“ใครเพื่อนบ้านคุณกัน?”
‘ติ๊ง’ เสียงลิฟต์ดังขึ้นถึงชั้นที่สิบแปด
“เชิญครับ” ภาวินผายมือไปทางออกลิฟต์
พิมพิชาออกจากประตูลิฟต์ แล้วเดินไปยังหน้าห้องของเธอ ภาวินที่เดินตามหลังเพื่อไปยังห้องท้ายสุดของชั้นนี้ เขาเดินผ่านเธอและทิ้งคำพูดลอย ๆ ‘นี่จะตามฉันไปถึงไหนกัน?’
“เดี๋ยวเจอกันนะครับ”
‘ทำไมผมรู้สึกว่าเธอดูน่าแกล้ง เวลาได้เห็นเธอตอบโต้ด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดมันดูน่ารัก
พิมพิชาที่ได้ยินก็สงสัยและหงุดหงิดกับคำพูดกวนประสาทของเขา
‘ใครกันที่บอกว่าเขาเป็พ่อหนุ่มไมโครเวฟ? นี่มันกวนประสาทมากกว่า’
“เจอกัน! อะไรของเขา”
หลังจากพิมพิชาเปิดประตูเข้าไปในห้อง เธอทิ้งกระเป๋าไว้ที่โซฟายาวสีขาวครีมขนาดใหญ่ แล้วเดินไปที่ริมหน้าต่างของห้องนั่งเล่น สายตามองออกไปยังวิวแม่น้ำที่พระอาทิตย์กำลังตก
‘วิวที่นี่สวยมาก ถ้าไม่ติดว่าฉันต้องเป็เพื่อนบ้านกับเขานะ ที่นี่ถือว่าหนึ่งร้อยคะแนนเต็ม’
‘โครกกกก’ เสียงท้องร้องของเธอประท้วงว่าร่างกาย้าอาหาร
“โอ๊ยกระเพาะฉัน...หิวแล้วสินะลูก ว่าแต่พลอยได้ซื้อของไว้ในตู้เย็นเปล่าน้า?” พิมพิชาเปิดตู้เย็นแล้วมองหาวัตถุดิบต่างๆ เพื่อทำเมนูเย็นของเธอ
“สปาเกตตีผัดขี้เมาทะเลดีมั้ยเอ่ย...ไหน ๆ ดูซิ?” เธอพึมพำกับตัวเอง พลางใช้มือทั้งหาสิ่งที่เธอ้า
“อ๊า มีของครบเลย”
ขณะที่พิมพิชาเริ่มทำอาหารเย็นอย่างสนุกอยู่ในครัว เสียงออดที่หน้าประตูดังขึ้น
‘นิ้งนอง นิ้งนอง ~’
เธอเดินไปเช็กที่อินเตอร์คอม เห็นใบหน้าภาวินผ่านจอ
“มีธุระ อะไรรึเปล่าคะ?”
“ผมมีเื่จะคุยกับคุณหน่อยครับ ผมเอาไวน์มาฉลองขึ้นบ้านใหม่ด้วยนะ” ภาวินพูดแล้วยกขวดไวน์ในมือขึ้นมาให้พิมพิชาเห็นหลักฐาน
“ฉันเป็ผู้หญิงนะ คุณจะมาเข้าห้องของฉันได้ยังไง?”
“คุณเห็นผมเป็คนร้าย ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกครับ ผมมีเื่อยากคุยกับคุณหน่อย เื่จริงจังครับ”
“อ่าๆ เปิดให้ก็ได้ เห็นว่ามีเื่จะคุยด้วยหรอกนะ”
“ครับผม”
พิมพิชาก็ยอมปลดล็อกที่อินเตอร์คอม แล้วเดินไปเปิดประตู เธอเห็นเขาสวมเสื้อยืดโอเวอร์ไซซ์สีอ่อนสบายตากับกางเกงขายาวทรงหลวม ผมที่ไร้สเปรย์เซตกลายเป็ทรงผมหน้าม้าปรกหน้า ถ้าให้เปรียบคงเหมือนหนุ่มวัยมัธยมน่ารัก ถึงเขาจะสามสิบแต่ใบหน้าไม่ได้ไปตามอายุเลย
‘นี่ฉันกำลังหลงรูปลักษณ์ของเขาเหรอเนี่ย? เดินไปเปิดประตูให้ผู้ชายเข้าห้อง พิมพิชาเธอต้องมีสตินะ!!’
“รีบคุยแล้วก็รีบกลับไปนะคะ ใครมาเห็นจะหาว่าเรากลับไปคบกันอีก”
“แหมคุณ ที่นี่ไพรเวทแค่ไหน ต่อให้เราเดทกันจริงก็ไม่มีใครรู้หรอกครับ”
น้ำเสียงที่มีความมั่นใจของภาวิน ทำเอาเธอรู้สึกหวั่นใจว่าจะทำมิดีมิร้ายกับเธอไหม
‘ฉันไม่ได้กลัวข่าวหรอกย่ะ ฉันกลัวนายจะปล้ำฉันมากกว่า’
ภาวินที่เข้ามาแล้วเห็นว่าในครัวของเธอกำลังปรุงอาหารอยู่ เลยรีบร้องขอกินข้าวกับสาวเ้าของบ้านเสีย
“กำลังทำอาหารเหรอครับ ผมทานด้วยคนได้มั้ย? จะได้ทานกับไวน์ที่ผมเอามาฉลองไง”
“อะไรของคุณ คุณมาที่นี่เพื่อหาข้าวกินรึไง? ไหนบอกมีเื่จะคุยไงคะ” ไม่ทันพูดจบเธอกลับไปที่ครัว แล้วทำอาหารต่อให้เสร็จ
“เอาน่าคิดซะว่า วันนี้มีเพื่อนมาทานข้าวด้วยละกัน”
ภาวินที่หาโอกาสเป็มื้อเย็นวันนี้ เพื่อขอโทษเธออย่างเป็เื่เป็ราวสักที นี่เป็โอกาสที่ดีที่เขาจะปลดล็อกความรู้สึกที่ค้างคามานาน
‘หวังว่าเธอจะให้อภัยผมนะ แต่ติดที่ผมนี่อยากแกล้งเธอจริงๆ เลยนี่สิ’
“คือที่งานซ้อมบทวันนี้ ผมไม่มีโอกาสได้บอกคุณ” พิมพิชาที่วางจานอาหารตรงหน้า แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามเขา เธอเลิกคิ้วสงสัย
“มีอะไรเหรอคะ?”
“เอ่อ...เื่เมื่อหกปีก่อน ผม…ผมต้องขอโทษคุณจริงๆ ครับ ที่ทำให้คุณพิมเจอเื่ที่ทำให้ลำบาก คุณจะโกรธผมก็ไม่แปลก ตอนนั้นผมเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง ต้นสังกัดว่ายังไง ผมก็เออออไปตามนั้น จนผมไม่ทันคิดผลกระทบที่เกิดกับคุณไป”
พิมพิชาที่ได้ยินก็เงียบและรับฟังสิ่งที่เขาพูด สายตากับคำพูดครั้งนี้ดูจริงจัง อาจบวกกับความรู้สึกผิดของเขาซึ่งเธอััได้ เธอเลยอดไม่ได้ที่ต้องบอกความรู้สึกของเธอเองเช่นกัน เมื่อได้ยินคำขอโทษนั้น
“ฉันก็โกรธคุณจริงๆ แหละ ฉันเองก็เกือบโดนทำร้ายถึงชีวิตนะ คุณรู้บ้างไหม?”
ภาวินรีบตอบกลับทันที เมื่อได้ยินเธอถามถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นนั้น
“รู้สิ!! ผมเอง…ก็รู้สึกผิดมากที่ทำให้คนที่ไม่รู้เื่อะไรเลย ต้องมาเจอเหตุการณ์เลวร้าย ผมสัญญากับตัวเองว่าต่อไปนี้จะไม่มีใครที่ต้องมาเดือดร้อนเพราะผมอีก”
‘ใจผมนี่ ทั้งดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกันได้ยินเธอพูดออกมาแบบนี้’
“แต่คุณอาจจะเข้าใจผิดไปหรืออาจจำไม่ได้ว่า คนที่มาวนเวียนหน้าที่พักคุณเป็ผมเองแหละ คือผมรู้สึกไม่สบายใจที่เื่มันเป็แบบนั้น ผมก็หาทางเข้าไปขอโทษคุณด้วยตัวเองอยู่เหมือนกัน แต่่นั้นคุณต้องระวังตัว กลายเป็ผมที่เป็สตอล์กเกอร์ไปเลย”
พิมพิชานึกย้อนกลับไปตามที่ภาวินพูด เหมือนว่ามี่หนึ่งที่ มีผู้ชายที่แต่งตัวแปลก ๆ พยายามปกปิดตัวตน ทั้งใส่แว่นกันแดดสีดำและหมวกแก๊ปสีน้ำเงิน จะคอยมาวนเวียนแถวคอนโดเวลาเดิมตลอด ตอนนั้นเธอคิดว่าคงเป็คนไม่หวังดีแน่ ๆ
แต่เขาก็ไม่ได้มีท่าทีร้ายอะไร
“หรือว่าคุณคือ...คนที่คอยเดินตามฉันแล้วก็ช่วยฉันไว้ใช่ไหม? คุณหมวกแก๊ปสีน้ำเงินรึเปล่า”
“ครับ นั่นผมเอง”
“เป็คุณนี่เอง...ยังไงก็ขอบคุณนะคะ ตอนนั้นถ้าไม่ได้คุณช่วยฉันคงไม่ได้เป็พิมพิชาถึงวันนี้แน่”
เธอมองภาวินด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เขาไม่ใช่คนแย่อย่างที่เธอคิดก่อนหน้า กลับรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำให้
“ว่าแต่คุณเองเถอะมีแฟนแล้วทำไมไม่ยอมรับไปเลยล่ะค่ะ”
“ตอนนั้น...เขาเป็แฟนคนอื่นอยู่”
“อ่อ...เหตุผลนี้”
พิมพิชารู้สึกว่าภาวินกระอักกระอ่วนที่จะตอบคำถาม ของเธอ เื่นี้คงทำให้เขาลำบากใจไม่น้อย
‘อย่าไปอยากรู้เื่ของเขาดีกว่ายัยพิม’
“...”
“เออ...ตอนนี้เราเป็เพื่อนร่วมงาน กับเพื่อนบ้านแล้ว ต่อไปถ้ามีข่าวไม่ดีระหว่างคุณกับผม ผมนี่แหละจะออกรับแทนเอง”
“อ่าๆ โอเค รีบกินแล้วกลับห้องไปได้ละ ฉันจะพักผ่อน”
“ยังไงก็ขอบคุณสำหรับอาหารวันนี้มากนะครับ ผมไม่รบกวนคุณละ บายครับพิม” เขาเดินกลับห้องเขาไปพร้อมรอยยิ้มเหมือนปลดล็อกบางสิ่งออกจากใจ