ชายหนุ่มกับหญิงสาวซึ่งตอนนี้ร่างกายแนบชิดกันอย่างล่อแหลมในอ่างอาบน้ำ ตัวปลายฟ้าเองไม่มีอะไรปิดบังกายส่วนชารีฟเองยังดีที่นุ่งห่มผ้าผืนหนึ่งไว้ปกคลุมท่อนล่างเพราะต้องลงอ่างน้ำแบบไม่ทันตั้งตัวขณะนี้คนทั้งสองกำลังจ้องตากันอย่างลึกซึ้งเนิ่นนาน อย่างเผลอไผลแต่ทันใดนั้นกลับมีเสียงร้องเรียกชารีฟดังขึ้น ทำให้คนทั้งสองสะดุ้งตื่นจากภวังค์และกลับมามีสติอีกครั้ง
“ท่านชารีฟ ท่านชารีฟขอรับ” ฮาเซ็มะโเรียกนายเหนือหัวอยู่หน้ากระโจม นี่ถ้าไม่มีเื่ด่วนจริงๆ เขาคงไม่กล้ามารบกวนเ้านายเด็ดขาดเพราะเสี่ยงกับการหัวขาดชัดๆ
‘เ้าฮาเซ็ม หน็อยบังอาจนักนี่ถ้าไม่มีเื่ด่วนจริงๆละก็น่าดู’ ชายหนุ่มก้มลงไปหาปลายฟ้าซึ่งตอนนี้กำลังจ้องหน้าตัวเองนิ่งหน้าขาวนวลเนียนในตอนนี้แดงก่ำราวลูกตำลึงสุกเห็นแล้วมันน่าก้มไปสูดดมใกล้ๆให้ชื่นใจสักฟอดใหญ่ แต่ก่อนที่จะได้ทำอย่างใจคิด ชารีฟกลับได้ยินเสียงฮาเซ็มเรียกหาตนเองอีกครั้งคงเป็เื่ด่วนจริงๆไม่งั้นเ้าฮาเซ็มคงไม่กล้ารบกวนเวลาอันเป็ส่วนตัวของตนเองกับปลายฟ้า
“น่าเสียดายจริงๆแต่เราคงสวีทกันได้แค่นี้ล่ะนะ แล้วคืนนี้ค่อยมาต่อกันใหม่ รับรองไม่ขาดตอนแน่จ๊ะ”หลังจากพูดจบ ชารีฟก็ก้มลงจูบปลายฟ้าเบาๆทีหนึ่ง พร้อมขยับตัวอย่างอ้อยอิ่งเพื่อลุกออกไปจากอ่างอาบน้ำทิ้งให้ปลายฟ้านั่งเหม่อลอย ทบทวนเื่ที่เกิดขึ้นอยู่ในอ่างอาบน้ำเพียงลำพัง แต่ก็ไม่นานนักมีน่าซึ่งได้รับคำสั่งให้ดูแลปลายฟ้าอย่างใกล้ชิด ก็เข้ามาในกระโจมเพื่อมาทำหน้าที่ของเธอต่อ
“นายหญิงนายหญิงเ้าคะ” มีน่าเรียกปลายฟ้าที่กำลังเหม่อลอยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีคนเข้ามาในกระโจม
“อ้าวมีน่า เข้ามาั้แ่เมื่อไหร่จ๊ะ”ปลายฟ้ารู้สึกตัวพร้อมกับหน้าแดงขึ้นทันทีเมื่อนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ‘บ้าจังเรานึกถึงภาพเมื่อกี้อีกแล้ว’
“นายหญิงเป็อะไรไปรึเปล่าเ้าคะหน้าตาเนื้อตัวแดงไปหมด แย่แล้วแช่น้ำนานไปรึเปล่าเ้าคะ มีไข้รึเปล่าเ้าคะนายหญิงรีบขึ้นจากน้ำเถอะเ้าคะ เดี๋ยวมีน่าช่วยแต่งตัว แล้วจะไปตามหมอมารักษาให้นะเ้าคะ”มีน่าทำท่าร้อนรน ห่วงว่านายหญิงของเธอจะไม่สบาย
“เอ่อ ฉันไม่เป็อะไรหรอกจ๊ะมีน่าใจเย็นๆนะ สงสัยจะแช่น้ำนานไปน่ะ ฉันจะขึ้นแล้ว มีน่าช่วยฉันใส่ชุดพวกนั้นก็แล้วกันจ๊ะ”ปลายฟ้าชี้ไปที่ชุดพื้นเมืองซึ่งตัดเป็ชุดผ้าคลุมพลิ้วบางเบาสีฟ้าสดใสปักลวดลายด้วยไหมสีสวยเงาวับเป็เถาดอกไม้พันเกี่ยวกันอย่างงดงามที่ชายผ้าซึ่งยาวจรดพื้นคลุมทับเสื้อแขนกุดตัวสั้นเหนือสะดือ พร้อมกับกางเกงผ้าฝ้ายเบาสบาย จั๊มเข้าที่ข้อเท้าเพิ่มความทะมัดทะแมงให้กับผู้สวมใส่จบท้ายด้วยเข็มขัดผ้าไหมปักลายดอกไม้งดงามคาดทับเสื้อคลุมตัวนอกให้เข้ารูปกระชับให้เห็นรูปร่างโปร่งบางของผู้สวมใส่
“นายหญิงสวมชุดนี้แล้วดูงดงามมากเ้าค่ะนี่ถ้ามีเครื่องประดับข้อมือ สร้อยคอ สร้อยข้อเท้าสวยๆเพิ่มเติมอีกนิด ใครๆเห็น ต้องคิดว่านายหญิงเป็เ้าหญิงพลัดถิ่นมาแน่ๆเลยค่ะ” มีน่าเอ่ยชมปลายฟ้า ซึ่งในขณะนี้เธอกำลังหมุนตัวสำรวจตัวเอง ที่ดูไม่คุ้นเคยด้วยชุดพื้นเมืองของชาวทะเลทรายในกระจก ‘ชุดนี้ใส่สบายดีจังไม่เหมือนชุดเมื่อคืน สบายก็จริงแต่เกือบจะโป๊เลยนะนั่นทำไมถึงหาชุดนอนได้น่ากลัวขนาดนั้นก็ไม่รู้วันนี้ใส่ชุดแบบนี้นอนดีกว่าดูปลอดภัยดีแฮะ’ ชุดที่ปลายฟ้าใส่นอนเมื่อคืนคล้ายชุดเสื้อคลุมตัวนอกอย่างที่เธอสวมใส่อยู่ขณะนี้ แต่เนื้อผ้าหนากว่าเพราะใช้สวมใส่คลุมร่างกายเพียงชั้นเดียวเหมือนเสื้อคลุมอาบน้ำมีเพียงสายรัดเอวเส้นเล็กๆเท่านั้นช่วยรัดกระชับตัวเสื้อกับรูปร่างผู้สวมใส่เพื่อสะดวกสบายในการนอน
“ขอบใจจ๊ะมีน่าว่าแต่วันนี้เ้านายมีน่าบอกรึเปล่าว่ าฉันจะต้องไปทำอะไรบ้าง” ปลายฟ้าลองถามมีน่า เพราะหลังจากรับรู้เื่ราวจากชารีฟเมื่อคืน เธอก็ไม่แน่ใจในชะตาชีวิตของตัวเองเลย
“วันนี้ เราจะย้ายขบวนไปยังโอเอซิสคาซาบัสเ้าคะ”มีน่าตอบยิ้มแย้ม
“โอเอซิสคาซาบัสทำไมต้องย้ายไปที่นั่นละจ๊ะ” ปลายฟ้าถามอย่างสนใจ
“ท่านชารีฟบอกว่าที่นั่นจะเป็จุดหมายแรกที่จะพานายหญิงไปเ้าค่ะ”
‘จุดหมายแรกหมายความว่ายังไงกันนะ หรือว่าตานั่นจะยอมทำตามกำหนดการเดิม แต่นั่นสินะ เขาบอกไว้แล้วนี่ว่าจะทำตามกำหนดการเดิม มีแต่เป้าหมายเท่านั้นที่ต่างออกไป นายนั่นมันโจรชัดๆ’ปลายฟ้าคิดในใจ ‘เราต้องหาทางหนีแล้วสืบให้ได้ว่าเื่ที่ตานั่นพูดเมื่อคืนมันเป็ยังไงกันแน่คุณพ่อไปรู้จักกับผู้นำแคว้นนี้ได้ยังไงกัน แล้วพระคู่หมั้นอะไรนั่นมันเป็ไปได้เหรอตานั่นต้องเข้าใจอะไรผิดไปแน่ๆ’
“มีน่าเ้านายของมีน่าเป็ใครกันแน่ แล้วชนเผ่าของมีน่าทำอาชีพอะไรกันบ้างจ๊ะนอกเหนือจากทำน้ำมันหอมสกัด”ปลายฟ้าเริ่มถามหาข้อมูลจากมีน่า
“คุณชารีฟเป็ท่านผู้นำเ้าค่ะพวกเราเร่ร่อนไปตามทะเลทรายพร้อมกับเลี้ยงม้า เลี้ยงอูฐ ส่งขายให้กับพ่อค้าในเมืองเ้าค่ะฝ่ายผู้หญิงก็ทำน้ำมันหอมสกัดที่หามาได้ ส่งไปที่ตลาดหลักแล้วตอนนี้ก็มีการนำเที่ยวทะเลทรายเป็รายได้เสริมเข้ามาอีกทางด้วยเ้าค่ะ”มีน่าตอบคล่องแคล่ว
‘ท่านผู้นำคงหมายถึงผู้นำเผ่าสินะฟังจากที่มีน่าเล่ามาเหมือนกับเธอไม่รู้เื่อาชีพเสริมที่พวกผู้ชายพวกนี้ทำเลยแฮะนายนั่นเบื้องหน้าขาวสะอาด แต่เื้ันี่รับไม่ได้จริงๆฮาเซ็มกับผู้ชายในเผ่าคงรู้เื่นี้ ฟังดูอาชีพที่พวกเขาทำ ก็น่าจะทำให้เผ่าอยู่ไปได้ไม่ขัดสนอะไรแต่ท่าทางนายนั่นจะไม่รู้จักพอ เลยต้องทำอาชีพเสริม จับตัวคนเรียกค่าไถ่เนี่ยแย่จริงๆเลย’
“แล้วเคยมีนักท่องเที่ยวมาท่องทะเลทรายกับเผ่าของมีน่าก่อนหน้านี้บ้างรึเปล่าจ๊ะ”
“ไม่มีเ้าค่ะเพิ่งมีนายหญิงเป็คนแรกช่างน่าดีใจจริงๆที่นักท่องเที่ยวคนแรกที่เข้ามาในเผ่าเรากลับกลายเป็คนสำคัญของเผ่ามีน่าดีใจจริงๆเ้าค่ะ” มีน่ายิ้มอย่างมีความสุข
“คนสำคัญอะไรกันจ๊ะฉันไม่ได้เป็อะไรกับเ้านายของมีน่าสักหน่อย ก็แค่มีเื่จำเป็บางอย่างทำให้ฉันต้องอยู่ในสภาพนี้”ปลายฟ้ารีบปฏิเสธ
“ไม่จริงหรอกค่ะนายท่านให้ความสำคัญกับนายหญิงมากนะคะ ถึงขนาดไปรับตัวนายหญิงด้วยตัวเองแล้วยังเป็ผู้นำเที่ยวในครั้งนี้ด้วย นายท่านบอกว่าโชคชะตาทำให้นายหญิงต้องมาที่นี่”มีน่าเล่าให้ปลายฟ้าฟังถึงเื่ราวก่อนหน้าที่เธอจะมาที่นี่ “นานๆนายท่านถึงจะแวะมาที่เผ่าเพื่อเยี่ยมเยียนคนของเราพร้อมกับเอาข้าวของเครื่องใช้จำเป็ต่างๆมาให้แต่ครั้งนี้นายท่านกลับร่วมเดินทางมากับเราด้วย เพราะนายหญิงแท้ๆ เลยเ้าค่ะ”
“อะไรกันจ๊ะแล้วปกติเ้านายของมีน่าไม่ได้อยู่ที่เผ่าหรอกเหรอ” ปลายฟ้าเลียบเคียงถามหาข้อมูลไปเรื่อยๆ
“ไม่เ้าค่ะปกตินายท่านพักอยู่ที่…” มีน่ากำลังจะเล่าให้นายหญิงของเธอฟังต่อแต่กลับมีเสียงขัดขึ้นซะก่อน
“มีน่า มัวทำอะไรอยู่พาคุณปลายฟ้าออกไปทานอาหารเช้าได้แล้ว เดี๋ยวเราต้องเดินทางกันอีกไกลนะ” ชารีฟเข้ามาพอดี หยุดการให้ข้อมูลต่างๆที่ปลายฟ้าอยากรู้ไว้เพียงแค่นั้น
‘เอาน่าคิดว่ายังมีเวลาอีกเยอะ พอที่จะสืบถามอะไรจากมีน่าได้มากกว่านี้ แน่ๆ’ ปลายฟ้าคิดในใจอย่างมาดหมายไว้ ว่าเธอจะคอยเก็บเกี่ยวข้อมูลต่างๆของชารีฟให้มากที่สุด เพื่อจะได้คิดหาทางออกหาทางหนีทีไล่หรือใช้ในการเจรจาต่อรองในครั้งต่อไป
“ขอโทษเ้าค่ะ มีน่าจะพานายหญิงไปเดี๋ยวนี้ละค่ะเชิญค่ะนายหญิง” มีน่ารีบนำปลายฟ้าออกไปทันทีโดยมีสายตาของชารีฟมองตามไปอย่างครุ่นคิด‘เมื่อครู่ปลายฟ้าคงจะหลอกถามข้อมูลกับมีน่าสินะแต่เด็กฉลาดๆอย่างมีน่าคงรู้ละว่าต้องทำอะไร ก็น้องสาวฮัดซันกับฮาเซ็มนี่นาฉลาดพอๆกับพี่ชายนะแหละ’ แท้จริงแล้วมีน่าเป็น้องสาวคนเล็กของฮัดซันกับฮาเซ็มเป็บุตรีที่เกิดจากภรรยาคนที่สองของท่านซาเร็มซึ่งมีบุตรอีกครั้งเมื่ออายุมากแล้วท่านซาเร็มและพวกพี่ๆจึงตามใจเด็กคนนี้นักจริงๆแล้วมีน่าเรียนอยู่ที่มหาลัยในตัวเมืองจามาล แต่ตอนนี้เป็่ปิดภาคเรียนมีน่าจึงกลับมาบ้านและรับรู้เื่ราวที่ชีคชารีฟากำลังจะทำจึงอาสามาด้วย ชีคชารีฟาก็ไม่ได้ห้ามอะไรดีซะอีกที่มีคนสนิทไว้ใจได้มาคอยดูแลปลายฟ้า
“มีน่าโอเอซิสคาซาบัสอยู่ไกลมากเหรอจ๊ะ ทำไมทุกคนดูรีบร้อนกันจัง” ปลายฟ้าถามด้วยความสงสัยในขณะที่มองสำรวจเพื่อนร่วมคณะที่ช่วยกันจัดเก็บข้าวของอย่างขะมักเขม้น
“สำหรับพวกเาาวทะเลทรายถือว่าไม่ไกลหรอกเ้าค่ะนายหญิง แค่ชั่วเวลาตะวันลับขอบฟ้า แล้วโผล่พ้นมายามย่ำรุ่งก็ถึงแล้วค่ะแต่ที่รีบเก็บของเดินทางกันแต่เช้า เพราะนายท่านอยากพานายหญิงไปแวะพักที่หนึ่งก่อนเ้าคะจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป” มีน่าหยุดไว้แค่นั้นอยากให้นายหญิงคนสวยได้ไปเห็นจุดแวะพักที่นายท่านตั้งใจพาไปชื่นชมให้ทันเวลาตะวันลาขอบฟ้า
“เ้านายมีน่าอ่ะนะกลัวฉันจะเหนื่อย มีแต่จะแกล้งให้เหนื่อยมากขึ้นละไม่ว่า” ก็เล่นทำให้ใจเต้นตุ๊มๆต่อมๆตลอดเวลาที่อยู่ใกล้แบบนั้นน่ะ
“นายท่านเป็ห่วงนายหญิงจริงๆนะเ้าคะไม่งั้นคงไม่พาไปที่ เอ่อที่พักกลางทางเพราะเป็ห่วงว่าอากาศจะร้อนเกินไป นายหญิงจะทนไม่ไหวนะเ้าค่ะ”มีน่ารีบพูดเข้าข้างนายท่านของตนทันที
“เอาละจ๊ะๆ ฉันไม่เถียงด้วยแล้วล่ะจะรีบไปไหนกันก็ไปกันเถอะ ฉันพร้อมแล้วล่ะ” ปลายฟ้าพูดตัดบทเพราะดูท่าทางมีน่าจะรักและเทิดทูนนายท่านของตัวเองเหลือเกิน ‘นี่ถ้าไม่เห็นว่ามีน่าเป็เด็กดีนะ ป่านนี้ฉันแฉนายให้มีน่าฟังแล้ว นี่ดูท่าทางมีน่าจะไม่รู้เื่อะไรเลยแถมยังเทิดทูนตาบ้านั่นมากด้วยถ้าเราบอกไปเด็กจะเสียใจเปล่าๆ’
“ว๊าวว มีน่านี่ฉันจะได้นั่งอูฐตัวเป็ๆเลยใช่ไหมเนี่ย ดีใจจัง” ดูเหมือนปลายฟ้าจะลืมตัวไปชั่วขณะว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ไหนแต่ก็ถือเป็ข้อดีอีกข้อหนึ่งของปลายฟ้า ที่มักจะไม่หมกมุ่นกับเื่แย่ๆที่คอยบั่นทอนกำลังใจของตัวเองกลับมองหามุมมองใหม่ๆให้ชีวิตสดใสได้เสมอ ในเมื่อทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ก็ใช้ชีวิตให้มีความสุข แล้วก็คุ้มค่าที่สุดก็แล้วกัน
“ดีใจว่าจะได้นั่งบนหลังเ้าอูฐตัวนี้หรือดีใจที่จะได้นั่งไปกับผมกันแน่” ชารีฟเดินเข้ามาพร้อมส่งสายตากรุ้มกริ่มมาที่ปลายฟ้า
“นายว่าอะไรนะทำไมฉันต้องนั่งไปกับนายด้วยอูฐมีตั้งหลายตัว หรือถ้าไม่มีจริงๆฉันนั่งไปกับมีน่าก็ได้”ปลายฟ้ารีบปฏิเสธพร้อมถอยห่างจากชารีฟทันที
“ไม่ได้มีน่าต้องนั่งไปกับฮาเซ็ม เพราะมีน่ายังควบคุมอูฐไม่ได้ดีนัก เดี๋ยวจะเป็อันตรายเอ๊หรือว่าคุณอยากไปนั่งกับฮาเซ็มให้เป็ขี้ปากคนอื่นเขาว่ากลางคืนนอนอยู่กับอีกคน กลางวันก็จะไปทำใกล้ชิดกับอีกคนหนึ่ง” ชารีฟพูดเพราะรู้สึกหงุดหงิดที่ปลายฟ้าทำท่าเหมือนกับรังเกียจตัวเองนักหนา
“นาย นายมันปากร้ายใจทรามเลวที่สุด ฉันยอมเดินไปดีกว่าต้องไปนั่งบนอูฐตัวเดียวกันกับนายเชิญนายไปปากเสียใส่อูฐไป” ‘มันคงไม่ถือสาเพราะฟังนายไม่รู้เื่แต่ถ้ารู้เื่ก็ขอให้มันดีดนายตกลงมาให้เดี้ยงไปเลย’ ปลายฟ้าได้แต่คิดในใจไม่กล้าพูดออกไป
“ให้นั่งบนหลังอูฐสบายๆไม่ชอบอยากจะเดินนักก็ตามใจ ฮาเซ็มไปเถอะออกเดินทางกันได้แล้วมัวเสียเวลากับเื่ไม่เป็เื่ ถึงที่หมายช้ากันพอดี อ้อแล้วก็ห้ามใครให้นายหญิงขึ้นขี่อูฐเป็อันขาดนายหญิงของพวกเ้า อยากจะเดินชมทะเลทราย ก็ตามใจเขาหน่อย” ชารีฟพูดจบก็ขึ้นบนหลังอูฐบังคับให้มันเดินหน้าไปทันทีโดยไม่คิดจะหันกลับมามองหญิงสาวอีก‘ในเมื่อรังเกียจกันนัก ก็เชิญเดินซะให้พอใจก็แล้วกัน’
“เฮ้อนายหญิงของเ้านี่ช่างดื้อรั้นจนได้เื่นะมีน่า” ฮาเซ็มก้มหน้าลงไปพูดกับน้องสาวซึ่งทำท่าจะลงไปดูแลนายหญิงของตนแต่ถูกฮาเซ็มห้ามไว้ “หยุดนะมีน่าพี่รู้ว่าเ้าห่วงคุณปลายฟ้า แต่อย่าเข้าไปยุ่งจะดีกว่า คำสั่งของท่านชารีฟคำไหนต้องเป็คำนั้น” ฮาเซ็มพูดทั้งที่ใจจริงก็เป็ห่วงปลายฟ้าเช่นกัน
“โธ่พี่ฮาเซ็มก็นายท่านน่ะใจร้ายชะมัด ถึงคุณปลายฟ้าจะมีสายเืจามาลครึ่งหนึ่ง แต่เธอไปอยู่ต่างประเทศั้แ่ยังเด็กจะทนสภาพอากาศแบบนี้ได้ยังไงกันละคะ” มีน่าพูดด้วยความสงสารนายหญิง
“เอาน่า นายท่านของมีน่าคงไม่ใจร้ายนักหรอกลองดูต่อไปละกันอย่าลืมสิว่าคุณปลายฟ้าเป็คนสำคัญของพวกเรารวมทั้งนายเหนือหัวท่านพ่อของนายท่านด้วยนะท่านคงไม่ปล่อยให้คุณปลายฟ้าเป็อะไรไปง่ายๆหรอก” ฮาเซ็มพูดพร้อมสั่งอูฐของตนและพวกพ้องให้ออกเดินทางกันทันที
“ไอ้โจรบ้าใจร้ายนี่นายจะปล่อยให้ฉันเดินไปจริงๆเหรอเนี่ย คนบ้า” ปลายฟ้าพูดพร้อมกับรีบเดินตามขบวนของชารีฟไปทันทีเธอจะรู้รึเปล่าว่าขบวนพ่อค้าเร่ขบวนนี้คงเป็ขบวนอูฐที่เดินทางได้ช้าที่สุดในแผ่นดินจามาลเลยก็ว่าได้เพราะผู้นำขบวนคอยแต่จะชะลอฝีเท้าอูฐ คอยคนตัวเล็กข้างหลังอยู่ตลอดจนเดินไปได้สักระยะ พระอาทิตย์ขึ้นตรงหัวพอดี ชารีฟจึงได้ชะลอฝีเท้ามาอยู่รั้งท้ายขบวนคนตัวเล็กที่กำลังก้มหน้าหลบไอแดด เริ่มทรงตัวไว้ไม่อยู่แต่ก็ยังมุ่งมั่นเดินต่อไปโดยไม่ได้เฉลียวใจว่ามีอูฐพร้อมคนตัวใหญ่เข้ามาอยู่ใกล้ๆสุดท้ายปลายฟ้าที่ไม่คุ้นเคยกับอากาศและสถานที่ก็ทนไม่ไหว สติดับวูบไป ทั้งๆที่กำลังเดินอยู่ ดีที่ชารีฟคว้าตัวไว้ได้ทันอุ้มปลายฟ้าขึ้นมาไว้ข้างหน้าบนอูฐตัวเดียวกันจนได้
‘นึกว่าจะเก่งสักแค่ไหนเดินได้ไม่เท่าไหร่ก็เป็ลมล้มพับไปซะแล้ว ถ้าปล่อยทิ้งไว้ในทะเลทรายไม่ทันข้ามวันคงได้กลายเป็เหยื่อให้แร้งกาแถวนี้กินเล่นซะกระมัง ดูสิรูปร่างก็บอบบางตัวเล็กนิดเดียวยังทำเป็อวดเก่ง’ ชารีฟนึกในใจพร้อมกับก้มมองคนตัวเล็กข้างหน้าด้วยสายตาอ่อนโยน
“นี่คุณคุณตื่นได้แล้ว จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน ฟ้าปลายฟ้า”ชารีฟ เรียก ปลุกคนขี้เซา
“อื้มม อะไรกัน ง่วงจังเลยยังไม่ตื่นได้ไหมคะ ขออีกสิบนาทีนะ” ปลายฟ้างัวเงีย ตอบออกไปโดยลืมสถานภาพความเป็จริงในปัจจุบัน ยังหลงละเมอ ยังไม่ตื่นจากความฝัน
“กวนอะไรนี่แม่คุณบนหลังอูฐแท้ๆยังหลับได้สนิทขนาดนี้ นับว่ามีความสามารถจริงๆนะเนี่ย”ชารีฟพูด นึกเอ็นดูคนที่อยู่ในอ้อมแขนนัก เมื่อคืนคงระแวงจนนอนไม่หลับละสิท่าคราวนี้เลยหลับซะเต็มที่
“อูฐอูฐอะไรกันนี่มันเตียงฉันนะ เฮ้ย ว๊ายยยฉันมาอยู่นี่ได้ยังไงกันเนี่ย แล้วนายนายทำอะไรฉันหา ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ โจรลามกฉวยโอกาส” ปลายฟ้าดิ้นไปมาเมื่อพบว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอ้อมกอดของโจรบ้าใจร้ายที่สำคัญไม่รู้ว่าอยู่แบบนี้มานานแค่ไหนแล้วด้วย ‘เอ๊ะแล้วคนอื่นไปไหนกันหมดล่ะเนี่ย’ปลายฟ้าเริ่มสังเกตบริเวณโดยรอบ เธอรู้สึกได้ว่าพื้นที่ทะเลทรายแห่งนี้พิเศษกว่าที่อื่นๆเม็ดทรายบริเวณนี้มีสีสันแปลกตาดูงดงามนัก เม็ดทรายดูละเอียดกว่าสถานที่อื่นๆที่เธอเคยเจอดูแวววาวแถมมีสีออกชมพูระยิบระยับยามต้องแสงอาทิตย์ ซึ่งกำลังจะลาลับขอบฟ้า งดงามเหนือคำบรรยายจนปลายฟ้าเผลออิงแอบแนบแผ่นหลังไปกับโจรบ้า ที่ตอนนี้หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็จังหวะทะเลทรายแห่งนี้ว่างดงามยิ่งแล้วแต่หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้ากลับงดงามยิ่งกว่า ราวเทพธิดาในภาพวาดทั้งสองคนต่างเผลอไผลมองในสิ่งต้องตาต้องใจกันไปคนละอย่างด้วยความเพลิดเพลิน จวบจนกระทั่งแสงยามอัสดงพากันลาลับขอบฟ้าไป เพื่อให้ท้องฟ้าที่ดำดุจเดียวกับกำมะหยี่ผืนงามแต่งแต้มด้วยดวงดารา ดั่งเพชรพลอยล้ำค่านับหมื่นนับแสนได้อวดแสงแข่งกันให้ผู้คนได้ชื่นชม