ตอนที่ 1 บุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์นามกู้ฉางเกอ
“สำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน ซึ่งถูกกล่าวขานว่าเป็หนึ่งในหกสำนักศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่แห่งดินแดนตงฮวง[1] นี่น่ะหรือคือโฉมหน้าที่แท้จริงของพวกเ้า อาศัยอำนาจบารมีรังแกผู้คน วิ่งเต้นประจบสอพลอ จนถึงกับต้องบีบบังคับผลักดันบุตรสาวของตนลงเข้าสู่กองเพลิงอย่างไร้เมตตา”
“ั้แ่ต้นจนจบ พวกท่านไม่เคยแม้แต่จะถามไถ่สักคำ ว่าเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนผู้นั้นให้ความยินยอมหรือไม่ วันนี้ข้าจะมาทวงความยุติธรรมนี้คืนให้กับนางเอง”
“ส่วนฐานะศิษย์ของสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนนั้น ข้าขอคืนให้พวกท่าน บัดนี้ข้าไม่้ามันอีกต่อไป”
“แต่ขอจงจำเอาไว้ว่า ความอัปยศที่ข้าได้รับในวันนี้ อีกไม่นานข้าเย่เฉิน จะต้องทวงคืนให้สาสมในวันหน้า”
ภายในมหาวิหารอันงดงามตระการตา บรรยากาศภายในแออัดแน่นขนัดไปด้วยผู้คน และเสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ แต่ในขณะเดียวกันก็มีเด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าอันหล่อเหลาสง่างาม แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแน่วแน่ กำลังยืนกำหมัดแน่น เขาะโออกมาด้วยเสียงอันกราดเกรี้ยวแสดงความโกรธแค้นไม่พอใจ
ชายหนุ่มผู้นี้มีนามว่าเย่เฉิน ซึ่งเป็ศิษย์ภายในของสำนักแห่งนี้
“บังอาจ! เ้าเป็แค่ศิษย์ภายในธรรมดาแต่คิดเหิมเกริมต่อต้านท่านเ้าสำนักเช่นนั้นหรือ หรือเ้าจะไม่อยากมีชีวิตต่ออีกแล้ว”
เสียงของผู้าุโประจำสำนักซึ่งยืนอยู่ด้านข้างดังขึ้น พลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่รังสีออกมา ใบหน้ากลับเปลี่ยนเป็เขียวคล้ำด้วยความโกรธ เสียงคำรามของเขาดังกึกก้องไปทั่วมหาวิหาร ราวกับจะดับเสียงเย่เฉินให้จมหายไปในความเงียบ
สถานที่สำคัญแห่งนี้เป็มหาวิหารของสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน หนึ่งในหกสำนักศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่แห่งดินแดนตงฮวง ย่อมไม่ใช่ที่ที่ศิษย์ธรรมดาจะมาบังอาจกระทำตนเยี่ยงนี้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้ยังเป็วันสำคัญของพิธีสถาปนาศิษย์เอกแห่งสำนัก ผู้มีอำนาจมากมายจากหลากหลายสำนักใหญ่ต่างได้รับเชิญมาร่วมงาน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็มาร่วมชมละครตลกฉากหนึ่งร่วมกัน หากไม่ติดที่จะต้องรักษาหน้าตาของสำนักไว้ ผู้าุโท่านนั้นคงจะตบศิษย์น้อยผู้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้ไปนานแล้ว
ภายในมหาวิหาร เหล่าศิษย์ภายในและศิษย์เอกต่างกำลังจับกลุ่มกระซิบกระซาบชี้นิ้วพูดคุยกันเสียงดัง พร้อมจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าอันแกร่งกล้าด้วยสายตาราวกับมองคนบ้าเสียสติ
“เ้าเย่เฉินนี่เสียสติไปแล้วหรืออย่างไร กล้าดีอย่างไรถึงมาพูดเื่พวกนี้กลางมหาวิหาร”
“แม้ว่าฝีมือของเขาในหมู่ศิษย์ฝ่ายในจะโดดเด่นอยู่บ้าง ถึงกับเคยได้ยินมาว่ามีผู้าุโท่านหนึ่งอยากรับเขาเป็ศิษย์เอก แต่ตอนนี้ดูท่าจะไม่มีหวังเสียแล้ว”
มีผู้เอ่ยคำพูดเย้ยหยันอย่างอดไม่อยู่
“ข้าเห็นว่าเขาคงไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วกระมัง หากทำให้บุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์ท่านนั้นโกรธขึ้นมา เกรงว่าทั้งสำนักไท่เสวียนของเราคงจะต้องเดือดร้อนแน่” ศิษย์เอกอีกคนพูดขึ้นด้วยความโกรธขณะเดียวกันก็แอบซ่อนความกังวลไว้ในใจ
หากการกระทำของเย่เฉินเมื่อครู่ทำให้ท่านผู้นั้นไม่พอใจขึ้นมา เกรงว่าผลลัพธ์อาจไม่ใช่แค่สำนักไท่เสวียนที่จะต้องล่มจมเพียงเท่านั้น...
แต่ทั้งแผ่นดินตงฮวงเองก็คงต้องพินาศไปด้วย
ศิษย์เอกผู้นั้นรู้สึกโกรธจนอยากจะลงมือสังหารเย่เฉินด้วยตนเองให้รู้แล้วรู้รอด
ขณะเดียวกัน บรรดาเหล่าผู้าุโและศิษย์จากตระกูลใหญ่ที่มาร่วมงานในวันนี้ ต่างก็มีท่าทีสนุกสนานกับการชมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แน่นอนว่าหลายคนมองดูศิษย์ภายในเย่เฉินราวกับดูตัวตลก
ศิษย์ภายในตัวเล็กๆ มีอะไรให้ทำมากมาย
แต่กลับเลือกที่จะเผชิญหน้ากับท่านเ้าสำนักไท่เสวียนในเวลานี้
“เ้ามีนามว่าเย่เฉินใช่หรือไม่ ข้าจำเ้าได้ เ้ามาจากเขตเทียนชิง สถานที่เล็กๆ ท่ามกลางการสู้รบในาอาณาจักรนับร้อยครั้ง กระทั่งในวันนี้เ้ามีโอกาสเข้ามาเป็ศิษย์ของสำนักไท่เสวียนเราได้...”
“แต่ตอนนี้ เ้ากลับมาบอกกับข้าว่า เ้า้าจะสละฐานะศิษย์ของสำนักไท่เสวียนงั้นหรือ”
และในขณะนั้นเอง เสียงทรงอำนาจดังก้องจากกลางมหาวิหาร ชายวัยกลางคนผู้สง่างามที่นั่งอยู่ในตำแหน่งสูงสุดกล่าวขึ้น
แววตาของเขาส่องประกายสีทองราวกับทะลุทะลวงจิตใจผู้คน ลมหายใจที่สะท้อนความแข็งแกร่งลึกล้ำดุจห้วงมหาสมุทรเผยออกมาอย่างไม่ต้องพยายาม ก่อให้เกิดบรรยากาศที่น่าเกรงขามอย่างยิ่ง ร่างกายที่แผ่กระแสแห่งพลังนั้นล้วนอบอวลด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ อำนาจอันน่าสะพรึงกลัวของเขาแผ่ออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยวาจาใดๆ ก็ทำให้ผู้คนหวาดหวั่นเพียงแค่ได้สบตา
เป็ที่ชัดเจนว่าชายผู้นี้คือยอดฝีมือขั้นสูงสุด
เขาคือผู้นำแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนคนปัจจุบัน
ทันทีที่เอ่ยปาก เสียงทั้งหมดในมหาวิหารก็ดับลง
เหล่าผู้มาร่วมงานจากขุมอำนาจและตระกูลต่างๆ ก็ต่างพากันเงียบเสียง
ฮึ่ม!
เย่เฉินััได้ถึงพลังอันน่าเกรงขามที่กดดันลงมา เหงื่อกาฬเริ่มไหลซึมลงจากหน้าผากของเขา
ทว่าตอนนี้เขาไม่มีท่าทีที่จะยอมถอยหลังง่ายๆ
อีกทั้งยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
“ท่านเ้าสำนัก ข้าก็แค่อยากเรียกร้องความเป็ธรรมให้กับเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์เพียงเท่านั้น ท่านเองก็คงไม่ยินยอมปล่อยให้นางตกลงไปในนรกทั้งเป็ต่อหน้าต่อตาใช่หรือไม่...”
คำพูดของเย่เฉินเต็มไปด้วยความหนักแน่น เปี่ยมไปด้วยความเที่ยงธรรม
ในขณะที่เอ่ยพูด ดวงตาของเขาก็เผลอมองไปทางหญิงสาวผู้หนึ่งที่อยู่ด้านหน้าโดยไม่ทันรู้ตัว
นางเป็หญิงงามรูปโฉมหมดจด วงหน้าประณีตงดงามอย่างหาที่เปรียบมิได้
ดวงตาคู่นั้นสดใสประดุจสายธารในฤดูใบไม้ร่วง อีกคิ้วเรียวยาวดั่งเส้นคิ้วไกลลิบของขุนเขา
ทั้งเส้นผมล้วนเรียบลื่นราวกับเส้นไหม เผยให้เห็นใบหน้าอันขาวใสดุจหยกขาว เปล่งประกายงดงามเจิดจรัส
นางสวมอาภรณ์สีขาวปลิวไสว ดั่งเทพธิดาที่ลงมาจาก์ แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความสง่าและเงียบสงบ
ความสง่างามเหนืุ์เช่นนี้ยากที่จะบรรยายออกมาได้อย่างแท้จริง
ราวกับเทพธิดาบนสรวง์ที่พลัดตกลงมายังโลกมนุษย์โดยไม่ตั้งใจ
แม้จะเผชิญกับเหตุการณ์วุ่นวายภายในมหาวิหาร สีหน้าของนางก็ยังคงสงบและเรียบเฉยั้แ่ต้นจนจบ
"ตกลงไปในนรกงั้นหรือ ช่างบังอาจนัก..."
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเ้าสำนักไท่เสวียนก็พลันแฝงไปด้วยความโกรธขึ้งขึ้นทันที
และในขณะเดียวกัน ผู้คนในที่นั้นก็เริ่มเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น บางคนก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ บางคนแสดงสีหน้าที่แฝงแววเย้ยหยัน
ที่แท้แล้วคำพูดที่เย่เฉินเอ่ยทั้งหมด ก็เป็เพียงเพราะเขาไม่อาจทนเห็นหญิงสาวผู้ที่ตนแอบชื่นชมมายาวนานถูกท่านเ้าสำนักส่งไปหาชายอื่น จึงเกิดโกรธและไม่พอใจขึ้นมา
แม้จะมีศิษย์หนุ่มหลายคนที่รู้สึกอิจฉาริษยาเช่นเดียวกัน แต่พวกเขาก็ไม่กล้าแสดงออกอย่างชัดเจนเช่นเย่เฉิน
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาทุกคนก็ฉลาดเกินกว่าจะทำเื่โง่เขลาเช่นนี้
ก็ในเมื่อ...ตัวตนของชายหนุ่มผู้นั้น ช่างยิ่งใหญ่เสียจนแม้แต่ท่านเ้าสำนักเองยังต้องแสดงความเคารพยำเกรง มิกล้าทำอะไรโดยปราศจากความเคารพแม้แต่น้อย
และในตอนนี้เอง สายตาหลายคู่ในห้องโถงต่างก็หันจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่เื้ัท่านเ้าสำนัก ซึ่งกำลังนั่งดื่มชาอย่างสงบเสงี่ยม ราวกับไม่สนใจเื่ราววุ่นวายที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มผู้นั้นก็คือ...กู้ฉางเกอ!
------------------------
[1] ดินแดนตงฮวง หมายถึง ดินแดนตะวันออก