ทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 35 ดอกบัวขาวและชาเขียว

            “ตระกูลไป๋นี่ช่างแตกต่างกันสุดขั้วยิ่งนัก คนที่มีสมองก็ฉลาดเฉลียวส่วนพวกไร้สมองก็เอาแต่ทำสงคราม” โม่อวี้เฉินเอ่ยอย่างจนใจ“ไม่รู้ว่ากู้ตงหลิงใช้วิธีใดกันแน่ถึงได้ทำให้คนตระกูลไป๋หลงงมงายถึงเพียงนี้”

            “ด้วยท่าทางของนางที่ราวกับดอกบัวขาวและชาเขียว [1] การหลอกล่อคนตระกูลไป๋ที่ไร้สมองนั้นไม่นับเป็นเรื่องยากอันใดเลย”กู้ชิงเฉิงรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย

            ทว่าอารมณ์นี้ไม่น่าใช่ของนางหากแต่เป็นของเจ้าของร่างเดิมมีเพียงเจ้าของร่างเดิมเท่านั้นที่จะไม่ยอมแพ้ถึงเพียงนี้

            แท้จริงแล้วกู้ตงหลิงไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดกับคนตระกูลไป๋แม้แต่น้อยอีกทั้งยังทำลายชีวิตของไป๋ซิน แต่สุดท้ายคนตระกูลไป๋กลับปกป้องนางอย่างสุดกำลังมันช่างน่าโมโหยิ่งนัก

            ตามที่ผู้เขียนวางไว้นางเอกฉลาดและมีอำนาจที่แข็งแกร่ง จึงสามารถทำให้คนตระกูลไป๋ยอมสละชีวิตให้นางได้

            หากไม่มีคนตระกูลไป๋แม้กู้ตงหลิงจะอาศัยเพียงความทรงจำในชาติก่อน และพึ่งพาเพียงตระกูลกู้ก็คงไม่อาจช่วยองค์รัชทายาทครอบครองใต้หล้าได้ 

            หากไม่ใช่เพราะนางทุ่มเททั้งชีวิตและละทิ้งทุกสิ่งเพื่อโม่อวี้เฉินนางก็ไม่มีทางได้แต่งงานกับเขา

            ส่วนโม่อวี้เฉินนั้นถูกกำหนดให้เป็นคนเลือดเย็นไร้ความรู้สึก เก่งกาจในการใช้เล่ห์เหลี่ยม และเชี่ยวชาญในกลยุทธ์การเมือง

            บุรุษเช่นนี้จะมีใจรักจริงได้อย่างไร?และจะใส่ใจสตรีคนใดได้อย่างไรกัน?

            “ที่เจ้ากล่าวมานั้นก็มีเหตุผล” โม่อวี้เฉินพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง

            ในยามนี้หยวนจิ่วก็พอจะเข้าใจเรื่องราวโดยคร่าวแล้วเขาถึงขั้นมั่นใจว่ากู้ชิงเฉิงคือบุตรสาวของราชครูกู้ที่เสียชีวิตในกองเพลิงเมื่อห้าปีก่อนและยังเป็นถึงพระชายาขององค์รัชทายาทแห่งต้าฉินว่ากันว่าในตอนนั้นนางกำลังตั้งครรภ์อยู่ เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาในตอนนี้แล้วก็ไม่ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย

            “เซวียนเอ๋อร์ ไปตามกู่ซินมา” กู้ชิงเฉิงเอ่ยด้วยความสงบนิ่งนางไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาเลยแม้แต่น้อยแม้จะได้ยินข่าวการหลบหนีของกู้ตงหลิงก็ตาม

            สีหน้าของโม่อวี้เฉินยังคงเย็นชามีเพียงดวงตาของเขาที่คมกริบขึ้นเล็กน้อยเท่านั้นนอกจากนั้นเขาก็ไม่ได้แสดงอารมณ์อื่นใดอีก

            กู้จิ่งเซวียนรับคำก่อนจะวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

            “หยวนจิ่ว เจ้าจงเตรียมตัวไปที่อันหยวนถังเถิด” กู้ชิงเฉิงเอ่ยกับหยวนจิ่วที่นอนอยู่บนเตียงพลางยกมือขึ้นคลายจุดให้เขาจากระยะไกลเป็นอีกครั้งที่นางเผยฝีมือต่อหน้าโม่อวี้เฉิน

            หยวนจิ่วพยักหน้าไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีก แม้เขาจะไม่เต็มใจก็ต้องอดทน

            “เจ้าให้เซวียนเอ๋อร์กลับตำหนักบูรพาไปก่อนเถิด” โม่อวี้เฉินลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามความเห็นของกู้ชิงเฉิง

            “ไม่ได้ ลูกของข้าต้องอยู่ข้างกายข้าเท่านั้น ที่ตำหนักบูรพาไม่ปลอดภัย”กู้ชิงเฉิงปฏิเสธอย่างเด็ดขาดนางไม่เหลือช่องว่างให้โม่อวี้เฉินต่อรองแม้แต่น้อย

            สีหน้าของโม่อวี้เฉินมืดครึ้มนี่นางคิดว่าที่ตำหนักบูรพาไม่ปลอดภัยหรือ?

            “สวนหรูอี้แห่งนี้เองก็ไม่ปลอดภัยแต่เจ้าก็ยังคงส่งเซวียนเอ๋อร์มาที่นี่อย่างไม่ลังเลไม่ใช่รึ” โม่อวี้เฉินเอ่ยอย่างไม่พอใจ

            สตรีผู้นี้ช่างมีอคติต่อตำหนักบูรพาเสียเหลือเกินดูท่าทางหนทางการตามง้อภรรยาของเขาคงจะยาวไกลนัก แต่เขาก็ไม่กลัวกลับยินดีเสียด้วยซ้ำ

            “ผู้ใดบอกว่าสวนหรูอี้ไม่ปลอดภัยกัน” กู้ชิงเฉิงโต้กลับทันควัน“เขาเป็นคุณชานน้อยของที่นี่”

            “หากเขากลับตำหนักบูรพา เขาก็จะเป็นองค์ชาย” โม่อวี้เฉินยังไม่ยอมแพ้“คนในตำหนักบูรพาต่างก็จะทะนุถนอมเขาไว้ราวกับไข่มุกบนฝ่ามือ”

            “เด็กผู้ชายไม่จำเป็นต้องทะนุถนอมมากเกินไป มันไม่ดี” กู้ชิงเฉิงยังคงยืนกรานไม่เห็นด้วยนี่เขาจงใจจะแย่งบุตรชายของนางไปอย่างโจ่งแจ้งชัดๆ ช่างน่าชังยิ่งนักนางจะยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด

            โม่อวี้เฉินรู้สึกว่าสตรีเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้เหตุผลและกู้ชิงเฉิงยิ่งไร้เหตุผลหนักกว่าเดิม

            “การขัดขวางกู้ตงหลิงย่อมไม่ง่ายดายนัก หากพาเซวียนเอ๋อร์ไปด้วย…” โม่อวี้เฉินเอ่ยขึ้นมาอย่างกังวล

            “มีท่านอยู่ด้วย ข้ายังจะต้องกลัวสิ่งใดกัน” กู้ชิงเฉิงตบไหล่เขาเบาๆพลางเชิดหน้าขึ้น ท่าทางเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความองอาจราวกับจอมยุทธ์

            นางรู้ว่าโม่อวี้เฉินมีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งการอยู่ข้างกายเขาจะทำให้นางสามารถใช้เขาเป็นโล่กำบังได้และนางก็จะได้โอกาสสังหารกู้ตงหลิงเสีย

            คำพูดนี้กลับทำให้โม่อวี้เฉินตกอยู่ในภวังค์เมื่อนางพูดเช่นนี้ เขากลับไม่รู้สึกโกรธเคืองเท่าใดนัก

            หยวนจิ่วได้ยินแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจเขามองโม่อวี้เฉินอย่างไม่ชอบใจ ดูท่าทางว่าหลังจากพักรักษาตัวอีกสักระยะเขาคงต้องกลับสู่ยุทธภพอีกครั้ง ถึงตอนนั้นเขาจะจัดการโม่อวี้เฉินให้ได้!

            โม่อวี้เฉินพากู้ชิงเฉิงและกู้จิ่งเซวียนออกจากสวนหรูอี้และไปตามเบาะแสที่เฟิงเจ๋อบอก พวกเขาเดินทางมุ่งหน้าสู่ด่านเจียงติ้งเดิมทีหยวนจิ่วเองก็ต้องการจะร่วมเดินทางไปด้วยแต่ถูกโม่อวี้เฉินและกู้ชิงเฉิงห้ามปรามไว้

            ยามนี้หยวนจิ่วฟื้นตัวยังไม่เต็มที่หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันเพียงเล็กน้อย หรือเผชิญกับควันพิษ แก๊สพิษ หรือยาพิษอาการของเขาก็อาจจะกำเริบขึ้นอีกครั้ง ที่น่ากลัวที่สุดคืออาจถึงแก่ชีวิตได้

            ดังนั้นอันหยวนถังจึงเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับหยวนจิ่ว ที่นั่นไม่มีพิษภัยอันใดอีกทั้งอันอี้ฝานก็ไม่ได้ชื่นชอบการใช้พิษ

            แน่นอนว่าเขากล้าห้ามกู้จิ่งเซวียนไม่ให้ใช้พิษ ดังนั้นทั่วทั้งอันหยวนถังมีเพียงเจ้าตัวเล็กกู้จิ่งเซวียนเท่านั้นที่พกขวดยาพิษติดตัวอยู่เสมอ

            กู้จิ่งเซวียนก็มีพลังเช่นเดียวกับกู้ชิงเฉิงที่มีมิติส่วนตัวติดตัว เพียงแต่ด้วยความที่เขายังเด็ก การพัฒนาสมองยังไม่สมบูรณ์มิติส่วนตัวของเขาจึงเล็กนัก และบางครั้งก็อาจไม่มีอยู่จริงพลังนั้นผันผวนไม่แน่นอน กู้จิ่งเซวียนมักจะเลือกที่จะละเลยมิตินี้

            ในมุมมองของกู้ชิงเฉิงน่าจะเป็นเพราะกู้จิ่งเซวียนยังเด็กเกินไป แม้จะฉลาดเฉลียวเพียงใดเขาก็ยังเป็นเด็ก สมองของเขาอาจจะยังรับพลังแฝงนี้ไม่ไหว แต่ศักยภาพนี้จะยังคงอยู่เมื่อเขาเติบโตขึ้น เขาก็จะสามารถควบคุมมันได้อย่างเป็นปกติ

            “เซวียนเอ๋อร์” ในรถม้า กู้ชิงเฉิงเอ่ยเรียกเบาๆด้วยท่าทางของแม่ผู้ใจดีและอ่อนโยน

            เมื่อเห็นดังนั้นกู้จิ่งเซวียนก็รีบโบกมือไปมา “ท่านแม่ไม่ว่าท่านจะพูดอะไร ข้าก็ไม่ฟังทั้งนั้นขอรับ” พูดจบเด็กน้อยก็ยกมือขึ้นปิดหูอย่าหวังว่าจะหลอกให้เขาจากไปได้ เขาต้องการจะไปกับท่านแม่และท่านพ่อในอนาคต

            เขาเคยเดินทางไปทั่วแผ่นดินกับกู้ชิงเฉิงแล้วแต่ด่านเจียงติ้งนี้ เขากลับไม่เคยไปเลยดังนั้นเขาจึงอยากรู้ว่าที่นั่นแตกต่างอย่างไร ด่านชายแดนเป็นเช่นไร ในหัวเล็กๆของเขามีเรื่องราวมากมาย เรื่องราวที่ผู้ใหญ่ไม่อาจเข้าใจได้

            เมื่อเห็นท่าทางของเขากู้ชิงเฉิงจึงทำได้เพียงกลืนถ้อยคำที่มาถึงริมฝีปากลงไปการเดินทางครั้งนี้นางแค่ไปขัดขวางกู้ตงหลิงไม่ให้นางได้พบกับคุณชายเล็กแห่งจวนตระกูลไป๋เท่านั้นความจริงแล้วนี่เป็นเรื่องง่าย และไม่มีอันตรายใดๆ

            “วางใจเถอะ ข้าจะดูแลเซวียนเอ๋อร์ให้ดีเอง” โม่อวี้เฉินยิ้มเล็กน้อยและกล่าวอย่างจริงจังว่า “เจ้าไม่ใช่บอกว่าเชื่อใจข้าหรือ”ท่าทางนั้นช่างทำให้คนพูดไม่ออกจริงๆ

            กู้ชิงเฉิงอยากจะพูดว่าเชื่อใจก็บ้าแล้วน่ะสินางเชื่อว่า หากนางปฏิเสธที่จะกลับตำหนักบูรพากับโม่อวี้เฉินครั้งแล้วครั้งเล่าเขาก็คงจะคิดจะใช้กู้จิ่งเซวียนเป็นข้ออ้าง นางจึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

            เมื่อคิดเช่นนั้นกู้ชิงเฉิงจึงปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น และกล่าวกับกู้จิ่งเซวียนว่า“แม่เพียงแค่ทดสอบเจ้าเท่านั้น ว่าเจ้าจะเชื่อฟังคำพูดของแม่และจะติดตามคนแปลกหน้าไปหรือไม่”

            นางต้องปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัยให้บุตรชายตั้งแต่เด็กโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ต้องระวังโม่อวี้เฉิน สำหรับนางคนแปลกหน้าผู้นี้ย่อมหมายถึงโม่อวี้เฉินอย่างแน่นอน

            “ท่านแม่ ท่านพ่อในอนาคตไม่ใช่คนแปลกหน้านี่ขอรับ?” กู้จิ่งเซวียนเอ่ยถามอย่างใสซื่อ

            “เรียกเขาว่าองค์รัชทายาท เจ้าอย่าได้ถือวิสาสะล่วงเกินท่าน” กู้ชิงเฉิงรู้สึกเจ็บปวดในใจ บุตรชายที่นางเลี้ยงดูมาห้าปีบัดนี้กลับกำลังจะวิ่งไปหาบิดาของเขาและกลับเห็นดีเห็นงามกับโม่อวี้เฉินถึงเพียงนี้ช่างเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับได้จริงๆ

            อาจจะเป็นเพราะเลือดข้นกว่าน้ำกระมังบิดาและบุตรคู่นี้ต่างดึงดูดซึ่งกันและกันโดยไม่รู้ตัว นั่นก็นับเป็นสิ่งที่ดี แต่สำหรับกู้ชิงเฉิงแล้ว มันคือสายฟ้าฟาดกลางใจนางไม่อาจยอมรับได้เลย

            “องค์รัชทายาท” กู้จิ่งเซวียนเชื่อฟังยิ่งนักจากนั้นก็เรียกโม่อวี้เฉินอย่างจริงจังคำเรียกนั้นทำให้โม่อวี้เฉินรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่งกู้ชิงเฉิงตั้งใจจะขีดเส้นแบ่งระหว่างตนกับเขา

            เขาไม่โทษนางเพราะนั่นเป็นความผิดของเขาเอง

            ในตอนนั้นเขาปฏิบัติต่อนางไม่ดีพอ การที่นางปฏิบัติต่อเขาเช่นนี้ก็ถือเป็นการตอบแทนแล้วกระมัง ดังนั้นเขาจึงเต็มใจให้นางใช้งานและให้นางทรมานเขาตราบใดที่นางมีความสุขก็พอ

            “อันที่จริง เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้” โม่อวี้เฉินรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกเข็มแทง 

            

            เชิงอรรถ

            [1]ดอกบัวขาวและชาเขียว (白莲和绿茶) เป็นสำนวนจีนที่ใช้เปรียบเทียบผู้หญิงดอกบัวขาว หมายถึง ผู้หญิงที่ทำตัวใสซื่อบริสุทธิ์ภายนอกแต่ภายในอาจแฝงเล่ห์เหลี่ยม ส่วนชาเขียว ใช้เปรียบผู้หญิงที่ภายนอกดูอ่อนหวานบริสุทธิ์ น่าทะนุถนอม แต่แท้จริงเจ้าเล่ห์และรู้จักใช้เสน่ห์เพื่อหาผลประโยชน์

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185