ตอนนี้ ถังเป่า กำลังเผชิญกับการตัดสินใจที่สำคัญอย่างยิ่ง
พี่ชายคนที่สองถามนางว่า "ถังเป่าชอบพี่ใหญ่? แล้วพี่รองล่ะ?"
พี่ชายคนโตถามนางว่า "ชอบพี่รองมากขนาดนั้นเลยหรือ? แล้วพี่ใหญ่ล่ะ?"
คำถามนี้ทำให้เ้าก้อนแป้งน้อยเกิดความสับสนขึ้นมาทันที พี่ชายทั้งสองคนต่างถามนางว่า ชอบใครมากกว่ากัน...
มันเหมือนกับมีคนถามถังเป่าว่า เ้าชอบน้ำเต้าหู้รสหวาน หรือชอบน้ำเต้าหู้รสเค็มมากกว่ากัน?
แต่ถังเป่าชอบพี่ชายทุกคนเลยนี่นา!
นางมองไปที่องค์ชายใหญ่อวิ๋นถีทางด้านซ้าย แล้วมองไปที่รัชทายาทอวิ๋นเหรินทางด้านขวา
ทั้งสองคนต่างจ้องมองนางตาแป๋ว
ทันใดนั้น ในหัวของถังเป่าก็เกิดประกายความคิดขึ้นมา!
"ถังเป่า ชอบท่านพ่อที่สุดเลย!!"
พี่ชายมีเยอะเกินไป ถังเป่าเลือกคนที่ชอบที่สุดไม่ได้จริง ๆ แต่ท่านพ่อมีเพียงคนเดียวเท่านั้น!
ถังเป่าภูมิใจในสมองน้อย ๆ อันชาญฉลาดของตนเองจนแทบจะทนไม่ไหว อยากจะจุมพิตสมองน้อย ๆ ของตนเองจริง ๆ !
คิดแล้วก็ทำทันที ถังเป่าทำปากจู๋แล้ว "จุ๊บ" ลงบนฝ่ามือตัวเองคำโต จากนั้นก็นำฝ่ามือที่เปี่ยมไปด้วยรอยจุมพิตแห่งความชื่นชมนั้น กดลงบนหน้าผากของตนเองอย่างแรง
เฮ้ ถังเป่า เสี่ยวเป่าเป้ย เ้าเก่งจริง ๆ เลย!
องค์ชายใหญ่ "..."
รัชทายาท "..."
เพียงแค่มองท่าทางที่ดูเบิกบานใจของถังเป่า ผู้ใหญ่ทั้งสองคนมีหรือจะดูไม่ออก เ้าก้อนแป้งน้อยคนนี้เห็นชัดว่า้าความยุติธรรมจนเกินไป เมื่อเลือกไม่ได้จริง ๆ จึงทำได้เพียงเลือกท่านพ่อ
องค์ชายใหญ่ คิดในใจว่า วันนี้เขาเพิ่งจะได้เจอเ้าก้อนแป้งน้อยเป็ครั้งแรก แต่นางกลับจัดให้เขาอยู่ในระดับเดียวกับเ้าเด็ก อวิ๋นเหริน แบบนี้ไม่ขาดทุนเลย!
ส่วนรัชทายาทนั้นยิ่งรู้สึกจนปัญญา ยิ่งกว่าเ้าทื่ออย่างหัวหน้าโจรเสียอีก ทั้งที่เขาได้เจอถังเป่าก่อนแท้ ๆ แต่กลับไม่ได้เป็ที่หนึ่งในบรรดาพี่ชายเลยหรือ?
"จริง ๆ เลย เสียดายที่ข้าเอ็นดูเ้ามาก!" อวิ๋นเหรินยื่นมือออกไปแตะหน้าผากของถังเป่า พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความจนใจแต่แฝงไปด้วยความรักใคร่
"เฮ้ เ้าไม่รักถังเป่าก็ไม่เป็ไร พี่ใหญ่รักถังเป่า!" อวิ๋นถีรีบปัดมือของ อวิ๋นเหริน ออกทันที แล้วตรวจสอบอย่างละเอียด เมื่อยืนยันว่าหน้าผากของถังเป่าไม่ได้ถูกกดจนเป็รอย จึงกลอกตาแล้วพูดอย่างโอ้อวด
จากนั้นยังหันมาทวงคำยืนยันจาก ถังเป่า "ถังเป่าเอ๋ย เ้าว่าจริงไหม?"
"ไม่ ๆ ๆ !"
ใครจะคาดคิดว่าถังเป่าส่ายหัวอย่างลนลาน "พี่รองก็ชอบเหมือนกัน!"
"พี่ใหญ่ พี่รอง พี่ชายทั้งหมด... พี่ชายทั้งหมดชอบหมดเลย!"
เ้าก้อนแป้งน้อยช่างโลภเสียจริง แค่พี่ชายคนเดียวไม่พอ พี่ชายทุกคนที่นางเคยเจอ ห้ามหลุดพ้นไปจากเงื้อมมือของนางเด็ดขาด!
ทันใดนั้น อวิ๋นเหรินและอวิ๋นถีก็สลับความรู้สึกกันทันที
คนหนึ่งหัวเราะออกมาอย่างสะใจ ส่วนอีกคนรอยยิ้มแข็งค้าง ทำตัวไม่ถูก
ส่วนจักรพรรดิคังซีที่ได้ยินเหลียงจิ่วกงเล่าเื่นี้ให้ฟัง ก็หัวเราะตามไปด้วย
"ถังเป่าเฉลียวฉลาดเช่นนี้ ไม่รู้ว่าเหมือนใครกันนะ!"
เหลียงจิ่วกงยิ้มประจบจักรพรรดิคังซี "ย่อมต้องเหมือนฝ่าา แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!"
...
หลังจากเล่นกับถังเป่าได้ครู่หนึ่ง พี่ชายทั้งสองคนก็ขอตัวลากลับก่อน
องค์ชายใหญ่มีงานต้องทำไม่น้อย ที่วันนี้สามารถแอบเข้ามาในวังได้ก็เพราะเขาอยากรู้สถานการณ์ของรัชทายาทมากจริง ๆ ตอนนี้เมื่อรู้ว่าเป็ข่าวปลอม เขาย่อมไม่อยู่ต่อ
"ถังเป่าเอ๋ย คราวหน้าพี่ใหญ่จะพาเ้าออกไปเที่ยวนอกวัง ไปหาพี่สะใภ้ของเ้า และหลานสาวตัวน้อยอีกสามคนดีหรือไม่?"
ถังเป่าพยักหน้าอย่างแรง "ดี~ พี่ใหญ่ห้ามลืมมารับถังเป่านะ!"
พี่น้องทั้งสองคนเกี่ยวก้อยสัญญากันตามระเบียบ
ส่วนรัชทายาทเขาย่อมต้องรีบฉวยโอกาสจับตัวคนที่คิดปองร้ายเขาออกมาให้ได้ มิเช่นนั้นคงเสียแรงที่ถังเป่าเตือนเขา รวมถึงความลำบากที่เ้าก้อนแป้งน้อยต้องเผชิญกลางดึก!
โชคดีที่ถังเป่าก็น่ารักและรู้ความมาก เมื่อได้ฟังคำอธิบายอย่างละเอียดของอวิ๋นเหริน นางก็เกี่ยวก้อยกับอวิ๋นเหรินเช่นกัน
"พี่รองต้องระวังตัวด้วยนะ!"
"ตกลง" ในใจของอวิ๋นเหรินรู้สึกอบอุ่นราวกับมีเตาผิงเล็ก ๆ อยู่ในอก ทำให้เขาไม่รู้สึกถึงลมหนาวที่พยายามจะพังประตูหัวใจของเขาเพื่อกรูกันเข้ามาเลย
"มิน่าเล่าคนถึงบอกว่า ลูกสาวคือเสื้อนวมตัวน้อยของบิดา!" อวิ๋นเหริน คิดอย่างครุ่นคิด
เมื่อพี่ชายทั้งสองคนกลับไปทำงาน ถังเป่า เขย่งเท้าเล็ก ๆ เกาะหน้าต่างมองแผ่นหลังของพวกเขาที่ค่อย ๆ หายลับไปจากสายตา
แม้จะรู้สึกเหงาเล็กน้อย แต่นางคือถังเป่าที่เก่งที่สุด จะไปรบกวนพี่ชายทำงานสำคัญไม่ได้เด็ดขาด!
"กู้กงกง" ถังเป่า นึกอะไรขึ้นได้ จึงหันไปถามกู้เวิ่นสิง "ท่านพ่อล่ะ?"
กู้เวิ่นสิงเดาความคิดของถังเป่าออก "ฝ่าากำลังตรวจฎีกาพ่ะย่ะค่ะ เป็เื่ที่เหล่าขุนนางจากทั่วประเทศรายงานให้ฝ่าาทรงทราบ เพื่อให้ฝ่าาทรงตัดสินใจ ในแต่ละวันฝ่าาต้องใช้เวลามากมายในการจัดการฎีกาเหล่านี้พ่ะย่ะค่ะ"
"ดังนั้น ท่านพ่อก็กำลังยุ่งอยู่..." ถังเป่ารู้สึกผิดหวังทันที
กู้เวิ่นสิงมองดูท้องฟ้าด้านนอก "องค์หญิงสิบสี่ นอนพักสักครู่ดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ? เด็ก ๆ ต้องนอนให้มากถึงจะโตไว ๆ นะพ่ะย่ะค่ะ"
"งั้นก็ได้"
ถังเป่าลูบผมตัวเองแล้วลูบพุงน้อย ๆ ของตนเอง จากนั้นก็ยื่นมือออกไปอย่างว่าง่าย ให้กู้เวิ่นสิงจูงมือขึ้นเตียง
ผลปรากฏว่าถังเป่าที่ปากบอกว่าไม่ง่วง พอขึ้นเตียงได้ไม่ทันที่กู้เวิ่นสิงจะหันหลังกลับ นางก็หลับปุ๋ยเหมือนลูกหมูน้อย หลับสนิทจนไม่รู้เื่รู้ราว
ภาพนั้นทำให้โกวหงและไหวหลันที่กำลังห่มผ้าให้ถึงกับหัวเราะออกมา โกวหงวางตุ๊กตาผ้าเสือน้อยตัวโปรดของถังเป่าไว้ข้างหมอนของนาง
ขณะที่จักรพรรดิคังซีตรวจฎีกาชุดหนึ่งเสร็จ ก็พลันนึกถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมาได้
"ชื่อจริงของถังเป่าชื่อว่าอะไร?"
เหลียงจิ่วกงที่กำลังฝนหมึกอยู่ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
"เป็ความสะเพร่าของบ่าวพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงสิบสี่... ยังไม่มีชื่ออย่างเป็ทางการพ่ะย่ะค่ะ"
เหงื่อเย็น ๆ "ซู่" ไหลซึมออกมาจากแผ่นหลังของเหลียงจิ่วกงทันที
ชื่อเล่น ‘ถังเป่า’ ได้ยินว่าหยวนกุ้ยเหรินเป็คนตั้งให้ โดยบอกว่าแม้จะเกิดในตำหนักเย็น แต่หวังว่านางจะมีชีวิตที่หวานชื่นเหมือนลูกกวาด
เพ้ย นี่มันไร้สาระชัด ๆ !
มารดาแบบไหนถึงใจดำปล่อยให้ลูกของตนเติบโตในตำหนักเย็น? ขอเพียงส่งข่าวออกมาได้ ฝ่าาไม่มีทางทนดูองค์หญิงตัวน้อยของพระองค์อาศัยอยู่ในตำหนักเย็นต่อไปแน่นอน
ไม่แน่ว่าหยวนกุ้ยเหรินผู้นั้นอาจจะได้ดิบได้ดีเพราะลูกสาว และพลิกชีวิตั้แ่นั้นมาก็ได้
เหลียงจิ่วกงเป็คนที่รับใช้ใกล้ชิดมาหลายปี จักรพรรดิคังซีเพียงแต่ตักเตือนเรียบ ๆ ประโยคหนึ่ง แล้วก็ปล่อยผ่านความสะเพร่าของเขาไป
"เจิ้นต้องลองค้นดูให้ดี ว่าจะตั้งชื่ออะไรให้ถังเป่าถึงจะเหมาะสม!"
ชื่อเล่นใช้เรียกกันทั่วไปได้ แต่ตามหลักเหตุและผลถังเป่าจำเป็ต้องมีชื่อจริง
ดังนั้นจักรพรรดิคังซีจึงหยิบกระดาษเปล่ามาแผ่นหนึ่ง และเริ่มเขียนชื่อที่เหมาะสมสำหรับเด็กผู้หญิงที่เขานึกออกทั้งหมดลงไป
หย่าลี่ฉีหมายถึงผลไม้รสหวานตัวน้อย อืม ถังเป่า ก็คือผลไม้รสหวานตัวน้อยจริง ๆ !
โม่หย่าฉีหมายถึงหญ้าอายุวัฒนะ นี่คือคำอวยพรให้ถังเป่าไม่เลวเลย!
ไห่หลันจูหมายถึงบุตรสาวผู้เป็ที่รัก ซึ่งมีความหมายสอดคล้องกัน แต่ดันไปซ้ำกับชื่อของพระชายาิ่ฮุ่ยเกิงเหอหยวนในสมัยไท่จง *[1] ไม่ได้ ๆ ดูไม่เป็มงคลเท่าไหร่!
กาลั่ว คือหงส์ขาว
กาลู่ไต้ คือหงส์ไฟ
ปูเอ๋อร์เหอ คือนกกระเรียน
อ้ายหลันจู คือบุตรสาวทองคำ
ถ่าน่า คือมุกล้ำค่า
อูซีฮา คือดาวดวงน้อย...
จักรพรรดิคังซี ที่เขียนจนเต็มกระดาษสองแผ่นพลันหยุดพู่กันลง เมื่อมองดูรายชื่อบนกระดาษทั้งสองแผ่นนี้ เขาก็ตกอยู่ในสภาวะเลือกไม่ถูก!
*[1] เป็พระสนมที่จักรพรรดิไท่จงทรงรักและโปรดปรานมากที่สุด ทรงประสูติพระโอรสองค์ที่ 8 ให้แก่จักรพรรดิ ซึ่งทำให้จักรพรรดิไท่จงถึงกับประกาศอภัยโทษทั่วแผ่นดิน แต่พระโอรสองค์นี้สิ้นพระชนม์ลงเมื่ออายุได้เพียง 2 ชันษาโดยยังไม่ทันได้ตั้งชื่ออย่างเป็ทางการ พระชายาิ่ฮุ่ยเกิงเหอหยวนสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1641 (ปีชงเต๋ที่ 6) ด้วยพระชนมายุเพียง 33 พรรษา