เมื่อจินอ๋องประกาศเช่นนั้นชายหนุ่มทั้งงานต่างส่งเสียงฮือฮาสุสานขุมทรัพย์เขาซงซานนั้นเป็นตำนานที่กล่าวขานกันในหมู่ผู้เฒ่าผู้แก่แต่มีคนยืนยันว่า สุสานนี้มีอยู่จริงเพราะเคยมีคนเห็นทางเข้าสุสานมาแล้ว เพียงแต่ภายหลังเกิดพายุหิมะถล่มบนเทือกเขาซงซานทำให้ร่องรอยนั้นหายไป
จวิ้นอ๋องแววตาสลดลงเล็กน้อยแม้จะรู้ว่า กุญแจสุสานอยู่ที่องค์หญิงจินเฟิ่งทว่าทางเข้าสุสานนั้นกลับมิมีผู้ใดล่วงรู้เช่นนี้แล้วจะกุญแจนั้นจะมีประโยชน์อันใด “เจ้าทำได้หรือไม่เล่า?” จินอ๋องทำน้ำเสียงคล้ายเย้ยหยันพระชายาหงเพิ่งแอบกระซิบก่อนเข้ามายังงานนี้ว่าพระธิดาของตนนั้นดูเปลี่ยนไปคล้ายสตรีกำลังตกอยู่ในห้วงรักจินอ๋องรู้สึกหงุดหงิดเป็นกำลังที่บุตรสาวโดนเจ้าหนุ่มรูปงามผู้นี้มาล่อลวงให้หลงรักบุตรสาวสุดที่รักของเขากำลังปันใจไปรักผู้อื่น
จวิ้นอ๋องรู้สึกว่าตนถูกท้าทายความถือดีในเกียรติศักดิ์ศรีพลุ่งพล่านขึ้น
“ทำได้พะยะค่ะ”
“เอาเถิดเพียงแค่เจ้าพยายามก็นับว่าดีแล้ว เพราะเปิ่นหวางยังไม่รู้ว่าผู้อื่นในที่นี้อาจจะทำได้เช่นกัน” จินอ๋องลุกขึ้นยืน “ในที่นี้ ผู้ใดที่ต้องการอภิเษกสมรสกับองค์หญิงจินเฟิ่งก้าวออกมา”
ชายหนุ่มทั้งสามออกมาอย่างองอาจจวิ้นอ๋องหันขวับไปมอง ‘เจ้าพวกนี้อีกแล้ว’ เจ้าหย่งจื้อบุตรใต้เท้าเจ้ากรมโยธาเดินนำหน้า ตามด้วยเฝิงเหวินเหอ บุตรใต้เท้าเหอกรมตุลาการแต่ชายหนุ่มคนสุดท้ายกลับทำให้ทุกคนถึงกับงุนงง ไม่เคยมีผู้ใดเคยเห็นเขามาก่อนชายหนุ่มร่างสูงเพรียวที่สุดในกลุ่มและผิวขาวจัดราวกับหิมะค้อมศีรษะคารวะจินอ๋องและพระชายา
“กระหม่อมสิงจิ้งถิง บุตรของหัวหน้าเผ่าเหยี่ยวภูผา พะยะค่ะ”
จินอ๋องตกตะลึง“เจ้ามาด้วยหรือ?”
“พะยะค่ะครั้งนี้มีเหตุสำคัญนักท่านพ่อของหม่อมฉันให้เดินทางเข้ามาเพื่อกราบทูลเรื่องสำคัญด้วย”
“เจ้าคิดจะอภิเษกสมรสกับจินเฟิ่งด้วยหรือ?”
ชายหนุ่มใบหน้าคมผิวขาวจัดผู้นั้นชำเลืองไปมองทางองค์หญิงก่อนยิ้มน้อยๆ“ไม่ทราบว่า องค์หญิงจะจำกระหม่อมได้หรือไม่? แต่กระหม่อมเคยกล่าวไว้แล้วว่าจะกลับมาอภิเษกสมรสกับองค์หญิงจึงต้องทำตามที่ลั่นวาจา”
จวิ้นอ๋องได้ยินเช่นนั้นก็กำหมัดแน่นเข้าใบหน้าสูบฉีดโลหิตแห่งโทสะ จนจินวั่งซูต้องสะกิดเตือนสติ “ใจเย็นๆ น้องข้า!”
“เจ้ามิได้ยินวาจาสามหาวนั่นหรือมันคิดจะอภิเษกกับคนรักของข้า” จวิ้นอ๋องดวงตาเครียดเขม็ง
จินอ๋องพยักหน้าให้กับสิงจิ้งถิง“จริงสินะ เจ้าเคยกล่าวเช่นนั้น” แล้วหันไปมองที่เจ้าหย่งจื้อและเฝิงเหวินเหอ“พวกเจ้าคิดเช่นใด?”
เฝิงเหวินเหอยิ้มนิดๆ“กระหม่อมตั้งใจจะอภิเษกสมรสกับองค์หญิงอยู่แล้ว พะยะค่ะ เราเติบโตด้วยกันมาในวัยเด็กกระหม่อมอยากจะปกป้ององค์หญิงเหนือผู้ใด”
“ดี! เจ้าตอบได้ดี”จินอ๋องหันไปทางเจ้าหย่งจื้อ “แล้วเจ้าเล่า?”
“กระหม่อมคอยติดตามองค์หญิงมาตั้งแต่เด็กเช่นกันกระหม่อมเองก็อยากจะอภิเษกสมรสกับองค์หญิง พะยะค่ะ” รอยยิ้มกวนๆ ของเจ้าหย่งจื้อส่งมาทางชายหนุ่มทั้งสาม
“อืม...นั่นสินะเจ้าหย่งจื้อกับเฝิงเหวินเหอล้วนเคยเป็นเพื่อนเล่นในวัยเด็กของนางสิงจิ้งถิงก็เคยดูแลนาง ส่วนจวิ้นอ๋องก็ขอโอกาสเป็นพระราชบุตรเขยในเมื่อพวกเจ้าทั้งสี่ตั้งใจมั่นเช่นนี้ก็ถือว่าพวกเจ้าคือผู้ที่ขันอาสาตามหาสุสานขุมทรัพย์ผู้ใดหาเจอและนำมาถวายให้เปิ่นหวางได้ ผู้นั้นจะได้อภิเษกสมรสกับองค์หญิงจินเฟิ่ง”
เมื่อจินอ๋องประกาศเช่นนั้นทั้งงานก็ล้วนพูดคุยกันเรื่องนี้ไม่ขาดปากจินฉิงอีและเถาหนิงลี่ที่นั่งอยู่ข้างหลังกำลังถกเถียงกัน
“ฉิงอีไหนเจ้าว่าบ้านเจ้าเป็นตระกูลค้าขาย เหตุใดพี่เฉินกงของเจ้ากลายเป็นจวิ้นอ๋องไปได้เล่า?”
จินฉิงอีเอามือลูบหน้า“ข้าขอโทษที่ปกปิดเรื่องจวิ้นอ๋อง”นางจึงเล่าเรื่องครอบครัวตนเองให้กับเถาหนิงลี่ฟัง
เถาหนิงลี่ไม่เพียงไม่โกรธหากแต่ยังตื่นเต้นที่ได้รู้จักกับจวิ้นอ๋องท่านอ๋องคนสำคัญแห่งแคว้นหมิงอันยิ่งใหญ่ “เขาเล่ากันว่า รองจากฮ่องเต้คือชินอ๋องรองจากชินอ๋องคือจวิ้นอ๋อง ใช่หรือไม่?”
“ถ้าตามตำแหน่งน่ะก็ใช่แต่องค์ชายในแคว้นหมิงมีเยอะนะหนิงลี่ ข้ายังจำไม่ไหว”จินฉิงอีทำหน้าเอือมเมื่อเถาหนิงลี่รบเร้าให้นางเล่าเรื่ององค์ชายในแคว้นหมิง
ขณะทั้งสองกำลังซุบซิบกันหงส์คู่แห่งแคว้นจินได้ยินการเปิดโปงฐานะของจวิ้นอ๋องหมิงเฉินกงก็ตาลุกวาว“เจ้าได้ยินหรือไม่?เขาเป็นถึงจวิ้นอ๋อง พระอนุชาฮ่องเต้แคว้นหมิง”
“ก็ได้ยินพร้อมเจ้านี่ไง? แล้วจะอย่างไรเล่า?” เกาหยวนหยวนเอียงศีรษะถาม
“เจ้าช่างโง่จริงเชียวสุสานขุมทรัพย์น่ะเรื่องเพ้อฝันทั้งนั้น จะไปหาที่ใดกัน” เฝิงเพ่ยเพ่ยยิ้มเย้ยๆ “อย่างไรเขาก็คงไม่มีหวังได้เป็นราชบุตรเขยแต่ข้านี่สิ ยังมีโอกาสได้เป็นชายาเอกจวิ้นอ๋องแห่งแคว้นจิน”
“เจ้าคิดจะเข้าหาเขาเช่นนั้นหรือ?”
“หากคิดจะเข้าหาชายสูงศักดิ์และฉลาดเช่นนี้ข้าก็คงจะต้องใช้วิธีฉลาดด้วยเช่นกัน” เฝิงเพ่ยเพ่ยยิ้มร้าย
เกาหยวนหยวนมองคุณชายจินด้วยสายตาหลงใหล“เช่นนั้น ข้าก็คงจะได้เป็นฮูหยินเอกตระกูลจิน พระญาติสนิทของจวิ้นอ๋องสินะ”
นางทั้งสองหันหน้าเข้าหากันยื่นมือมาจับกันแน่น “เช่นนั้นเราทั้งสองคงต้องกลับไปหารือกันอย่างจริงจัง”
องค์หญิงจินเฟิ่งในคราวแรกกำลังนึกแค้นจวิ้นอ๋องเป็นกำลัง‘จวิ้นอ๋องช่างร้ายนักปากบอกปฏิเสธฮ่องเต้หมิงแต่กลับมาหลอกให้ข้าหลงใหล ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเจ้าที่แท้ซ่อนความร้ายกาจเอาไว้’
หมิงเฉินกงมองเห็นหญิงคนรักทำตาดุโกรธกริ้วเช่นนั้นก็เหงื่อแตกเต็มหลัง
“พี่วั่งซูคราวนี้ข้าคงต้องหวังพึ่งท่านแล้ว”
“เรื่องอันใด?”
จวิ้นอ๋องสะกิดให้จินวั่งซูหันไปมองหน้าองค์หญิงนางทำหน้าดุ “อุต๊ะ!หน้านางยามนี้คล้ายเสือบนสระมรกตเลยเทียว”
“ท่านรีบคิดเร็วเข้าข้าต้องง้อนางอย่างใด นางจึงจะหายโกรธ”ระหว่างที่จวิ้นอ๋องกำลังคิดวิธีงอนง้อขอคืนดีกับนาง สิงจิ้งถิงกับสาวเท้าเข้าไปหา
“เฟิ่งเอ๋อร์ไม่เจอเจ้านาน ครานี้ข้ามาหาเจ้าพร้อมข่าวดี” ชายหนุ่มร่างสูงยิ้มกว้างให้นางจินเฟิ่งยิ้มร่า สิงจิ้งถิงรุ่นราวคราวเดียวกับจินเสวี่ยหลงพี่ชายของนางช่วงหนึ่งพวกเขาเคยคลุกคลีสนิทสนมกัน
จวิ้นอ๋องที่นั่งไม่ไกลนักถึงกับตาแทบถลนเมื่อได้ยินคำเรียกขานสนิทสนมนั้น!
-----------------------------------------------

