ภาคที่3 Yan Festival ตอนที่11 ยกมา
ท่อระบายน้ำที่มีความกว้างพอที่จะเดินไปมาได้สบายๆ ทั้งหนูแมลงมากมายวิ่งกันเพ่นพ่านจนน่าขนลุก
ถึงมันจะเล็กทั้งเน่าทั้งเหม็นแต่ก็ยังดีกว่าอยู่กับไอ้พวกเวรนั่นเยอะเลย ยูกิเดินไปตามทางท่อระบายน้ำที่มีน้ำนองอยู่เล็กน้อยแต่กลิ่นของมันก็ส่งขึ้นไปยันข้างบนพื้นเลย
ฉันจะจดจำการกระทำของไอ้ชาตินรกพวกนั้นไว้ถ้าหากเรากลับไปยังอาณาจักรอาฟได้เมื่อไหร่นะ เดินไปสักพักก็มีเสียงท้องร้องดังโครกสีหน้าที่ดูไม่ดีเอาการใครเห็นก็รู้ได้ทันทีว่ากำลังหิวกระหายอย่างหนัก
หือ...เจอทางขึ้นอีกทางแล้วแต่ขอให้มันมีร้านอาหารหรืออะไรก็ได้ที่กินได้อะนะ ยูกิเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าพอเงียบลงเธอก็รีบเปิดฝาท่อปีนขึ้นไปข้างบนแอบปีนป่ายไปตามตึกหลบสายตาของผู้คนตามหาอาหารเพื่อประทังชีวิต
นั่นมัน เธอลงจากหลังคาค่อย ๆเดินเข้าไปหาชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังยืนคุยกันอยู่
นั่นพี่ใช่ไหม ? ยูกิแอบซุ่มตามพุ่มไม้เข้าไปใกล้ ๆเพื่อแอบฟังพวกเขาคุยกันแต่ไม่ทันไรเสียงท้องของเธอก็ร้องดังจนทำให้ชายหญิงพวกนั้นได้ยิน
"นั่นใครน่ะ ?"ทันทีที่เขาตะโกนเข้ามายูกิก็ตกใจรีบวิ่งหนีไม่สนใจอะไรทั้งนั้นพวกเขาวิ่งไล่ตามกันอยู่พักหนึ่งก่อนที่เธอจะกระโดดข้ามตัวตึกกลับไปยังท่อระบายน้ำหนีลงไปข้างล่างที่ที่ไม่มีใครหาเจอ
นั่นใช่พี่หรือเปล่าแล้วทำไมถึงอยู่กับผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้น...เขามาที่นี่ได้ยังไง ? เสียงหายใจเหนื่อยหอบสูดลมเข้าออกจนเจ็บหน้าอกยูกินั่งนิ่งพักอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะกลับมาปกติ
พวกเขาไปหรือยังนะ ยูกิแง้มฝาท่อขึ้นดูมองเห็นแผ่นหลังไวไวที่เดินจากไปพอดีนั่นทำให้เธอพยายามจะตามไปโดยทิ้งระยะห่างมากพอจนจับไม่ได้อีกทั้งฝูงชนมากมายเช่นนี้ยังช่วยให้ยูกิสามารถแฝงตัวไปไหนมาไหนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
แย่แล้วสิพวกเขาเข้าไปในตัวตึกแบบนี้จะตามไปยังไงล่ะ? ยูกิไม่มีทางเลือกได้แต่เดินต่อไปกับฝูงชนไปหาจุดอับสายตาเพื่อปีนขึ้นไปบนหลังคา
เธอใช้เวลาไม่นานก็สามารถขึ้นมาอยู่บนหลังคาตึกที่พวกเขาเข้าไป
ถึงของพวกนี้จะปีนลำบากไปหน่อยไม่เหมือนต้นไม้บ้านเราแต่อย่างน้อยก็มีประสบการณ์มากพอแล้ว เธอแอบมองไปทีละหน้าต่างมองเข้าไปสอดส่องภายในห้องไปเรื่อยๆ ทุกห้อง
"สเตล่า !"พวกเขาต่างก็ตกใจจนอ้าปากค้างตรงกลางห้องมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกมัดไว้พยายามดิ้นสุดแรง
จ-เจอแล้ว ไม่ทันได้ตั้งตัวเหล่าผู้คนที่กำลังอยู่รวมกันก็ส่งเสียงดังออกมาทำให้เธอตกใจเหมือนกัน
พวกเขาจับคนมาอย่างงั้นเหรอ ? พี่เป็นคนแบบนั้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ยูกิยังคงแอบมองต่อไปแต่การที่จะฟังพวกเขาคุยกันก็ยากยิ่งนัก
"เธอทำอะไรลงไปเนี่ยฉันแค่ให้คอยตามดูไม่ใช่ลักพาตัวมา"ครั้งแรกที่ซึฮากิตกใจแบบนี้ทำเอาพวกเซนยืนจ้องมองด้วยความสงสัยอยากจะเห็นใบหน้าที่เปลี่ยนอารมณ์บ้าง
"ค-คือว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัยน่ะแฮะแฮะ" พวกเขาต่างก็คืนสภาพกลับเป็นใบหน้าที่แท้จริงวินาทีนั้นมันทำให้ยูกิตกใจจนมือไม้อ่อนเกือบจะตกจากหลังคาเสียงของเท้าที่เหยียบลงบนแผ่นหลังคาทำให้พวกซึฮากิหันมามองทันที
"เสียงอะไรน่ะ ?"ซึฮากิเดินดุ่ม ๆ เปิดหน้าต่างออกไปสุดมองดูรอบ ๆ แต่ก็ไม่เจออะไรยูกิหัวใจแทบจะตกลงไปที่ตาตุ่มเธออยู่ข้างบนหลังคาที่ยื่นออกมาทำให้มองไม่เห็น
"สงสัยจะเป็นพวกนก"ซึฮากิปิดหน้าต่างสนิทก่อนจะกลับมายืนจ้องสเตล่า
"แล้ว..."สเตล่าพูดด้วยท่าทางง่อย ๆ ไม่กล้ามองหน้า
"ถ้าทำไปแล้วก็คงต้องช่วยกันแก้ปัญหา...เฟย์คิวเท หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มปกครองคิวเท มีความสามารถคล้ายกับของฉันถึงจะลองตรวจสอบดูแล้วแต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าใช่สเตตัสจริงๆ ไหม ?"
"ให้ฉันลองดูบ้าง"สเตล่าเปิดใช้งานสกิลตรวจสอบของเธอ
"โอ๊ย !"แต่วินาทีกำลังจะเห็นสเตตัสข้อความเช่นเดียวกับสกิลจุดอ่อนก็โผล่ออกมาตรงหน้าพร้อมความเจ็บปวดจี๊ดขึ้นไปบนหัวเหมือนกำลังจะระเบิดจนส่งเสียงร้องออกมาโดยสัญชาตญาณไม่อาจจะทนได้
"ไหวไหม ?" คานะพุ่งตัวลงประคองร่างของสเตล่าไว้อย่างทะนุถนอม เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่พยายามจะดูอาการของเธอไม่ว่าจะเอามือวางบนหน้าผากดูบาดแผลตามร่างกาย ใช้นิ้ววางบนข้อมือดูเส้นชีพจร
"รู้อะไรบ้างไหมกิ ?"เซนที่ทำเรื่องพวกนี้ไม่เป็นได้แต่มองดูส่งกำลังใจช่วย
"ฉันไม่รู้...แค่ดูค่าพื้นฐานของร่างกายทั้งชีพจรและอุณหภูมิไม่มีอะไรผิดปกติเลยสักอย่างฉันก็ไม่ใช่หมอซะด้วยไม่มีความสามารถเฉพาะทางในการวินิจฉัยหรอก"
"ฉ-ฉัน"สเตล่ายังสามารถคงสติไว้ได้ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง
"ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว"แม้เธอจะพูดแบบนั้นแต่เพื่อน ๆ ก็ยังไม่ไว้วางใจ
"เธอป่วยหรือเป็นอะไรไหม ?"คานะถาม
"ดูเหมือนว่าสกิลของฉันมันจะพัฒนาน่ะ"
"ว่ายังไงนะ"พวกเขาต่างก็ตกตะลึงเมื่อมีสกิลพัฒนาขึ้นแววตาอันน่าสงสัยและความอยากรู้อยากเห็นของเซนและคานะกำลังจับจ้องเธอตาไม่กะพริบ
"สกิลตรวจสอบกับสกิลจุดอ่อนหายไปแต่ดันมีสกิลใหม่ที่ชื่อว่าล่วงรู้โผล่มาแทน"ดูจากท่าทางแล้วตัวสเตล่าเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น
"พวกเราลืมอะไรไปหรือเปล่า ?"ซึฮากิเอ่ยขึ้นมาขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตาตื่นใจกับการพัฒนาสกิล
"จริงด้วยสิเฟย์ยังตื่นอยู่แถมได้ยินเรื่องสกิลพัฒนาซะด้วย...แบบนี้คงปล่อยไปไม่ได้แล้ว"สเตล่าคว้าเอามีดสั้นขึ้นเตรียมฆ่าปิดปาก
"เดี๋ยวก่อนสเตล่า"ซึฮากินั่งลงข้าง ๆ เฟย์มองดูเธอที่กำลังดิ้นพยายามจะสลัดเชือกพวกนั้นให้หลุดแต่มันก็ยิ่งทำให้แน่นขึ้นไปอีก
"ก่อนหน้านี้เธอบอกว่ารู้จักพวกคนคุมคุกกับทหารยามสินะ"เธอคนนี้ก็ดูมีหัวคิดดีคงไม่แหกปากโวยวายให้เสียแรงหรอกนะ
บ้าเอ๊ยเราดันถูกเจ้าพวกเวรนี้จับเอาซะได้ถ้าเราพยายามคุยเกลี้ยกล่อมก็อาจจะทำให้พวกมันไว้ชีวิตเราได้เท่าที่ดูผู้ชายคนนี้คงจะเป็นหัวหน้าหรืออะไรประมาณนั้นสินะ ไม่นานซึฮากิก็ตัดเชือกกับผ้าที่รัดปากอยู่ออกเผยให้เห็นรอยแดงๆ ที่โดนเชือดรัดแน่น
"ว่ายังไงล่ะที่ฉันถามน่ะ ?"แววตาอันเลือดเย็นที่จ้องมองลงมาเบื้องล่างที่ที่เฟย์ได้แต่นอนนิ่ง
"ช-ใช่ฉันรู้จักคนพวกนั้น"แววตาแบบนั้นถ้าเราพูดอะไรพลาดไปมีหวังโดนฆ่าทันทีแน่ๆ
"งั้นก็..." ซึฮากิตัดเชือกที่รัดแขนขาให้หมดจนเธอเป็นอิสระ ร่างกายที่มีเพียงผ้าขนหนูห่อหุ้มปกปิดส่วนสำคัญไว้ทรวดทรงที่น่าดึงดูดทำเอาเซนมองตาไม่กะพริบไปเลย
"พวกนายต้องการอะไรกันแน่ ?"เฟย์เอ่ยถามด้วยท่าทางที่เหมือนกระต่ายตัวน้อยในฝูงหมาป่า
"เธอไม่จำเป็นต้องรู้ ขอแค่ถ้าเธอสามารถให้ข้อมูลหรือช่วยสักเรื่องแค่นั้นก็พอหลังจากที่พวกเราออกไปจากเมืองเมื่อไหร่ก็จะปล่อยเธอทันที"
"ก็ได้ ๆฉันจะทำตามที่บอกขอแค่ไว้ชีวิต" ยังไงเราก็ต้องหาทางติดต่อกับพี่กุสตาฟให้ได้พวกมันมีส่วนเกี่ยวข้องกับเอลฟ์แน่ ๆ แต่พวกมันก็มีความสามารถแปลงกายไม่แปลกเลยที่กล้าเดินไปไหนมาไหนในเมืองแบบนี้จะว่าไปใบหน้าแบบนี้ก็เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ
"ดี" ดู ๆแล้วคงจะพยายามหาทางหนีหรือไม่ก็จะขอความช่วยเหลือแน่ ๆแต่จะปล่อยโอกาสที่จะได้เข้าใกล้เรือนจำนั่นไม่ได้เด็ดขาด
"พวกนายมาทางนี้หน่อยสิ"ซึฮากิยื่นแหวนให้กับทุกคน มันเหมือนกับลูกแก้วเล็ก ๆหรือจะพูดว่าเหมือนดวงตาดีล่ะอีกทั้งดีไซน์ก็ออกจะเรียบเนียนไม่หรูหราหรือฉูดฉาดนัก
"กิจังจะขอพวกเราแต่งงานงั้นเหรอ? แต่แบบว่ามันจะไม่แปลกไปหน-"เซนที่พูดเสียงดังท่าทางมีความสุขถูกคานะเขกหัวทิ่มพื้นไปเสียก่อน
"โทษทีนะกิก็คงมีแค่เซนเท่านั้นแหละที่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยแบบนี้"
"ฉันเข้าใจแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกงั้นมาเข้าเรื่องกันต่อ"ซึฮากิยิ้มมุมปากเล็กน้อยจนแทบจะมองไม่ออกส่ายหน้าเล็กน้อย
"แหวนพวกนี้เป็นหินเวทน่ะจะให้พูดสั้นๆ ก็คืออาวุธสำรองกรณีที่มีดสั้นหรือของอย่างอื่นหลุดมือไป การมีสิ่งนี้ไว้ก็เพื่อใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้นฉันขอย้ำว่าฉุกเฉินเท่านั้นเพราะมันอาจจะทำให้ศัตรูรู้ทริคของเราได้"
แหวนมานาอย่างงั้นเหรอ ? พวกเขาวางแผนจะทำอะไรกันแน่ เฟย์พยายามจะเงี่ยหูฟังให้ได้เช่นเดียวกับยูกิที่อยู่ตรงหน้าต่าง
"คานะ สเตล่าพวกเธอช่วยหาเสื้อผ้าให้เฟย์เดี๋ยวเราจะออกไปหาข้อมูลกันอีก"เซนถูกซึฮากิลากตัวไปอยู่อีกห้องเพื่อให้พวกผู้หญิงเขาแต่งตัวกัน
พวกเขาปลอมตัวได้อย่างงั้นเหรอแล้วร่างไหนคือร่างจริงล่ะเนี่ยแต่การที่จะปลอมตัวได้เหมือนพี่ขนาดนั้นมันเป็นไปได้ยากน่าดูหรือว่าใบหน้าตอนนี้คือหน้าปลอมจะอย่างไหนก็ยังไว้ใจไม่ได้
"กรี๊ด!"ใบหน้าของคนที่เธอแอบมองอยู่เมื่อครู่นี้จู่ ๆ ก็มาโผล่อยู่ข้าง ๆทำเอาตกใจจนมือไม้อ่อนพลาดจากการจับหลังคาเกือบจะร่วงลงไปข้างล่างดีที่ซึฮากิคว้าตัวไว้ได้ทัน
"จับตัวได้แล้วเอลฟ์ผู้ที่หนีออกมาช่วงชุลมุน...ยูกิ"เพียงประโยคสั้น ๆ ก็ทำเอายูกิหนาวสั่น
เขารู้ชื่อเราได้ยังไงแถมรู้เรื่องที่เราหนีออกมาเมื่อตอนนั้นด้วย เธอไม่กล้าแม้แต่จะคิดหนีเพราะแววตาอันดุดันจ้องมองอยู่ตลอดเวลาก่อนจะพาตัวเธอเข้าไปในห้องรวมกับคนอื่นๆ
"อา !"เฟย์ถึงกับเผลอร้องอุทานออกมาเมื่อได้เห็นเอลฟ์คนนี้
"ป-เป็นอะไร ?"เซนก็แทบจะตกใจไปด้วยเพราะเสียงร้องของเธอ
"สมาชิกคนใหม่ของเรา ยูกิเอลโฟเรีย "ซึฮากิวางเธอลงตรงกลางวงความรู้สึกของยูกินั้นเปรียบได้กับลูกไก่ในกำมือที่บีบก็ตายคลายก็รอด
"อ-เอ่อ..."เธอกลัวถึงขนาดที่ไม่อาจจะเปล่งเสียงออกมาได้ตามที่ใจอยาก
นั้นไงพวกเขาต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกันจริงด้วยแต่ทำไมถึงทำท่าทำทางกลัวขนาดนั้นล่ะ เฟย์ที่ยืนมองอยู่ไม่ห่างขนาดตอนที่เธอถูกจับมัดแต่ก็ยังไม่ได้กลัวขนาดนี้เลย
แย่แน่ ๆแย่ของจริงไอ้สองคนที่ฆ่าผู้คุมได้อย่างเลือดเย็นแถมยังแข็งแกร่งมากซะด้วยเราคงไม่รอดไปดูหน้าพ่อแม่แล้วแหละ ยูกิก้มหัวลงต่ำตัวสั่นระริกพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มเอ้อล้นออกมาด้วยความกลัว
"เธอน่ะอยากจะมาเข้าร่วมกับพวกเราหรือเปล่า?" ซึฮากิเอ่ยถามค่อย ๆนั่งลงในระดับเดียวกันเพื่อให้ลดอาการเกร็งเช่นเดียวกับคนอื่น ๆที่กำลังจ้องมองยูกิด้วยสายตาของการคาดหวัง
อ-อะไรนะพวกเขาชวนเราให้เข้าร่วมอย่างงั้นเหรอหรือว่าจะใช้ประโยชน์จากเราเหยื่อล่อหรือจะเป็นที่ระบายอารมณ์ถ้าแบบนั้นเราขอยอมตายไปเลยดีกว่า ขณะยูกิที่กำลังจะเอาเศษกระจกที่เก็บมาแทงตัวเองซึฮากิก็หยิบเอาขนมปังออกมาก้อนหนึ่งยื่นให้กับเธอ
"...ฉันรู้ว่าเธอหิว"ทันใดนั้นเมื่อกลิ่นของขนมปังทาเนยลอยเตะจมูกของยูกิเสียงท้องร้องก็ดังขึ้นความรู้สึกอยากฆ่าตัวตายก็หายไปพร้อม ๆ กับมันด้วย
ข้าวก่อนหน้านี้มันไม่อยู่ท้องจริงๆ ถ้าได้กินอิ่มก่อนตายก็คงจะดีไม่น้อยเลย เธอจ้องมันตาไม่กะพริบจนน้ำลายไหลปนกับน้ำตา
"คงจะรู้สึกโกรธใช่ไหมล่ะถูกกดขี่บังคับทำในสิ่งต่าง ๆแต่ไม่สามารถต่อต้านได้ถ้าเธอมากับพวกเรา...สิ่งที่เธอต้องการฉันจะช่วยสนองให้เองยูกิ"ซึฮากิส่งขนมปังให้กับเธอขณะที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยเขาก็พูดกรอกหูไปเรื่อย ๆ
"ข-ขออีก"เธอไม่พูดอะไรเลยนอกจากคำขอเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเอาอาหารจากซึฮากิเขาสนองให้อย่างที่ต้องการด้วยอาหารที่เก็บไว้ ขนมปังและข้าวมีให้กินจนอิ่มแปล้ไปเลย
ดูจากท่าทางก่อนหน้านี้แล้วเหมือนพวกเขาจะไม่ใช่พวกเดียวกับเอลฟ์ถ้าใช่คงไม่กลัวขนาดนั้นแต่ทำไมถึงมีร่องรอยว่าหนีออกมาพร้อมกันล่ะแถมคำพูดของเจ้าคนที่ชื่อกิก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกแปลกๆ ไปอีก เฟย์ได้แต่ยืนมองอยู่ไกล ๆไม่กล้าเข้าไปยุ่ง
"ฉันไม่ทำร้ายคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่"ซึฮากิลุกขึ้นก้าวเดินตรงไปหาเฟย์จ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น
"ไม่สิต้องพูดว่าเราเราจะกำจัดเพียงแค่คนที่เป็นอุปสรรคต่อเราเท่านั้นซึ่งเธอยังไม่ใช่แต่ถ้าพยายามติดต่อหาพรรคพวกหรือมีแผนการอะไรบางอย่างที่จะจัดการพวกเราเมื่อตอนนั้นพวกเธอก็จะถือว่าเป็นอุปสรรคที่ควรกำจัด"เมื่อสิ้นเสียงพูดเฟย์ก็ทำเพียงพยักหน้าสายตาอันดุดันที่จ้องมองมาไม่หยุดทำให้ไม่อาจจะมองตรง ๆ ได้เลย
"นี่ฉันขอพูดอะไรสักหน่อยสิ"ขณะที่ซึฮากิกำลังจะหันหลังกลับเฟย์ก็พูดขึ้นมาพอดี
"ว่ามา"
"ฉันสามารถกลับไปหาพรรคพวกได้ไหม?"
กลับไปอย่างงั้นเหรอ ซึฮากิยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"ถ้าคิดอีกแบบก็คือการที่เธอหายไปยิ่งทำให้กลุ่มปกครองตามหาตัวกลับกันถ้าเธอไปให้เห็นหน้าค่าตาบ้างก็จะไม่มีอะไรผิดปกติแต่การทำแบบนั้นเธอก็มีโอกาสที่จะหนีหรือขอความช่วยเหลือจากคนอื่นได้อีก"
หัวไวชะมัดเลยเจ้านี่ เฟย์จ้องมองรอคอยคำตอบอย่างขะมักเขม้น
"ยังไงเธอก็เห็นความสามารถในการปลอมตัวของเราแล้วก็คงไม่ต้องปกปิดอะไร"ซึฮากิดึงเส้นผมของเฟย์ออกมากะทันหันทำเอาเธอร้องเสียงหลงออกมาเบา ๆ
" [ปลอมแปลง] "
เส้นผมของเฟย์หลอมรวมกับมานาอันน่าพิศวงของซึฮากิก่อรูปร่างขึ้นเป็นเฟย์อีกคนหนึ่งท่ามกลางสายตาตกตะลึงจ้องจนตาแทบจะถลนออกมา
"นี่มัน..." อย่าบอกนะว่าจะให้ตัวปลอมไปแทนเพื่อให้คนอื่น ๆ วางใจและไม่พยายามตามหาแล้วเราก็จะหาทางติดต่อขอความช่วยเหลือได้ยากไปอีก เฟย์กัดฟันแน่นเจ็บใจเพราะผิดจากที่คาดไว้
"แค่นี้ก็จบเรื่องแล-"
"เดี๋ยว" ไม่ทันที่ซึฮากิจะพูดจบเฟย์ก็พูดแทรกทันที
"นี่ยังไม่ใช่เฟย์คิวเทที่ทุกคนรู้จัก" ไม่นานนักร่างปลอมก็สลายหายไปกลายเป็นควันดำ ๆ
"เธอคงต้องไปแต่งหน้าผ้าผมสินะตอนแรกฉันก็ดูไม่รู้เหมือนกันถ้าไม่ใช้สกิลตรวจสอบการที่แต่งหน้าแต่งตัวสามารถเปลี่ยนเป็นอีกคนได้เลยสินะ"
"ใช่ ๆขืนไปในสภาพแบบนี้ยังไงก็โดนไล่ออกมาแน่ ๆฉันขอกลับไปแต่งตัวที่บ้านจะได้ไหมเพราะอุปกรณ์กับเสื้อผ้าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่นั่นหมดเลย"
"ก็ได้ ๆ สเตล่าคานะและก็เซนฉันฝากเธอด้วยละกัน ส่วนยูกิมากับฉัน"
"เดี๋ยวก่อนฉันขออีกนิด"ซึฮากิจับแขนของยูกิลากตัวออกไปพร้อม ๆกับปลอมแปลงใบหน้าให้กับทุกคนแม้แต่ยูกิที่เป็นเอลฟ์ก็สามารถทำให้กลายเป็นหน้ามนุษย์ได้ในทันทีเนื้อที่คาบติดปากอยู่เพราะถูกลากตัวออกมากะทันหันเธอไม่สนใจว่าใครจะหวังอะไรจากเธออีกแต่วินาทีนี้ขอแค่ได้กินอาหารอร่อยๆ ก็เป็นพอ
"ไปซะแล้ว"ทั้งเซนและคานะก็ยังงงงวยกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ หลาย ๆอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนตามไม่ทัน
"พวกเธอช่วยกันจับตามองเฟย์ไว้นะ"สเตล่าเป็นคนเดินนำทางให้กับเฟย์และเพื่อน ๆ ไปยังบ้านที่ลักพาตัวเธอมา
ซึฮากิที่นำทางพายูกิเดินไปรอบ ๆที่ตลาดแห่งหนึ่งโดยที่ไม่รู้เลยว่าเธอกำลังคิดหาจังหวะหนีอยู่
กินอิ่มแล้วรู้สึกกลับมามีพลังอีกครั้งคอยดูเถอะถ้าเผลอเมื่อไหร่ฉันต้องหนีได้แน่
"ขนาดตัวเธอมันเล็กกว่าสเตล่านิดหน่อยเลยจะมาหาเสื้อผ้าให้ใส่เธอจะเลือกเองหรือให้ฉันเลือกให้" พวกเขาอยู่ตรงหน้าร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง
"เข้าไปได้แล้ว"
"ยินดีต้อนรับครับ"ลุงเจ้าของร้านคนเดียวกับที่พวกคานะมาซื้อจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือความตั้งใจของซึฮากิก็ไม่รู้
"ผมขอเสื้อผ้าแบบกะทัดรัดขาดยากสักสามชุดให้คนเธอคนนี้แล้วก็ขอเสื้อกันฝนอย่างดีด้วยครับ"ซึฮากิเหลือบตามองยูกิครู่หนึ่ง ท่าทางของเธอดูเกร็ง ๆ ไม่กล้าพูดหรือทำอะไรเลย
"งั้นเป็นชุดนี้แล้วกันนะครับเชิญหนูเข้าไปลองชุดได้เลย"เขายื่นเสื้อผ้าให้ชุดหนึ่งโดยไม่ได้รังเกียจความมอมแมมของเด็กคนนี้
"..." ยูกิยืนนิ่งเงียบไม่กล้ารับเสื้อผ้าที่ยื่นให้
"ไม่ต้องกลัว"คำพูดสั้น ๆ ที่ซึฮากิเอ่ยขึ้นทำให้ยูกิกล้ารับมันไว้แต่ท่าทางก็ยังกล้า ๆ เกร็ง ๆอยู่
หลังจากได้เสื้อผ้าครบขันแล้วพวกเขาก็ตรงไปยังที่ไหนสักแห่งที่นั่นห่างไกลจากจุดที่อยู่อาศัยพอสมควรแทบจะไม่มีคนเดินผ่านไปมาที่นั่นก็คือเส้นทางไปยังเรือนจำที่ที่ขังนาธาเอาไว้
"ถ้าเธอช่วยพวกเราทำงานนี้ไม่ว่าจะเรื่องอาหารการกิน ที่อยู่หรืออยากจะไปไหนพวกเราจะคอยช่วยเหลือเอง"
แถวนี้มันตอนที่เจอกับคนพวกนั้นถ้าแบบนี้เราก็สามารถหนีไปทางเดิมได้น่ะสิท่อระบายน้ำอยู่ห่างออกไปสี่ช่วงตึก ทันทีที่ซึฮากิหันไปมองเรือนจำที่อยู่ไกลหลายกิโลเมตรยูกิก็วิ่งหนีหายไปเสียแล้ว
รอดแล้วสินะดูท่าเจ้านั่นจะไม่รู้ตัวเลยสักนิดอย่างน้อยก็ขอบใจเรื่องอาหารละกันแต่ใครมันจะยอมตามทำตามคำสั่งล่ะ วินาทีที่เธอหันกลับไปมองดูที่ตรงนั้นซึฮากิก็หายไปแล้วเหมือนกัน
อ-อะไรกัน
"หาฉันเหรอ ?" เสียงของซึฮากิดังขึ้นข้างหลังทำให้ยูกิตกใจกระโดดถอยออกไป
ม-เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น ? จำได้ว่าเขายืนอยู่ตรงนั้นนี่นา ยูกิถอยออกห่างก่อนจะออกตัววิ่งหนีอีกครั้งแต่มันก็ไม่สำเร็จเพราะไม่ว่าจะหนีไปทางไหนก็ถูกซึฮากิดักหน้าได้ตลอด
ในเมื่อหนีไม่พ้นก็คงต้องใช้กำลังสักหน่อยแล้ว เวทลมจากการตวัดมือพุ่งเข้าเฉือนสิ่งของรอบข้างก่อนจะไปถึงตัวของซึฮากิแต่มันก็หายไปทันทีที่ได้กระทบกับบางอย่าง
"บ้าเอ๊ย !"ตรอกตึกที่ไร้ซึ่งผู้คนทำให้ยูกิสามารถใช้พลังได้ไม่ยั้งมือมันฟาดฟันพื้นที่ข้าวของพังเละไปหมดแต่ก็ยังไม่สามารถสร้างรอยแผลให้ซึฮากิได้เลยสักนิด
เป็นไปไม่ได้เราใช้มานาไปเกินครึ่งแล้วแท้ ๆ แต่ก็ยังทำอะไรเขาไม่ได้เลยแบบนี้มันเหมือนกับเมื่อตอนนั้นตอนที่เราทำได้แค่มองและหนี ภาพจำอันแสนโหดร้ายผุดขึ้นมาในหัวจนเธอแทบจะร้องไห้ออกมาแต่ก็กลั้นเสียงไว้มีเพียงน้ำตาที่ไหลลงพื้น
อยู่ต่อหน้าพวกที่แข็งแกร่งแบบนี้เราไม่มีทางหนีไปไหนได้แล้วถ้าไม่ตายด้วยฝีมือตัวเองก็โดนจับไปใช้ประโยชน์อีก เธอยกมือขึ้นอยู่บริเวณคอมานาที่กำลังรวบรวมอยู่ก่อรวมเป็นมีดคมๆและกำลังจะแทงเข้าที่คอของตัวเองแต่วินาทีนั้นซึฮากิก็พุ่งเข้ามาจับมือทั้งสองข้างดันเข้าหากำแพง
"เฮ้ย ! มีเรื่องอะไรกัน"ทหารยามสองคนที่ได้ยินเสียงเข้ามาเจอพอดี
"ไม่มีอะไรพวกแกออกไปได้แล้ว"ซึฮากิพูดตอบกลับทันทีด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะกำลังโกรธอยู่
"หน็อย คิดว่าเอ็งเป็นใครถึงกล้าพูดจาแบบนี้" นายทหารเดินดุ่ม ๆเข้ามาพร้อมกับมีดสั้นที่อยู่ในมือ
"ดูนี่แล้วก็ไสหัวออกไปซะ"ซึฮากิโยนบัตรนักผจญภัยให้กับพวกทหารยาม
"น-นี่มัน"เมื่อพวกเขาได้อ่านบัตรท่าทีก็เปลี่ยนไป
"ขอโทษที่รบกวนครับ"เสียงพูดไพเราะขึ้นในทันทีทำท่าวันทยหัตถ์ให้ก่อนจะลากเพื่อนของเขาที่ไม่ได้อ่านบัตรออกไปด้วยซึฮากิส่งสัญญาณทางใบหน้าให้วางบัตรไว้บัตรนักผจญภัยที่ถูกวางไว้ที่พื้นหลังจากอ่านเปื้อนดินนิดหน่อยแต่ซึฮากิก็ไม่ได้ว่าอะไร
"รุ่นพี่ทำไมถึงต้องหนีล่ะครับ?" นายทหารอีกคนพูด
"นักผจญภัยแรงค์ B อย่างเขาพวกเราไม่มีทางทำอะไรได้แน่ ๆอย่างน้อยก็ต้องใช้หัวหน้าหน่วยแต่ตอนนี้พวกเขาก็ติดประชุมอยู่ด้วยทางที่ดีก็ปล่อยพวกเขาไปก่อนเถอะ"
"อ่อ...ครับ"
หลังจากที่พวกทหารยามหายไปซึฮากิก็หันกลับมามองหน้ายูกิอีกครั้งแววตาอันสิ้นหวังที่มองตรงไปข้างหน้าเหมือนกับตอนที่เห็นครั้งแรกไม่มีผิด
"ยูกิ เอลโฟเรียการฆ่าตัวตายไม่ใช่ทางออกแต่หากเป็นสิ่งที่ต้องการทำไมเธอไม่แก้แค้นคนที่ทำให้เธอเจ็บก่อนละถ้าทำให้พวกมันเจ็บเหมือนที่เราโดนเหมือนกันแบบนั้นไม่ดีกว่าเหรอถ้ามาฆ่าตัวตายไปเสียก่อนพวกมันก็คงอยู่สุขสบายไม่เดือดร้อนอะไรไม่ได้รับผลกรรมที่มันทำ"
จ-จริงด้วยถ้าจะตายก็ขอฆ่าพวกมันให้หมดก่อน
"ที่เคยบอกว่านายจะช่วยฉันใช่ไหม?" ยูกิเงยหน้าจ้องตาซึฮากิ
"ใช่ฉันนี่แหละที่จะช่วยเธอเอง"
เหมือนกับที่ตาเฒ่านั่นพูดเลย ยูกินึกถึงตอนที่ไปเจอกับชายชราแปลก ๆที่ใช้เถาวัลย์รัดตัวเธอ