สามปีก่อนเหรอ
แน่นอนว่าคาดิสย่อมมีความทรงจำเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน ปีนั้นสัตว์ร้ายบุกเข้าโจมตีที่ชายแดนของจักรวรรดิ ทหารลาดตระเวนที่ชายแดนไม่สามารถต้านทานเอาไว้ได้ พวกเขาจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากกองทัพ ในตอนนั้นกองทัพหมาป่าสีน้ำเงินกำลังซ้อมรบอยู่ใกล้ๆ พอดี องค์รัชทายาทจึงได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากพวกเขาโดยตรง
แต่พวกเขาทั้งหมดต่างมองข้ามจุดหนึ่งไป
การจู่โจมของสัตว์ร้ายนั้นเกิดขึ้นโดยมีการตระเตรียมการไว้ก่อน แต่กำลังคนที่กองทัพหมาป่าสีน้ำเงินพามาซ้อมรบมีจำกัด การต่อสู้ครั้งนั้นดุเดือดมาก สุดท้ายพวกเขาก็ได้รับชัยชนะอย่างสวยงามมากเช่นกัน แต่ความสวยงามนี้มีราคาที่ต้องจ่าย กองทัพหมาป่าสีน้ำเงินต้องสูญเสียกำลังพลไปเป็จำนวนมาก และพ่อของป๋ายโยวก็เป็หนึ่งในนั้น
การเดินทางไปจัดการเื่ต่างๆ ให้คนในครอบครัวของสมาชิกกองทัพหมาป่าสีน้ำเงินที่เสียชีวิตไป เป็กระบวนการภายในของกองทัพหมาป่าสีน้ำเงิน เดิมทีครั้งนั้นไม่ใช่คาดิสที่จะต้องไปจัดการและดูแลเื่ต่างๆ ให้ป๋ายโยว แต่ตอนนั้นผู้ที่รับหน้าที่นี้ติดภารกิจ จึงได้เรียกให้คาดิสไปแทน
ด้วยเหตุนี้ป๋ายโยวจึงได้รู้จักคาดิส แต่กลับไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของเขา และคิดว่าคาดิสเป็เพียงหนึ่งในสมาชิกของกองทัพหมาป่าสีน้ำเงิน
“ผมจำได้แล้ว ขอบคุณนะที่คุณยังจำผมได้” คาดิสเดินไปใกล้ป๋ายโยว ยื่นมือออกไปลูบศีรษะของเขาเบาๆ เด็กคนนี้ไม่มีแม่ ค่าครองชีพของเขาเป็ทางจักรวรรดิจ่ายให้ แต่ในความเป็จริงคือกองทัพหมาป่าสีน้ำเงินนั่นละที่ดูแล โดยฝ่ายการเงินของกองทัพหมาป่าสีน้ำเงินจะส่งเงินค่าครองชีพเข้าไปในเครื่องเทอร์มินอลของป๋ายโยวทุกเดือน
คาดิสยังจำเมื่อสามปีก่อนตอนที่เขาพบกับป๋ายโยวครั้งแรกได้ เด็กคนนี้ทั้งตัวเล็กและผอมมาก เมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของบิดาตน ป๋ายโยวก็พยายามอดกลั้นที่จะไม่ร้องไห้ออกมาอย่างสุดชีวิต
แต่เมื่อคาดิสหันตัวกลับ เขาก็น้ำตาไหลพราก
จักรวรรดิโซเดียร์มีสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าของทหาร ที่มุ่งเน้นในการจัดการดูแลเด็กกำพร้าจากครอบครัวทหารที่สละชีพเพื่อจักรวรรดิโดยเฉพาะ เช่นเดียวกับป๋ายโยว แต่เพราะเด็กกำพร้าผู้นี้มีบิดาเป็สมาชิกของกองทัพหมาป่าสีน้ำเงิน จึงมีความพิเศษกว่าลูกกำพร้าของทหารทั่วไป
เมื่อสามปีที่แล้ว คาดิสถามป๋ายโยวว่า ‘มีความ้าหรือความฝันอะไรไหม’
ป๋ายโยวตอบว่า ‘ผมอยากเป็ทหาร และถ้าสามารถเข้าร่วมกองทัพหมาป่าสีน้ำเงินที่พ่อจงรักภักดีได้ละก็ นั่นคงจะดีมากทีเดียวครับ’
แต่ด้วยคุณสมบัติของเขา อีกทั้งยังเป็คนธรรมดา จึงไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมกองทัพหมาป่าสีน้ำเงิน เพราะแค่ด่านแรกอย่างคุณสมบัติของร่างกายก็ไม่ผ่านแล้ว ทว่าแม้จะไม่สามารถเข้าร่วมกองทัพหมาป่าสีน้ำเงินได้ ป๋ายโยวก็ยัง้าที่จะเข้าร่วมในกองทัพ เพราะมีเพียงอยู่ในกองทัพเท่านั้น เขาถึงจะรู้สึกว่าตนเองได้เข้าใกล้ความปรารถนาของพ่อไปอีกหนึ่งก้าว
และถ้าหากจะเข้ากองทัพ ก็จะต้องไปโรงเรียนทหาร
แม้ในจักรวรรดิโซเดียร์จะมีโรงเรียนทหารถึงห้าแห่ง แต่โรงเรียนทหารที่ได้รับการขนานนามด้วยแปดพยางค์ว่า ‘โรงเรียนทหารแห่งจักรวรรดิ’ นั้น ย่อมดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
หลังจากคาดิสบอกเื่ของป๋ายโยวแก่องค์รัชทายาทสิงเหยียน องค์รัชทายาทก็ให้เขาจัดการเื่ส่งตัวป๋ายโยวเข้าเรียนที่โรงเรียนทหารแห่งจักรวรรดิทันที เนื่องจากมีเพียงโรงเรียนทหารแห่งนี้เท่านั้น ที่มีสาขาการบริการอาหารและเครื่องดื่ม และมีเพียงสาขานี้เท่านั้น ที่ไม่สนใจว่านักเรียนจะเป็ผู้มีพลังพิเศษหรือคนธรรมดา ขอย้อนกลับไปสักนิด ผู้ที่มีพลังพิเศษทุกคนคงไม่มีใครอยากเป็นักโภชนาการ เพราะในสายตาพวกเขา นี่เป็เื่ที่เกี่ยวพันกับเกียรติยศของบุคคลคนหนึ่ง และเกียรติยศของวงศ์ตระกูล
ไม่อาจตำหนิคาดิสที่จำป๋ายโยวไม่ได้ เพราะเมื่อสามปีก่อน เด็กหนุ่มทั้งตัวเล็กและผอมแห้งมากจริงๆ เหมือนกับ...เหลียนนั่วในตอนนี้ไม่มีผิดเลย
คาดิสจึงอดไม่ได้ที่จะมองไปยังเหลียนนั่ว แล้วนำเขากับป๋ายโยวมาเปรียบเทียบกันอีกครั้ง น้ำหนักนี้ ค่อนข้างแตกต่างกันมากทีเดียว
“คุณมองผมทำไม” เหลียนนั่วถาม นักวิทยาศาสตร์ที่มีอายุห้าร้อยกว่าปีอย่างเขาไม่ชอบให้คนอื่นจ้องมอง เพราะอันที่จริงแล้วเขาก็เป็คนหัวโบราณคนหนึ่ง
แต่ตัวเขาเองก็เหลือบมองไปที่ป๋ายโยวอยู่หลายครั้งเช่นกัน ร่างกายที่ขาวๆ อวบๆ นี้ เขาชอบมันมากทีเดียว
“ด้วย...ด้วยความยินดีครับ” ป๋ายโยวคงจะรู้สึกปลาบปลื้มใจมากกว่านี้ หากเหลียนนั่วไม่จ้องมองเขาแบบนี้
“ในเมื่อคุณชายเหลียนตื่นแล้ว กระผมก็อยากจะขอพูดคุยกับคุณชายเกี่ยวกับปัญหาถัดไปครับ” นี่คือเหตุผลที่คาดิสมาหาเหลียนนั่ว เวลาของพ่อบ้านลำดับที่หนึ่งของราชวงศ์นั้นมีค่ามาก
เหลียนนั่วพยักหน้า มองไปที่ป๋ายโยวแล้วบอก “เดี๋ยวฉันจะมาหานายอีก”