‘ถ้าอย่างนั้นหนูเพลงก็บุกไปเหยียบหน้ามันให้ถึงถิ่นเลยจ้ะ เชื่อป้า’
เพลงพิณไม่รู้หรอกว่าตัวเองกลายเป็คนบ้ายุไปั้แ่เมื่อไหร่รู้แต่ว่าพอโทร.ไปเล่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นให้ใกล้รุ่งฟัง ผู้เป็ป้าก็ใส่อารมณ์ไม่ยั้งกลายเป็ว่าหล่อนนั่นแหละที่ต้องรองรับอารมณ์ของอีกฝ่ายแทนฟังเสียจนหูแฉะจนเกือบจะตัดสายทิ้งแต่ยังดีที่ใกล้รุ่งทิ้งท้ายด้วยของล่อตาอีกเช่นเดิม
‘ทำตามที่ป้าบอกนะ แล้วป้าจะให้งบก้อนโตกับหนูเพลงไปชอปปิงที่ฮ่องกงตกลงไหม’
‘มันไม่แรงไปหน่อยหรือคะคุณป้า’หล่อนยังคงท้วงติง
‘หนูเพลงมั่นใจไม่ใช่เหรอว่าลูกชายของป้าต้องแล่นไปหาแม่นั่นก็แปลว่ามันจงใจจะเปิดศึกกับเรานั่นแหละ แล้วเื่อะไรเราจะต้องไปยอมมัน’
‘แล้วถ้าคนอื่นรู้ เพลงจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน’
เพลงพิณยังคงมียางอาย เมื่อนึกถึง ‘ของฝาก’ ที่ใกล้รุ่งกำชับเสียงหนักว่าต้องส่งไปให้ถึงมือของเลอดาวลำพังนึกแค่ว่าตัวเองจะไปซื้อหามานั้นก็หน้าบางพอแล้วนี่ยังต้องนำไปให้คู่ปรับหัวใจเพื่อเป็คำถากถางเยาะเย้ยแต่หล่อนก็ไม่กล้าขัดคำสั่งผู้ที่โตกว่าเพราะอย่างน้อยของล่อตานั้นก็มีมูลค่าพอตัว
‘ถ้าเราสองคนช่วยกันเขี่ยแม่นั่นไปให้พ้นทางได้เมื่อไหร่หนูเพลงนั่นแหละที่จะได้ทุกสิ่ง...ป้าพูดจริงๆนะป้าจะยกสมบัติพัสถานที่มีให้หนูเพลงกับตาก้าวเป็ของขวัญวันแต่งงาน’
ถึงฐานะทางบ้านหล่อนจะร่ำรวยอยู่แล้วแต่เื่เงินทองมูลค่ามหาศาลที่หล่อนมีโอกาสได้มาเพิ่ม มีหรือที่คนมีกิเลศอย่างหล่อนจะไม่ไขว่คว้าเอาไว้มาจึงตอบตกลงไปอย่างง่ายดายโดยขับรถออกจากที่ทำงานของก้าวไกลแล้วมุ่งหน้าไปยังที่ทำงานของเลอดาว
แต่ระหว่างทางนั้น...เพลงพิณไม่ลืมที่จะแวะซื้อ‘ของฝาก’
หญิงสาวขยับแว่นตาดำที่สวมด้วยท่าทางเชิดหยิ่งเดินเข้าร้านขายยาที่ไม่รู้จักสั่งสิ่งที่้าสมใจแล้วก็กลับไปขึ้นรถ ขับฉิวไปยังปลายทางครั้นถึงจุดหมายตอนลงจากรถนั้นใจยังตุ๊มๆต่อมๆเพราะอารมณ์โกรธที่มีมาก่อนหน้ามันเบาบางลงไปมากแต่พอคิดว่าตัวเองกำลังโดนผู้หญิงที่แก่กว่าลูบคม หล่อนก็มีแรงฮึดสู้หมายจะต่อกร
แต่คนอย่างหล่อน...วิธีการที่ใช้ไม่ใช่ตบตี!
“ฉันมาหาเ้านายของพวกเธอ...หล่อนอยู่ไหม”
น้ำเสียงและท่าทางของเพลงพิณไม่ได้ญาติดีจนฝ่ายประชาสัมพันธ์ผู้ทำหน้าที่ต้อนรับยังอึกอักทำให้หล่อนต้องขึ้นเสียงสูงเกือบเป็ตวาด
“เงียบอยู่ได้ฉันถามว่าเ้านายของพวกหล่อนอยู่ไหม ได้ยินหรือเปล่า”
“เอ่อ...คุณหมายถึงคุณเลอดาวหรือเปล่าคะ”
“ก็ใช่สิยะ! แม่นั่นอยู่ไหม ฉันมีธุระ”
พนักงานสาวผู้นั้นยังไม่ทันตอบเสียงใครคนหนึ่งก็ลอยแทรกขึ้นมากลางปล้อง
“พี่ดาวไม่อยู่!”
ครั้นหล่อนหันไปมองจึงเห็นว่าเ้าของเสียงผู้นั้นกำลังเดินย้วยตูดบิดจริตจะก้านเกินหญิงปากเม้ม ตาจิกมองมายังหล่อนเพียงแค่เห็นหล่อนก็จำได้ว่าคือมือขวาคนสนิทที่เดินตามก้นแม่นั่น
“ไปไหน...ฉันมีธุระ”
“ตัวไม่ได้ติดกันนี่ฮ้าจะได้รู้ว่าพี่ดาวไปไหนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง...แต่เอ...” ปานสียกมือข้างหนึ่งขึ้นชี้ไปชี้มาจงใจปั้นหน้ายั่วยุ “ถ้าจำไม่ผิด เหมือนจะมีผู้ชายมารับ...ล้อ หล่อด้วยฮ่ะ”
ผู้ชายคนนั้นต้องเป็ก้าวไกลแน่ๆ
เมื่อเพลงพิณปักใจคิดตามนั้นการยั่วแหย่ของปานสีจึงได้ผล เืกำลังขึ้นหน้าหล่อนทีเดียวตอนนั้นเองที่เพลงพิณได้จังหวะยัดถุงกระดาษในมือใส่ปานสี
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ฝากของให้พี่ดาวของแกด้วยแล้วกัน...ฝากบอกด้วยนะว่าอย่าร่านให้มากนักเพราะว่าผู้ชายที่กำลังคั่วน่ะเขามีเ้าของแล้ว แต่ถ้ายังคันคะเยอจนทนไม่ไหวก็อย่าปล่อยให้ท้องป่องจนหาพ่อไม่ได้ละ”
พูดจบหล่อนก็สะบัดหน้าพรืด ก้าวฉับๆเดินออกไปพร้อมกับทิ้งะเิคำพูดเอาไว้!
//////////////////////////////////////
เมื่อถุง ‘ของฝาก’ ถูกเปิดออก เลอดาวหัวเราะจนตัวโยนไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ได้รับสักนิด เห็นเป็เื่ตลกที่อีกฝ่ายนั้นคิดจะใช้วิธียั่วแหย่อย่างน่าสมเพชสิ้นดี
เลอดาวหยิบแผงยาคุมชูแกว่งไปมาจ่อหน้าปานสียกมืออีกข้างปิดปากหัวเราะคิกคัก
“ตลกสิ้นดี...ผู้หญิงคนนั้นยังอ่อนหัดนักคิดว่าส่งยาคุมมาให้ทั้งแผงเพราะกลัวว่าพี่จะไม่รู้จักป้องกันอย่างนั้นเหรอปานช่วยพี่หัวเราะเยาะหน่อยสิ”
“โธ่!พี่ดาว ยังมาทำเป็อารมณ์ดีอยู่ได้เป็ปานหน่อยล่ะก็จะตบล้างน้ำเลยคอยดูเถอะกล้าดียังไงเอายาคุมมาให้แถมยัง...เอ่อ...ไอ้กล่องนั่นอีกคิดว่าไม่มีปัญญาซื้อหรือไงกันนะ”
เลอดาวไหวไหล่พลางเบ้ปากแล้วลดเสียงให้เบาลงเมื่อพูดต่อ “มันก็แค่การแสดงออกทางสัญลักษณ์น่ะปานอย่าไปเต้นตามผู้หญิงคนนั้นหน่อยเลย”
“พี่ดาวไม่ใเลยเหรอฮ้า นั่นมัน...”ปานสีขยักขย่อนจะพูด
เลอดาวจึงหยิบของอีกสิ่งออกมาจากถุงมันมีให้เลือกตั้งสามแบบ...มีทั้งผิวเรียบ ผิวขรุขระและกลิ่นสตรอเบอร์รี่สายตามองดูของตรงหน้าอย่างขบขัน นึกไม่ถึงว่าผู้หญิงที่มีชื่อเสียงในวงสังคมเจิดจรัสจนเป็ที่กล่าวถึงในหมู่ผู้ชายว่าเพลงพิณคือดอกไม้งามที่เหมาะควรจะปักอยู่ในแจกันทองกล้าที่จะใช้มุก ‘เมียบำเรอ’ นำของที่ใช้ใต้สะดือมาให้
หล่อนจึงคิดจะหาวิธีแก้เผ็ดเอาคืนบ้าง!
“ก็แค่ถุงยางอนามัย ที่พี่ตลกไปกว่านั้นคือทั้งสามกล่องมีขนาดตั้งสามไซส์”
ปานสีคว้ามาดูทั้งสามกล่อง“จริงด้วยฮ่ะ...ไม่รู้ใครเสี้ยมให้เอาของใช้แบบนี้มาให้นะฮ้า แต่ถ้าให้เดาปานว่าต้องเป็นังดอกไม้เหี่ยวนั่นแน่ๆ”
“ทางโน้นคงคิดจะเล่นาประสาทกับพี่”
ปานสีทำท่ากุมขมับ เมื่อเล่าถึงคำพูดของเพลงพิณที่ฝากทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนกลับ“แล้วพี่ดาวจะหาทางเอาคืนไหม ถ้ามีอะไรเด็ดดวงบอกปานเลยนะฮ้านึกๆแล้วก็ยังหมั่นไส้ท่าทางของยายคุณหนูอวดดีนั่นไม่หาย หยิ่งผยองพิกลตอนเดินเข้ามานะฮ้าทำคอตั้งยังกับตัวบีเวอร์”
“ก็คงอวดดีตามประสาแหละ”
“แล้วพี่ดาวคิดวิธีออกหรือยังฮ้า”
เลอดาวหรี่ตามองผู้ถามขณะใช้ความคิดปลายนิ้วเคาะคางสองสามครั้ง เมื่อคิดออก ดวงตาทั้งสองข้างก็เป็ประกายวิบวับนึกสนุกที่จะได้แกล้งเอาคืนกลับไปบ้างพลางคิดว่าถ้าฝ่ายนั้นเห็นของฝากที่ส่งกลับคืนคงจะเนื้อเต้นเป็เ้าเข้าแน่ๆ
“ถ้าทางโน้นยังไม่เลิกตอแยกันแบบนี้เห็นทีพี่ก็คงต้องปั่นหัวคนเล่นบ้างแล้วแหละ”
ทว่าปานสีกลับค้านขึ้นมานิดหน่อย“จะแกล้งยั่วโมโหพวกนั้นยังไงพี่ดาวก็อย่าเอาคุณรูปหล่อของปานมาทำปู้ยี่ปู้ยำเล่นนะฮ้า”
พอเห็นปานสีทำตาปริบปรอยก็อดหมั่นไส้ไม่ได้
“ว่าแต่ปานเถอะ...พี่มีเื่จะไหว้วานให้ทำนิดหน่อยโอเคไหม”
แล้วหล่อนก็ลดเสียงให้เบากว่าเดิมบอกความปรารถนาในการเอาคืนให้ฟัง ปานสีได้ยินถึงกับผงะแม้มันจะไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงต่อการรับภารกิจนั้นไปทำแต่มันก็รู้สึกขยะแขยงอย่างไรพิกล
“แน่ใจนะฮ้า”
“หรือว่าเธอไม่กล้า พี่จะได้ทำเอง”
ปานสีรีบรับคำ “ไม่กลัวฮ่ะเื่ขี้ปะติ๋ว”
“เอาเป็ว่าเรารู้กันแค่สองคนนะอย่าให้ถึงหูพี่ภากับพี่เดือนล่ะ ี้เีฟังสองคนนั้นบ่นเดี๋ยวจะหูชาหาว่าคิดอะไรแผลงๆอีก”
พอสั่งการเสร็จสรรพเลอดาวก็อดกระหยิ่มยิ้มย่องไม่ได้ นึกไม่ออกว่าใกล้รุ่งจะมีสีหน้าอย่างไรถ้าได้เห็นของฝากที่ส่งคืนกลับไป
//////////////////////////////////////จบตอนที่ 8