล้วก็เริ่มกินมื้อกลางวันกันอย่างเอร็ดอร่อยฝีมือแม่น้อยอร่อยเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนั้แ่จำความได้
“แม่น้อย แก้วว่าจะทำขนมขายเริ่มจากพวกลอยแก้วก่อน แม่น้อยว่าดีไหม”แม้พ่อและแม่จะส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือนก็จริง แต่แก้วก็รู้สึกว่างเกินไปเขาอยากจะทำขนมขาย แน่นอนว่าเริ่มจากอะไรที่ทำง่ายๆแต่อร่อยติดใจแน่นอน
“แล้วแต่คุณหนูเลยค่ะมีอะไรให้ป้าช่วยก็บอกได้เลย”
“งั้นก็เริ่มเลยไหมครับ่นี้มะปราง มะยงชิดกำลังออกลูกพอดีเลยเดี๋ยวแม่น้อยกับลุงศักดิ์ไปตลาดซื้อของให้แก้วหน่อยได้ไหมครับเดี๋ยวแก้วจะไปรื้ออุปกรณ์รอ”ชายหนุ่มเอ่ยปากสั่งการก่อนจะลุกเตรียมไปรื้อหาอุปกรณ์
“คุณหนูจะเอาอะไรเพิ่มนอกจากวัตถุดิบที่ทำไหมคะ”เมื่อเห็นดังนั้นหญิงชราก็รีบเอ่ยถามก่อนที่แก้วโกสุมจะเดินลับไป
“แม่น้อยซื้อพวกบรรจุภัณฑ์มาเลยก็ได้ครับพวกโลโก้เดี๋ยวแก้วทำเอง” พูดจบก็เดินไปหารื้ออุปกรณ์ในครัวด้วยความตื่นเต้นในขณะที่น้อยและศักดิ์เองก็เตรียมตัวออกไปซื้อของที่ตลาดของที่ต้องซื้อมีเป็มะยงชิดกับน้ำตาล แล้วก็กล่องที่เอาไว้ใส่ที่เห็นๆเขาขายกันกล่องก็ไม่ใหญ่มากแต่คุณหนูน่าจะชอบกล่องแบบเรียบๆให้เห็นขนมด้านในได้ชัดเจนมากกว่าเมื่อเลือกได้แล้วก็ออกจากบ้านตรงไปตลาดที่ห่างกันประมาณเกือบ1กิโล
ฝ่ายเ้าของบ้านขณะนี้ก็หาหม้อและมีทำริ้วเตรียมไว้รอของ ไม่นานแม่น้อยกับลุงศักดิ์ก็กลับมาแก้วคิดไว้แล้วว่าจะลงขายในแพลตฟอร์มออนไลน์จะได้ไม่ต้องจัดการหน้าร้านให้ยุ่งยากวันนี้คงยังไม่ได้ทำขาย แค่เพียงทำไว้ทานเองและลงภาพโปรโมทเท่านั้นมะยงชิดที่แม่น้อยซื้อมาก็2โลพอดีไม่ได้เยอะมากเมื่อเทียบกับระยะเวลาที่สามารถเก็บได้ผลไม้ลอยแก้วหากเก็บในตู้เย็นหรือช่องแช่แข็งก็เก็บได้นานพอตัว
แก้วโกสุมให้แม่น้อยล้างมะยงชิดในขณะที่ตัวเองก็ตั้งหม้อเคี่ยวน้ำเชื่อมกับใบเตยหอมที่เขาเก็บมาจากที่หลังบ้านพอได้ที่แล้วก็ปิดไฟแล้วตั้งทิ้งไว้ให้เย็นระหว่างนั้นเขาก็มาจัดการทำเป็ริ้วแล้วคว้านเมล็ดออกก็จะได้เป็มะยงชิดที่มีริ้วสวยงามพร้อมทานได้เลยไม่ต้องคายเมล็ดหากนำมาจัดจานก็สามารถทานได้เลย แต่เขาจะนำไปลอยแก้วให้เก็บได้นานขึ้นเป็การถนอมอาหารอีกแบบด้วย
แม่น้อยเองก็มานั่งทำกับเขาจนตอนนี้มะยงชิดที่ซื้อมาทั้งหมดก็ออกมาวางเรียงรายอย่างวิจิตรสวยงามมีทั้งริ้วเปลือกหอยแครง ริ้วหอยประกบ ริ้วตรง และข้าวหลามตัดแก้วโกสุมจัดการเรียงมะยงชิดในถ้วยลายครามก่อนจะตักน้ำเชื่อมใบเตยราดลงไปเสริมให้มองเห็นเป็ริ้วได้ชัดเจนขึ้นน้ำเชื่อมสีใสเคลือบอยู่บนลูกมะยงชิดสีส้มเหลืองเมื่อนำมาจัดวางบนถาดไม้สานประกบคู่กับมาลัยที่แม่น้อยร้อยไว้วางข้างกันพื้นหลังเป็ต้นไม้ที่ออกดอกสีขาวจนเต็มต้นภาพที่ออกมาจึงงดงามน่าหลงใหลเหมือนหลุดออกมาจากห้องเครื่องในวังหลวง
เมื่อได้ภาพที่พอใจแล้วแก้วก็กลับมานั่งบรรจุมะยงชิดที่เหลืออยู่ลงในกล่องฝาปิดแล้วนำไปแช่ในช่องแช่แข็งแก้วมีเมนูโปรดคือมะยงชิดลอยแก้วนี่แหละแต่เขามักจะนำไปแช่ให้แข็งแล้วค่อยมาขูดเป็เกล็ดน้ำแข็งกินตอนอากาศร้อนๆนี่ชื่นใจอย่าบอกใครเชียวส่วนในถ้วยที่ตักมาถ่ายรูปแก้วก็นำไปแช่แข็งทั้งแบบนั้น
ผ่านไป4ชั่วโมงมะยงชิดลอยแก้วที่แช่ไว้ก็แข็งตัวเป็น้ำแข็งแล้วแก้วนำมะยงชิดที่อยู่ในถ้วยลายครามออกมาวางทิ้งไว้ให้พอที่ขอบๆละลายแล้วหามุมถ่ายรูปอีกครั้งครั้งนี้ภาพออกเป็มะยงชิดที่ถูกทำริ้วอย่างงดงามฝังตัวอยู่ในใจกลางก้อนน้ำแข็งสีใสดูงดงามและน่าทานเป็อย่างมากเขาไม่รอช้าที่จะนำภาพที่ถ่ายไว้โพสต์ลงโปรโมทแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆแรกๆก็มีเพื่อนๆของเขาเข้ามากดไลก์และแชร์ให้เขาวางมือถือทิ้งไว้แล้วก็ได้เวลากินข้าวมื้อเย็นทำให้แก้วไม่ได้ทราบความเคลื่อนไหวในโซเชี่ยลอีกเลย
ฝากebook ด้วยนะคะะะ 149 บาทน้า
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMjQyNDU2MiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI0NjgzNyI7fQ
