ณ หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ที่อยู่ห่างไกลกับเมืองใหญ่พอสมควร เป็เพียงแค่หมู่บ้านชายป่าที่มีประชากรรวมกันเพียงแค่ไม่ถึงร้อยครัวเรือน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วผู้คนนั้นจะอาศัยขึ้นไปหาของป่าที่ทิวเขาไกลออกไปหลายสิบลี้ เพราะว่าดินแดนแถบนี้ไปนั้นค่อนข้างแห้งแล้งและมีดินที่ไม่อุดมสมบูรณ์เท่าไรนัก ทำให้ไม่ค่อยเหมาะแก่การเพาะปลูกหัวเผือกหัวมันเท่าไรนัก ความเป็อยู่ของผู้คนจึงลำบากมากพอตัวเลยทีเดียว
ถึงทิวเขาไกลออกไปหรือถ้าออกจากที่ดินผืนนี้ไปจะสามารถที่จะมีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีขึ้นได้ แต่ด้วยสำหรับพวกเขาทั้งหมดที่ดินผืนนี้เป็ที่ที่พวกเขาทุกคนอาศัยอยู่กันมาหลายชั่วอายุคน แม้ว่าจะไม่มีอะไรโดดเด่นมากมาย แต่พวกเขาก็สามารถมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยมาอย่างยาวนาน
หากไม่ใช่เพราะเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกเขาก็คงไม่ต้องลำบากเช่นนี้
ยังไม่รวมถึงเหล่าชายฉกรรจ์อีกหลายคนที่ต้องไปทิ้งชีวิตเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวแล้วด้วย สิริรวมแล้วสถานการณ์ของหมู่บ้านที่สุขสงบเช่นนี้ก็เริ่มจะไม่คอยดีมากนัก
จนกระทั่ง...
เมื่อราวๆ หนึ่งเดือนก่อนหรือนานกว่านั้น เริ่มมีผู้คนที่เดินขึ้นไปตามลำธารที่แห้งขอด ก็เริ่มพบเจอกับเด็กผู้หญิงมอมแมมตัวเล็กๆ ที่มาพร้อมกับหมาตัวเขื่องพันธุ์ไหนสักพันธุ์ที่พวกเขาไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน กำลังวุ่นอยู่กับการทำบางสิ่งบางอย่าง
ในคราแรกทั้งคู่นั้นต่างก็เป็ที่หวาดกลัวของคนในหมู่บ้าน แต่ยิ่งนานวันก็ความกลัวที่มีต่อเด็กน้อยก็ค่อยๆ จางหายไป จะเหลือก็แค่ความยำเกรงที่มีให้แก่เ้าหมาขนฟูจนปิดบังแม้แต่ดวงตา จนไม่สามารถบ่งบอกถึงอารมณ์ของมันได้เลย จะมีก็แต่ตอนที่มันแยกเขี้ยวเท่านั้นที่พวกเขารู้ว่าอีกฝ่ายเริ่มไม่เป็มิตรแล้ว
ส่วนสิ่งที่ทำให้เด็กหญิงค่อยๆ สนิทชิดเชื้อกับผู้คนในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ก็เป็เพราะในทุกๆ ครั้งที่นางพบเจอผู้คน นางก็จะมาพยายามมาพูดคุยไว้วานให้ทำบางสิ่งบางอย่างให้แก่นาง โดยแลกกับอาหาร
อาหาร...
ใช่แล้ว!
มันคือสิ่งที่ผู้คนในหมู่บ้านนี้ขาดแคลนมากที่สุด ทำให้แม้จะหวาดกลัวหรือหวั่นเกรงเพียงใด แต่เพียงแค่ไม่นานแทบจะทุกครัวเรือนในหมู่บ้านจะวนเวียนมายังที่ที่เด็กหญิงกับหมาตัวเขื่องอาศัยอยู่
เคยมีอันธพาลในหมู่บ้านพยายามที่จะเข้าไปปล้นเอาอาหารจากเด็กหญิง เพราะคิดว่านางต้องมีสมบัติบางอย่างที่สามารถเก็บอาหารได้มากมาย
แต่สุดท้ายก็ต้องจบลงด้วยการที่พวกมันทุกคนต้องเอาชีวิตมาทิ้งภายใต้คมเขี้ยวของเ้าหมาั์ที่สูงเกือบสองเมตร
แน่นอนว่าเมื่อมีคนตายย่อมมีคนกล่าวโทษต่อเด็กหญิงเป็ธรรมดา แต่นางก็พูดไปตามตรงว่าถ้าหากคนพวกนั้นไม่พยายามปล้นทำร้ายนาง เื่ราวมันก็คงไม่จบลงแบบนี้
จบลงตรงที่ผู้คนที่เป็ปฏิปักษ์ต่อนางไม่สามารถรับสิ่งใดๆ จากนางได้เลย แตกต่างจากเด็กๆ ในหมู่บ้านที่มักจะแวะเวียนมาเที่ยวเล่นที่นี่เป็ประจำ แล้วได้กินทั้งขนมทั้งน้ำหวานทั้งของแปลกๆ มากมายที่พวกเขาไม่เคยได้พบได้เห็นมันมาก่อนทั้งชีวิต
และนั่นก็เป็จุดเริ่มต้นของตำนานของเด็กหญิงผู้ใจดีกับหมาั์ของหมู่บ้านแห่งนี้ จนถึงขั้นมีบางคนสรรเสริญนางว่าเปรียบได้ดั่งเทพเซียน หรือแม้แต่ของขวัญที่์ประทานมาให้กับพวกเขาที่อดทนไม่ทอดทิ้งบ้านเกิด
และแน่นอนว่าเย่หัวไม่เคยรับรู้และต่อให้รู้นางก็ไม่คิดที่จะสนใจมันเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากเช้าวันนี้นางตื่นแต่เช้าล้างหน้าบ้วนปากแล้วออกจากเรือนมามองทุกสิ่งทุกอย่างของนาง ที่ถูกสร้างขึ้นในตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
“เดือนเดียว...” เสียงหวานใสรำพึงเบาๆ ออกมาในขณะที่มองทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆตัว “ยังไงก็เถอะเหลือจะเชื่อว่าทุกอย่างเกิดขึ้นในระยะเวลาแค่เดือนกว่าๆ ความแตกต่างของเวลามันยากจริงๆ ให้ตาย ไม่ชินสักที”
เพียงแค่ระยะเวลาแค่เดือนเดียวจากไม่มีอะไรเลยสักอย่างเดียว เย่หัวก็สามารถใช้อาหารที่มีอยู่อย่างไม่จำกัดนี้เอง สร้างบ้านขึ้นมาได้หลังหนึ่ง ด้วยเรี่ยวแรงของผู้คนมากหน้าหลายตา ที่แลกมาด้วยอาหารมากมายหลายร้อยจานชามที่เอาออกมาจากตู้เย็นของเ้าเพื่อนเก่าเ้าปัญหา
จนสามารถสร้างบ้านหลังไม่ใหญ่ไม่เล็กที่สร้างด้วยหินดินไม้ผสมเข้าด้วยกันแล้วมุงด้วยหญ้า พร้อมๆกับพื้นที่รอบๆ บ้านที่นางให้คนช่วยยกร่องที่ดินเอาไว้ั้แ่เมื่อวาน
“ตอนนี้มีบ้านแล้ว มีอาหารไม่จำกัด แล้วหลังจากนี้นอกจากทำสวนทำไร่แล้วจะทำอะไรต่อไปดี...” พูดแล้วก็หันไปหาเ้าเพื่อนเก่าในร่างใหม่ “ว่าไงสังเอาไงต่อดี”
“...” หมาตัวเขื่องเพียงแค่หันมามองเด็กหญิงร่างเล็กแค่ชั่วครู่ก่อนที่จะหมอบลงนอนตามเดิม
หะหะ
“สงสัยใกล้บ้าเต็มทีแล้วถึงได้คุยกับหมา” เด็กหญิงหัวเราะกับตัวเองเบาๆ นึกย้อนกลับไปในตอนแรกที่ตื่นมาเห็นหมาทิเบตันตัวใหญ่ั์เมื่อเทียบกับร่างของเด็กแบบขวบอย่างนาง ในตอนแรกก็ใไม่คิดว่ามันจะตัวโตขนาดนั้นในตอนที่อ่านจดหมาย แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่ทำร้ายนางแถมยังเชื่อเสียยิ่งกว่าเชื่อเท่านั้นนางก็พอจะโล่งใจได้เปราะหนึ่ง
และเ้า “สัง” ที่ตั้งตามชื่อเดิมของของเพื่อนเก่าสมัยนางยังสาวนี่เองก็เป็สิ่งหนึ่งที่ทำให้นางสามารถปรับตัวเข้ากับโลกนี้ได้เร็วขึ้น
ที่สำคัญที่สุดก็คือมันคอยช่วยปกป้องนางเสมอ หรือแม้แต่เล่นกับเด็กๆ ที่มาอยู่เป็เพื่อนนางอย่างไม่เกี่ยงงอน
“เอาเถอะ อย่างน้อยจากที่ไม่มีอะไรเลยก็ค่อยๆ เป็รูปเป็ร่างบ้างแล้ว เดี๋ยวค่อยกว่ากันอีกทีก็แล้วกัน”
......................
ตอนนี้ปูเื่คร่าวๆ ครบแล้วจ้า หลังจากนี้จะค่อยๆ เดินเื่ละเน้อ และถ้าหากนักอ่านชอบเื่นี้อาจจะยาวกว่าทุกๆ เื่ที่ผมเคยแต่งมา ยังไงก็เป็กำลังใจให้กันด้วยนะฮับ ยิ่งกำลังใจมาเยอะตอนใหม่จะยิ่งมาไวจ้า