หลังจากที่คุณชายมู่หรงกินน้ำแข็งไสถ้วยนั้นจนหมดเกลี้ยง แม้แต่น้ำละลายก้นถ้วยก็ยังยกซดไม่เหลือสักหยด ใบหน้าของเขาก็กลับมาหล่อเหลาดังเดิม แถมพลังปราณที่เคยปั่นป่วนยังสงบนิ่งและบริสุทธิ์ขึ้นกว่าเก่าหลายเท่าตัว
"เถ้าแก่! ข้าขออีกสิบถ้วย! ไม่สิ... ข้าขอซื้อรถเข็นนี้พร้อมตัวเ้าเลย! ข้าจะให้ทองคำหนึ่งพันตำลึง!" คุณชายมู่หรงร้องอุทานอย่างบ้าคลั่ง มือหนาคว้าตั๋วเงินและก้อนทองออกมาจากแหวนมิติเป็ตั้งๆ แล้วโยนลงบนรถเข็นหยก
ศิษย์ติดตามรวมถึงชาวบ้านที่เริ่มแอบดูอยู่ห่างๆ ต่างพากันอ้าปากค้าง ทองคำหนึ่งพันตำลึง! นั่นสามารถซื้อคฤหาสน์หรูหราในเมืองหลวงรวมถึงข้ารับใช้อีกร้อยคนได้สบายๆ พ่อค้าเร่คนนี้โชคดีเกินไปแล้ว!
ทว่า เสี่ยวเป่ากลับยืดอกขึ้นตรง จัดคอเสื้อให้เรียบร้อย แล้วส่งยิ้มพิมพ์ใจแบบผู้ทรงศีลที่ปล่อยวางในกิเลส (แต่ในใจแอบหลั่งน้ำตาด้วยความเสียดาย) ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธตามคำเตือนของระบบที่เด้งขึ้นมาในสมอง
"ขออภัยด้วยครับคุณชายมู่หรง แต่น้ำแข็งไสของข้ามีกฎเหล็กที่์กำหนดไว้... ทานได้แค่วันละคนละหนึ่งถ้วยเท่านั้น หากทานมากกว่านี้ในวันเดียวกัน พลังความเย็นและคาร์โบไฮเดรตจะล้นทะลัก ลำไส้ของท่านอาจจะแข็งตัวจนขับถ่ายไม่ออกไปสามวันสามคืนนะขอรับ!"
"อะไรนะ?! กฎบ้าบออะไรกัน! ข้ามีเงิน ข้าจะกิน ใครจะห้ามข้าได้!" คุณชายมู่หรงเริ่มฉุนเฉียว พลังปราณอัคคีในร่างทำท่าจะปะทุขึ้นมาอีกครั้งเพราะความอยาก
"อยากลองดีก็เชิญครับ แต่ถ้าท้องผูกข้าไม่รับซ่อมนะ" เสี่ยวเป่าตอบหน้าตาย พลางชี้ไปที่ป้ายหยกเล็กๆ ที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาข้างรถเข็น ซึ่งเขียนไว้ด้วยอักษรทองคำโบราณว่า ‘หนึ่งคน หนึ่งถ้วย ต่อหนึ่งวัน มาตรการเพื่อสุขภาพลำไส้’
เมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวและป้ายวิเศษที่แผ่กลิ่นอายกดดันลึกลับออกมา คุณชายมู่หรงก็ต้องจำใจยอมถอย เขาเก็บทองคำกลับไปอย่างแสนเสียดาย "ก็ได้! พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่ แต่เ้าห้ามย้ายร้านหนีไปไหนเด็ดขาดนะ!" พูดจบเขาก็สะบัดชายเสื้อเดินจากไปพร้อมกับลูกน้อง โดยมีสายตาอิจฉาริษยาจากชาวบ้านมองตาม
เมื่อกลุ่มคนระดับสูงจากไป บรรยากาศรอบร้านก็เริ่มคึกคัก ชาวบ้านและผู้ฝึกตนพเนจรที่เห็นปาฏิหาริย์ดับร้อนเมื่อครู่ต่างพากันเข้ามามุงดูด้วยความสนใจ
"เถ้าแก่... ไอ้น้ำแข็งไสนั่น มันราคาหนึ่งตำลึงเงินจริงหรือ? พวกเราคนธรรมดากินได้หรือไม่?" ชายชราคนหนึ่งถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"กินได้แน่นอนครับลุง! ไม่ว่าจะเป็มหาเศรษฐี จอมยุทธ์ หรือคนธรรมดา ถ้าร้อนกายร้อนใจ น้ำแข็งไสของข้าต้อนรับเสมอครับ!" เสี่ยวเป่าป่าวประกาศ "และเพื่อเป็การฉลองเปิดร้านใหม่ วันนี้ข้ามีท็อปปิ้งพิเศษเพิ่มเข้ามาด้วย นั่นคือ... วุ้นมะพร้าวหนึบหนับสะท้านิญญา!"
เสี่ยวเป่าเปิดตู้หยกเย็นออกมา คราวนี้มีโหลแก้วใสใส่เนื้อวุ้นมะพร้าวสีขาวใส แช่อยู่ในน้ำเชื่อมกลิ่นหอมใบเตยอ่อนๆ ปรากฏขึ้นมา ของสิ่งนี้ในโลกโบราณไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน มันดูราวกับเศษแก้วผลึกที่เคี้ยวได้
ไม่นานนัก ลูกค้าคนแรกๆ ก็เริ่มใจถึงควักเงินซื้อ น้ำเสียงไสน้ำแข็ง ซ่าส์... ซ่าส์... ดังขึ้นไม่ขาดสาย เสี่ยวเป่าตักน้ำแข็ง ราดน้ำหวานสีเขียวชาเขียวบ้าง สีแดงสตรอว์เบอร์รีบ้าง แล้วโปะด้วยวุ้นมะพร้าวหนึบหนับ
"โอ้โห! วุ้นนี่มันอะไรกันเนี่ย! มันเด้งสู้ฟันยิ่งนัก เคี้ยวแล้วสนุกปากเหลือเกิน!" ชายหนุ่มคนหนึ่งเคี้ยววุ้นมะพร้าวพลางทำตาโต "แถมกินเข้าไปแล้ว รู้สึกเหมือนจิติญญาที่เหนื่อยล้าจากการทำงานกลางแดดได้รับการปลอบประโลมเลย!"
[ติ๊ง! ลูกค้าพึงพอใจ ได้รับแต้มระบบ 5 แต้ม...] [ติ๊ง! ลูกค้าพึงพอใจ ได้รับแต้มระบบ 8 แต้ม...]
เสียงระบบดังเตือนในหัวของเสี่ยวเป่ารัวๆ ราวกับเสียงเครื่องคิดเงินสะสมแต้ม พ่อค้าหนุ่มยิ้มแก้มปริจนปากจะฉีกถึงรูหู ทว่าในขณะที่การค้ากำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แสงแดดรอบข้างพลันมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน ลมพัดแรงหอบเอาไอทมิฬสีดำจางๆ โชยมาตามถนน
ผู้คนที่กำลังยืนกินน้ำแข็งไสอย่างเอร็ดอร่อยพลันหน้าถอดสี "ไอปีศาจ! หรือว่า... ปรมาจารย์สายดาร์กแห่งลัทธิมารมารับประทานหัวคน!"
ทุกคนพากันแตกตื่นทิ้งถ้วยวิ่งหนีหายไปในตรอกซอกซอย เหลือเพียงเสี่ยวเป่าที่ยืนงงอยู่คนเดียวหลังรถเข็น ห่างออกไปไม่ไกล มีร่างของชายชุดดำสนิท สวมหมวกสานปีกกว้างปิดบังใบหน้า เดินย่างสามขุมเข้ามา กลิ่นอายรอบตัวของเขาเย็นเยียบ ทว่าไม่ใช่ความเย็นที่สดชื่นเหมือนน้ำแข็งไส แต่เป็ความเย็นะเืของความตายและซากศพ
ชายชุดดำหยุดยืนหน้ารถเข็น เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นดวงตาคมกริบสีแดงก่ำ ดุดันราวมัจจุราช
"เ้าคือพ่อค้าที่ขายสิ่งของเยือกแข็งสยบปราณอัคคีงั้นหรือ?" เสียงของเขาแหบพร่าและทรงพลังจนแผ่นดินสั่นะเืเล็กน้อย
เสี่ยวเป่ากลืนน้ำลายเอื้อก ‘ฉิบหายล่ะ จอมมารของจริงรึเปล่าวะเนี่ย? แต่กฎของพ่อค้าคือ... ลูกค้าคือพระเ้า ไม่ว่าจะมาจากนรกหรือ์!’
หนุ่มใจกล้าบ้าบิ่นพยายามรวบรวมสติ สบตาจอมมารแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงต้อนรับสุภาพ "ชะ... ใช่ครับท่าน จอมยุทธ์ชุดดำผู้ทรงเกียรติ ยินดีต้อนรับสู่ร้านน้ำแข็งไสเป่าเป่า ไม่ทราบว่าจะรับรสชาติไหนดีครับ? วันนี้เรามีรสชาเขียวเข้มข้น เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความลุ่มลึกสายดาร์กครับผม!"
จอมมารชุดดำชะงักไปเล็กน้อย คาดไม่ถึงว่ามนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีพลังปราณเลยสักนิด จะไม่กราบกรานร้องขอชีวิตเมื่อเผชิญหน้ากับกลิ่นอายสังหารของเขา แถมยังเสนอขาย "รสชาเขียว" หน้าตาเฉย
"หึ... ชาเขียวงั้นรึ? ลองทำมาดู หากมันไม่สามารถดับความร้อนรุ่มในจิตมารของข้าได้ ข้าจะบดขยี้รถเข็นหยกนี่รวมถึงหัวของเ้าให้เป็ผง!" จอมมารขู่เสียงเข้ม
เสี่ยวเป่าลอบเช็ดเหงื่อในใจ ‘เอาวะ งานนี้ต้องจัดหนัก!’