บทที่ 29
หลังจากทุกคนกินปลาย่างกันจนอิ่มและพร้อมทำงานแล้ว ภามก็ให้ทุกคนไปรอที่โรงเรือน ส่วนเขาก็เข้าไปหยิบเมล็ดทั้งหมดและเดินตามไปทีหลัง ภามสอนทุกคนเอาเมล็ดลงเพาะในถาดเพาะอีกครั้ง แต่เนื่องจากถาดเหล่านี้ปลูกได้เพียง 10,000 เมล็ด เขาจึงเก็บเมล็ดแครอท เมล็ดหัวไชเท้า และพวกเมล็ดพืชผักสวนครัวเก็บไว้ก่อน เขายืนดูอยู่สักพัก จนมั่นใจแล้วว่าทุกคนทำได้ถูกต้อง จึงปล่อยให้ทุกคนทำต่อไป ส่วนตัวเขาเองเดินออกไปบริเวณมุมหนึ่งของที่ดิน เลยจากโกดังไปพอสมควร และหากิ่งไม้ยาวๆ บริเวณขอบป่านั้นมาปักลงไปตามหน้าดินสี่มุม ให้ได้ขนาด 5x5 เมตร เพื่อเป็นตำแหน่งในการขุดหลุมสำหรับทำปุ๋ย จากนั้นเว้นระยะไวสำหรับเป็นทางเดิน ก่อนจะปักตำแหน่งอีกสามหลุม หลังจากจัดการเรื่องหลุมปุ๋ยเสร็จ ภามก็เดินกลับมาที่ข้างโรงเรือน บริเวณที่เคยบอกทุกคนว่าจะเอาไว้ใช้แปลงสาทิต เขายืนชั่งใช่อยู่นาน มองพื้นที่ตรงหน้า และหันไปมองพื้นที่ข้างคอกม้า มองไปมองมาอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดก็ตัดสินใจได้ ว่าจะเปลี่ยนพื้นที่ตรงนี้ไว้ปลูกผักสวนครัวแทน ภามเดินปักจุดสำหรับทำแปลกผักสวนครัวเสร็จ เห็นว่าเวลายังเหลืออีกมา จึงเดินปักจุดสำหรับทำแปลงมันฝรั่ง แครอท หัวไช้เท้าต่อ ซึ่งกว่าจะปักขอบเขตแปลงเหล่านี้ สำหรับ 13,000 เมล็ด เสร็จก็กินเวลาไปมาก ภามมองดวงอาทิตย์ที่ใกล้ลับขอบฟ้า พร้อมกับรีบไปหาไม้มาปักตำแหน่งที่จะใช้ทำนาข้าวเพิ่มอีกเล็กน้อย เมื่อทำทุกอย่างเรียบร้อย ภามเดินกลับเข้ามาในโรงเรือน พบว่ามีถาดเพาะเมล็ดเสร็จเรียบร้อยแล้ววางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเป็นจำนวนมาก เหลือถามเปล่าอยู่อีกเพียงไม่กี่ถามแล้ว อลันและเมมี่ยังนั่งทำงานอยู่อย่างขยันขันแข็ง แต่เด็กๆ ที่นั่งทำมาตั้งแต่ช่วงบ่าย คงจะเริ่มเบื่อกันแล้ว จึงลุกขึ้นวิ่งเล่นไปรอบๆ โรงเรือน “เป็นอย่างไรบ้าง ปุ๋ยที่มีพอใช้หรือไม่” ภามเอ่ยถามพร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดไฟในโรงเรือน“คาดว่าน่าจะพอขอรับ แรกๆ ทำช้าหน่อย แต่พอทำมากๆ เข้าก็ทำได้เร็วขึ้นแล้วขอรับ” อลันหันมาตอบ พลางยกมือขึ้น ใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อ“เหลืออีกแค่ 4-5 ถาดแล้วเจ้าค่ะ” เมมี่กล่าวเสริม“ถ้าอย่างนั้น ให้น้าอลันทำส่วนที่เหลือได้หรือไม่ ส่วนน้าเมมี่ตามข้ามา ข้าจะพาไปทำอาหาร” ภามพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเหลือไม่มากแล้วจริงๆ“ได้ขอรับ” เมื่ออลันรับปาก เมมี่จึงลุกขึ้นปัดเศษดินแล้วเดินตามภามเข้าไปในบ้าน จนเมื่อเดินมาถึงในครัว ภามก็หยิบมันฝรั่งออกมาจากตะกร้าผัก แล้วยื่นให้เมมี่ “เดี๋ยวน้าเมมี่ล้างแครอท กับมันฝรั่งพวกนี้ จากนะ...”“โห!! เหตุใดแครอทกับมันฝรั่งจึงหัวใหญ่เช่นนี้!! ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน” เมมี่รีบหยิบของไปจากมือภาม พร้อมพูดแทรกอย่างลืมตัว“เอ่อ... อีกหน่อยน้าก็จะได้เห็นอีกบ่อยๆ แล้ว ตอนนี้นำพวกมันล้าง จากนั้นต้มจนสุก แล้วเอามาปลอกเปลือกก่อน”“อุ๊ย ขอโทษเจ้าค่ะ” เมมี่รู้สึกตัว ก็รีบขอโทษ และทำตามที่ภามสั่ง หลังจากเมมี่ล้างและต้มมันฝรั่งกับแครอทตามที่ภามสั่งแล้ว ระหว่างพวกมันสุก ภามที่เดินหายไปทางหลังบ้านก็เดินกลับเข้ามาพร้อมปลา 5 ตัว จากนั้นจึงจัดการย่างปลาจนส่งกลิ่นหอมไปทั่ว “หอมจังเลยเจ้าค่ะ เย็นนี้ท่านแม่ทำอาหารอะไรหรือ” แอนเน่ที่เดินตามกลิ่นมาเกาะขอบโต๊ะเตรียมอาหารกล่าวถาม“ลูกต้องถามท่านภามแล้วล่ะ แม่ก็ไม่รู้เช่นกัน”“ท่านภาม เย็นนี้เราจะกินอะไรกันหรือเจ้าคะ” แอนเน่หันไปถามภามตามที่แม่บอก“ปลาย่าง แครอทต้ม แล้วก็มันบด” ภามตอบ ขณะที่ในมือก็กำลังย่างปลาไปด้วย“มันบดคือสิ่งใดกันเจ้าคะ” แอนเน่ถามต่ออย่างยังไม่หายสงสัย“เดี๋ยวเจ้าจะได้รู้เอง ตอนนี้เจ้าไปเอาจานออกมา 5 ใบก่อน” ภามหันไปสั่งแอนเน่ เมื่อเห็นว่าเมมี่กำลังปลอกเปลือกมันฝรั่ง และหั่นแครอทอยู่ แอนเน่เดินไปหยิบจานตามที่ภามสั่ง โดยมีเมมี่เตือนให้ถือระวังๆ อย่าทำแตก ย้ำอยู่หลายครั้ง จนแอนเน่ถือจานอย่างเกร็งๆ ไปหมด แต่เนื่องจากจานเซรามิคใบใหญ่เหล่านี้หนักมา แอนเน่จึงถือมาสี่จานก่อน แต่ขณะที่กำลังนำจานใบสุดท้ายมาให้ภาม เสียงมอนสเตอร์ในป่าคำรามก็ดังขึ้น แอนเน่จึงสะดุ้งตกใจ จนจานในมือหลนแตก “แอนเน่!! ท่านภาม ขออภัยเจ้าค่ะๆ!!” เมมี่อุทานอย่างตกในที่ลูกสาวของเธอทำจานที่ดูราคาแพงนั้นแตก เธอรีบเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าภาม และดึงให้แอนเน่ที่ยืนตกในอยู่คุกเข่าลงมาด้วย“ขออภัยเจ้าค่ะๆ” เมมี่กับแอนเน่กล่าวซ้ำๆ พร้อมคำหัวคำนับไม่หยุด“ไม่เป็นไร พวกเจ้ารีบลุกขึ้นเถอะ มิใช่เรื่องใหญ่อันใด น้าเมมี่เก็บกวาดจานที่แตกก่อน ส่วนแอนเน่ เจ้าไปเอาจานมาใหม่” ภามกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ ให้ทุกคนเบาใจ เมื่อสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ ภามก็นำปลากที่ย่างเรียบร้อยแล้ววางลงในแต่ละจาน และให้เมมี่จัดวางแครอทที่หั่นเรียบร้อยแล้วลงไปข้างๆ จากนั้นจึงสอนเมมี่เมมีบนมันฝรั่งเพื่อทำมันบด หลังจากเตรียมอาหารเสร็จเรียบร้อย ภามก็ให้แอนเน่ไปตามอลันกับอามินมากินข้าว ส่วนเขากับเมมี่ก็ช่วยกันยกอาหารไปวางที่โต๊ะ “ก้อนนิ่มๆ ที่กลิ่นหอมแปลกๆ นี่คือสิ่งใดกันที่รัก” อลันหันไปถามภรรยา เมื่อนั่งลงหน้าจานข้าวของตน“มันบดเจ้าค่ะท่านพ่อ” แอนเน่รีบตอบแทนผู้เป็นแม่“โอ้ เจ้ารู้จักด้วยรึ ลูกสาวพ่อเก่งจริงๆ” อลันกล่าวชม พร้อมกับยื่นมือไปลูบหัวแอนเน่ที่ทำหน้าตาภาคภูมิใจที่ได้รับคำชม หลังมื้ออาหารมีการเถียงกันอาบน้ำเกิดขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากภามจะให้เด็กๆ ไปอาบน้ำก่อน แต่ทุกคนกลับยืนยันว่า ภามควรเป็นอาบก่อน การอาบก่อนเจ้านายเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และในเมื่อเสียงเดียว ไม่ชนะสี่เสียง ภามจึงต้องไปอาบน้ำก่อน ในขณะที่คนอื่นๆ ช่วยกันเก็บกวาด ทำความสะอาดห้องอาหาร ภามที่อาบน้ำเสร็จคนแรกก็แวะมาบอกว่าวันนี้ไม่มีอะไรแล้ว ให้ทุกคนอาบน้ำพักผ่อนได้เลย โดยไม่ลืมกำชับด้วยว่าอากาศช่วงกลางคืนค่อนข้างหนาว ให้รีบอาบน้ำ ก่อนที่เขาเองก็จะเดินเข้าห้องนอนไปพักผ่อนเช่นกัน