ฟางโม่เมื่อเขากลับมาถึงบ้าน การที่ระหว่างทางที่เขาเดินเข้าไปแล้วไม่มีเหล่าคนรับใช้ที่คอยใช้สายตาดูถูกทิ่มแทงเขาเลย ก็ยิ่งเป็สิ่งที่ตอกย้ำถึงความผิดพลาดของเขา
ชายหนุ่มรีบมุ่งหน้าตรงไปยังลานกว้าง ที่ใช้เป็ที่สำหรับการฝึก และสำหรับวันนี้มันก็เป็สถานที่สำหรับการทดสอบพลังด้วย
ภาพของเหล่าลูกศิษย์ประจำสำนักกำลังเริ่มการตอนสู้กันอย่างดุเดือด ตรงหน้าของเขานั้น เป็สัญญาณที่บอกชัดเจนถึงความผิดพลาดอันใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตของฟางโม่เลยก็ได้ เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าของเขา มันคือการประลองเพื่อดูว่าใครแข็งแกร่งกว่าใคร ซึ่งจะมีได้ก็ต่อเมื่อการทดสอบพลังได้จบลงไปแล้ว
แม้ฟางโม่จะไม่อยากยอมรับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะบิดเบือนความจริงที่เขา ไม่สามารถมาทัดการทดสอบพลังได้ แม้มันจะเป็ความจริงที่แสนเ็ปก็ตาม
“มาได้ซะทีนะเ้าเศษขยะไร้ค่า พอจบเื่ก็กลับมาเลยนะ”เสียงที่คุ้นเคยของญาติพี่น้องคนสนิทที่ไม่ได้พบเจอกันมาหลายปีแล้วดังขึ้นมา ทำให้ผู้ที่กำลังชมการต่อสู้อยู่นั้นหันมามอง
ทุกสายตาจับจ้องไปที่ร่างที่มีท่อนบนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นถึงกล้ามเนื้อและผิวขาวอมชมพูของชายหนุ่มที่กำลังยืนกัดฟันตัวสั่น ก่อนที่เสียงซุบซิบนินทราของเหล่าผู้ชมทั้งหลายจะเริ่มดังขึ้นมา จนแม้แต่เหล่าลูกศิษย์ที่กำลังทำการต่อสู้กันอยู่ต้องหยุดและหันมามอง ร่วมถึงผู้าุโทั้งสามที่นั่งดูการต่อสู้อยู่บนชั้นสองก็ยังต้องหันมามอง
“เฮ้ พูดอะไรบางสิ”ญาติผู้พี่ของเขาเดินเข้ามาผลักไหล่ของชายหนุ่ม แต่ก่อนที่มือของเขาจะได้ทำในสิ่งที่คิดเอาไว้ ฟางโม่ก็หันกลับมาใช้สายตาที่โกรธเกรี้ยวหันมามองจนเขาต้องหยุดมือเอาไว้
“อย่ามายุ่งกับข้าตอนนี้ ฟงหลิน ข้าไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย”
ฟงหลินเริ่มมีสีหน้าใเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาแก้เก้อ
“ทำเป็พูดดีไปนะเ้าขยะ หนีหายไปตั้งนาน รู้มั้ยว่าพ่อของแกเขารอแกมานานขนาดไหน การที่แกกลับมาตอนนี้คงจะมาขอร้องให้ทุกคนยกเลิกข้อตกลงที่วางเอาไว้สินะ”
“ฟงหลิน”ฟางโม่หันกลับมาหาฟงหลิน พร้อมกับกำมือเอาไว้แน่น “นี้เป็การเตือนครั้งสุดท้าย ข้าบอกให้หยุด”
“ทำไมข้าจะต้อง..”
“ฟางโม่ในที่สุดลูกก็กลับมา”เสียงของชายผู้เป็พ่อดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะที่ฟงหลินจะได้พูดจบ
นั้นถือเป็โชคดีของฟงหลิน เพราะความอดทนของชายหนุ่มที่กำลังโดนพูดถึงอยู่ตรงหน้านี้ได้หมดลงแล้ว หมัดที่ห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงสีน้ำเงินของเขา ได้ถูกเตรียมที่จะปล่อยออกไปแล้ว แต่เพราะเสียงของผู้เป็พ่อทำให้ความรู้สึกผิดของฟางโม่หลั่งไหลออกมาจนดับความโกรธแล้วเปลวเพลิงที่อยู่ในมือของเขาจนหมดสิ้น
“พ่อ”ฟางโม่รีบหันไปหาพ่อของเขา ก่อนจะรีบคุกเข่าลงกับพื้น “ข้าขอโทษที่ทำให้ชื่อเสียของตระกูลต้องเสื่อมเสีย ข้าของโทษทีมาช้า”
“ไม่เป็ไรลูกพ่อ เ้ายืนขึ้นเถอะ การที่เ้ามาแม้จะในเวลานี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว”พ่อเป็พ่อพูดขึ้นพร้อมกลับพยายามประครองร่างของลูกชายให้ยืนขึ้น แต่ชายหนุ่มก็ยังคงยืนยันที่จะคุกเข่าต่อไป
ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเขามานานมากแล้ว นับั้แ่ที่เขาได้เข้าไปเฝ้าดูเื่ราวของอาเธอร์ ฟางโม่ก็อยู่คนเดียวเพียงลำพังมาตลอด จนทำให้เขาหลงลืมถึงความรู้สึกของผู้อื่น และหลงลืมถึงความสำคัญของคำพูด ที่เปรียบเหมือนวาจาสิทธิที่มีความสำคัญมากที่สุด ซึ่งเป็คำสอนที่พ่อของเขาพร่ำบอกเสมอมา จนทำให้การตัดสินใจของเขาเป้นไปตามความ้าของตนเองมากเกินไป
“ข้าทำให้ท่านพ่อต้องผิดหวัง ตามจริงแค่คุกเข่าแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ”
“ขยะอย่างเ้าทำเป็ผู้ดี”อาจารเหยาิที่เดินตามพ่อของเขามาติด ๆ เริ่มกล่าวขึ้น “ต่อให้แกจะมาทันหรือไม่ทัน ยังไงซะผลมันก็ออกมาเหมือนเดิมอยู่ดี ออกไปทำอะไรมาข้าก็ไม่รู้หรอกนะ แต่กลับมาข้าก็ไม่รู้สึกถึงพลังิญญาในตัวเ้าเลยซักนิดเดียว”
“เงียบปากแกไปซะ”ฟางโม่ตวาดขึ้น “ข้ารู้สึกผิดกับท่านพ่อไม่ใช่กับแก”
“สามห้าว”อาจารย์เหยาิเริ่มมีน้ำโห “นี่เ้ากล้าเรียกข้าเช่นนี้เลยรึ”
“พูดอย่างกับว่าท่านเคยเห็นข้าเป็ลูกศิษย์ของท่านอย่างนั้นแหละ”
“พอที”ประมุขเหยาะโออกมาก่อนที่สถานการณ์จะแย่ไปกว่านี้ “ฟางโม่ถึงยังไงเหยาิก็เป็ผู้าุโและเป็อาจารย์ของสำหนักนี้ เ้าไม่มีสิทธิ์ไปเรียกเขาแบบนั้น”
ฟางโม่กัดฟันเอาไว้แน่น ก่อนจะยอมฝืนยกหัวให้กับอาจารย์เหยาิ
“จะยังไงก็ช่างข้าไม่สนใจในตัวขยะเช่นเ้าให้เสียเวลาหรอก”
การโต้อารมณ์กันระหว่างคนทั้งสอง ทำให้ผู้ที่ชมเหตุการณ์อยู่เริ่มส่งเสียงนินทราที่ดังกว่าเดิมออกมา ประมุขเหยาเห็นท่าไม่ดีจึงคิดที่จะปิดฉากเื่นี้ให้เร็วที่สุด
“สัญญาย่อมเป็สัญญา ตามที่ข้าเคยพูดไว้ ข้าจะขอถอนตัวออกจากการเป็ประมุข”รอยยิ้มของชายชราทั้งสองปรากฏออกมาบนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด ฟางโม่แม้เขาจะไม่พอใจกับการตัดสินใจเช่นนี้เลย แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้ เพราะสาเหตุที่ทำให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นก็มาจากความดื้อดึงของเขาเอง
ถ้าเขายอมที่จะเลื่อนวันออกไป ถ้าเขายอมที่จะยังไม่ไปสู้กับงูั์ ถ้าเขาไปไปที่ร้านตีเหล็กเสียก่อน เขาก็คงจะเป็ผู้ที่กำลังยื่นหัวเราะร่าอยู่บนตัวของลูกศิษย์ที่เข้ามาประลองกับเขาอย่างผู้ชนะ ไม่ใช่ต้องมานั่งคุกเข่าอย่างผู้แพ้เช่นนี้ แม้จะเจ็บใจ แต่เขาก็ต้องยอมรับในการกระทำของตน
“แล้วใครจะได้เป็ประมุขคนต่อไปหรือครับ”อาจารย์หยวดพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มป้าจนเกือบจะถึงใบหู
“เื่นี้คงจะต้องมีการไตร่ตรองกันก่อน จะให้ใครมารับ่ต่อในทันทีเลยก็คงจะยังทำไม่ได้ ข้าจึงคิดว่าในหนึ่งปีให้หลังนี้ ข้าจะจัดการประลองผู้ที่จะเป็ประมุขคนต่อไปขึ้น ระหว่างนั้นขอให้ทุกคนฝึกฝนให้ตนนั้นแข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่จะได้เป็ประมุขคนต่อไป”เสียงของประมุขเหยาประกาศขึ้นมาให้ทุกคนรับรู้กันทั่วหน้า ก่อนจะหันมองสบตากับลูกชายของตน “หากเ้าคิดว่าเื่ในวันนี้เป็บทเรียนที่มีค่า เ้าก็จงแข็งแกร่งให้มาก และชิงตำแหน่งของเ้ากลับมาให้ได้”
เสียงหัวเราะดังขึ้นมาทั่วทุกสารทิศกับเื่ตลกที่คนไร้พลังอย่างเหยา ฟางโม่จะสามารถชนะลูกศิษย์ที่เก่งกาจคนอื่น ๆ ได้
“ขอบคุณท่านประมุขที่รักษาสัญญา”อาจารย์เหยาิโค้งให้กับประมุขเหยา ก่อนจะให้ไปส่งสายตาเขม่นไปที่อาจารย์หยวน “ประมุขคนต่อไปต้องเป็ฟงหลินลูกชายของข้าแน่นอน”
“ไม่มีทางต้องเป็ลูกของข้าต่างหาก”
เสียงอวดอ้างถึงสรรพคุณความเก่งกาจของตนเริ่มดังก้องไปทั่วทั้งสนามฝึกจนไม่มีใครตอนนี้ ให้ความสนใจกับร่างที่กำลังยืนคุกเข่าของฟางโม่อีกแล้ว
“ครั้งนี้ข้าจะไม่ทำให้พ่อผิดหวังอีก”เสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของชายหนุ่มทำให้ผู้เป็พ่อเผยรอยยิ้มออกมา
“ข้าเชื่อเ้า เข้ายืนขึ้นก่อนเถิดลูกชายของพ่อ”ประมุขเยาเขาไปประคองร่างลูกชายให้ยื่นขึ้น ความนี้ฟางโม่ยอมทำตามแต่โดยดี “เ้าไปทำอะไรมา เหตุใดถึงได้เปลือยกายเช่นนี้”
“ไปฝึกมาครับพ่อ”ฟางโม่ยิ้มออกมาที่มุมปากเล็กน้อย แต่แล้วเขาก็นึกเื่สำคัญบางอย่างขึ้นมาได้ทำให้รอบบิ้มที่มีอยู่ของเขาแปรเป็เป็ความบึงตึงแทน “แล้วประมุขเยี่ยไปไหนแล้วครับ”
“เมื่อวัดพลังของลูกศิษย์คนสุดท้ายเสร็จ เขาก็กลับไปเลย ถ้านับจากเวลาก็นานพอสมควรแล้วแหละ”
“งั้นข้าขอตัวก่อนนะครับ ข้าจะยอมให้เื่นี้จบไปทั้ง ๆ แบบนี้ไม่ได้”
“พ่อเข้าใจแต่ นี้มันก็ผ่านมานานมากแล้วนะ ถึงจะใช้ม้าที่เร็วที่สุดก็คงจะตามไปไม่ทันแล้ว”
ฟางโม่หัวเราะในรำคอเบา ๆ ก่อนจะส่งรอยยิ้มไปให้ผู้เป็พ่อของเขา
“ไม่จำเป็ต้องใช่ม้าหรอกเขา”ฟางโม่หันหลังให้กับผู้เป็พ่อ ก่อนจะหันหน้ากลับมา “เพราะผมเร็วกว่ามากเยอะครับ”
พูดจบร่างของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของชายาุโก็หายวับไปในทันที สร้างความประหลานใจให้กับประมุขเหยาเป้ยอย่างมาก
เขาแทบไม่เชื่อสายตาของเขาเลยจริง ๆ ว่าตอนนี้ลูกชายของเขาจะสามารถใช้พลังอกมาได้แล้ว
น้ำตาแห่งความปิติยินดีค่อย ๆ ไหลออกมาทีละนิด ๆ จนการเป็สาย พร้อมกับเสียงหัวเราะของความสุขของเขาที่ะโออกมา
ในที่สุดวันที่เขารอคอยมาตั้งนานก็มาถึง ในที่สุดการโทษตัวเองเป็เวลานานหลายปีก็ถึงเวลาที่จะหยุดได้เสียที แม้ตอนนี้ทุกคนจะยังคงมองลูกชายของเขาว่าเป็ขยะ แต่ในวันข้างหน้าทุกคนที่ดูถูกลูกชายของเขาจะต้องมาก้มหัวให้แน่นอน
ประมุขเหยาเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของเขาอย่างมีความสุข
ผู้คนที่เหลือต่างก็กำลังคุยอวดอ้างความสามารถของตนกันอยู่ จนไม่มีใครเห็นถึงการจากไปของฟางโม่เลยซักคน
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ไรท์เตอร์ : ตอนนี้กับตอนที่แล้วมันจะสั้นหน่อยนะครับ เพราะที่จริงสองตอนนี้คือรวมเป็ตอนเดียวกัน ขอโทษด้วยจริง ๆ ครับที่เอามาแยกกันทำให้มีเนื้อหาที่น้อยลง จะพยายามถ้าไม่ว่างจริง ๆ ผมจะไม่ทำอย่างนี้แล้วนะครับ อย่าเพิ่งอารมณ์เสียที่ตอนน้อยนะครับ สมนึกผิดแล้วจริง ๆ แง