บทที่ 2 หยกแลกสุรา
ย่านชุมชนเก่าแก่ของหนานจิงคือที่ที่บาร์ของเขาตั้งอยู่ ในปัจจุบันหนานจิงหรือที่รู้จักกันอีกชื่อคือ หนานกิง เป็เมืองหลวงของมณฑลเจียงซู เป็เมืองใหญ่อันดับ2ทางภาคตะวันออกของประเทศจีน ปัจจุบันมีประชากรอาศัยอยู่ราวๆ 8ล้านคนเศษ ร้านสุราเล็กๆ ตรงมุมถนนหนานจิงลู่ ร้านแห่งนี้คือความทรงจำของเขากับเจียงเย่วชิงหญิงคนรักที่เขาสูญเสียเธอไปแบบไม่มีวันหวนคืนจากอุบัติทางรถยนต์ กว่า 3 ปีที่ผ่านมาแล้วบาร์แห่งนี้ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงานของิซัวหลงแต่มันคือสถานที่เก็บรักษาความทรงจำอันล้ำค่าของเขากับคนรัก ที่นี่เต็มไปด้วยเื่ราวและโมเมนต์สุดพิเศษของพวกเขา เหตุผลที่เขาซื้อร้านแห่งนี้นั้นเพราะว่า เจียงเย่วซิงนั้นชอบที่จะพาเขามานั่งดื่มที่ร้านแห่งนี้มาก เธอบอกว่าไม่รู้ว่าทำไม เธอถึงได้ชอบบรรยากาศของร้านนี้มาทั้งๆ ที่เป็เพียงบาร์เก่าๆ และอยู่ลึกในตรอก ดังนั้นทุกครั้งที่พวกเรามีเวลาว่างพวกเขามักจะมานั่งดื่มกันที่นี้ จนครั้งหนึ่งเธอได้เอ่ยกับเขาว่าที่แห่งนี้คือที่ของพวกเรา
ดังนั้นเมื่อเขาเห็นบาร์แห่งนี้ประกาศเซ้งร้านพอดีในตอนที่เขาสูญเสียเธอไปเขาจึงได้ซื้อเอาไว้เพราะเขาคิดว่า ผนังปูนที่ทาสีเขียวเข้ม หน้าต่างทุกบาน โต๊ะทุกตัว ล้วนมีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของความสุขของเธอของซ่อนอยู่เขาจึงอยากจะเก็บสถานที่แห่งนี้เอาไว้ ในบางคืนที่ลูกค้าไม่มาก ิซัวหลงมักจะหลับตาลง นึกย้อนถึงอดีตของเขาและเธอ
คืนหนึ่งท่ามกลางแสงไฟสลัว เสียงเพลงแจ๊ซเบาๆ กำลังบรรเลง ลูกค้าที่เข้ามาดื่มกินต่างพูดคุยกันสนุกสนาน บางโต๊ะชายหนุ่มหญิงสาวหยอกล้อยิ้มหวาน อย่างมีความสุขบางคนดื่มเพื่อลืมทุกข์ บางคนชอบดื่มในบรรยากาศ บางคนมองหาเพื่อนคุย แต่บางคนหรือหลายคนที่คืนนี้ยังคงโดดเดี่ยว...... ในขณะที่บรรยากาศดำเนินไป.....
ทันใดนั้นประตูไม้หน้าร้านถูกเปิดออก...เสียงกระดิ่งดังก้องแทรกเข้ามาในเสียงเพลง ภาพตรงหน้าของิซัวหลงคือ ชายหนุ่มชราผมขาวเขาสวมใส่ชุดแบบจีนโบราณเดินเข้ามาหยุดยืนหน้าเคาน์เตอร์ บาร์เทนเดอร์หนุ่มเงยหน้าขึ้นมองให้ชัดขึ้นด้วยความประหลาดใจ ชายชราคนนี้แม้จะมีผมสีขาวทั้งศีรษะแต่ทว่าเขากลับมีใบหน้าที่คมคาย ดวงตาสีดำสนิทคมกริบ ลักษณะดูน่าเกรงขามยิ่งนัก ขนาดชายชาตินักรบอย่างเขาผ่านการต่อสู้มามาก ยังคงรู้สึกยำเกรงในท่วงท่าของ
บุรุษผู้นี้เขายืนมองหน้าิซัวหลง ในขณะที่ริมฝีปากของเขายกยิ้มในมุมปากให้กับเ้าหนุ่มที่กำลังยืนอยู่หลังบาร์ เขามองไปรอบๆ บาร์ของชายหนุ่ม
"รับอะไรดีครับ?"
ิซัวหลงเอ่ยถามขึ้นมา เพราะมองจากสีหน้าที่ออกจะมีสีแดงนิดๆ ตรงแก้มของชายชราทำให้ิซังหลงทราบว่าชายชราคนนี้คงจะดื่มมาบ้างแล้ว และหาที่ต่อนั้นเองชายชรายังคงนิ่งเขามองไปรอบๆ บาร์เล็กๆ แห่งนี้เหมือนกับว่าคุ้นเคยอย่างไรอย่างนั้น ก่อนจะหันหน้ามามองเ้าหนุ่มที่กำลังเอ่ยถามเขาอยู่
“ดื่มอะไรครับ?”
เขาจ้องหน้าชายชราและถามขึ้นมาอีกครั้งเพราะเขายังไม่ได้คำตอบ
แต่ชายผู้นั้นยังไม่ตอบิซัวหลง ดวงตาคมกริบที่ไม่ค่อยจะเหมือนกับดวงตาของคนแก่ทั่วไปของเขายังคงมองไปรอบๆ เหมือนกำลังสนใจอย่างอื่น ิซัวหลงมองชายผู้นั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาไม่แน่ใจว่าชายผู้นี้้าอะไร แต่เขารู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่แฝงอยู่ภายในร่างนั้น ชายชราคนนั้นยิ้มกริ่มในใบหน้าแต่ที่น่าประหลาดใจก็คือขณะนั้นไม่มีเสียงพูดคุยของลูกค้าเลย มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเท่านั้นที่ยังเล่นต่อไป ทันใดนั้นเหมือนทุกอย่างจะหยุดนิ่ง...และเสียงของชายคนนั้นก็ดังขึ้น
"!!ข้า้าสุราที่ดีที่สุด!!"
ชายชราผู้นั้นกล่าวแล้วจากนั้นเขาก็นั่งลงตรงหน้าบาร์ แต่ดวงตาของเขายังไม่โฟกัสกับคนที่สนทนาด้วยแต่อย่างใด เขายังคงมองไปรอบๆ ร้านเล็กๆ แห่งนี้ ิซัวหลงหยิบสุราขวดหนึ่งออกมา นั้นคือJack Daniel's เพราะโดยส่วนตัวแล้วเขาก็ชอบดื่มเหล้าชนิดนี้จึงได้นำขวดที่มีอายุเก็บนานหลายสิบปีออกมา สุราขวดนี้จะต้องเป็คนสนิทหรือคนพิเศษเท่านั้นเขาถึงจะขายสุรานี้ให้ เขาวางแก้วบนบาร์แล้วรินสุราในขวดสีทองอำพันขวดนั้น ลงแก้วทรงคลาสสิคแบบโบราณเมื่อเทเสร็จเขาก็เลื่อนไปตรงหน้าชายชราผู้นั้น ชายชรายกมือขึ้นมาจับแก้วและยกขึ้นมาดม กลิ่นหอมของสุราตรงเข้าโสตประสาทของเขาทันที …
“..ฮื่มมมม หอมจริงๆ” เขาเอ่ย
กลิ่นหอมของสุรา Jack Daniel'sที่ิซัวหลงรินให้ชายชรานั้นเป็กลิ่นหอมที่ผสมผสานระหว่างความหอมกลิ่นของไม้โอ๊คเก่าแก่กลิ่นหอมเหล่านี้กระตุ้นประสาทััของเขาให้รู้สึกตื่นตัวและผ่อนคลายไปพร้อมกัน จากนั้นชายชราจึงจิบ สุราคำเล็กรสชาติของสุรานั้นนุ่มนวลกลมกล่อมไม่เผ็ดร้อนจนเกินไปสุราไหลผ่านลำคอของเขาสร้างความรู้สึกสบายใจ และผ่อนคลายมากจนเขาเอ่ยขึ้นมาว่า
“สุราดี สุราดี สุราดี”
จากนั้นเขาก็ยกขึ้นและซดหมดแก้วในคราวเดียว และกระแทกแก้วใบนั้นลงบนเคาท์เตอร์ด้วยแรงที่ไม่ค่อยจะเบานัก จากนั้นเขาก็หยิบของบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อ แล้ววางลงตรงหน้าของิซัวหลง ในใจเขาคิดว่าชายคนนี้คงจะจ่ายค่าสุราแก้วนั้น แต่นี่ไม่ใช่เงินหยวนหรือบัตรเครดิตแต่อย่างใด สิ่งที่เขาวางลงมันคือตราหยกทรงเก่าแก่โบราณอันหนึ่ง ิซังหลงขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางรอดูว่าชายชราคนนี้จะทำอะไรต่อไป
ชายนิรนามเขาเลื่อนตราหยกมาตรงหน้าิซัวหลง จากนั้นชายชราก็พูดขึ้นมา
“รินให้ข้าอีกหนึ่งแก้ว แล้วตราหยกอันนี้จะเป็ของเ้า”
ิซัวหมองหน้าของเขาแบบงุนงง นี้ชายชราจะเอาหยกที่ไม่รู้ว่าของจริงหรือของปลอมมาแลกเหล้าดีของเขาหรือเนี้ย!!!! ิซัวหลงถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาหันมองไปที่ขวดเหล้าเก่าแก่ราคาแสนแพงของเขา ก่อนจะตัดสินใจรินให้ชายชราคนนี้อีกคราวนี้เขารินให้มากขึ้นหน่อยหนึ่ง เมื่อชายชราเห็นว่าเขารินสุราใส่แก้วให้ตัวเองแล้ว เขาจึงเอื้อมมือไปหยิบแก้วและผลักหยกโบราณชิ้นนั้นออกไปตรงหน้าเ้าหนุ่มนี้พลางเอ่ยขึ้นมาว่า
"เพียงเ้าขอสิ่งใดตราหยกชิ้นนี้จะให้ในสิ่งที่เ้าปรารถนาในทันที!!.."
ชายชราจ้องตาิซัวหลงและพูดต่อ
"และมันจะนำพาเ้าไปสู่โลกใหม่...ในโลกใบนั้นเ้าจะคลายทุกข์และปลดปล่อยจากสิ่งที่เ้าทนทุกข์มานานแสนนาน "
เขาพูดจบและยิ้มอย่างมีเลศนัย…..จากนั้น เขายกดื่มทีเดียวหมดแก้วเพียงครู่เดียวเสียงหัวเราะชายลึกลับก็ดังขึ้น!!!
".ฮ่า ฮ่า ฮ่า สุราดีจริงๆ !!!"
.และแล้วร่างของชายชราคนนั้นก็เดินออกจากร้านของเขาไปทันที
“ปัง”
เสียงประตูปิดกระแทกลง
ทันใดนั้นทุกอย่างก็กลับมาเคลื่อนไหวเป็เหมือนปรกติ เขารู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เขาเหมือนวูบไปหรือยังไงกันแน่เขาไม่แน่ใจเหมือนกัน และตราหยกแผ่นนั้นยังคงวางอยู่ตรงหน้าของเขา
"นี่มันอะไรกัน ทำไมเมื่อสักครู่ถึง….??"
ชายหนุ่มพูดกับตัวเองเขาเพ่งมองยังแผ่นหยกขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ และสิ่งที่ชายหนุ่มััได้อย่างหนึ่งคือ พลังงานบางอย่างในหยกแผ่นนั้น เขารวบรวมสมาธิตั้งใจและนึกถึงคำพูดสุดท้าย ของชายนิรนามผู้นั้น
ิซัวหลงเขาหยิบตราหยกชิ้นนั้นขึ้นมาเพื่อพิจารณาอีกครั้งอย่างละเอียด จนเวลาล่วงเลยไปเกือบจะเที่ยงคืน แขกโต๊ะสุดท้ายออกจากบาร์ไปแล้วิซัวหลงเดินขึ้นไปบนชั้น3ของร้าน ซึ่งเป็บ้านและที่ทำงานของเขา แต่ในหัวของิซัวหลงยังคงมีเสียงของบุรุษนิรนามผู้นั้นวนเวียนอยู่ในความคิดของเขาตลอดเวลา
ภายหลังจากเขารวบรวมสติ ิซัวหลงเขานั่งมองตราหยกชิ้นนั้นด้วยความฉงน เขาจำคำพูดสุดท้ายของที่ชายชรานิรนามคนนั้นพูดได้ดี
"ถ้าเ้าปรารถนาสิ่งใดตราหยกชิ้นนี้จะนำพาเ้าไปหาสิ่งนั้น"
จนเวลาล่วงเลยไปถึงเกือบตี3หลังจากนั่งมองและพินิจอยู่นาน ชายหนุ่มจับหยกชิ้นนั้นขึ้นมา
ทันใดนั้นรู้สึกตกตะลึงเมื่อัักับความเย็นะเืและความร้อนที่แผดเผาออกมาจากหยกในมือ ขณะที่เขาเตรียมจะโยนมันทิ้ง หยกก็เปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นมาทันที แสงสว่างจ้าจนแทบมองไม่เห็นอะไร ชายหนุ่มจ้องมองตราสัญลักษณ์บนหยกที่เรืองแสงอยู่ในมือของเขา ดวงตาของเขากลับมืดหม่นลงไม่อาจพบเห็นสิ่งใด อีกทั้งร่างกายยังรู้สึกราวกับไร้ซึ่งน้ำหนัก เขาหลับตาความทรงจำเกี่ยวกับคนรักที่จากไปของเขากลับหลั่งไหลเข้ามาในจิตใจ เขาโหยหาเธอ ปรารถนาที่จะได้พบเธออีกครั้ง กอดเธอ บอกเธอว่าเขาขอโทษที่ทิ้งเธอไว้เพียงลำพัง ความคิดเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขา…อยากพบเธออีกสักครั้ง…เมื่อหยกชิ้นนั้นที่เคยมีอุณหภูมิที่เคยร้อนดังไฟแผดเผาและเย็นะเืดุจน้ำแข็งค่อยๆกลับมาปรกติ…ขณะนั้นการมองเห็นของเขากลับมาอีกครั้ง จึงได้พบว่าสภาพรอบด้านเกิดเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ิซังหลงจึงหันไปมองรอบๆเขาพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องเดิมอีกต่อไป…..
***ลุงเอาหยกมาแลกเหล้านี่เอง***