แน่นอนว่าต่อให้เคลไม่ใช่อันธพาลแล้วก็ตามแต่เขาก็ยังคงใช้เงินซื้อทุกอย่างที่ซื้อได้ เพลิดเพลินไปกับความสุขกายสบายใจและสนุกไปกับชีวิตอันสงบสุขในฐานะบุตรชายเ้าเมืองผู้มั่งคั่งแม้ว่าทิศทางชีวิตจะแตกต่างจากบิลลอส แต่ไม่ว่าอย่างไรทั้งเขาและเ้าหมอนี่ก็เหมือนกันตรงที่จะไม่ใช้ชีวิตแบบที่เป็อยู่ตอนนี้แน่นอน
“นายเองก็เหมือนกันไม่ใช่หรือไง”
มุมปากของบิลลอสเริ่มยกสูงขึ้นอย่างช้า ๆเขาก้มหน้าลงหัวเราะในลำคอจนไหล่สั่นโดยไร้สุ้มเสียงก่อนจะเงยหน้าขึ้นและมองไปที่เคล
“ผมเองก็เบื่อครับ”
บิลลอสพูดว่าเบื่อออกมาพลางหัวเราะไปด้วย
“เห็นไหม ฉันกะแล้ว”
เคลไหวไหล่และกระดิกนิ้วชี้ไปทางชเวฮันซึ่งยืนใจลอยอยู่กับรอนตรงทางเข้าชั้นสามบิลลอสจึงลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเอ่ยขึ้นมา
“ท่านลอร์ด”
“อืม”
“ไว้เจอกันที่เมืองหลวงนะครับ”
เคลขมวดคิ้วถ้าเจอกันที่เมืองหลวงก็มีแต่ซวยน่ะสิ
“เจอบ้าอะไรล่ะ”
เคลโบกมือไหว ๆใส่อีกฝ่ายราวกับบอกว่ารีบไปให้พ้นหน้า บิลลอสโค้งคำนับอย่างสุภาพก่อนจากไปและในขณะที่กำลังจะลงจากชั้นสาม เขาก็ได้สบตากับชเวฮันและรอนทว่าต่างคนต่างทำเมินเฉยใส่กัน
เรียบร้อย
เคลรู้สึกยินดีกับสถานการณ์นี้ชเวฮันและบิลลอสได้บังเอิญสบตากันแวบหนึ่งแล้วซึ่งเป็ไปตามเนื้อหาที่กล่าวไว้ในหนังสือเขายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจให้กับคนทั้งสองที่นั่งอยู่ตรงข้าม
“รอน คิดไว้อยู่แล้วเชียวว่านายจะตามมาด้วยฮันส์บอกว่าบีครอสเองก็ไปด้วยนี่ หรือว่าบีครอสตรงกลับไปที่ครัวแล้วใช่ไหมเ้านั่นเป็คนที่มีความรับผิดชอบต่องานในครัวสูงนี่นะ”
“นายน้อยสนิทกับคนคนนั้นเหรอครับ”
เคลไหวไหล่เมื่อได้ยินคำถามที่เอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยของรอน
“ก็ไม่นะ”
“...อย่างนั้นเหรอครับ”
เคลพูดออกไปราวกับไม่ใช่เื่สลักสำคัญอะไรทว่ารอนนั้นได้ยินคำพูดที่ว่าไม่สามารถเป็อันธพาลไปตลอดชีวิตได้อย่างชัดเจน
เคลมองรอนที่ตอบด้วยท่าทีคลุมเครือทั้งใบหน้าบูดบึ้งก่อนจะหันไปสบตากับชเวฮัน
“ข่าวลือเชื่อถือไม่ได้สินะครับ”
เ้าหมอนี่พูดอะไรอีกล่ะเนี่ยเคลเมินคำพูดของชเวฮันไป ในตอนนั้น บิลลอสก็เข้ามาพร้อมกับชาอีกสองถ้วยที่เขาสั่งไว้
“เอาให้สองท่านนี้ได้เลยใช่ไหมครับ”
“อืม”
มุมปากของเคลยกขึ้น
“ฉันสั่งเอาไว้ล่วงหน้าน่ะ”
เคลหยิบถ้วยชาขึ้นมาวางตรงหน้าแต่ละคนด้วยตนเองชาที่วางอยู่ข้างหน้าชเวฮันคือชาที่เขาสั่งมามั่ว ๆ จากในรายการที่มีส่วนของรอนนั้น
“เห็นนายนำมาให้ฉันทุกวันเลยคิดว่าน่าจะชอบก็เลยสั่งให้เป็พิเศษน่ะ”
เขายื่นชามะนาวอุ่น ๆ ให้อีกฝ่ายวันนี้ทั้งวันเคลรู้สึกเบิกบานใจที่สุดก็ตอนที่เห็นมุมปากของรอนกระตุกอย่างไม่เป็ธรรมชาติ
แต่หลังจากดีใจได้ไม่นานเคลก็รู้สึกเย็นวาบที่ท้ายทอยอย่างบอกไม่ถูกเพราะว่ารอนดื่มชามะนาวเข้าไปโดยไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
กึก
ทำไมถึงวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดังขนาดนั้นกันโชคดีที่ดูเหมือนเคลจะไม่ได้คิดไปเองคนเดียว กระทั่งชเวฮันที่กำลังดื่มชาอยู่เงียบๆ ก็ขมวดคิ้ว
“ถ้าจะดื่มก็ดื่มเบา ๆ สิครับ”
รอนกลั้นหัวเราะหลังจากเห็นท่าทางน่าขันของชเวฮันที่เหลือบมองสีหน้าเคลก่อนจะพูดกับตนอย่างสุภาพวันนี้เขาหาดาบที่เหมาะกับเด็กหนุ่มได้แล้วเป็ดาบที่ตีขึ้นจากร้านตีเหล็กแห่งเดียวกับที่หลอมมีดทำครัวของบีครอส
“สู้กันสักตั้งไหมล่ะ”
“ผมไม่สามารถสู้กับคนที่พยายามจะฟันคนด้วยมีดทำครัวได้หรอก”
บีครอสบุตรชายของเขาคะยั้นคะยอขอท้าประลองกับนักดาบอย่างชเวฮันเป็เพราะเ้าตัวจับความรู้สึกบางอย่างได้เกี่ยวกับทักษะของชเวฮันผ่านการปะทะกันสั้นๆ ครั้งก่อนจึงยิ่งสงสัยใคร่รู้มากขึ้นกว่าเดิม ทว่าชเวฮันกลับปฏิเสธ
“หึ นายนี่ตลกจริง ๆ ทำไมล่ะ ฉันต้องถือดาบที่ชุ่มเืเหมือนนายก่อนหรือไง”
ชเวฮันหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้งจากนั้นก็ตอบกลับลูกชายของเขาราวกับกำลังปฏิญาณตน
“ผม...ตอนนี้ผมเป็ผู้คุ้มกันแล้ว เขาบอกว่าผมเองก็ทำได้เช่นกัน”
“หมอนี่มันพูดอะไรเนี่ย”
รอนเฝ้ามองการกระทบกระทั่งอันแสนน่าเอ็นดูระหว่างลูกชายของตนกับชเวฮันจากนั้นก็ติดตามอีกฝ่ายมาหาเคล ซึ่งนั่นทำให้เขาได้ยินสิ่งที่ยากจะได้ฟัง
“จะเป็อันธพาลไปตลอดชีวิตก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”
รอนลิ้มรสคำพูดเ่าั้แทนชามะนาวชเวฮันมองท่าทางของชายชราด้วยความไม่พอใจส่วนเคลกลับเฝ้ามองเหตุการณ์นั้นอย่างมีความสุข
ความสัมพันธ์ระหว่างรอนกับชเวฮันในกำเนิดวีรชนเป็แบบนั้น พวกพ้องที่ต่อให้ชอบลูบคมกันเองอยู่เรื่อย ๆแต่ก็ยังไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ ถึงแม้จะผูกพันกันด้วยสัญญาแต่ทั้งคู่ก็ไม่เคยลํ้าเส้นของกันและกัน
เคลคิดว่าเื่ราวมีจุดผิดเพี้ยนไปเพราะสิ่งที่ตนทำเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกชเวฮันกระทืบแต่ความสัมพันธ์ที่ควรจะเป็ก็ดูเหมือนจะยังดำเนินไปอย่างเหมาะสม
ถึงจะน่าเสียดายที่สิ่งต่าง ๆ ผิดไปจากต้นฉบับเล็กน้อยแต่ชีวิตของฉันต้องมาก่อนสิ จะให้มาใช้ชีวิตเหมือนในหนังสือไม่ได้หรอก
อันดับแรกขอแค่ฉันและคนที่อาศัยในอาณาเขตของฉันอยู่กันอย่างสุขสบายก็พอแล้วนี่
“แน่นอนว่าชาหวาน ๆ น่ะดีที่สุดแล้ว”
รอนชะงักไปเมื่อได้ยินเคลพูดอย่างร่าเริง
เวลานํ้าชาอันผ่อนคลายสำหรับทั้งสามคนสิ้นสุดลงท่ามกลางสายฝนที่เทกระหนํ่า
“คราวหน้าคงได้เจอกันที่เมืองหลวงสินะครับ”
หลังจากเวลานํ้าชาจบลงเคลก็ลงมาจากชั้นสามและส่ายศีรษะให้บิลลอสที่กล่าวลา
“่นี้ฉันคงจะมาที่นี่ทุกวันนั่นแหละ”
“อย่างนั้นเหรอครับ มาอ่านหนังสือเหรอครับ”
“เื่ของฉันน่า”
“มาได้ตลอดเลยนะครับร้านนํ้าชาแห่งนี้ยินดีต้อนรับท่านลอร์ดเสมอครับ”
บิลลอสแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินสิ่งที่เคลพูดและมองด้วยความสนใจยามเขาเดินผ่านไปขณะที่รอนคอยจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ
บุตรนอกสมรสของผู้นำสมาคมการค้าตระกูลฟลินน์แม้ว่าจะเป็ลูกเมียน้อย แต่เ้าตัวก็มีพร์อันยอดเยี่ยมถึงอย่างนั้นกลับโดนญาติทางสายเืขัดแข้งขัดขาจึงต้องถ่อมาทำธุรกิจถึงชานเมืองของอาณาเขตเฮนิทุสแถมยังไม่สามารถใช้นามสกุลฟลินน์ได้ด้วยซํ้า
พอรอนสังเกตเห็นว่าบิลลอสจอมละโมบกับเคลดูสนิทสนมกันเขาก็ส่งเสียงเดาะปากออกมาเพราะสงสัยว่าทำไมตนถึงต้องสนใจว่านายน้อยลูกหมาจะสนิทกับเ้าของร้านนํ้าชาหรือไม่
“จิ๊ ไอ้ความรู้สึกทั้งรักทั้งชังนี่มันอะไรกัน”
“แต่ผมไม่ได้อยากรู้สึกแบบนั้นกับคุณสักนิดเลยนะ”
รอนถอนหายใจกับคำพูดอันไร้ไหวพริบของชเวฮัน
“ไม่ใช่แก เ้าทึ่ม”
สายตาของรอนจับจ้องไปที่เคล
อย่างไรเสียครั้งนี้รอนก็จะต้องไปเมืองหลวงทว่าเขากลับรู้สึกไม่ดีเท่าไร นับั้แ่วันที่ได้กลิ่นอันน่าขยะแขยงของป่าแห่งความมืดที่ฝังอยู่บนตัวชเวฮันชายชราก็เอาแต่คิดถึงเื่นั้นตลอดเวลา
เหตุผลที่เขาต้องเก็บตัวอยู่แต่ในอาณาเขตแห่งนี้และเหตุผลที่ต้องหนีออกมาจากทวีปตะวันออก
รอนรู้สึกเหมือนว่าตนจำเป็ต้องสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับคนที่เป็สาเหตุของเื่ทั้งหมดเพิ่มเติม
จนกว่าจะถึงตอนนั้นการช่วยนายน้อยลูกหมาให้ไปถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัยก่อนจะจากไปอีกครั้งคงเหมาะสมกับงานสุดท้ายของเขาในฐานะข้ารับใช้
เพราะท่าทางของเคลกลัวจนหัวหดดูตลกดีรอนเลยมักพูดเย้าหยอกว่าจะอยู่เคียงข้างนายน้อยตลอดไป แต่ในความเป็จริงคำพูดพวกนี้จะออกมาจากปากของนักฆ่าได้อย่างไร
ฉันคงต้องบอกให้บีครอสเตรียมอาหารจานโปรดไว้ให้นายน้อยลูกหมาตลอดการเดินทางแล้วละ
รอนดูแลเคลมากกว่าดูแลลูกชายของตนอย่างบีครอสเสียอีกชายชรารู้ดีว่าเคลนั้นทำพฤติกรรมยํ่าแย่เพียงใดและนิสัยเสียขนาดไหนทว่าเขาเองก็ยังรู้อีกเช่นกัน
ภาพของเคลในวัยเยาว์ที่กำลังปลอบโยนบิดาตอนที่มารดาจากโลกนี้ไปเคลที่เกลียดแม่เลี้ยงและครอบครัวของเธอแต่กลับไม่เคยทำตัวระรานพวกเขาเลยสักนิดต่อให้จะเมาอยู่ก็ตาม
แต่อันธพาลก็คืออันธพาลอยู่วันยังคํ่านั่นแหละจิ๊
สิบสามปี ต่อให้จะรำคาญใจแค่ไหนแต่ก็เห็นกันมานานเหลือเกิน
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์สิ่งที่เคลเห็นเมื่อเดินเข้าไปในห้องนอนก็คือลูกแมวสองตัวที่นอนขดตัวอยู่ด้วยกันและมองมาที่เขาด้วยดวงตาเป็ประกายสดใส
“อา พวกแกยังอยู่สินะ”
เคลตัดสินใจพาชเวฮันที่เอ็นดูพวกสัตว์ตัวเล็ก ๆมาด้วยกัน ทว่าอีกฝ่ายขอตัวกลับไปที่ห้องของตนแล้วโดยบอกว่าจะต้องทำให้จิตใจแข็งแกร่งขึ้นเพื่อการปกป้องผู้อื่น
เมื่อเคลลองถามแบบติดตลกว่าจะปกป้องใครชเวฮันจึงตอบว่าจะยอมบอกก็ต่อเมื่อตนแข็งแกร่งขึ้นแล้วซึ่งทำเขาเอาขนลุกชันอย่างบอกไม่ถูก เคลไม่อาจรู้ได้เลยว่าเ้าคนที่แข็งแกร่งจะตายอยู่แล้วนี่จะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ไปเพื่ออะไร
“นายน้อยครับ”
ฮันส์เดินมายืนข้างเคลซึ่งกำลังจ้องมองพวกลูกแมวอยู่
“เป็ยังไงบ้างครับนายน้อยน่ารักน่าเอ็นดูและน่าประทับใจกว่าเดิมไหมครับคุณแมวทั้งสองถือตัวมากจนไม่ยอมให้ััด้วยซํ้าละครับ ฮ่า ๆ!”
ฮันส์นั่งยอง ๆลงข้างแมวทั้งสองและเงยหน้ามองเคลอย่างภาคภูมิใจ สีหน้าเปี่ยมด้วยความปลื้มปริ่มจนเคลและรอนถึงขั้นเบือนหน้าหนีสีหน้าที่ว่านั้นไม่เกี่ยวอะไรกับความน่ารักของแมวเลยสักนิดเดียว
“ครับ? ไม่คิดอย่างนั้นเหรอครับ”
ผู้สมัครชิงตำแหน่งพ่อบ้านผู้แข็งแกร่งดูเหมือนจะชื่นชอบแมวเอามากๆ
“อืม นั่นสินะ”
แมวสองตัวที่ไม่อาจรู้ได้ว่าถูกช่วยมาจากไหนกำลังนั่งอยู่บนเบาะผ้าไหมอันลํ้าค่าพวกมันดูอิ่มหนำสำราญและสุขภาพดีกว่าเดิม ใน่เวลาสั้น ๆ แค่นั้นผู้ช่วยพ่อบ้านนั่นร่ายเวทมนตร์แบบไหนใส่กันนะ
ถึงอย่างนั้นพวกมันกลับเมินเฉยสายตาของฮันส์อย่างเย่อหยิ่งแต่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อบ้านกับแมวก็เป็แบบนั้นมาตลอดไม่ใช่หรือไง
“ถ้าอย่างนั้นกระผมขอตัวนะครับ นายน้อยหากมีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณแมวทั้งสองอีก โปรดเรียกหากระผมนะครับ”
“รีบไปให้ไวเลย”
หลังจากมั่นใจว่ารอนส่งฮันส์ที่มัวแต่ลีลาออกไปสำเร็จแล้วเคลก็เข้าไปในห้องนํ้าโดยไม่สนใจดวงตาเป็ประกายของพวกลูกแมวทันใดนั้นหูของเ้าแมวทั้งสองก็ลู่ลง
“โฮ่”
ขณะนั้นรอนที่ส่งฮันส์ออกไปเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้ามาหาพวกมันในห้องนอนนี้เหลือเพียงรอนและลูกแมวสองตัวเท่านั้น
“ลูกหลานของเผ่าแมวนี่เอง”
ดวงตาสีทองของแมวทั้งสองเริ่มมีประกายคมปลาบหมุนวนแต่รอนไม่สนใจแววตาเ่าั้ชายชราตรวจดูประตูห้องนํ้าที่ยังปิดอยู่และนั่งลงตรงหน้าพวกมัน
“ดีละ”
รอนยกยิ้มมุมปาก
เผ่าแมวเป็เผ่าพันธุ์ที่มีประสาทััอันฉับไวและประเมินผู้คนรอบตัวได้รวดเร็วที่สุดพวกเขาเป็เผ่ามนุษย์สัตว์ที่ค่อนข้างเป็ที่รู้จักอย่างแพร่หลายในทวีปตะวันออกมากกว่าทวีปตะวันตก
อย่างไรก็ตาม ในฐานะนักฆ่ารอนจึงไม่อาจทำความรู้จักกับชาวเผ่าแมวได้เลยเพราะพวกเขาจะยิ่งเร้นกายเงียบเชียบและมีประสาทััที่เฉียบคมกว่าเดิมต่างจากมนุษย์สัตว์เผ่าอื่นที่จะดุร้ายยิ่งขึ้นเมื่อเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่งแต่ถึงพวกมันจะด้อยกว่าเผ่าหมาป่า เผ่าพยัคฆ์ หรือเผ่าราชสีห์ แต่ก็นับเป็เผ่าพันธุ์ที่น่าหวั่นเกรงอยู่ดี
เมื่อมองเด็กเผ่าแมวทั้งสองคนรอนก็นึกถึงสิ่งหนึ่งขึ้นมา แม้จะเป็ความคิดที่ผุดขึ้นอย่างกะทันหันอีกทั้งพวกเขาล้วนอายุยังน้อย แต่ว่า...
ฉันสอนพวกมันได้
รอนตรวจดูประตูห้องนํ้าที่เคลเดินเข้าไปอีกครั้ง
เผ่าแมวให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์เป็อย่างมากเมื่อมอบความเชื่อใจให้ไปแล้วครั้งหนึ่ง พวกเขาก็จะไม่มีวันหักหลังแม้ว่าจะคงไว้ซึ่งความระแวดระวังแต่พวกเขาก็ให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์ไม่น้อยไปกว่าเผ่าหมาป่า
เด็ก ๆ เผ่าแมวทั้งสองเป็ฝ่ายมาหาเคลก่อนดังนั้นเขาควรมอบของขวัญอำลาให้กับนายน้อยลูกหมาสักหน่อย
เขาเดินเข้าไปใกล้เด็ก ๆ เผ่าแมวอีกเล็กน้อยและเอื้อมมือไปลูบหัวแมวสีเงินที่ตัวใหญ่กว่านิดหน่อย
ผัวะ
แมวตัวนั้นตะปบมือรอนด้วยความโกรธและพาแมวสีแดงไปที่มุมหนึ่ง
“โฮ่”
ความสนใจฉายขึ้นในดวงตาของรอน ดูเหมือนว่าเด็ก ๆเผ่าแมวเหล่านี้จะมองตัวตนของเขาได้ทะลุปรุโปร่ง แต่ก็ไม่แปลกนักเพราะพวกมันต้องคอยระวังคนอย่างเขาที่ใกล้ชิดกับความตายเพื่อรักษาชีวิตให้ยืนยาวถึงได้กล่าวกันว่าแมวมีเก้าชีวิตไม่ใช่หรือไง
เผ่าแมวมีชื่อเสียงในด้านชีวิตที่ยืนยาวและฝีเท้าของพวกเขาในยามคํ่าคืนก็เงียบเชียบยิ่งกว่าใคร
รอนคลี่ยิ้มออกมา
“ตัวหนึ่งคือหมอก ส่วนอีกตัวคือพิษสินะ”
ตัวสีเงินคือหมอกส่วนตัวสีแดงคือเืหรือไม่ก็พิษรอนสังเกตเห็นพลังงานที่พวกมันไม่อาจซุกซ่อนไว้ได้เพราะยังเด็กมากด้วยความสามารถระดับนี้ ถึงจะไม่ใช่นักฆ่าแต่ทั้งสองก็ถือว่ามีพร์อันเยี่ยมยอดสำหรับการแฝงตัวอยู่ในเงา
เมื่อมองไปที่รอน แมวสีเงินก็หันหน้าหนีส่วนแมวสีแดงก็ส่งเสียงแค่นจมูกเยาะเย้ยสองพี่น้องไม่มีความคิดที่จะกลายเป็นักฆ่าที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายหรืออยู่ใกล้กับคนแบบนั้นเลยสักนิด
แม้แมวทั้งสองจะยิ้มเยาะใส่รอนเพราะล่วงรู้เจตนาของเขาแต่ทันใดนั้นพวกมันกลับเกาะติดกันอย่างรวดเร็วและเงยหน้ามองเคลที่ออกจากห้องนํ้าด้วยดวงตาเป็ประกาย
“หลับตา”
พวกมันก็หลับตาลงทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของเคล
“รอน ไปหาบีครอสแล้วเตรียมอาหารมาให้ฉัน”
“ครับ”
เมื่อรอนจากไปแล้วเคลก็นั่งบนโซฟาและเอ่ยถามพลางจับจ้องไปยังเ้าแมวทั้งสองที่หลุบตาลงพร้อมส่งเสียงร้องเบาๆ อยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง
“พวกแกมาจากเผ่าแมวใช่ไหม”
แมวสองตัวพยักหน้าพร้อมหลับตา
“พวกแกจะติดตามฉันต้อย ๆ แบบนี้งั้นเหรอ”
คราวนี้ไม่มีใครตอบคำถามของเขาเลย
ทว่าเ้าแมวตัวสีแดงกลับค่อย ๆเดินเข้ามาหาและเอาแก้มถูไถกับขาของเคลส่วนแมวตัวสีเงินก็เข้ามาใกล้และใช้อุ้งเท้าหน้าแตะที่เท้าของเคลเบา ๆ
เคลคิดเื่สองพี่น้องนี่เอาไว้แล้วเขาพยักหน้าและตัดสินใจว่าจะให้แมวสองตัวนี้อยู่ในตำแหน่งไหน
“ถ้าอย่างนั้นก็จ่ายค่าอาหารมา”
แมวทั้งสองตัวร้องตอบในทันที
เมี้ยวววว
เมี้ยวววว!
“ตอบเป็ภาษามนุษย์ที”
อนแมวสีเงินซึ่งเป็พี่สาวพูดพร้อมดวงตาสีทองที่ส่องประกาย
“ฉันอยากกินเนื้อ ฉันยังหิวอยู่เลย”
ฮงเ้าแมวตัวสีแดงซึ่งเป็น้องชายของอนแตะอุ้งเท้าลงบนขาของเคลอย่างแ่เบา
“ผมอยากกินเค้ก”
เคลตอบ
“ฉันเอาให้พวกนายกินได้เยอะแยะเลยละเพราะงั้นคงรู้กันใช่ไหม”
“ค่าอาหาร!”
“ค่าอาหาร!”
แมวทั้งสองร้องตอบทันทีและแล้วสองพี่น้องผู้สืบทอดตระกูลรุ่นเยาว์ที่ถูกบีบให้ต้องละทิ้งเผ่าแมวหมอกก็ได้เข้ามาเป็ส่วนหนึ่งในตระกูลเคานต์เฮนิทุส
สี่วันต่อมา เคลลงไปร่วมรับประทานมื้อเช้ากับครอบครัวหลังจากไม่ได้ร่วมโต๊ะด้วยกันมาหลายวันเคานต์เดรูธยิ้มแย้มขณะมองดูบุตรชายของตนที่แต่งตัวเรียบง่ายกว่าปกติ
“ลูกออกเดินทางวันนี้แล้วสินะ”
วันนี้เคลจะเดินทางออกจากอาณาเขตเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง