“พวกนั้นจะแหย่เธอแค่่แรกๆ เท่านั้นแหละ ไม่นานก็คงเบื่อดีนะที่เธออดทนไม่โต้ตอบพวกนั้นได้”
“ผมไม่อยากราดน้ำมันลงบนกองเพลิงน่ะครับ”
ริโอะยักไหล่ตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ดีแล้วล่ะ ใครจะว่าอะไรก็ช่าเขาผลสอบครั้งนี้คงทำให้ทุกคนรู้ว่าเธอเก่งกว่าที่พวกเขาคิดไว้เยอะแต่เตรียมใจไว้หน่อยนะ จากนี้ไปอาจจะหนักกว่าเดิมก็ได้”
เซเรียพูดด้วยความเป็ห่วง
“ผมชินแล้วล่ะครับ”
ริโอะตอบกลับด้วยสีหน้าไร้กังวล
“แต่...พวกขุนนางไม่ได้แกล้งกันเบาๆ เหมือนคนธรรมดานะริโอะ”
เซเรียมีสีหน้ากลัดกลุ้ม
ริโอะเดาว่าเซเรียคงจะเคยมีประสบการณ์ถูกกลั่นแกล้งมาก่อน
“ผมได้ยินมาว่าสมัยเรียนอาจารย์เรียนเก่งมาก อาจารย์เองก็เคยเจอกับปัญหาแบบเดียวกับผมใช่ไหมครับ?”
“ก็...มีบ้างนะประมาณว่าลูกขุนนางตระกูลใหญ่กว่าพูดประชดประชันอะไรทำนองนี้น่ะ”
“แล้วอาจารย์ผ่านมันไปได้ยังไงครับ?”
“ก็แค่มองเขาเป็อากาศธาตุไง”
“ว่าแล้วเชียว”
ริโอะหลุดขำเซเรีย
“ฮึๆ ตอนนั้นลำบากมากเลย แต่อาจารย์มีเพื่อนไงก็เลยพอทนได้ แต่ริโอะนี่สิอาจารย์เป็ห่วงนะ”
เซเรียทำท่าโมโห
“ผมไม่เป็ไรหรอกครับ”
ริโอะพูดกลั้วหัวเราะ
“ทำไมล่ะจ๊ะ?”
เซเรียกำลังสงสัยว่า ริโอะแอบไปมีเพื่อนั้แ่เมื่อไร
แต่คำตอบของริโอะกลับมาเหนือคาด
“เพราะผมมีอาจารย์ไงล่ะครับ”
ริโอะพูดด้วยท่าทางปกติ เป็อาจารย์สาวซะเองที่อึ้งไป
“เอ่อ!...อ่า...นั่นมัน...”
สงสัยเซเรียเพิ่งจะเข้าใจความหมาย พวงแก้มเธอจึงค่อยๆ แดงขึ้น
เมื่อทนความเงียบไม่ไหวเซเรียจึงพูดขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศอึดอัดนี้
“น...นี่แกล้งอาจารย์เหรอ?? มองอาจารย์เป็เด็กใช่ไหม??”
“เปล่าครับ อาจารย์อายุมากกว่าผมอีกนะครับ”
“แต่ยังไงเธอก็มองว่าอาจารย์เด็กใช่ไหม? เห็นอาจารย์เป็เพื่อนมากกว่าเหรอ?”
“แล้ว... ไม่ได้เหรอครับ?”
ริโอะถามพลางจ้องไปในดวงตาคู่งามของเซเรีย
แต่เซเรียกลับหลบสายตาแกร่งคู่นั้น
“เอ่อ...”
“ผมนับถือในอาจารย์นะครับ ถ้าอาจารย์รังเกียจล่ะก็ผมจะเว้นระยะห่างไว้บ้างดีไหมครับ?”
เซเรียพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเมื่อโดนนักเรียนคนสนิทถาม
อาจารย์สาวทำได้แค่เปล่งเสียงแหบๆออกมา
“ไม่หรอก...”
“ครับ?”
“ไม่ได้...รังเกียจ”
ครั้งนี้ได้ยินชัดเจน
เมื่อเห็นท่าทีขวยเขินของเซเรียริโอะกลับยิ่งอยากแกล้งอาจารย์น่าหยิกคนนี้ขึ้นไปอีก
“พูดอีกรอบสิครับ ผมไม่ได้ยิน”
“เอ่อ...”
ริโอะจ้องหน้าที่แดงเป็ลูกตำลึงของเซเรีย
“อาจารย์? ก..ก็บอกว่าไม่ได้รังเกียจไงล่ะ! ใจร้าย!ไม่ได้ยินก็เดาเอาเองสิ ฮึ่มมมม!”
เซเรียอายจนเกินทน คนตัวเล็กะโออกมาทั้งใบหน้าแดงแปร๊ด
“ขอโทษครับ ผมแค่อยากได้ยินชัดๆ”
ริโอะขอโทษ แต่เรียวปากกลับยิ้มร่าอย่างมีเลศนัย
“ฮึ!”
เซเรียถลึงตาใส่ริโอะ
“ถ้าผมเดือดร้อนเื่เพื่อน ไม่ว่าจะเป็ในฐานะอาจารย์หรือในฐานะเพื่อนอาจารย์ช่วยฟังคำปรึกษาของผมด้วยนะครับ”
“ด...ได้สิ ถ้าวันไหนริโอะร้องไห้มา อาจารย์จะให้ยืมอกไปซบก็แล้วกัน”
พอถูกขอร้องแล้ว เซเรียก็เหลือบมองคนถามแวบหนึ่งก่อนตอบ
“อาจารย์ตัวเล็กน่ารัก ขนาดกำลังดีเวลากอดเลยนะครับเนี่ย”
“ย...อย่ามาพูดว่าตัวเล็กนะ! ยังอยู่ในวัยเจริญเติบโตต่างหาก!”
ริโอะหัวเราะร่าให้กับเซเรียที่เถียงจนหน้าแดง
และในที่สุดเซเรียก็อดขำไม่ได้จนต้องปล่อยก๊ากไปด้วย
วันนี้ก็เป็เหมือนวันธรรมดาวันอื่น
แต่ริโอะกลับคิดว่าวันนี้เป็วันที่ดีวันหนึ่งเลยทีเดียว
เด็กชายไม่ได้หัวเราะจากใจแบบนี้มานานแล้ว
ลึกลงไปในจิตใจเขา ยังคงมีความแค้นแอบซ่อนอยู่
แต่พอได้มาหัวเราะแบบนี้แล้วรู้สึกเหมือนจิตใจที่หนักอึ้งก็ได้ผ่อนคลายลง
ริโอะอยากให้ทุกวันผ่านไปด้วยดีแบบนี้เรื่อยๆ
ถึงจะรู้ว่ามันเป็ไปไม่ได้ แต่ก็ขอให้นานที่สุด
แต่อะไรๆ ก็ไม่เป็ดังคาด
อย่างที่เซเรียเตือนไว้ผลการสอบครั้งนี้ทำให้ริโอะถูกเพื่อนรังแกหนักกว่าเดิม
ริโอะใช้พลังเวทได้แต่เขากลับทำได้ไม่ดีในวิชาเวทมนตร์
จึงถูกเพื่อนในห้องล้อเลียนกันยกใหญ่
เมื่อได้เลื่อนชั้น ริโอะก็ถูกคุณหนูคนหนึ่งสารภาพรักเข้า
เมื่อเขาปฏิเสธไป แทนที่จะเป็เื่ดีแต่เขากลับถูกข่าวลือโหมกระหน่ำ
การกลั่นแกล้งจึงยิ่งเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ
ทว่าเด็กชายยังคงนิ่งเฉย
เพราะเขายังคงต้องเดินหน้าต่อไป
ไม่ใช่สิ เขากลัวการหยุดอยู่กับที่มากกว่า
การจดจ่อกับเป้าหมายคือสิ่งยึดเหนี่ยวเพียงอย่างเดียวของริโอะ
ถึงแม้ว่าเขาจะผ่านเื่ราวต่างๆ มากมายมาทั้งวัน
แต่่เวลาน้ำชากับเซเรียเท่านั้น ที่เขาสามารถหัวเราะออกมาได้จากใจ
วันเวลายังคงผ่านไปอย่างไม่คอยใคร
5 ปีต่อมา...